TREEWORLD
ปฐีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็ก มายโซล : เขียน
บทที่ 24
คาโปเอร่า
ฟาลโก้ะโตามขึ้นมาบนเวทีเร่งฉวยโอกาส ไม่ปล่อยให้คู่ต่อสู้ได้ตั้งหลักอีก
แต่จอสส์ก็ไวกว่าที่คิดวายุสลาตันทำให้ดีดตัวขึ้นมาในท่าตั้งรับฉับพลัน แขนข้างหนึ่งยังกุมหน้าท้องไว้ พยายามช่วยสกัดอาการจุกแสบแต่ไม่เป็ผล แขนอีกข้างยกขึ้นตั้งคุมเชิงในท่าป้องกันตอนนี้จอสส์ยืดตัวไม่ตรง ทรงตัวแทบไม่ได้ไม่ว่าจะตั้งท่าไหนก็ดูไม่ใช่เทควันโด้อีกต่อไป
แค่เห็นอาการก็รู้ว่าคู่ต่อสู้หมดสภาพ
ไม่ต้องเร็วไม่ต้องรีบร้อน ทุกสิ่งมีข้อดีย่อมมีข้อเสีย ฟาลโก้จึงสลายพลังของผนังทองแดงกำแพงเหล็กลงไปจนไม่เหลือเพราะหากใช้ติดต่อกันเป็เวลานานโดยไม่ใช้ปราณควบคุมจะสร้างความเสียหายให้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นและกระดูก
ถึงจอสส์จะลุกขึ้นได้เร็วแต่กลับทำให้เหตุการณ์เลวร้ายลงอาการาเ็จากฝีมือผู้ใช้ผนังทองแดงกำแพงเหล็กทำให้คู่ต่อสู้ช้ำในจนยืนทื่อเหมือนกระสอบทรายรอให้ซ้อมตามอำเภอใจฟาลโก้สืบเท้าก้าวเดียวก็ระดมเพลงเตะคิ๊กบ๊อกซิ่งไปอีก5ครั้งโชว์เพาว์แสดงท่วงท่าสวยงามอย่างช้า
แขนขา หน้าอก ท้อง ใบหน้า เป็จุดโจมตีที่จอสส์ในเวลานี้ไร้หนทางป้องกันและหลังจากนี้ไม่ว่าจุดไหนก็ไม่มีทางป้องกันแรงเตะทำให้เขาหมุนคว้างกลางอากาศหลายรอบก่อนล้มฟุบไปกองบนผืนผ้าใบ
น้ำหนักหมัดที่ไม่ใช้ผนังทองแดงกำแพงเหล็กก็ลดความรุนแรงไปหลายสิบเท่าเพียงแค่หมัดธรรมดาฟาลโก้ก็ฆ่าคนได้แล้วอย่าว่าแต่
“ลุกขึ้นจอสส์ลุกขึ้น...” เสียงพล่ามปลุกระดมตอนที่ใกล้ขาดสติ เรียกให้จอสส์ฝืนลุกขึ้นยืนอีกครั้งสายตาเริ่มพล่ามัวมองอะไรไม่ถนัดแล้ว เพราะหนังตาข้างหนึ่งปูดโปนและมีแผลแตกทำให้เืไหลเข้าตายิ่งเพิ่มความแสบร้อนแต่ยังจดจำได้ว่านั่นเป็เสียงของ ลูซี่
ถึงคราวใกล้ตายแบบนี้จอสส์กลับเรียกไม้ตายแท้จริงขึ้นมาเป็ความหวังสุดท้ายเขาฝืนทรงตัวในสภาพทุลักทุเล พยายามหายใจลึกถึงก้นกบ หงายฝ่ามือขึ้นก่อนคว่ำลงสายพลังพุ่งเข้าไปที่ฝ่ามือแต่มันกลับไม่รวมศูนย์ใดๆ ไม้ตายจึงไม่เกิดขึ้น และสติสัมปชัญญะรางเลือนเต็มทีภาพในหัวเหมือนมีแต่หมอกควัน ไม่รู้ด้วยซ้ำจะเคลื่อนไหวตัวเองยังไงจอสส์จึงไม่ต่างจากซากศพที่ยังหายใจ
หมัดฮุกพุ่งเข้าหน้าอีกหลายหมัดจอสส์ยืนเป็ซอมบี้รับกำปั้นตรงๆ หลายคนคิดว่าลงไปนอนอย่างเดิมจะดีกว่า ลุกขึ้นมาให้ซ้อมทรมานทำไมหรือพูดคำว่ายอมแพ้ออกมาเท่านี้เื่ก็จบ แต่จอสส์กลับขืนตัวยืนโซเซแกว่งไปมาเหมือนร่างแขวนติดกับกระสอบทราย
