“ คนที่โจมตีระยะประชิดออกไปด้านนอก คนที่โจมตีไกลหลบเข้ามาด้านใน เราจะโฟกัสไปที่การทะลวงออกไปจากที่นี่ ”
น้ำเสียงวิตกกังวลเผยออกมาจากผู้เป็หัวหน้า โล่ที่มันใช้งานมีระดับสูงถึง 4 ดาว ความสามารถพิเศษของโล่คือการปัดการโจมตีทั้งหมดของศัตรูออกไปเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตามมันใช้งานได้ 1 ครั้งต่อ 10 นาทีเพียงเท่านั้น การใช้งานเมื่อครู่จึงเป็การซื้อเวลาให้แชมเปี้ยนได้มีโอกาสเรียกใช้งานสกิลของตนเอง
“ ไปทางขวา ”
ทางเดินด้านขวาคือเส้นทางที่้าไป ระยะห่างจากจุดที่พวกเขายืนอยู่กับทางแยกที่จะนำไปสู่ทางเดินด้านขวาห่างกันราว 5 เมตร แต่ระยะทางกลับดูไกลเหลือเกินเพราะมีมอนสเตอร์ยืนขวางอยู่
ทันใดนั้นเองมือของเวิร์ธรูทตัวที่อยู่หน้าสุดก็ได้ทุบลงพื้น ส่งผลให้สายฟ้าวิ่งเป็เส้นตรงกระจายไปด้านหน้าของมัน แชมเปี้ยนที่มีอาชีพสายป้องกันจึงกระแทกโล่ตนเองลงไปบนพื้นเพื่อดึงการโจมตีทั้งหมดมาที่โล่ของมันแล้วกระแทกกลับไปจนเวิร์ธรูทเอียงตัวไปทางด้านหลัง
แอ็กเซลรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก การฆ่าเซนทอร์และการจับเวิร์ธรูทเขาทำได้ง่ายดาย ต่างจากการสู้กับแชมเปี้ยนที่มีอาชีพหลากหลาย แต่ละคนสามารถพลิกสถานการณ์เพื่อไม่ให้กลุ่มของตนเองเสียเปรียบได้
ขณะที่แชมเปี้ยนระยะประชิดวิ่งนำหน้า อาวุธภายในมือของพวกเขาที่เป็โซลฟอร์ดต่างก็ปรากฎแสงเคลือบเอาไว้ แอ็กเซลรู้ได้ว่าแสงเหล่านี้คือสกิลที่จะเสริมพลังโจมตีให้กับการฟาดฟันของอีกฝ่าย นอกจากนั้นแล้วท่วงท่าของแต่ละคนที่กำลังใช้งานอาวุธยังบอกได้ว่าพวกมันฝึกทักษะมาจนชำนาญ การใช้งานทักษะร่วมกับสกิลที่มีความเกี่ยวข้องกันจะทำให้พลังโจมตีเพิ่มสูงขึ้น
บู้ม!
การโจมตีของแชมเปี้ยนระยะประชิดทั้ง 3 คนทำให้เกิดเสียงะเิดังก้องออกไปไกล เวิร์ธรูทตัวแรกที่ยืนขวางหลังจากถูกโจมตีร่างของมันก็ล้มลงไปทางด้านหลัง บริเวณแขนของมันมีรอยฟันลึกเข้าไปจนถึงแกนกลาง ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่ได้แสดงท่าทางเ็ปทรมาน ต่อให้จะถูกโจมตีจนล้มลง มันกลับพยายามใช้มือทั้งสองข้างทุบแชมเปี้ยนที่เข้ามาโจมตีมัน
เวิร์ธรูทอีกตัวที่ยืนอยู่ด้านหลังเมื่อเห็นช่องว่าง มันจึงทุบแขนช่วยอีกแรง แชมเปี้ยนอีก 2 คนจึงวิ่งเข้ามาปัดป้องแขนของมันจนเบี่ยงไปด้านข้าง จังหวะนี้เองผู้ที่มีอาชีพโจมตีระยะไกลที่เปิดใช้งานสกิลเสร็จสิ้นก็ได้โจมตีออกไป ส่งผลให้เกิดลูกธนูและลูกบอลไฟพุ่งเข้าโจมตีเวิร์ธรูททั้งสองตัว
อือ!
