“มีลูกให้กับผม”
“มีลูกให้กับคุณ” ปัณรสที่ได้ยินคำตอบจากธณายุ ก็ถามย้ำด้วยความแน่ใจอีกครั้งว่าเธอได้ยินไม่ผิด ซึ่งคนทางนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ยังคงนิ่งเงียบอยู่เช่นนั้น
“...........”
“ไม่มีทาง ฉันจะไม่มีวันมีลูกให้กับคุณเป็อันขาด”
“งั้นก็เลือกเอาแล้วกันนะ ว่าคุณจะยอมมีลูกให้กับผมแต่โดยดี หรือว่าจะยอมให้พี่ของคุณตายเพื่อชดใช้หนี้ของตัวเอง ชีวิตแลกชีวิต” ธณายุเห็นปัณรสมีท่าทีว่าจะไม่ยอมทำตามที่เขา้าง่ายๆ เขาก็ให้ตัวเลือกกับเธอด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย ไม่ได้แสดงอาการโกรธหรืออาการใดๆ ออกมา ซึ่งทางเลือกที่เขาได้บอกกับหญิงสาวนั้น นอกจากเขาจะช่วยให้เธอได้ตัดสินใจง่ายขึ้นแล้ว เขาก็ยังอยากจะรู้เช่นเดียวกันว่าหญิงสาวจะเลือกทางไหน เลือกที่จะเสียสละตัวเองเพื่อมีลูกกับเขาแล้วปล่อยให้พี่ชายลอด หรือจะยอมเสียพี่ชายอันเป็ที่รักไป แลกกับอิสรภาพของตนเอง ซึ่งถ้าเธอเลือกที่จะทำเพื่อตัวเอง เขาก็จะยอมปล่อยเธอไปแต่โดยดี ไม่คิดจะต่อรองอะไรกับเธออีก เพราะหากเธอยอมที่จะเสียพี่ชายเพื่อตัวเองได้ เธอก็ไม่เหมาะที่จะเป็แม่ของลูกเขาอยู่ดี
“.............” ปัณรสที่ได้ยินทางเลือกที่ธณายุได้ยัดเยียดให้ เธอก็ได้แต่นิ่งเงียบไป เพราะหากเธอเลือกที่จะไม่มีลูกให้กับเขา เธอก็ต้องเสียพี่ชายของเธอไป ซึ่งเธอก็ไม่ได้้าเช่นนั้น เพราะถึงแม้เขาจะเลวหรือทำร้ายเธอมากสักเพียงไหน สุดท้ายเขาก็คือพี่ชายที่เหลืออยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ และเธอเชื่อว่าสักวันหนึ่งพี่ชายของเธอจะกลับตัวเป็พี่ชายที่ดีได้
“เงียบทำไม ผมไม่ได้มีเวลารอคำตอบคุณทั้งวันหรอกนะ” ธณายุเห็นปัณรสนิ่งเงียบไป ก็ถามเพื่อกระตุ้นให้เธอได้ตอบคำถาม เพราะเขาอยากรู้ว่าเธอจะเลือกทางไหนกันแน่
“ฉันจะมั่นใจได้ยังไง ว่าถ้าฉันยอมมีลูกให้กับคุณแล้วคุณจะปล่อยพี่ฉันไปจริงๆ”
ธณายุเดินมาหาปัณรสช้าๆ พร้อมกับมือหน้าที่ลูบไล้ใบหน้าเนียนเบาๆ อย่างยั่วยวน
“ก็ขึ้นอยู่ว่าคุณจะทำให้ผมพอใจได้มากแค่ไหน ผมจะต้องเสียหนี้ตั้งสิบล้านให้กับพี่ของคุณ ผมก็ต้องมั่นใจก่อนซิว่าของที่ได้มาจะมีคุณภาพ และสร้างความพึงพอใจให้กับผมได้จริงๆ”
“ฉันไม่ใช่สิ่งของของใครนะ”
“ไม่อยากทำก็ไม่เป็ไรนะ ก็แค่คุณปล่อยให้พี่คุณตายทุกอย่างก็จบ แถมคุณก็ยังได้เป็อิสระจากผม แต่ก็อย่าลืมนะว่าเมื่อคืนเราสองคนสนุกกันมากแค่ไหน และทุกครั้งที่ผมเริ่มผมก็ไม่ได้ป้องกัน ดังนั้นถึงพี่ชายคุณจะตายผมก็มีสิทธิ์ได้ลูกจากคุณอยู่ดี แต่ถ้าคุณเลือกอิสระของตัวเองเมื่อคุณคลอดลูกของผมแล้ว คุณจะไม่มีสิทธิ์ใดๆ ในเด็กที่เกิดมาอีก ก็เลือกเอาแล้วกันนะ ซึ่งไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหนผมก็ได้ประโยชน์อยู่ดี” ธณายุบอกปัณรสไปอย่างเป็ต่อ “อ้อ! อย่าเลือกนานนักละ เพราะไม่เช่นนั้นเดี๋ยวผมจะเลือกให้คุณเอง”
