แสงอรุณเช้าวันใหม่สาดส่องผ่านกระจกระเบียง กระทบร่างบางของเ้าหญิงเมืองปีศาจ ั์ตาสีน้ำตาลปรือขึ้นกวาดมองไปทั่วห้อง สบกับเพื่อนร่วมห้องที่ยังนอนหลับสงบอีกเตียง
เฟลิโอน่าแย้มรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะทำกิจวัตประจำวันในห้องน้ำ สักพักจึงออกมาในชุดนักเรียนหญิง เธอก็เห็นเพื่อนร่วมห้องตื่นขึ้นมารออยู่ก่อนแล้ว
“ตื่นแล้วหรอ คาลิน”
“อือ” คาลินตอบสั้น ๆ และคว้าข้าวของเข้าห้องน้ำไป สักพักสองสาวก็เสร็จกิจ เลยชวนกันไปยังห้องหัวหน้าชั้นปีอีกห้องทันที
ั์ตาสีน้ำตาลชะงักมองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ ส่วนั์ตาสีฟ้าชะงักหน้าแดงก่ำด้วยความอาย เพราะภาพตรงหน้าพวกเธอคือ หัวขโมยน่าสงสัยที่มีเพียงผ้าขนหนูพันปิดส่วนล่าง ส่วนบนและเส้นผมพราวไปด้วยน้ำ เครื่องประดับชิ้นเดียวคือ ไข่มุกสีดำทมิฬ
ใบหน้าหัวขโมยบูดสนิทชนิดไม่มีใครสามารถเข้าหน้าติดได้ เฟลิโอน่ามองไปรอบ ๆ ห้องอย่างสงสัย ก่อนจะพบเห็นนักฆ่านั่งยิ้มอย่างอารมณ์ดี และเม้กระทั่งขนาดเ้าชายยังอมยิ้มอย่างที่ไม่เคยเป็ สมองค่อย ๆ ประมวลผลคราว ๆ และพอเข้าใจอะไรได้ลาง ๆ
“อรุณสวัสดิ์คิล คาโล” เสียงหวานเอ่ยทักขึ้นก่อน มองพี่ชายที่หน้าบูด แล้วอดยิ้มขำไม่ได้
“อรุณสวัสดิ์เฟลิโอน่า คาลิน่า” คิลเอ่ยทักกลับอย่างอารมณ์ดี ส่วนเ้าหัวขโมยพอแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว จึงเดินมาทางน้องสาวที่ยืนอยู่อย่างบูด ๆ
“ทำให้แห้งหน่อย” เฟรินเอ่ยสั้น ๆ เฟลิโอน่าจึงร่ายมนต์เรียกลมอุ่น ๆ พัดเส้นผมสีน้ำตาลให้แห้ง
ภาพการกระทำของทั้งสองเหมือนการกระทำที่มีต่อคนรัก เรียกความสงสัยแก่คนที่เห็นเหตการณ์ทั้งสามถึงความสัมพันธ์กลาย ๆ ของเ้าหญิงกับหัวขโมย
“หิวแล้ว ไปเหอะ” เฟรินพูดอย่างไม่สบอารมณ์
คิล คาโล หัวเราะเบา ๆ เพราะเขารู้ว่าทำไมหัวขโมยหน้าบูดได้สนิทขนาดนี้ ส่วนคาลิน่ามองพี่ชายอย่างไม่เชื่อ เพราะพี่ชายเธอไม่ค่อยยิ้มเสียด้วยซ้ำ แต่คราวนี้กลับหัวเราะได้อย่างสนุกสนาน
ห้องอาหารดรากอน
หัวขโมยหน้าบูดเดินเข้ามาพร้อมกับเ้าหญิงเมืองปีศาจที่ยิ้มหวานอย่างอารมณ์ดี ตามด้วยนักฆ่า เ้าชายและเ้าหญิงเมืองนักรบ