หน้าตาแตกหักยับเยินาแปริแตกทั่วร่างกายหลายแห่ง จอสส์เริ่มไอถี่และกระอักออกมาเป็เืสดๆก่อนจะล้มลงไปทั้งตัวอีกรอบ พื้นเวทีเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงไปเกือบครึ่งทั้งหมดเป็เืของจอสส์
ฟิวท์ยืนดูน้องชายล้มลงไปแน่นิ่งเขายืนมองสภาพอนาถาของมันด้วยสีหน้ากล้ำกลืนอย่างบอกไม่ถูกหากจอสส์ยังไม่บอกยอมแพ้โดยดี ฟิวท์ก็ตั้งใจว่าจะไม่ยอมสอดมือ
“ลุกขึ้นมาสิจอสส์เธอคว่ำเขาได้ ลุกขึ้นมา” ลูซี่ส่งเสียงเชียร์ไม่ขาดสาย ส่วนฝ่ามือทั้งคู่ของเธอก็เร่งรัวตบลงพื้นเวทีเป็จังหวะฮึกเหิม“ลุกขึ้นๆๆๆ...”
เธอไม่ยินยอมให้พ่ายแพ้ยิ่งเห็นจอสส์หมดสภาพยิ่งเร่งเร้าให้สู้...ฟาลโก้เห็นดังนั้นนึกหมั่นไส้นางเลยใช้ขาเหยียบหน้ากิ๊กเธอไว้ไม่ให้ลุกขึ้นมาอีกแต่ดูเหมือนไอ้ผีน้อยตัวนี้จะดิ้นรนขัดขืนจนถึงที่สุด แต่มันก็ไม่เป็ผลอะไรขึ้นมาอีกแล้วแล้วฟาลโก้ก็ได้หยุดพักหายใจเพื่อหัวร่อออกมาดังๆ
AHAHE HE HE HA HA HA
เฮี้ยยยยยย ฮ่าฮ่าฮ่า
ภายใต้ใบหน้าทุกข์ทรมานของจอสส์ที่ถูกฟาลโก้เหยียดหยามบดขยี้ด้วยฝ่าเท้าเขาพยายามลืมตาที่พร่ามัวขึ้น สิ่งที่พบเห็นในกรอบสายตาคือใบหน้าของเด็กสาวสีหน้าตื่นตระหนกสองมือน้อยของเธอทำได้เพียงเกาะติดขอบข้างเวที สุ้มเสียงที่ได้ยิน คลับคล้ายเป็เสียงเชียร์ปลุกเร้าของลูซี่แว่วมาจางๆก่อนจะชัดเจนขึ้น
“อย่าลุกขึ้นอีกเลยจอสส์...อย่านะ...พอได้แล้ว...”เด็กสาวตะเบ็งเสียงลั่นเธอไม่เห็นด้วยกับเสียงเชียร์ที่ดูไม่เข้าท่าของลูซี่ จึงเร่งะโแข่งขันพยายามขัดขวางเสียงสั่งการยุยงที่งี่เง่านั้น
“เงียบไปเลย...ลุกขึ้นจอสส์ลุกขึ้นจอสส์ นี่เป็คำสั่ง ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ๆๆ” ลูซี่เกรี้ยวกราดตวาดใส่เด็กสาวนิรนามอย่างหัวเสียก่อนหันไปเร่งปลุกระดมจอสส์อีกครั้ง
“อย่าลุกเลยจอสส์...หยุดเสียที...ๆๆ”เด็กสาวนิรนามยังไม่ลดเสียงลง พร้อมกับปลายตาเริ่มมีหยดน้ำซึมออกมา ไม่รู้ว่าเพราะเกิดจากถูกข่มขู่หรือสงสารจอสส์กันแน่หรือเป็มันพร้อมกัน
แต่จอสส์ผู้ดื้อดึง้าจะลุกขึ้นมาให้ได้ ตอนนี้มันไม่แน่ใจแล้วว่าเป็เพราะคำสั่งของลูซี่หรือมันสั่งใจมันเองกันแน่จอสส์กัดฟันกรอดเร่งพลิกตัวถีบใส่ฟาลโก้ทั้งที่ร่างอันหมดสภาพเพียงนอนหงายหน้าอยู่การกระทำนั้นทำให้ใบหน้าหลุดออกจากฝ่าเท้ามาได้ก็จริงแต่ฟาลโก้รู้ทันลูกไม้นี้อยู่แล้วจึงกระทืบซ้ำเข้าไปที่ยอดอก จอสส์กระอักเป็เืสดอีกครั้ง