ธณายุทำท่าจะก้มลงหาปากบาง แต่ปัณรสรู้ทันจึงรีบเบือนหน้าหนี ไม่ปล่อยให้เขาได้ทำอะไรตามใจ
“งั้นคุณก็ปล่อยพี่ชายฉันไปซะ” ปัณรสที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจที่จะเลือกมีลูกให้กับเขา เพราะเธอไม่สามารถเห็นพี่ชายของเธอเป็อะไรไปได้ อย่างน้อยก็เป็การเปิดโอกาสให้เขาได้ปรับปรุงตัวอีกครั้ง แม้ครั้งนี้จะหนักหนาสำหรับเธอมากก็ตาม
“ผมปล่อยแน่ แต่หลังจากที่คุณเซ็นสัญญาที่จะยอมมีลูกกับผมให้เรียบร้อยเสียก่อน” ธณายุที่ได้ยินสิ่งที่หญิงสาวได้บอก เขาก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้บอกว่าเธอจะยอมมีลูกให้กับเขา แต่การที่เธอเลือกที่จะให้ปล่อยพี่ชายไป นั่นแสดงว่าเธอได้เลือกที่จะมีลูกให้กับเขาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ธณายุที่ได้ให้กองพลร่างสัญญาเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ไม่นานกองพลก็ถือสัญญามาให้กับทั้งสองคน
ปัณรสได้รับเอาสัญญาที่กองพลได้ยื่นให้ขึ้นมาอ่าน ซึ่งในเนื้อความนั้นระบุให้เธอเซ็นยินยอมที่จะอุ้มบุญให้กับเขา โดยสิทธิ์การเลี้ยงดูเด็กทั้งหมดจะตกเป็ของเขาแต่เพียงผู้เดียว และหลังจากที่เธอคลอดลูกเสร็จสัญญาทั้งหมดเป็อันสิ้นสุดลง พร้อมกับค่าชดเชยก้อนหนึ่งที่นอกเหนือจากเงินสิบล้านที่พี่ชายของเธอได้ก่อขึ้น
ซึ่งรายละเอียดในสัญญาที่ทำข้อตกลงกัน ก็ถือว่ายุติธรรมด้วยกันทั้งสองฝ่าย ปัณรสที่ได้อ่านรายละเอียดจนครบแล้ว เธอก็ไม่ได้มีความคิดเห็นใดๆ เพราะหากเธอเลือกได้ ก็คงจะไม่เลือกที่จะอุ้มท้องให้กับคนที่เธอไม่ได้รักเป็อันขาด และเด็กที่เกิดขึ้นก็ต้องเกิดจากความรักของเธอกับผู้ชายที่เธอเลือกเป็คู่ชีวิตเท่านั้น ไม่ใช่เป็แค่เพียงเครื่องมือผลิตลูกเช่นนี้
“ในสัญญาไม่ได้มีปัญหาอะไรใช่ไหม”
“..........” ปัณรสส่ายหัวเบาๆ เพื่อเป็การตอบคำถามเขาเท่านั้น
“หากว่าไม่มีอะไรแล้ว ก็เซ็นสัญญาซะ แล้วผมจะให้คนของผมไปปล่อยพี่ชายของคุณ” ธณายุจ้องมองปัณรสด้วยความสนใจ ถึงแม้เธอจะดูลังเลที่จะลงชื่อในสัญญา แต่ถึงอย่างงั้นเธอก็ยอมลงชื่อแต่โดยดี
“ครั้งนี้ผมจะยอมปล่อยมันไปตามที่ได้ตกลงเอาไว้ แต่หากว่ามันกลับไปเล่นการพนันและติดเงินเช่นนี้อีก ผมก็ไม่รับประกันนะว่ามันจะลอดเหมือนครั้งนี้หรือไม่ หรือหากมันยังไม่ยอมกับใจ ยังคงทำตัวเช่นเดิมอยู่ผมก็ไม่รับรองว่ามันจะโชคดีแบบนี้อีกไหม” เขาทิ้งท้ายให้กับปัณรสได้ฟัง ก่อนที่จะส่งสัญญาให้กองพลไปจัดการต่อ