“ไง เฟรี่ ไมหน้าบูดเหมือนลอรี่ ล่ะเนี่ย” ซาตานหน้าเป็เอ่ยขำ ๆ กับรุ่นน้องที่เดินหน้าบูดเข้ามา ก่อนจะะโหลบมีดบินเหมือนทุกที
“ไปตายซะ ลูคัส แล้วเราไปเอาข้าวมานั่งนี่” หลังจากตวาดซาตานแล้ว ลอเรนซ์หันไปสั่งคนเป็น้อง และพอสบกับน้องชายอีกคนก็เข้าใจทันทีว่าทำไมหน้าบูด เพราะไอโรคขี้เซานี่ ทั้งเขาและมันก็พอ ๆ กัน
“ค่ะ” เฟลิโอน่าทำท่าจะไปเอาอาหารแต่ชะงักเมื่อเฟรินจับแขนไว้ เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะไปนั่งกับพี่ชายอีกคนที่นั่งรวมกับเพื่อนร่วมรุ่นของเธอและสามสาว
หลังจากสามหนุ่มกลับมาจากไปเอาอาหารมาบริการแล้วจึงเริ่มทานอาหาร และทุกคนก็ต้องตะลึงกับลีลา การทานอาหารของหัวขโมยที่เรียกได้ว่าฟาดมากกว่ากิน
“เฮ้ย~ ไอเฟรินกินช้า ๆ ก็ได้ว่ะ อายแทน” คิลเอ่ยทักเพื่อนที่กินอย่างกับคนตายอดตายอยากของเ้าเพื่อนซี้ข้างตัว
‘มันไปอดมาจากไหนว่ะ?’ ทุกคนคิด ยกเว้นเฟลิโอน่าและลอเรนซ์ที่ชินเสียแล้ว
เฟรินกลืนข้าวคำสุดท้าย แล้วตามด้วยน้ำเปล่านิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้วางช้อน
“ก็มันนอนไม่พอนี่หว่า ความหิวมันก็มากเป็พิเศษสิว่ะ”
สายตาคมกริบมองจำเลยเ้าของเื่อย่างบูด ๆ เพราะไอวิธีการปลุกแบบแทคทีมของพวกมัน เริ่มจากไอเ้าชายมาดน้ำแข็ง เล่นเสกน้ำเย็นใส่เขาไม่พอไอนักฆ่าบ้าเืก็สร้างไฟฟ้ามากระตุ้นแต่เช้า คิดแล้วแค้น
เฟลิโอน่ากับลอเรนซ์ยิ้มนิด ๆ กับอารมณ์ของคนข้างตัวเพราะชินแล้ว ทุกครั้งที่เ้าตัวตื่นเช้าก็เป็แบบนี้ตลอด
“เออใช่...เฟลิโอน่า แล้วพี่ชายเธอ เ้าชายแห่งรัตติกาล ไม่มาเรียนหรอ” เสียงหวานของเ้าหญิงแห่งอเมซอนดังขึ้น ทำให้เฟลิโอน่าหันไปยิ้มหวาน ในขณะที่เ้าชายรัตติกาลตัวจริงยังนั่งเป็ทองไม่รู้ร้อน
“ใช่ เฟลิโอน่า เ้าชายรัตติกาลเป็เ้าชายรัชทายาทจากบารามอสนี่” เสียงดังเสริมมาจากขอทานมากปริศนา
“เ้าพี่ต้องเรียนรู้เื่ต่าง ๆ ั้แ่เด็ก เลยเบื่อน่ะ ขนาดเรียนที่เดมอสยังหนีทุกวัน จนนางกำนัลน่องโปร่งแล้วล่ะ” เฟลิโอน่าอดแขวะพี่ชายไม่ได้ แต่คนโดนด่ากลาย ๆ ก็ยังปั่นหน้ายิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนเดิม
“ดูเหมือนคุณเฟลิโอน่าจะสนิทกับคุณเฟรินน่ะค่ะ” เรนอนเอ่ยถามชายหนุ่มที่นั่งตรงกลางระหว่างเพื่อนสาวกับรุ่นพี่นักบวชที่เจริญอาหารอย่างหนัก
“ใช่ ๆ แกชื่อเหมือนเ้าชายแห่งรัตติกาลเลยว่ะ หรือว่า...” คิลเอ่ยอีกเมื่อนึกขึ้นได้ ก่อนจะมองเพื่อนซี้ที่เค้ามองยังไงก็ไม่เหมือนหัวขโมยด้วยซ้ำไป
“บ๊ะ พวกแกนี่มันสงสัยจริง ๆ พับผ่าสิ... ฉันมันแค่เพื่อนเล่นเ้าหญิงคนงามเท่านั้นเองแหละ แถมอยู่วังสุขสบายจะตายไป ใครจะไม่อยากอยู่ แถมเงินเดือนก็ดี หึ เรียกลมได้ลม เรียกฝนได้ฝนเชียวน่ะโว้ย”
เฟรินวาดมือประกาศสัพคุณเรียกเสียงเฮฮาจากกลุ่มเหล่านักเรียนปีหนึ่งที่ห้อมล้อมได้ทันที ขนาดนักบวชหน้าบูดยังหัวเราะเบา ๆ กับบทเอาตัวรอดของน้องชายคนนี้
“เอาไปเรียนได้แล้ว เอานี่เฟริน แอ๊ปเปิ้ลจากแอเรียสที่สัญญา” เฟรินตาโตทันทีคว้าถุงแอ๊ปเปิ้ลถุงโตจากมือนักบวชราวกับเด็ก ลอเรนซ์ขยี้หัวน้องชายอย่างเอ็นดู
“หือ? ลอรี่สนิทกับเฟรี่ด้วยหรอ” ลูคัสเอ่ยเพราะไม่เคยเห็นเพื่อนเขาจะถูกใจขนาดลูบหัวลูบหางใคร จนอดน้อยใจนิด ๆ ไม่ได้ แถมดูจะสนิทกันเป็พิเศษขนาดซื้อแอ๊ปเปิ้ลฝากอีกต่างหาก
เพี้ยว...ฉึก
“หุบปาก ถ้าไม่อยากตายไอลูคัส” ลอเรนซ์ตวาด
“โถ่... ผมชอบหนีออกจากวังเดมอสบ่อย ๆ น่ะฮะ ก็สาว ๆ ฝั่งเดมอสถึงสวยก็จริงแต่ไม่ค่อยน่าสนหรอกฮะ ฝั่งเอเดนนี่สิ น่ารัก” เฟรินตอบแทนพี่ชายข้างตัว แต่ประโยคหลังเหมือนจงใจส่งให้เ้าหญิงคนงามที่นั่งข้างน้องสาวซะมากกว่าจนคนเป็พี่ชายของเ้าหญิงที่หัวขโมยหลีต้องส่งไอเย็นปราม ก่อนจะรีบคว้าของมือน้องสาววิ่งหายไป
เหล่าปีหนึ่งที่เหลือเลยกล่าวลารุ่นพี่ทั้งสองก่อนจะตายเพื่อนทั้งสองไปเช่นเดียวกัน
“ดูเหมือนนายจะถูกใจ หัวขโมยปีหนึ่งมากน่ะ ลอเรนซ์” โรเวนเอ่ยทักเพื่อน เพราะดูเหมือนเพื่อนเขาจะเอ็นดูเฟรินไม่น้อย
“ใช่ ๆ ลอรี่ยิ้มบ่อย ๆ อ่ะ เขาน้อยใจแล้วน่ะ” คำพูดติดเรทจากซาตาน เรียกมีดบินห่าใหญ่ที่ทำให้เสนาฝ่ายซ้ายคนทักกุมขมับกับค่าใช้จ่าย
“ถ้าแกยังไม่อยากตายก็หุบปากซะ”
“แหม่~ ลอรี่ใจร้าย”
.................................................