ค่อยๆทรมานอย่าเพิ่งตาย อย่าเพิ่งยอมแพ้ ข้าจะฆ่าจะแกงแกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่อย่างนี้มันสะใจกว่าฮ่าฮ่าฮ่า ฟาลโก้หัวเราะเยาะและกระแทกฝ่าเท้าลงเป้าหมายเดิมอีกหลายครา
“พิการไปซะ”มันคำรามใหญ่โต
เสียงกรีดร้องทรมานของบรรดาผู้ชมรอบเวทีอื้ออึงสับสนอลหม่านตื่นเต้นกับการฆาตกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นเบื้องหน้า
ไม่มีใครคาดคิด!!!
จู่ๆเด็กสาวพลันะโขึ้นมาบนเวทีลอบงับลงไปที่ขาของฟาลโก้ทำให้การโจมตีของมันต้องสะดุดหยุดค้าง
ฟิวท์การ์เซีย ลูซี่ ตาแก่ผู้เป็ปู่ของเด็กสาว และใบหน้าผู้รับชมทุกคนล้วนแตกตื่นจมสู่ความตกตะลึงคล้ายถูกของมีคมฟาดใส่ใบหน้า!คาดไม่ถึงกับการกระทำอันสุดแสนโง่เขลาของสาวน้อยไร้เดียงสาผู้หนึ่ง
การที่ผู้อื่นสอดมือลอบทำร้ายนักสู้บนเวทีอันทรงเกียรติถือเป็ภัยคุกคามอย่างสูงสุดผู้ล่วงละเมิดไม่ว่าจะเป็ผู้ใดมันผู้นั้นย่อมต้องถูกกำจัดทิ้งด้วยความชอบธรรมอย่างสาสม
แม้จะเป็แค่คมเขี้ยวเล็กน้อยของเด็กสาวไร้เดียงสาที่กัดลงบนเนื้อหนังหยาบกร้านของมัน และแทนที่จะสร้างาแแต่ผลกลับตรงกันข้ามฟันของเธอเองต่างหากที่จะต้องล่วงหมดปาก ถึงไม่สามารถสร้างความเสียหายใดแม้รอยขีดข่วนก็ตามแต่ก็เพียงพอแล้วที่ฟาลโก้จะถือวิสาสะเป็เหตุฆ่าฟันระบายโทสะ
รูม่านตาของฟาลโก้ขยายตัวขึ้นจ้องมองเด็กสาวอย่างสับสนเด็กสาวจรจัดที่น้ำตานองหน้า มันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่า ผู้ลงมือลอบกัดมันจะเป็แค่เด็กน้อยอ่อนแอไร้วรยุทธ์คนหนึ่งที่กล้าท้าทายอำนาจขุนเขาที่แม้แต่ยอดยุทธ์ทั่วหล้ายังไม่กล้ากระทั่งจะสบตา
แขนขาลีบเล็กแสนบางเฉียบของเด็กสาวยังเร่งเกาะเกี่ยวเหนี่ยวรั้งอย่างน่ารำคาญเธอพยายามทุกวิถีทางไม่ให้จอสส์ถูกทำร้ายจนตายคาเวที กระทั่งลืมความปลอดภัยของตนเองไปชั่วขณะตาแก่ไร้เรี่ยวแรงซึ่งเป็ปู่ของเธอได้แต่ะโร้องห้ามปรามหลังจากที่หลานสาวของเขาได้ก่อเื่เสี่ยงตายเข้าให้แล้ว
ฟาลโก้แสยะยิ้มทีหนึ่งก่อนค่อยยกฝ่ามืออีกข้างง้างขึ้นแล้วฟาดตบลงมาเด็กสาวหน้าซีดขาวราวกระดาษเมื่อเห็นร่างกายใหญ่ั์ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาในระยะประชิดฝ่ามือข้างนั้นน่ากลัวราวกับปีศาจร้าย เธอเพิ่งจะรับรู้ได้ว่าตัวเองก่อเื่อันไม่สมควรแล้วนำพาตนเองตกสู่ห้วงอันตรายที่ไม่มีใครสามารถช่วยได้ทัน
ผั่วะ!