“กินซะ กินเสร็จแล้วผมจะพาไปเก็บของที่บ้านของคุณ เพื่อย้ายมาอยู่ที่บ้านของผม” หลังจากที่กองพลเดินออกไป ก็มีพนักงานโรงแรมนำอาหารเข้ามาให้ในห้อง
“ทำไมฉันจะต้องย้ายไปอยู่กับคุณที่บ้าน ฉันอยู่ที่ไหนก็สามารถที่จะอุ้มท้องลูกของคุณได้”
“ในระหว่างที่คุณกำลังอุ้มท้องลูกของผม หรือในระหว่างที่คุณยังไม่ท้อง คุณจะต้องอยู่ในการดูแลของผมและคนของผมเท่านั้น ผมจะได้แน่ใจว่าเด็กที่เกิดมานั้น เป็ลูกของผมจริงๆ”
“ฉันไม่ได้มั่วนะ จะได้ไปมีอะไรกับใครต่อใครได้ตลอดเวลา”
“ก็ไม่แน่ คนเราทำอะไรได้ตั้งมากมาย เผื่อคุณอยากจะคลอดลูกให้กับผมเร็วๆ เพื่อแลกกับอิสรภาพ คุณอาจจะไปนอนกับใครต่อใครเพื่อให้ตัวเองท้องก็ได้ ดังนั้นการที่คุณอยู่ในสายตาผมและคนของผมตลอดเวลาจะดีที่สุด”
“ถ้าคุณอยากได้ลูกที่แน่ใจว่าเป็ลูกของคุณ 100% ก็ไปผสมเทียมเอาซิ จะได้ไม่ต้องมากลัวว่าฉันจะไปนอนกับใคร ฉันมีงานจะต้องทำ และคงจะไปอยู่ในการดูแลของคุณไม่ได้”
“ผมไม่ชอบการผสมเทียม ผมชอบผสมเองมากกว่า” ธณายุตอบกับปัณรสออกไปอย่างยั่วยวน เมื่อได้ยินเธอบอกให้เขาไปผสมเทียม “ส่วนเื่งานก็ไปลาออกซะ ในระหว่างที่คุณเป็คนของผม คุณจะต้องอยู่ในการควบคุมของผมแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น”
“มันจะมากไปแล้วนะ ฉันไม่ใช่นักโทษของคุณ”
“แล้วคุณแน่ใจได้ยังไงว่าคุณไม่ใช่นักโทษของผม ในเมื่อคุณยอมที่จะเป็คนของผม เพื่อแลกกับอิสรภาพของพี่ชายคุณ นั่นหมายความว่าคุณยอมที่จะเป็นักโทษของผม ไม่ว่าผม้าอะไร คุณก็ต้องยอมทำตามสิ่งที่ผม้าเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น”
คำพูดที่ธณายุได้พูดออกมานั้น ก็ทำให้ปัณรสได้แต่นิ่งเงียบไป ไม่มีคำพูดใดๆ ออกมา เธอไม่รู้ว่าการตัดสินใจของเธอนั้นมันถูกต้องหรือไม่
“กินข้าวซะ และต่อไปนี้คุณจะต้องดูแลร่างกายตัวเองให้ดี เพื่อให้พร้อมกับการมีลูกให้กับผม” ธณายุที่เห็นว่าปัณรสไม่ยอมที่จะตักอาหารตรงหน้าใส่ปาก เขาก็บอกกับเธอออกไปอย่างไม่พอใจ “หรือถ้าไม่อยากกินเอง จะให้ผมป้อนก็ได้นะ แต่ผมจะไม่ป้อนข้าวอย่างเดียวแน่” ธณายุทำท่าจะเดินไปหาปัณรสที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม เพื่อจะไปป้อนข้าวให้ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้้าให้เขาทำเช่นนั้น กับยอมที่จะตักข้าวเข้าปากด้วยตนเองอย่างง่ายดาย
ธณายุที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ถึงแม้จะเป็รอยยิ้มเพียงน้อยนิด แต่ก็สร้างความประหลาดใจให้กับชยพลและกองพลไม่ได้
