ตอนที่ 2 บุคคลที่คุ้นเคย
เซล่าเริ่มทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนี้เธอไม่ใช่ ซีโร่ขององค์กรลับอีกต่อไปแล้ว และก็ไม่ใช่เซล่า เด็กน้อยผู้น่าสงสารคนนั้น ต่อจากนี้เธอจะต้องอยู่ที่นี่ในฐานะองค์หญิงริโอน่าแห่งอาณาจักรโอเรียนน่า
ริโอน่าเริ่มปรับสภาพร่างกายที่ไม่ใช่ของตัวเองได้แล้วบางส่วน เพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวได้ตามที่เธอ้า
"กี่โมงแล้วนะตอนนี้..?"
เธอหันซ้ายหันขวามองหานาฬิกาเพื่อดูเวลาว่าตอนนี้เป็เวลาเท่าไหร่แล้ว เธอมองหานาฬิกาทั่วห้องและก็ได้พบนาฬิกาเรือนหนึ่งที่มีขนาดไม่ใหญ่มากอยู่เหนือหัวเตียงนอน
"บ่ายสามแล้วหรอ?" เธอแปลกใจนิดหน่อยเพราะการตื่นครั้งแรกของเธอที่อยู่ที่นี่เหมือนว่าเวลาในตอนนั้นยังเช้าอยู่
"ร่างนี้หลับไปกี่วันแล้วนะ รู้สึกว่าก่อนหน้านี้จะถูกผลักตกน้ำไป"
เธอพึมพำอยู่เพียงลำพังภายในห้องที่แสนกว้างแห่งนี้ หลังจากที่ได้ดูความทรงจำของริโอน่าก่อนหน้านี้ เธอได้เห็นวินาทีที่ริโอน่าตกลงไปในแม่น้ำ แต่ดูเหมือนว่าความทรงจำบาง่ไม่ค่อยปะติดปะต่อกันเท่าไหร่ แต่บุคคลที่ผลักองค์หญิงให้ตกลงไปในน้ำเธอจำได้อย่างขึ้นใจ
"ออกไปข้างนอกหน่อยดีกว่า" น้ำเสียงเรียบๆของเธอดังขึ้น
ริโอน่ารู้สึกอึดอัดใจกับห้องนี้อย่างบอกไม่ถูก เธอจึงเดินไปที่ประตูทางออกเพื่อที่จะออกไปด้านนอก แผ่นไม้สี่เหลี่ยมสีน้ำตาลขนาดใหญ่ที่มีลวดลายแปลกตาถูกทำขึ้นสองฝั่งเพื่อแบ่งด้านประกบกันเป็ประตูที่ทั้งดูแข็งแรงและดูท่าทางจะหนาแน่นเอาเื่ ริโอน่าใช้มือทั้งสองข้างจับที่เหล็กแปลกๆสองอันที่ยื่นออกมาโดยมีรูปร่างที่ดูเหมือนว่าจะเป็ที่เปิดประตู เธอใช้แรงงัดทั้งสองข้างพร้อมกันแล้วผลักประตูออกไปช้าๆ
ปึง!