กรี๊ด!
ร่างเด็กสาวลอยคว้างขึ้นไปในอากาศจากแรงฟาดตบเธอถูกเหวี่ยงทิ้งออกไปจากรัศมีมือเท้าในทีเดียว ร่างของเธอตกกระแทกพื้นนอกเวทีอย่างรุนแรงและตามมาด้วยอาการชักกระตุกอย่างน่าใ ปู่ของเธอรนรานรีบวิ่งเข้าไปประคองอาการ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ปากได้แต่ร่ำร้องให้คนช่วย การ์เซียหายจากตกตะลึงค่อยตามหลังชายชราเข้าแก้ไขอาการ
การ์เซียยกสองนิ้วขึ้นกระแทกเข้าไปที่ทรวงอกของเด็กสาวอาการชักของเธอค่อยทุเลาแล้วจึงสงบลง แต่ลมหายใจของเด็กสาวกลับหอบถี่
“เธอไม่เป็ไรแค่ลมหายใจติดขัด เมื่อกี้ฉันช่วยคลายจุดชีพจรให้แล้ว” การ์เซียประคองเด็กสาวยกศีรษะเธอขึ้นค่อยกดจุดที่ขมับและแผ่นหลังอีกหลายจุดหลังจากนั้นลมหายใจของเธอค่อยกลับเป็ปกติ
“คุณเป็หมอ?”ชายชรายังคงแตกตื่นสีหน้าวิตกกังวล ในใจคิดจะเอ่ยคำขอบคุณแต่กลับออกปากเป็คำถาม
“ตอนนี้ยังไม่ใช่เพราะฉันยังเรียนไม่จบ...ตอนนี้หลานคุณปลอดภัยแล้ว” การ์เซียผงกศีรษะรับทีหนึ่งเมื่อเห็นว่าเด็กสาวพ้นขีดอันตรายแล้ว เธอค่อยปลีกตัวสมทบกับฟิวท์
ฟิวท์เป็คนแรกที่สงบอารมณ์ได้เร็วที่สุดเขาหันหน้าเข้าหาเก้าอี้ตัวหนึ่งนั่งลงอย่างสงบ เขาเฝ้าดูเหตุการณ์มาตลอด และยังคงเฝ้าดูความเป็ไปอย่างเยือกเย็นนิ่งเฉยราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็แค่เื่เล็กน้อย กระทั่งปล่อยให้จอสส์ถูกกระทืบน่วมแล้วน่วมอีก แม้น้องชายตัวเองจะต้องถูกฆาตกรรมในไม่ช้า หรืออย่างดีที่สุดก็แค่กลายเป็คนพิการไปก็ตาม
“ฟิวท์ทำอะไรสักอย่างสิไม่งั้นจอสส์ตายแน่” การ์เซียร้อนรนทนไม่ได้กระแทกเสียงร้องเตือนเขา และไม่เข้าใจสิ่งที่ฟิวท์กำลังคิด
ฟิวท์ตอบสนองแค่การยกมือแตะพนักเก้าอี้มือหนึ่งขยับเสื้อที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่อย่างสุภาพเชื่องช้าและมันก็เผยให้เห็นเสื้อตัวในที่เป็ชุดเพาเวอร์สูทเรืองแสงแสดงสีฟ้าอ่อนอย่างสุขุมเยือกเย็น