ชยพลที่เดินเข้ามาในห้องและเขาก็ได้สังเกตเห็นว่าเพื่อนของตนกำลังนั่งคุยกับปัณรสอยู่ จึงได้เดินมาหาทั้งสองคนเพื่อถามเื่ราวที่เกิดขึ้น แต่พอมาถึงก็เห็นเพื่อนของตนกำลังพูดยั่วยวนหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าอยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งภาพที่เห็นก็ทำให้เขาแทบจะไม่เชื่อสายตา ว่าคนยิ้มยากอย่างธณายุ จะเผยรอยยิ้มให้กับผู้หญิงคนนี้ได้
ตอนแรกเขาตั้งใจจะเข้ามาถามว่าผลงานที่เขาได้ทำเอาไว้เมื่อคืน เพื่อนของเขาพึงพอใจหรือไม่ แต่พอได้มาเห็นก็รู้ได้ทันทีว่า เพื่อนของตนพึงพอใจหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้ามากแค่ไหน ถึงถามไปก็คงได้คำตอบไม่ชัดเจนเช่นนี้ เพราะดูจากรอยยิ้มที่ธณายุได้ยิ้มออกมา ก็เป็คำตอบได้ชัดเจนที่สุด
“เป็ยังไงบ้างว่ะ” ชยพลที่เห็นกองพลเดินตามเขามา ก็กระซิบถามผู้ช่วยคนสนิทของธณายุด้วยความสนใจ
“ผู้หญิงคนนั้นยอมที่จะมีลูกให้กับคุณวายุครับ”
“ดีอย่างน้อยถ้าไอ้วายุมีลูก แกกับฉันก็ไม่ได้ตกงาน” ชยพลบอกกับกองพลออกไปอย่างขำๆ สายตาก็จ้องมองคนสองคนด้วยความพึงพอใจ
หลังจากปัณรสกินข้าวเสร็จ ธณายุก็พาเธอไปเก็บของที่บ้านตามที่เขาได้บอกเอาไว้ โดยของต่างๆ ที่เธอได้เอาไปนั้นก็แทบจะไม่มีอะไรเลย เพราะธณายุได้เป็คนตัดสินใจแทนเธอทั้งหมด ว่าควรจะเอาอะไรหรือไม่ต้องเอาอะไรไปบ้าง
"เก็บเสร็จหรือยัง"
ระหว่างที่ทั้งสองคนได้เก็บของใช้ที่จำเป็อยู่นั้น รถของทยากรขับเข้ามาในบ้านพอดี เขาจึงหันไปบอกหญิงสาวให้รีบเก็บของให้เสร็จ เพราะเขาไม่อยากให้ทยากรและปัณรสได้พูดคุยอะไรกันอีก
ทยากรเห็นรถที่ไม่คุ้นเคยจอดอยู่หน้า เขาก็พอจะเดาได้ว่าใครที่อยู่ในบ้าน เขาจึงรีบเดินเข้าไปในบ้านทันที ด้วยความร้อนใจ
“คนิ้งเป็อะไรหรือเปล่า” ทยากรที่เดินเข้าบ้านมา เห็นปัณรสกำลังเก็บของอยู่ในห้อง ก็ถามด้วยความเป็ห่วง “ไอ้วายุมันทำอะไรคนิ้งไหม”
ปัณรสที่เห็นทยากรวิ่งเข้ามาหาด้วยท่าทีร้อนรน เธอก็ได้แต่นิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่เธอได้เจอและกำลังเผชิญต่อจากนี้จะเป็เช่นไร ซึ่งเธอคิดไม่ถึงเลยว่าตัวเธอนั้นมาอยู่จุดนี้ได้ยังไง
“มึงไม่ต้องห่วงหรอกว่ากูจะทำอะไรน้องมึง ถ้าหากว่าน้องมึงทำตัวดีๆ เชื่อฟังที่กูบอก ก็อาจจะอยู่ได้ยาวๆ แต่หากน้องมึงทำตัวไม่ดี ไม่เป็ที่ถูกใจของกู ก็ไม่แน่ว่ามึงอาจจะเห็นน้องมึงไปเป็ดาวในอยู่บ่อนของกูก็ได้ และถ้าหากเป็เช่นนั้นจริงๆ มึงก็อย่ามาโทษกูทีหลังก็แล้วกัน เพราะเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นเพราะความเห็นแก่ตัวของมึงเอง” ธณายุบอกกับทยากรเสร็จก็เดินออกจากห้องของปัณรสไปทันที โดยที่ไม่รอคำตอบใดๆ จากทยากร