เสียงเปิดประตูค่อนข้างดังนิดหน่อยแต่เธอก็เปิดได้สำเร็จ
"หนักเกินไปไหมเนี่ย! อย่างกับว่าต้องใช้สองคนผลักงั้นแหละ" เธอบ่นพึมพำกับตัวเองที่รู้สึกว่า ตอนที่เปิดประตูเธอต้องใช้แรงเปิดเยอะเกินไป เธอคิดว่าน่าจะเป็เพราะอาจจะยังไม่ชินกับร่างกายนี้
ริโอน่าที่เปิดประตูสำเร็จและเดินออกมาจากห้องนอนของตัวเอง เธอมองไปรอบๆอย่างตั้งใจ เธอค่อนข้างคุ้นเคยกับทางเดินหรือแม้แต่ห้องเล็กห้องน้อยที่มีอยู่ภายในชั้นนี้ เพราะเธอเคยเห็นในความทรงจำขององค์หญิงมาบ้างแล้ว เธอจึงเดินไปตามทางโดยไม่ลังเลในขณะที่เธอกำลังเดินอยู่ที่โถงทางเดิน เธอเห็นเส้นทางที่ดูเหมือนจะเป็เส้นทางที่ใช้ลงบันไดเพื่อไปยังชั้นล่างที่มีประตูทางออกของตึกนี้อยู่ เธอจึงเดินไปอย่างไม่ลังเล เพราะเธออยากจะออกไปนอกตึก ที่ดูเหมือนจะถูกเรียกว่าคฤหาสน์ขององค์ชาย
แต่แล้วในเวลาเดียวกัน ริโอน่าที่กำลังจะเดินลงที่บันได เธอถึงกับต้องหยุดชะงักลงเพราะมีเสียงเรียกจากทางด้านหลังดังขึ้น
"จะไปไหน" เสียงเรียบๆเย็นๆของชายคนหนึ่งดังขึ้น
เธอจำได้ในทันทีว่าเสียงนั้นเป็เสียงของใคร เธอจึงหันกลับไปเพื่อพบเจอกับเ้าของเสียงดังกล่าว ชายที่มีรูปร่างสูงโปร่งได้ยืนพิงราวบันไดอยู่้าเพื่อรอให้หญิงสาวที่กำลังจะเดินลงบันไดหันกลับมาสบตา
"องค์ชาย" ริโอน่าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ โดยที่ตนไม่ตั้งใจ เนื่องจากความทรงจำค่อยๆทยอยไหลเข้ามาจึงทำให้เธอสับสนเล็กน้อย
"ใช่เราเอง แล้วนี่ท่านจะเดินไปไหน" เสียงทุ้มต่ำที่อยู่ตรงหน้าเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเ็า เขามีใบหน้าที่ค่อนข้างหล่อเหลา ถึงแม้ว่าจะชอบทำหน้าเหมือนโกรธเคืองใครอยู่ตลอดเวลา แต่ชายผู้นี้มีใบหน้าที่เรียวยาวและดวงตาที่แหลมคมแฝงั์ตาสีทองอ่อนๆที่เหมือนกับสีตาขององค์หญิง ส่วนสีผมของเขาก็เป็สีดำอ่อนๆเช่นกัน ทรงผมที่เผยอยู่มีลักษณะคล้ายๆทรงอันเดอร์คัตเปิดบนเล็กน้อยและซอยสไลด์ให้ดูมีระดับสั้นยาวและหน้าม้าที่ถูกซอยสไลด์แสกกลาง ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือใบหน้าของชายที่ได้ชื่อว่าเป็คู่หมั้นขององค์หญิง
"ว่าจะออกไปข้างนอกหน่อย" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
"ข้างนอกงั้นหรอ? นี่ท่านหายดีแล้วงั้นหรอ?" เขาถามย้ำคำด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
"แล้วคิดว่ามีตรงไหนอ่อนแอรึไง" เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่เ็าราวกับเฉือนเนื้อเขาออกมา
แม้ว่าโดยปกติแล้วเธอจะเป็คนที่ชอบพูดเรียบๆอยู่แล้วก็ตามแต่เพราะสถานการณ์แบบนี้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดใจและก็ไม่อยากพูดคุยอะไรกับเขามากนัก เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอคือคนที่ผลักองค์หญิงตกน้ำไป
"ก็นั่นสินะ! ถ้าเดินเพ่นพ่านได้ขนาดนี้ คงหายดีแล้วจริงๆ" เขาตอบเธอด้วยเสียงเรียบๆขณะที่ค่อยๆเดินลงบันไดมาอย่างช้าๆ
"ก็คงจะอย่างงั้น" ริโอน่าตัดบทอย่างเยือกเย็น
เขาได้รับคำตอบของริโอน่าจึงหยุดคิดไปชั่วครู่ ในขณะที่กำลังค่อยๆเดินลงบันไดไปด้วย เขามองหน้าของเธอสลับกับมองไปบริเวณรอบๆ
"....."