“ลุกขึ้นมาจอสส์ลุกขึ้นมา สู้ๆจอสส์” ลูซี่รู้อยู่แก่ใจว่าจอสส์นั้นหมดสภาพลงไปแล้ว เหลือเพียงลมหายใจรวยรินหลังจากหอบถี่มานานแต่ความพ่ายแพ้เป็สิ่งที่เธอรับไม่ได้ จึงยังคงส่งเสียงเชียร์ไม่ขาดสายแต่การกระทำเช่นนี้ยิ่งเป็การยั่วยุให้ฟาลโก้ยิ่งดาลเดือดเืขึ้นหน้า
“ยังไม่พอใจอีกหรือลูซี่”คราวนี้ฟาลโก้ควักมีดพกออกมาจากกระเป๋ากางเกง ตั้งท่าจะกรีดมันลงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยเืของจอสส์มันคิดจะสลักความอัปยศประจานความพ่ายแพ้ให้กับคู่ต่อสู้ไปตลอดกาล “คิดจะแย่งแฟนข้าต้องเจอกับไอ้นี่ไอ้เด็กเวร”
“พอที”ฟิวท์เหลืออดแล้วเมื่อเห็นฆาตกรกำลังลงมือ และไม่เห็นทีท่าว่าจอสส์จะปริปากยอมแพ้
เปรี้ยง!!!
เก้าอี้เหล็กตัวหนึ่งพุ่งทะยานปานจรวดมันกลายเป็อาวุธที่ถูกทุ่มใส่เข้าตัวฟาลโก้อย่างรุนแรงความแรงของมันสามารถซัดชายร่างใหญ่กล้ามโตจนต้องลอยกระเด็ดตกเวทีในครั้งเดียว
มีดพกของฟาลโก้ยังพาลหลุดมือปักลงบนพื้นเวทีเฉียดหัวจอสส์ห่างไปเพียงเส้นขน
จอสส์ผู้ซึ่งไม่ยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดีแสดงความโง่เขลาออกมาอีกครา โดยการดีดตัวลุกขึ้นมาตั้งท่าจะต่อสู้อย่างดื้อด้าน ทั้งๆที่แทบไม่เหลือพลังแม้จะแค่หายใจเขากลับะโเข้าใส่ฟาลโก้ที่กำลังเสียหลักอีกครั้ง หวังเผด็จศึกด้วยมีดพกในมือ
ทว่าท่าโจมตีของจอสส์ถูกหยุดยั้งเอาไว้
แค่เสี้ยววินาที...ฟิวท์ที่อยู่นอกเวทีห่างไปนับสิบก้าวโจนเข้ามาล็อกตัวจอสส์ไว้ในซอกแขนเพียงชั่วพริบตา
จอสส์ตกตะลึงอ้าปากค้าง! ความงุนงงสับสนเข้าแทนที่ความเ็ปชั่วขณะเขาตื่นตระหนกเป็อย่างมาก ที่เห็นฟิวท์สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้รวดเร็วปานสายฟ้าฟาดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนและคราวนี้เขาดิ้นไม่หลุดจากซอกแขนของฟิวท์เหมือนคราวก่อน ราวกับกำลังถูกกักขังอยู่ในลูกกรงเหล็กคับแคบ
