“ต่างประเทศอยู่ไกลเวอร์ ๆ ต่อไปน้องไม่มาแล้วค่ะ” เธอออกปากทันควัน คงจะเข็ดเพราะการเดินทางที่ยาวนาน
((ฮ่าฮ่า) )
“ถึงแล้วน้องง่วงเวอร์ ๆ เลยค่ะ” เมื่อถึงที่พักเด็กหญิงมองเห็นเตียงนอนแสนกว้าง ทำให้เธอรู้สึกง่วงทันที ก็การนอนบนเครื่องบินมันทำให้ร่างกายของเธอปวดเมื่อย
“ง่วงก็นอนนะคะ แม่ก็เหนื่อยเหมือนกัน” ผู้เป็นแม่ลูบหัวลูกสาว และดึงผ้าห่มคลุมให้ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าของนักรบ
“ผมพักอยู่ห้องตรงข้าม ถ้ามีอะไรเรียกผมได้นะน้ำส้ม”
“อ้าว...ฉันนึกว่า...”
“นึกว่าอะไรครับ หื้ม?”
คำบอกกล่าวของนักรบทำให้น้ำส้มเกิดคำถาม เธอนึกว่าเขาจะอยู่ด้วยกันเสียอีก คิดไม่ถึงว่าคนกะล่อนแบบเขาจะมีมุมสุภาพบุรุษกับเธอเช่นนี้ มันผิดแปลกไปในความคิดของเธอ แต่คนกะล่อนก็ยังคงเป็นคนกะล่อนอยู่วันยังค่ำ เขาไม่พูดเปล่าทิ้งระยะ แต่กลับโน้มตัวลงเข้ามาใกล้ จนเธอแทบเสียการทรงตัว กรูถอยหลังหลบจนตัวเอน
“เปล่าค่ะ...กลับห้องคุณได้แล้วไป ฉันของีบให้หายเหนื่อยสักพัก” ความเจ้าเล่ห์ของนักรบทำให้น้ำส้มเขินอาย ใบหน้าเห่อแดงระเรื่อ จนต้องแก้เขินด้วยการดันหลังเขาให้ออกจากห้องไป
“อยากให้ผมอยู่ด้วยล่ะสิ” ไม่วายแซวคุณแม่ลูกติดให้เคอะเขินหนักกว่าเดิม
“หลงตัวเองอีกแล้วนะคุณ”
“ฮ่าฮ่า เดี๋ยวผมมาหานะ แล้วค่อยไปหาอะไรอร่อย ๆ ทานกัน”
“ค่ะ คุณก็รีบไปพักเถอะเดินทางมาเหนื่อย ๆ”
“ขอจุ๊บที”
“แล้วเจอกันนะคะ”
“ครับผม”
การกล่าวลาด้วยรอยจูบอันแสนหวาน ทำให้ทั้งเขาและเธอต่างมีรอยยิ้มแห่งความสุข ก่อนจะแยกจากกันเพื่อพักผ่อนให้สบายกาย เป็นภาพความหวานที่ตราติดและดีต่อใจของคนทั้งสอง จนไม่อยากแยกห่างจากกันแม้เพียงเสี้ยววินาที
เช้าวันใหม่กับการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ ที่นักรบพาคนรักและลูกเลี้ยงตัวกลม เข้ามาชมการแข่งขันทีมโปรดในดวงใจ เสื้อกีฬาแท็กทีมสีแดง บ่งบอกถึงการเป็นแฟนคลับ พวกเขานั่งข้างสนามด้วยความตื่นตา โดยเฉพาะเด็กหญิงมะนาวที่ไม่เคยได้สัมผัสการชมแบบติดขอบสนามเช่นนี้ มีผู้คนมากมายที่พูดกันคนละภาษากับเธอ สายตากลมโตได้แต่กวาดมองอย่างผู้ไม่เคยพบเห็นด้วยความสงสัย แต่หนูน้อยก็ยังมีรอยยิ้มพิมพ์ใจหากใครส่งยิ้มให้แก่เธอ
“คุณแม่ขาทำไมคนยั๊วเยี๊ยะจังเลยคะ” น้องมะนาวเงยหน้าถามผู้เป็นแม่ด้วยความสงสัย ผู้คนนับหมื่นนับแสนที่รายล้อมจนละลานตาส่งเสียงโห่ร้องดังก้อง จนบางครั้งเด็กหญิงต้องเอามือปิดหูไว้
“คนเยอะแยะค่ะน้อง” คำพูดที่เด็กหญิงใช้ผิดรูป จนแม่ต้องแก่ต่างให้เธอเข้าใจใหม่ แต่มันกลับสร้างรอยยิ้มให้กับผู้เป็นแม่และพ่อเลี้ยงของเธอ
“นั่นแหละค่ะ คนเยอะแยะเลยน้องเริ่มจะหนวกหูแล้ว” เด็กหญิงบอกเล่าด้วยความใสซื่อ
“ก็มันเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่คนสนใจไงครับ คนเลยเยอะแยะจะได้สนุก ๆ ไง” นักรบอธิบายหวังให้เด็กน้อยเข้าใจ
“แต่มันเสียงดังนะคะแดดดี๊” เด็กหญิงแย้ง
“เสียงดังแต่สนุกนะ น้องรอดูสิครับ ถ้านักฟุตบอลลงสนามแล้วแย่งลูกบอลกัน มันจะสนุกมาก ๆ เลยนะ” นักรบอธิบายต่อ
“เป็นอย่างนั้นเหรอคะ?”