เธอเห็นว่าเขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอจึงรีบหันหลังกลับเพื่อเดินลงบันไดที่ตั้งใจไว้ว่าจะเดินลงไปในตอนแรก
"เดี๋ยว!" เสียงเ็าของเขาเอ่ยขึ้น
"ไม่มีอะไรจะบอกเรางั้นหรอ?" เขาถามเธอในขณะที่เขาก็กำลังเดินลงบันไดตามเธอมาด้วย
"บอกอะไร? เรายังมีเื่ที่ต้องคุยกันด้วยหรอ?" ริโอน่ายังคงตอบด้วยน้ำเสียงไร้เยื่อใยขณะที่เธอก็ไม่ได้คิดที่จะหันกลับไปมองเขา
เมื่อเธอไม่ได้อยากที่จะพูดคุยกับเขาอยู่แล้ว เมื่อเธอพูดจบเธอจึงเดินก้าวเท้าลงบันไดต่อทันที เธอไม่รู้เลยว่าคนที่อยู่ด้านหลังของเธอจะทำหน้าแบบไหนหรือกำลังคิดอะไรอยู่ เธอไม่ได้สนใจอะไรเขาขนาดนั้น เพราะเธอคิดว่าเขาไม่ใช่คนที่เธออยากจะเสวนาด้วย
"ริโอน่า!!" เสียงะโราวกับตะคอกดังขึ้นด้วยความโมโห เทรย์เวอร์เรียกริโอน่าด้วยความหงุดหงิด เพราะโมโหที่เธอไม่คิดที่จะหันกลับมาตอบคำถามเขาดีๆ เทรย์เวอร์รีบเดินลงบันไดเพื่ออ้อมมาหยุดอยู่ตรงหน้าของริโอน่า
"พอตกน้ำไปแล้วท่านสมองเสื่อมรึไง จำไม่ได้หรอว่าท่านพูดอะไรกับเราไว้" น้ำเสียงที่ดูโกรธเคืองของเขาได้เอ่ยต่อหน้าเธอที่มีแววตาที่ค่อนข้างไร้อารมณ์
"ใช่ เราจำไม่ได้และก็น่าจะลืมไปด้วยเลย ว่าใครผลักเราให้ตกลงไป" ริโอน่าเชือดเฉือนด้วยคำพูดที่สุดแสนจะเ็า
"นั่นสินะ! หรือว่าจริงๆแล้ว... คนที่ควรตกลงไปน่าจะเป็เรามากกว่า" เทรย์เวอร์พูดด้วยสีหน้าที่เ็าผิดกับน้ำเสียงก่อนหน้าที่ค่อนข้างออกไปทางโมโหโทสะมากกว่า เขากล่าวจบก็เบือนหน้าหนีทันทีและเดินสวนกลับขึ้นไปทางเดิมที่เขาเดินลงมาเมื่อครู่
ริโอน่ารู้สึกแปลกๆในคำพูดตอนท้ายของประโยคที่เขาเอ่ยขึ้น เธอเห็นเขาผลักองค์หญิงตกน้ำไปก็จริง แต่เธอไม่ได้เห็นเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นเลย เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ เธอรู้อยู่แล้วว่าองค์หญิงในความทรงจำเป็คนแบบไหน และก็เห็นด้วยว่าเทรย์เวอร์เขาปฏิบัติต่อองค์หญิงแบบไหน เธอจึงรู้สึกแปลกๆที่เขาพูดราวกับว่าเขาไม่ได้เป็คนผลักองค์หญิงให้ตกน้ำ
เฮ้อ!