“รู้มือกันแล้วเห็นๆอยู่ว่านายสู้มันไม่ได้”
คราวนี้จอสส์เถียงอะไรไม่ออกยอมทิ้งมีดพกในมือตกลงพื้น บ่งบอกความหมายว่ายอมรับตามนั้น
“เข้ามาทั้งคู่เลยไอ้พี่น้องขี้แหย รีบมาตายใต้ตีนข้า... ไอ้หมาลอบกัด” ฟาลโก้ะโกลับขึ้นมาบนเวทีะโท้าทายสาปแช่งสองพี่น้อง
ฟาลโก้ได้รับาเ็เพียงเล็กน้อยจากเก้าอี้เหล็กตัวนั้นแต่ก็ยังเรียกได้ว่าไม่สะทกสะท้าน เพราะก่อนที่จะโดนโจมตี มันเรียกใช้ผนังทองแดงกำแพงเหล็กได้ทันเวลาอย่างเฉียดฉิวไม่เช่นนั้นมันคงกระอักออกมาเป็เืแล้ว
“ฉันยอมรับว่านายเก่ง...”ฟิวท์ว่าพลางหันมองด้วยหางตา
“ฮึ่ม...แน่นอน...”ฟาลโก้ขานรับ ยืดอกขึ้นรับด้วยความเคยตัว
“แต่รู้มั้ยคนที่เก่งกว่านายยังมี”ฟิวท์บอกกับเขา ขณะเดียวกันก็ส่งมอบตัวจอสส์ ปล่อยลงไปที่ด้านล่างข้างเวที ซึ่งการ์เซียคอยรับ่ต่อประคองเขาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม
คราวนี้ฟิวท์ก้าวเท้าไปยืนหยัดเผชิญหน้าและกลับเป็ฝ่ายท้าทายฟาลโก้บนเวที
“ใครเก่งกว่าฉันไอ้ขี้แหย”ฟาลโก้ถามสีหน้าเต็มไปด้วยอาการเยาะเย้ยถากถาง “คงไม่ใช่แก”
“ฉันเอง”ฟิวท์ตอบหน้าตาย น้ำเสียงชั่งราบเรียบ
แต่คำพูดนั้นยั่วยุฟาลโก้ให้โกรธเกรี้ยวอีกครั้ง
“ก็แค่น้อยชายตัวเองยังสู้ไม่ได้ยังเสือกกล้ามาท้าทายข้า” มันคว้าเก้าอี้ตัวนั้นยกฟาดใส่คืนสนอง
ฟิวท์แค่ยกท่อนแขนขึ้นรับอย่างไร้กังวลหน้าตาเฉยแรงกระแทกทำให้เก้าอี้เหล็กตัวนั้นบี้บุบยุบแฟบแหลกคามือแต่ฟิวท์กลับไม่ได้รับความเสียหายแม้รอยขีดข่วน
ฟิวท์ไม่ได้มีวิชายุทธ์คงกระพันชาตรีอย่างผนังทองแดงกำแพงเหล็กไม่รู้จักด้วยซ้ำ แต่นี่เป็ผลพวงจากชุดเพาเวอร์สูทที่ปลดล็อก แล้วแสงสีฟ้าอ่อนก็เรืองรองส่องทะลุเสื้อผ้าเป็สีจาง
ฟาลโก้ฉุดรั้งยั้งคิดว่าฟิวท์อาจไม่ธรรมดาตลอดเวลาที่เคยปะทะกันก็เป็แค่ลมปาก มันไม่เคยลงมือฟาดฟันกันอย่างแท้จริง ที่แท้แล้วไอ้ลูกแหง่นี่มัน...
อาจเป็เสือซ่อนเล็บ!!!