“ครับ...อีกแป๊บเดียวรอดูนะ เชียร์ทีมใส่เสื้อสีแดงเหมือนพวกเรา”
“โอเคค่ะ”
จากนั้นไม่นานการแข่งขันก็เริ่มขึ้นด้วยความตื่นเต้นและลุ้นระทึก ในสนามที่มีผู้คนวิ่งแย่งฟุตบอลกันทำให้เด็กหญิงมะนาวเริ่มเกิดความสนุกสนาน เธอหัวเราะชอบใจในแบบความคิดเด็ก ๆ ที่ผู้คนคงยื้อแย่งกันเหมือนกับที่เธอแย่งของเล่นกับเพื่อนในห้องเรียน
“วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่งให้เร็วเหมือนน้องสิคะ....แดดดี๊ขาคนนั้นชื่ออะไรคะ คุณลุงที่ผมฟู ๆ” เด็กหญิงเริ่มส่งเสียงเชียร์และปรบมือให้กำลังใจนักเตะที่กำลังอยู่ในสนาม นำพาลูกฟุตบอลไปยังหน้าประตูของคู่แข่ง
“ซาร่าห์ครับ” นักรบให้คำตอบแก่เธอ
“ซาร่าห์จู้ ๆ น้องเชียร์อยู่ตรงนี้เห็นน้องไหม” เด็กหญิงเริ่มสนุกสนานมากขึ้น เธอลุกยืนบนขาของนักรบเพื่อให้มองเห็นชัดเจน ทำเอานักรบจับเอวกลมไว้แทบไม่ทัน เพราะความซุกซนที่แสนน่ารัก จนผู้เป็นแม่กลั้นขำไม่ไหว เธอรู้สึกมีความสุขมากในยามนี้ โดยเฉพาะที่เห็นลูกสาวร่าเริงและยิ้มแย้มแจ่มใส
“มะนาวเอ๊ย” ผู้เป็นแม่พึมพำและส่ายหัวเบา ๆ เอ็นดูลูกสาวตัวน้อยที่เชียร์ฟุตบอลอยู่ข้างสนามอย่างเมามันอย่างกับผู้ใหญ่
“จี๊ด จี๊ด ขาแดดดี๊จะหัก หนูกระโดดไม่ดูน้ำหนักตัวเองเลยเนอะ จี๊ด โอ๊ย! ขาแดดดี๊ลูก” นักรบร้องโอดโอย เมื่อน้องมะนาวกระโดดย่องบนขาของเขา ด้วยน้ำหนักตัวที่ไม่ธรรมดาของน้องมะนาว เลยสร้างความเจ็บปวดแก่นักรบผู้เป็นที่รองรับความหนักอึ้งเต็ม ๆ
“น้องนั่งลงดีไหมคะ แม่ว่าจะบังคนอื่นเอานะ” ผู้เป็นแม่จับแขนลูกสาวแล้วบอกกล่าวเหตุผล
“ก็ได้ค่ะ” เด็กหญิงเชื่อฟังอย่างว่าง่าย เธอค่อย ๆ ย่อเข่าแล้วนั่งลงหน้าขาของนักรบด้วยความเบา และมีนักรบคอยจับประคองเพื่อให้เธอปลอดภัย
“ทำเอาขาคุณอานักรบช้ำหมดแล้วมั้งแม่ว่า” ผู้เป็นแม่เอ่ยแซว
“คุณอา?” แต่แล้วก็มีคำที่ทำให้สะดุดหูของนักรบ จนเขาชักสีหน้าไม่พอใจ คิ้วขมวดจนแทบผู้เป็นโบ หันมามองน้ำส้มอย่างเป็นคำถาม
“ฉันพูดผิดตรงไหนคะ?” เธอรู้แก่ใจว่าเขาหมายถึงอะไร แต่ก็ยังปั้นหน้านิ่งให้คำตอบยั่วโมโหคนฟัง ก็แค่อยากแกล้งเล่น ทั้งที่รู้ว่านักรบชอบให้ลูกสาวของเธอเรียกเขาว่าอะไร
“อยากให้ความอดทนของผมหมดลงใช่ไหม ถึงได้กล้าท้าทายขนาดนี้ ต้องให้ผมฝังคำว่าสามีใส่ตัวคุณจริง ๆ ใช่ไหมน้ำส้ม” นักรบจริงจังเขาข่มขู่เพียงเพราะคิดว่าน้ำส้มลืมเลือน ในสิ่งที่เขาร้องขอและย้ำเตือน
“พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย” และนั่นก็ทำให้น้ำส้มเขินอาย เมื่อคำขู่ของนักรบมันล่อแหลมที่ได้ฟัง แต่เขากลับดูไม่สะทกสะท้านใด ๆ ที่พูดมันออกมาต่อที่สาธารณชน แม้จะเป็นคนละภาษาก็ตาม
“ผมพูดจริง...ไม่ต้องสุภาพบุรุษแม่งละ หึ!” เขายังไม่คิดยอม แสดงความเง้างอนออกมาชัดเจน โดยไม่สนใจน้องมะนาวที่นั่งบนตัก มองหน้านักรบและน้ำส้มสลับกันไปมาอย่างไม่เข้าใจ
“เวอร์เกินเบอร์พอ ๆ กับมะนาว” น้ำส้มแซวพร้อมกับดีดแก้มของนักรบอย่างหยอกเย้า
“เอาจริงนะบอกเลย เดี๋ยวเถอะอย่าได้เผลอผมจัดการคุณแน่คอยดู” เขาหันหน้ามาพูดอย่างจริงจังและชี้นิ้วขู่ ก่อนจะหยิบที่พวงแก้มสีชมพูระเรื่อเบา ๆ ...ก็เขากลัวเธอจะเจ็บจึงหยอกเบา ๆ
“ดูบอลไปค่ะ” เธอปัดมือของเขาออก แล้วจับหน้านักรบให้มองตรงไปยังสนามที่ยังมีการแข่งขันต่อเนื่อง