เธอถอนหายใจเบาๆ เพราะไม่อยากต้องมาคิดเื่ของคนที่ไม่รู้จักแบบนี้เลย เธอไม่อยากคิดอะไรตอนนี้จึงรีบเดินลงบันไดไปที่ชั้นหนึ่งทันที
เมื่อเดินถึงชั้นแรกก็มีประตูทางออกที่แสนจะใหญ่โตตั้งอยู่ใจกลางคฤหาสน์หลังนี้ เธอเห็นก็รู้ทันทีว่านั่นจะต้องเป็ทางออก เธอจึงรีบเดินออกไปทันที
เมื่อเธอเดินออกมาด้านนอกคฤหาสน์ได้สำเร็จ เธอจึงเดินไปตามถนนที่ถูกสร้างขึ้นอย่างละเอียดอ่อน ถนนที่ถูกสร้างได้ทอดยาวออกไปจนแทบมองไม่เห็นปลายทาง บวกกับต้นไม้สูงใหญ่ที่ถูกปลูกไว้ตามข้างทางจนทำให้มองไม่เห็นรอบๆของคฤหาสน์ และก็ยังมีต้นไม้อีกมากมายที่ถูกปลูกไว้เต็มพื้นที่ไปหมด จนไม่สามารถมองออกไปด้านนอกกำแพงที่ถูกสร้างเพื่อล้อมรอบคฤหาสน์หลังนี้ได้ ริโอน่ารู้สึกว่าทางออกของคฤหาสน์แห่งนี้มันยังมีอยู่จริงๆใช่ไหม เพราะแทบจะกว้างสุดลูกหูลูกตาเหลือเกิน
ขณะที่เดินมาเรื่อยๆสายตาของริโอน่าได้สะดุดเข้ากับทางแยก ทางหนึ่งที่อยู่ด้านซ้ายมือของเธอ เธอเห็นดอกไม้ที่ปลูกเป็เส้นทางเพื่อเชิญชวนให้เข้าไปข้างใน เธอจึงคิดว่าทางนี้น่าจะเป็ทางที่มีสวนดอกไม้อยู่อย่างแน่นอน เธอจึงมุ่งหน้าตรงต่อไปอย่างไม่ลังเล
ด้วยความที่เดินมาอย่างเรื่อยเปื่อย โดยไร้ซึ่งจุดหมาย เธอบังเอิญได้พบกับศาลาริมน้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งจะเรียกว่าศาลาก็ยังไงอยู่เพราะที่นี่เหมือนจะเป็ที่สำหรับนั่งจิบชามากกว่า และที่ทำให้เธอแปลกใจมากที่สุดก็คือสิ่งปลูกสร้างของที่นี่ดูสวยไปหมดทุกอย่าง ดูหรูหราเกินไปสำหรับคนอย่างเธอ
ในขณะที่มองไปรอบๆ เธอฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าที่แห่งนี้คือที่ที่องค์หญิงได้พลัดตกลงไป ริโอน่ามองไปที่แม่น้ำที่กำลังไหลอย่างสงบนิ่ง เธอเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็อย่างดีเพราะความทรงจำค่อยๆไหลเข้ามาราวกับกระแสน้ำ
กล่าวถึงก่อนหน้านี้ที่ริโอน่าสามารถพูดและสื่อสารกับเทรย์เวอร์ได้อย่างปกติเพราะคำศัพท์ต่างๆที่มิติแห่งนี้ไม่ได้แตกต่างจากโลกเดิมของเธอเท่าไหร่ เธอจึงเรียนรู้จากความทรงจำที่มีขององค์หญิงเพิ่มเติม และทำให้เธอรู้ว่าควรพูดอะไรตอนไหนและพูดอย่างไรกับใคร เธอจึงคิดว่าเธออาจจะอยู่ที่นี่ได้โดยไม่มีใครสงสัยในตัวเธออย่างแน่นอน
ในขณะที่ริโอน่ากำลังนั่งคิดอะไรไปเรื่อย เธอไม่ได้สังเกตเลยว่ามีคนกำลังมองดูเธออยู่จากที่ห่างไกล