จึงรีบบรรเลงเพลงหมัดบูเทนโดชิกระแทกออกไปไม่คิดรั้งยั้งมืออย่างที่ผ่านมา เขาจัดชุดใหญ่มาเต็มรูปแบบฟิวชั่นคอมโบ กระบวนท่าหมัดเทวะซ่อนกลขบวนโหดโปรดสัตว์วิชาเฉพาะของสำนักบูเทนโดชิถูกแสดงหลั่งไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ดั่งทะเลน้ำตกไม่ขาดสาย
ขบวนโหดโปรดสัตว์
ทุบกะโหลกแยกกะบาน
พญามารอวตาลผลาญบังบด
วิญญูพาลกำสรด
ปราบดาขบถ
บันดาลยศมเหศวร
ธรณีผันผวนก้าวล่วงชะตา
บลาบลา บลา
ผ่านไปหลายสิบกระบวนท่าโหดเชนกับเซ็ปรำพึงชื่อท่าการออกอาวุธ จนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ ถึงแม้ใช้วิชาของสำนัก ยังปิดฉากการต่อสู้ไม่ได้
ฟิวท์ตั้งรับการโจมตีด้วยคาโปเอร่าที่รั้งอันดับสุดท้ายในวิชาสามัญ
แต่ละท่าที่ฟาลโก้ใช้ออกมาล้วนเป็อาวุธลับท่าไม้ตายสุดยอดของสำนักบูเทนโดชิที่ผสานกับร่างผนังทองแดงกำแพงเหล็กจนแทบจะเป็เนื้อเดียวกันทุกการโจมตีที่ใช้ออกรวดเร็วรุนแรงยิ่งผิดแผกกับตอนที่ใช้เล่นงานจอสส์อย่างชนิดฟ้ากับเหว
ทว่าไม่สามารถทำอันตรายฟิวท์ได้เลยแม้แต่น้อยเขาตั้งรับได้ทุกกระบวนท่า และฟาลโก้ก็ไม่ได้เปรียบรูปร่างและพละกำลังอีกต่อไปแม้ฟาลโก้เรียกใช้ผนังทองแดงกำแพงเหล็กเต็มภาค ถึงกล้ามเนื้อเส้นเอ็นและกระดูกจะแข็งแกร่งประดุจเหล็กกล้าก็ไร้ความหมายกับฟิวท์ในตอนนี้
ฟิวท์ต่างจากเมื่อครู่ลิบลับผิดกันอย่างกับคนละคนทั้งความว่องไวและพละกำลังที่เหลือเชื่อ เขาแค่ตั้งรับหลบหลีกหลอกล่อและลื่นไหลตามแบบฉบับศิลปะการต่อสู้ของคาโปเอร่ารอคอยโอกาสจนมองเห็นช่องว่างที่เป็จุดอ่อนคู่ต่อสู้ เขาก็รุกด้วยท่าเตะกลับหลัง
เนกาชิว่าอาอู
ตูม!!!!!
ลูกเตะทรงพลังมหาศาลประดุจช้างทีบกระแทกทีเดียวฟาลโก้ลอยกระเด็นไปชนผนังห้องจนทะลุข้ามฝั่งไปอีกห้องหนึ่ง
ผนังทองแดงกำแพงเหล็กไม่สามารถต้านทานความแรงของฟิวท์ได้แม้แต่น้อยมันแหลกสลายลงไปทันทีและไม่อาจฟื้นคืนสภาพได้อีก
ฝุ่นตลบคละคลุ้งหลังเสียงโครมครามครืนใหญ่ อึกทึกราวแผ่นดินถล่ม พร้อมกับร่างฟาลโก้ที่สลบเหมือดคาซากอิฐซากปูน
นักยุทธ์ทุกคนในที่นั้นปากอ้าตาค้าง!!! โดยเฉพาะจอสส์ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่ายอดฝีมือระดับแชมป์เปี้ยนอย่างฟาลโก้โดนนักสู้โนเนมอย่างขี้แหยฟิวท์กระทืบทีเดียวถึงกับจอดสนิท
คาโปเอร่า
“คาโปเอร่า”จอสส์รำพึงซ้ำ นึกไม่ถึงว่าฟิวท์จะเป็สุดยอดนักยุทธ์คนหนึ่งแล้วฝีมือระดับนี้น่าจะเหนือกว่าทุกคนในที่นี้
จอสส์เคยเข้าใจว่ามาร์เชียลอาร์ตจัดอันดับวิชาสามัญตามความร้ายกาจของวิชายุทธ์แต่เมื่อเห็นคาโปเอร่า ที่รั้งอันดับท้ายสุดกลับล้มคิ๊กบ๊อกซิ่งที่ขึ้นชื่อจั่วหัวอันดับหนึ่งได้อย่างง่ายดายแม้กระทั่งวิชาเฉพาะของสำนักบูเทนโดชิยังถูกโค่นล้มโดยกระทืบเพียงครั้งเดียว
หลังจากนี้เขาคงต้องล้างความคิดเสียใหม่