เสียงร้องบ่งบอกถึงอาการาเ็ส่งออกมาจากเวิร์ธรูททั้งสองตัว ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่แสดงท่าทีว่าจะตกตายง่ายๆ พลังป้องกันของมันมากเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งมีวงเวทเสริมพลังป้องกันยิ่งทำให้มันต้านรับการโจมตีได้มากยิ่งขึ้น
เหล่าแชมเปี้ยนที่พบว่าร่างของเวิร์ธรูทไม่ได้รับาแสาหัสจึงพยายามเข้าโจมตีด้วยรูปแบบเดิมซ้ำอีกครั้ง เริ่มต้นด้วยการใช้แชมเปี้ยนระดับประชิด 3 คน ตามด้วยให้อีก 2 คนเข้าขัดขวาง จากนั้นผู้ที่มีอาชีพโจมตีไกลก็ได้ใช้งานการโจมตีผสาน ส่งผลให้เวิร์ธรูทมีาแบนร่างกายเพิ่มขึ้นอีก ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่ตาย าแบนร่างของเวิร์ธรูทได้สร้างความรู้สึกลำบากใจให้กับเหล่าแชมเปี้ยนเพราะพวกเขาไม่สามารถเปิดทางหนีไปไหนได้
“ หัวหน้าเราจะเอายังไงต่อ ”
อย่างน้อยพวกเขาควรจะจัดการมันได้ราว 2 ตัวจากการโจมตี 2 ระลอกเมื่อครู่ หัวหน้าแชมเปี้ยนทั้ง 20 จึงรีบหันมองกลับไปดูแอ็กเซลเผื่อการโจมตีเขาจะเป็เื่ที่ง่ายกว่าเปิดทางหนี ร่างของแอ็กเซลกลับหายออกไปจากตำแหน่งที่เคยยืน หัวหน้าแชมเปี้ยนจึงพยายามมองหาก่อนจะพบอีกทีว่าเขานั้นอยู่ด้านหลังเวิร์ธรูททั้ง 26 ตัวที่อยู่ทางด้านหลัง การจะจัดการแอ็กเซลกลายเป็เื่ยากดังนั้นพวกเขาจึงทุ่มกำลังไปที่แผนเดิมแทน หากสามารถเปิดทางออกไปได้พวกเขาจะหนีพ้นจากกองทัพเวิร์ธรูท
ขณะที่การโจมตีอีกระลอกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ดวงตาของทุกคนกลับมองไม่เห็นรอบข้าง แสงสว่างจ้าที่ะเิขึ้นมากระทันหันทำให้ดวงตาของพวกเขาบอดชั่วขณะ พริบตานั้นเอง หลายคนััได้ถึงเสียงทุบดังขึ้น 4 ครั้งพร้อมกันถึงขั้นผงะ เนื่องจากว่าสิ่งที่ถูกทุบคือร่างเพื่อนที่ยืนอยู่ในกลุ่ม
“ ใช้สกิลลบล้าง… ”
ผู้เป็หัวหน้าอ้าปากกว้างคิดจะสั่งการอาชีพสายซัพพอร์ต มันกลับนึกขึ้นได้ว่าคนเหล่านี้ถูกสังหารไปเป็ลำดับแรก เมื่อรู้ว่าชายที่เป็นักสู้ 1 ดาวมีประสบการณ์ในการต่อสู้มากเกินกว่าระดับดาวที่แสดงออกมา มันถึงขั้นโกรธ ไม่คิดว่าตนเองจะมาเจอตอในโบราณสถาน ซึ่งตอที่ว่าไม่ยอมให้พวกมันเจรจา ทางเดียวที่จะรอดไปได้คือต้องเปิดทางหนีเท่านั้น
โซลฟอร์ดที่กลายเป็ไม้ตายถูกนำออกมาใช้งาน แชมเปี้ยนแต่ละคนที่เหลือรอดพยายามใช้โซลฟอร์ดระดับสูงกว่าตนเอง ต่อให้ระดับของพวกเขาจะน้อยกว่าโซลฟอร์ดก็ตาม เงื่อนไขในการสวมใส่กลับไม่ได้ถูกจำกัด แต่ถึงอย่างนั้นพลังที่แสดงออกมาได้กลับถูกจำกัดจากระดับพลังผู้สวมใส่ที่น้อย อย่างไรมันกลับแลกมากับพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม
“ ตายซะ! ”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธส่งออกมาจากแชมเปี้ยน แต่ละคนล้วนแล้วปลดปล่อยสกิลประจำอาชีพร่วมกับทักษะ ทันใดนั้นคลื่นสายฟ้าจากเวิร์ธรูทก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ผู้ที่เป็หัวหน้าจึงใช้สกิลโล่ป้องกันเอาไว้แล้วสวนกลับเวิรธ์รูท
แอ็กเซลที่รอจังหวะให้หัวหน้าใช้โซลฟอร์ดระดับ 4 ต้านทานสายฟ้าเขาจึงเริ่มโจมตีช่วยเหลือ ต่อให้ตามเส้นทางจะมีเวิร์ธรูทขวางกั้นก็ตามที มันกลับไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา ขอเพียงแค่มีช่องว่างสามารถส่งหอกธาตุเข้าหาเป้าหมายได้