ขอกล่าวถึงคฤหาสน์หลังนี้เล็กน้อย แม้ว่าที่นี่จะมีขนาดกว้างมากก็จริงแต่ถ้ามองจากที่สูงก็สามารถมองเห็นพื้นที่ต่างๆรอบนอกคฤหาสน์ได้ และคฤหาสน์แห่งนี้มีทั้งหมดเจ็ดชั้น ซึ่งถ้าอยู่บนชั้นเจ็ดแล้วมองลงมาจะสามารถเห็นรอบๆคฤหาสน์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งชั้นเจ็ดที่กล่าวมานั้นเป็ชั้นบนสุดเป็พื้นที่สำหรับองค์ชายเพียงคนเดียวเท่านั้น หากใครไม่ได้รับอนุญาตก็จะไม่สามารถเข้าไปได้
//คฤหาสน์ชั้นที่เจ็ด//
"มองอะไรอยู่หรอครับองค์ชาย" เสียงนิ่งๆของชายวัยกลางคนดังขึ้น
"นั่นนะสิ! มองอะไรดีล่ะ ข้างนอกก็กว้างออกขนาดนี้ เราควรมองสิ่งใดดี" น้ำเสียงเรียบๆของเขาตอบกับชายคนนั้นอย่างสงบนิ่ง
เ้าของเสียงที่ถามเทรย์เวอร์ก็คือบารอน ที่เป็หัวหน้าพ่อบ้านของคฤหาสน์แห่งนี้ บารอนได้รับอนุญาตให้เข้าออกชั้นนี้ได้เพียงคนเดียวเท่านั้นเพราะเขาเป็คนที่เทรย์เวอร์ไว้ใจที่สุด บารอนคอยดูแลเทรย์เวอร์มาั้แ่ยังเด็ก ซึ่งเมื่อเทรย์เวอร์เติบโตขึ้นบารอนก็ได้ตามมาเป็พ่อบ้านให้แก่คฤหาสน์ของเทรย์เวอร์เช่นกัน
"องค์ชาย?" บารอนเอ่ยซ้ำเพราะเห็นเทรย์เวอร์กำลังนั่งเหม่อ
"อ๋อ โทษที เรามัวแต่เหม่อน่ะ... ว่าแต่หมอว่ายังไงบ้างล่ะ เกี่ยวกับร่างกายขององค์หญิงน่ะ" เทรย์เวอร์เอ่ยขณะที่ตาก็ยังมองไปด้านนอกหน้าต่าง
"ไม่ได้มีอะไรผิดปกตินะครับ เพราะท่านช่วยองค์หญิงขึ้นมาได้ทันเวลา ร่างกายขององค์หญิงจึงไม่เป็อะไรมาก" บารอนตอบคำถามด้วยวาจาท่าทางที่ค่อนข้างสุขุมนุ่มลึก
"งั้นหรอ? ขนาดไม่ได้เป็อะไรมาก แต่ก็ยังไม่ได้สติมาสามวัน" เทรย์เวอร์พูดขณะที่กำลังลุกลี้ลุกลนมองหาอะไรบางอย่างที่อยู่นอกหน้าต่างนั่น
"เห็นหมอบอกว่า คงเป็เพราะขาดอากาศหายใจชั่วขณะน่ะครับ เลยทำให้ได้สติช้า" บารอนเห็นเทรย์เวอร์มีท่าทีแปลกๆแต่เขาก็ไม่ได้ทักท้วงแต่อย่างใด
"อ๋อ งั้นก็ดีแล้วล่ะ นางจะได้กลับมาอาละวาดตามใจชอบเหมือนเคย" เขาพูดอย่างเรียบๆในขณะที่ตาก็ยังคงมองไปที่นอกหน้าต่าง
"องค์ชายครับ ผมถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ"
เทรย์เวอร์รู้สึกว่าอาจเป็คำถามที่สำคัญเขาจึงรีบหันกลับมาหาบารอนที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา "ว่ามาสิ"
"ทำไมท่านไม่ขอถอนหมั้นองค์หญิงล่ะครับ ท่านไม่ได้รู้สึกอะไรกับองค์หญิงเลยไม่ใช่หรอ เหตุใดจึงไม่ตัดขาดไปซะเลย เวลาก็เริ่มใกล้เข้ามาแล้วนะครับถ้าปล่อยไว้แบบนี้มันจะสายไปเกินแก้แล้วนะครับ" บารอนเอ่ยด้วยเสียงนิ่งเรียบ
"เราไม่อยากผิดสัญญาที่ให้ไว้กับท่านพ่อท่านแม่น่ะ" เทรย์เวอร์ตอบคำถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ
"แต่ว่าพวกท่าน..."
เฮ้อ!
บารอนถอนหายใจออกมาและไม่พูดอะไรต่ออีก เพราะรู้ว่าหากพูดอะไรไปมากกว่านี้คงจะไม่ดีต่อองค์ชายแน่นอน
"ไม่ต้องห่วงหรอกนะ นางก็ทำได้แค่อาละวาดไปมาเท่านั้นแหละ เดี๋ยวโตกว่านี้อีกหน่อย นางคงดีขึ้น" เสียงเรียบๆที่ปะปนไปด้วยความคิดที่ซับซ้อนของเทรย์เวอร์
บารอนส่ายหน้าเบาๆ "ไม่หรอกครับองค์ชาย ท่านยังหวังว่าองค์หญิงจะดีขึ้นอีกหรอครับ" เขาเอ่ยอย่างเรียบเชียบ
"ก็แค่แอบคิดว่าสักวัน นางอาจจะกลับมาเป็คนเดิมเมื่อสิบปีก่อนก็ได้" เทรย์เวอร์พูดจบเขาแอบยิ้มจางๆพร้อมกับหันไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง ดวงตาของเขาฉายภาพของหญิงสาวที่กำลังนั่งเหม่ออยู่ที่ศาลาริมน้ำเพียงลำพัง เขามองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนผิดกับตอนที่เจอกันที่บันไดมากๆ ซึ่งเขาก็เป็แบบนี้มาั้แ่แรก เวลาที่อยู่ต่อหน้าองค์หญิงเขามักจะทำตัวเ็าและพูดจาถากถางองค์หญิง เพราะที่ผ่านมาองค์หญิงชอบทำตัวเองแต่ใจและเที่ยวอาละวาดไปเรื่อย จนทำให้องค์ชายไม่อาจนิ่งเฉยได้ เขาจึงเลือกที่จะเ็าใส่เธอเพื่อดัดนิสัยที่ร้ายกาจของเธอให้เบาลง แต่ก็ไม่ค่อยเกิดผลลัพธ์สักเท่าไหร่เพราะเธอก็ยังคงอาละวาดเรื่อยมาจนถึงเมื่อสามวันก่อนที่เธอพลัดตกลงแม่น้ำและเพิ่งได้สติกลับมาวันนี้
และขอกล่าวถึงเื่ราวของทั้งคู่เมื่อสิบปีก่อน ตอนองค์หญิงอายุราวๆสิบห้าปี องค์หญิงได้พบกับองค์ชายครั้งแรกที่อาณาจักรของเธอ ซึ่งครอบครัวขององค์ชายได้ไปที่อาณาจักรขององค์หญิงเพื่อสานสัมพันธ์ที่มีมายาวนานั้แ่สมัยก่อน
องค์ชายได้พบองค์หญิงโดยบังเอิญ ซึ่งตอนนั้นองค์หญิงกำลังช่วยเหลือนกที่กำลังาเ็จากการถูกคนแม่นธนูยิงเพื่อความสนุก ตอนนั้นองค์ชายประทับใจในตัวองค์หญิงเป็อย่างมาก และทั้งคู่ได้รู้จักกันจนกลายมาเป็เพื่อนสนิทกันในที่สุด
ทั้งสองคนได้พบกันปีละสองสามหน เพราะอาณาจักรของทั้งคู่ไม่ได้อยู่ใกล้กันมากนัก ซึ่งในปีที่ห้าองค์ชายที่ได้กลับมาเยือนที่อาณาจักรขององค์หญิงอีกครั้ง เขาแปลกใจเป็อย่างมากที่ได้เห็นท่าทีขององค์หญิงที่เปลี่ยนไป เขารู้สึกว่าคนคนนี้ไม่ใช่องค์หญิงที่เขาเคยรู้จักมาก่อน องค์ชายที่เคยชื่นชมในตัวองค์หญิง ตอนนี้กลับเริ่มตีตัวออกห่างเธอเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งทั้งสองคนได้กลายมาเป็คู่หมั้นกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่ออายุของทั้งคู่ครบยี่สิบสอง ทางผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายก็ได้จัดงานหมั้นขึ้นอย่างกระทันหัน และทำให้เื่ราวทั้งหมดได้เริ่มต้นขึ้นต่อจากนั้น
//ศาลาริมน้ำ//
ริโอน่าที่นั่งเล่นอยู่ที่โต๊ะบนศาลาริมแม่น้ำอย่างสบายใจ เธอไม่ได้คิดเื่ของคนที่นี่มากมายเท่าไหร่ เพราะณ เวลานี้คือเวลาที่สงบที่สุดในชีวิตของเธอแล้ว เธอรู้ว่าการอยู่เงียบๆรับลมเย็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้ต้องใช้ชีวิตไปกับการทำภารกิจ ทั้งสืบข้อมูลลับปลอมตัวรบราฆ่าฟันเธอรู้สึกว่า่เวลา ณ ตอนนั้นเป็อะไรที่ค่อนข้างหม่นหมองสำหรับเธอ