“ หอกน้ำแข็ง ”
หอกสีฟ้าเต็มไปด้วยไอเย็นลอยอยู่ด้านหน้า แอ็กเซลจึงชี้ไปยังหว่างขาของเวิร์ธรูทส่งหอกน้ำแข็งให้ลอดผ่านช่องนั้นไปจนถึงจุดที่แชมเปี้ยนกำลังต่อสู้ ผู้ที่ถือโล่ััได้ถึงการโจมตีจากทางด้านหลังจึงพยายามเข้าป้องกัน ทันทีที่การโจมตีกระทบโล่ของมันไอเย็นก็เริ่มลอยออกไปรอบด้าน ทุกอย่างที่ถูกไอเย็นััล้วนแล้วมีน้ำแข็งเกาะ แอ็กเซลจึงยิงหอกน้ำแข็งออกไปอีกหลายรอบ ส่งผลให้บริเวณที่แชมเปี้ยนต่อสู้เต็มไปด้วยน้ำแข็งลดความเร็วในการเคลื่อนไหวของพวกมันลงไปอีกครั้ง
“ บอลแสง ”
ดวงตาที่กำลังจะกลับมามองเห็นมืดบอดอีกครั้ง แสงสว่างที่สร้างขึ้นยากจะป้องกันได้ถ้าหากไม่สวมใส่แว่นดำ ต่อให้นักธนูจะสวมแว่นหนึ่งข้าง มันกลับเป็แว่นที่ใช้สำหรับซูมดูเป้าหมาย การจัดการกลุ่มนี้ด้วยเวทแสงเพื่อปิดบังการมองเห็นจึงทำได้ง่าย ทันใดนั้นแอ็กเซลก็ได้ยินเสียงร้องขอชีวิตมาจากกลุ่มคนที่อยู่ด้านใน ทว่าเวิร์ธรูทกลับใช้มือทุบมันจนตายปิดฉากการต่อสู้
“ ทางใครทางมันก็ดีอยู่ พวกแกไม่น่าหาเื่ใส่ตัว ”
แอ็กเซลเก็บเวิรธ์รูททั้ง 26 ตัวแล้วปล่อยให้อีก 26 ตัวเดินทางไปฆ่าเซนทอร์ทั้ง 5 ในระหว่างนี้กระบองเพชรทั้ง 2 ก็ได้วิ่งกลับมาหาเขาหลังจากที่พวกมันวิ่งท่ามกลางบอลแสงเข้าไปตบแชมเปี้ยนแต่ละคนเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมขอแบ่งค่าประสบการณ์
ศพของแชมเปี้ยนทั้ง 20 ที่นอนตายมีสภาพใกล้เคียงกัน แต่ละร่างกระดูกหักจากการถูกบดขยี้ลงไปกับพื้น แอ็กเซลจึงเข้าไปค้นศพแล้วปล้นแหวนมิติ ภายในนี้ล้วนมีของสำคัญเก็บเอาไว้ ในระหว่างค้นศพเขาก็พบว่าโซลฟอร์ดที่คนเหล่านี้ใช้มีเพียงชิ้นที่ถืออยู่ในมือที่หล่นอยู่ข้างตัว
โซลฟอร์ดที่อยู่ในคอร์ไดฟ์ไม่ได้กลั่นตัวหรือหล่นออกมาหลังจากเ้าของตาย มันได้หายไปพร้อมๆกับชีวิตเ้าของ ดูเหมือนว่าถ้าหากอยากจะปล้นโซฟอร์ด คงทำได้ด้วยการบังคับให้ศัตรูนำมันออกมาสวมใส่ให้ได้มากที่สุด
แอ็กเซลจึงเข้าไปเก็บโซลฟอร์ดเท่าที่เก็บได้เอาไว้ในแหวนเก็บของ จากนั้นเขาก็เริ่มเดินไปยังจุดที่เวิร์ธรูทกำลังต่อสู้ การฆ่าเซนทอร์ 5 ตัวควรจะจบลงได้แล้ว มันกลับยังไม่สามารถฆ่าได้
“ อะไรกัน ทำไมตัวนั้นมันดูผิดปกติ ”
ระดับเซนทอร์ตัวหนึ่งในกลุ่มยังคงเป็ระดับ 3 แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือสีิัของมัน ผิวสีแดงแทนที่จะเป็สีดำเหมือนยางมะตอยทำให้มันดูแตกต่าง นอกจากนั้นแล้วการโจมตีของมันยังสามารถปลดปล่อยเปลวไฟออกมาได้ แอ็กเซลจึงมองด้วยความสนใจก่อนจะพบเข้ากับจ่าฝูงมอนสเตอร์
หากเป็ไปตามข้อมูลที่เขาได้จากแชมเปี้ยนหน้าทางเข้า มันจะต้องเป็ตัวที่สามารถสร้างแก่นพลังงานออกมาได้ แต่โอกาสเกิดขึ้นก็น้อยไม่ต่างจากการสร้างโซลฟอร์ด ซึ่งการล่าตลอด 5 วันที่ผ่านมาเขายังไม่ได้อาวุธเลยสักชิ้น มือของเขายังคงว่างเปล่าเช่นเดิม แอ็กเซลที่เห็นว่าต้องใช้เวลาสักพักเขาจึงช่วยเวิร์ธรูทสังหาร ต่อให้พลังของเขาจะน้อยมาก มันกลับสามารถดึงความสนใจได้เป็อย่างดี
ตู้ม!
เซนทอร์ตัวแรกร่วงลงไปนอนกองบนพื้นดิน ก่อนจะถูกเท้าเวิร์ธรูทเหยียบจนตาย กระบองเพชรน้อยที่เปลี่ยนไปเกาะไหล่เวิร์ธรูทตัวแรกพยายามโจมตีด้วยธาตุเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ทันทีที่เวิร์ธรูทเคลื่อนไหวอีกครั้งมันก็ได้ฆ่าสังหารเซนทอร์ไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายเหลือแค่ตัวที่เป็จ่าฝูง แอ็กเซลจึงส่งเวิร์ธรูทไปด้านหลังของมัน ทำให้เซนทอร์ถูกรูมจากหน้าหลัง แม้มันจะปลดปล่อยไฟได้ก็ตาม ร่างกายของเวิร์ธรูทกลับทนต่อไฟ มันจึงตกตายหลังจากพยายามยืนทนต่อสู้เป็เวลา 5 นาที
“ หืม ”
แสงสีแดงไหลทะลักออกมาจากกลางหน้าอกของเซนทอร์จ่าฝูง แอ็กเซลจึงรีบเข้าไปดูเพราะมันเป็กระบวนการกลั่นพลังเพื่อสร้างบางสิ่งบางอย่างหลังจากเ้าของร่างตาย ทันใดนั้นด้านข้างศพเซนทอร์ก็มีดาบเล่มหนึ่งหล่นอยู่ บนตัวดาบมีความพิเศษกว่าดาบที่ได้จากเซนทอร์ทั่วไป มันมีรูปเปลวไฟติดอยู่บริเวณใบดาบ แอ็กเซลจึงรีบหยิบมันขึ้นมาตรวจสอบก่อนจะพบว่าดาบเล่มนี้ไม่มีเงื่อนไขในการใช้งาน ถึงแม้มันจะลดพลังให้เท่ากับผู้ใช้ก็ตาม พลังที่แสดงออกมากลับมากเท่าเดิม
“ ในที่สุดฉันก็ได้โซลฟอร์ดสักที ”
ความเร็ว 20 % คือผลที่มอบให้กับโซลฟอร์ดจากเซนทอร์ แต่สำหรับดาบในมือของแอ็กเซลมีพลังแฝงติดมาด้วย ทุกครั้งที่เขาฟาดฟันจะมีเปลวไฟส่งออกมา พลังการเผาไหม้สูงถึงระดับ 3 อย่างไรก็ตามมันกลับกินพลังคอสมิกของผู้ใช้งาน นับว่าโชคดีที่ระดับพลังของมันลดลงมาเทียบเท่าผู้สวมใส่ พลังคอสมิกในร่างกายของแอ็กเซลจึงไม่ถูกเผาผลาญมากจนไม่เหลือให้ใช้
เมื่อได้ดาบแอ็กเซลก็เริ่มตวัดฟันด้วยสกิลพื้นฐานทั้ง 4 อย่างที่ได้จากการหวดท่อจากราวตากผ้าที่บ้าน
“ ฟันหน้าตรง ”
มือทั้งสองกุมไปยังด้ามจับแล้วยกดาบขึ้นเหนือศีรษะพริบตานั้นเองดาบก็ฟาดฟันลงมาด้วยความเร็วที่มากกว่าตอนใช้ราวตากผ้า ด้วยผลของดาบที่เพิ่มความเร็ว 20 % ทำให้แอ็กเซลฟันอากาศด้านหน้าได้เร็วกว่า ซึ่งความเร็วที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้ลดความแม่นยำลงเลย สกิลยังคงสามารถรักษาความสมบูรณ์ในการฟันได้เช่นเดิม
แอ็กเซลจึงลองใช้สกิลฟันแนวนอน ฟันแนวเฉียงและสุดท้ายฟันจากล่างขึ้นบน เมื่อการฟันทั้งหมดจบลงเขาจึงเริ่มเดินหน้าต่อเพื่อจับเวิร์ธรูทให้ได้เยอะที่สุด เขายังเหลือเวลาอีก 7 - 8 วันก่อนที่สถาบันจะเรียกนักศึกษากลับ หลังจากปล่อยออกไปหาประสบการณ์ประจำเทอม.