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าเล็กๆของใครบางคนกำลังเดินเข้ามาใกล้ๆ ริโอน่าที่นั่งหันหน้าเข้าหาแม่น้ำที่อยู่ริมฝั่งเธอรับรู้ได้ในทันทีว่ามีใครบางคนกำลังเดินเข้ามาใกล้ๆ เธอจึงรีบหันไปมองเ้าของเสียงฝีเท้านั่นทันที
ร่างเล็กๆกำลังค่อยๆย่างกรายเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าที่ดูสดใสของเธอมีความน่ารักน่าเอ็นดูเป็อย่างมาก แม้จะพบเจอกันเป็ครั้งแรกแต่ก็รู้สึกประทับใจกับรอยยิ้มที่เธอส่งมาให้
"องค์หญิงคะ ใกล้มืดแล้วนะคะ เข้าด้านในกันเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายอีกนะคะ" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานนุ่มละมุนใจอย่างมาก
"ลูซี่" ริโอน่าเอ่ยออกมาอย่างไม่ตั้งใจ เพราะภายในจิตใจของเธอกำลังมีภาพความทรงจำของเด็กสาวที่ค่อยๆผุดขึ้นมาเรื่อยๆ
"ก็ใช่สิคะ ลูซี่เอง" แววตาที่สดใสเพียบพร้อมไปด้วยเสียงที่ไพเราะของเธอทำให้ริโอน่ารู้สึกสบายใจั้แ่แรกเจอ
ลูซี่เป็สาวใช้ส่วนตัวขององค์หญิง ซึ่งความทรงจำบอกว่าเธอคนนี้เป็เด็กที่ซื่อตรงและซื่อสัตย์กับองค์หญิงเป็อย่างมาก แม้ว่าที่ผ่านมาองค์หญิงมักจะระบายอารมณ์ร้ายๆใส่เธออยู่บ่อยๆ แต่เธอก็ไม่เคยหนีองค์หญิงไปไหน ั้แ่เด็กจนโตก็มีแค่ลูซี่ที่คอยอยู่ข้างกายองค์หญิงมาตลอด
อะ!
ริโอน่าที่มัวแต่เหม่อเพราะมองความทรงจำสลับกับมองใบหน้าของเด็กสาว
"โทษทีนะลูซี่ พอดีเรานั่งคิดอะไรเพลินๆน่ะงั้นเราเข้าข้างในกันเถอะ" ริโอน่ารีบตอบคำถามของเธอก่อนหน้านี้
ลูซี่เอียงคอเล็กน้อย ด้วยความสงสัยจึงได้เอ่ยถามริโอน่าอย่างเบาๆ "เอ่อ องค์หญิงรู้สึกไม่ดีรึเปล่าคะ หรือว่าไม่สบายใจเื่องค์ชาย..."
ยังไม่ทันสิ้นเสียงของลูซี่ ริโอน่าพูดดักคอขึ้นมาเสียก่อน
"ไม่มีอะไรหรอกลูซี่ เราสบายดี เข้าด้านในกันเถอะเราอยากพักผ่อนแล้วล่ะ" น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาดูกระตือรือร้นอย่างจงใจจนน่าแปลก
ริโอน่าได้ตอบลูซี่ทันทีเพราะไม่อยากให้คำถามถูกยืดเยื้อไปมากกว่านี้และก็อยากให้นางรู้สึกสบายใจด้วยเพราะถ้านางรู้ว่าเราไม่ใช่องค์หญิงของนาง นางคงรู้สึกไม่ดี เมื่อบทสนทนาจบลงทั้งคู่จึงได้พากันเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ และขึ้นไปห้องนอนขององค์หญิงที่อยู่ภายในชั้นที่สามของคฤหาสน์หลังนี้ ส่วนห้องขององค์ชายจะอยู่ที่ชั้นห้าของคฤหาสน์ แม้ทั้งคู่จะอยู่ในคฤหาสน์หลังเดียวกันแต่กับรู้สึกว่าความห่างไกลมันช่างราวกับอยู่กันคนละอาณาจักร
ก่อนหน้านี้ความรู้สึกที่ไม่อาจสื่อถึงกันได้ทำให้องค์หญิงและองค์ชายไม่สามารถเข้าใจกันได้ ทั้งคู่จึงไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่ แม้ว่าองค์หญิงจะรักองค์ชายมากแค่ไหน แต่ความรักที่ไม่เคยตรงกันมันเลยยิ่งทำให้ความรู้สึกรักกลับกลายเป็ความรู้สึกอยากเอาชนะมากกว่า