ทยากรที่คิดว่าน้องสาวของตนอยู่เพียงลำพัง จึงเข้ามาถามแต่พอเห็นธณายุเดินออกมาจากห้อง เขาก็ต้องผงะออกจากน้องสาวทันที ยิ่งได้ยินคำพูดที่ธณายุได้พูดออกมา ยิ่งทำให้เขาไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาอีก แต่เมื่อเห็นว่าเขาเดินออกจากบ้านไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบเข้าไปหาน้องสาวอีกครั้ง
“ผู้ชายคนนั้นมันให้คนิ้งทำอะไร”
“พี่สนใจด้วยเหรอว่าผู้ชายคนนั้นจะให้ฉันทำอะไร ตอนพี่เอาฉันไปส่งให้เขาทำไมพี่ไม่คิดก่อน ว่าผลมันจะเป็เช่นไร”
“ตอนนั้นพี่ก็แค่กลัว และพี่ก็คิดว่าแกเป็ผู้หญิง คนพวกนั้นคงจะไม่ทำอะไรแกไปมากกว่า....”
“มากกว่าอะไร” ปัณรสหันไปถามพี่ชายด้วยความโกรธเคือง ตอนแรกเธอว่าจะไม่พูดหรือต่อว่าอะไรพี่ชายของเธออีก แต่คำพูดที่พี่ชายเธอได้พูดออกมา ก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไปด้วยความโกรธเคือง
“พี่รู้นะว่าที่ทำลงไปมันผิด ตอนนั้นมันคิดอะไรไม่ออกจริงๆ พี่กลัวตาย”
“ตอนที่พี่ยืมเงินพวกเขาพี่ไม่คิดกลัวตายบ้างเหรอ”
“ก็ใครจะไปคิดว่าคนพวกนั้นมันจะโกง มันปล่อยเงินให้ง่ายๆ พอเอาไปเล่นไม่นานมันก็เอาคืนไปจนหมด ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็ยังเล่นได้ดีๆ อยู่เลย”
“คนพวกนั้นเขาไม่ได้โกงหรอก แต่พี่ต่างหากที่มันโง่เอง ถ้าพี่ไม่โง่ก็คงไม่เดินเข้าไปเส้นทางนี้ั้แ่แรก ฉันคิดว่าการเสียสละครั้งนี้ของฉันจะทำให้พี่คิดอะไรขึ้นมาได้บ้าง แต่ถ้ายังคิดไม่ได้ ครั้งต่อไปก็ตายไปเถอะ” ปัณรสบอกกับพี่ชายไปด้วยน้ำเสียงที่เ็า ก่อนที่จะถือกระเป๋าเดินทาง ออกจากห้องนอนไป โดยที่ไม่หันกลับมาสนใจพี่ชายของตนเองอีก การเสียสละครั้งนี้เธอถือว่าตัวเธอทำเต็มที่แล้ว เธอคนเดียวคงไม่สามารถทำเพื่อใครได้ทั้งชีวิต หากว่าเธอมีโอกาสเป็อิสระได้อีกครั้งหลังจากมีลูกให้กับผู้ชายคนนั้นแล้ว เธอจะไม่ย้อนกลับมาที่นี่อีก ปัณรสตั้งปณิธานในใจพร้อมกับเท้าที่ก้าวเดินออกจากบ้านด้วยความมั่นคง
เมื่อปัณรสได้ทำการเก็บของมาจากบ้านเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ธณายุจะทำการพาเธอไปที่บ้าน เขาก็อยากจะให้เธอจัดการธุระของเธอให้เสร็จซะก่อน จึงได้ขับรถพาหญิงสาวไปยังบริษัทฯ ที่เธอได้ทำงานอยู่ เพื่อให้เธอได้ทำการลาออกให้เรียบร้อยไปเลยทีเดียว
“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันทำงานที่บริษัทฯ นี้” ปัณรสที่ไม่ได้พูดอะไรกับธณายุมาตลอดทาง ก็ต้องใเมื่อเขาขับรถมาจอดยังหน้าบริษัทฯ ที่เธอทำงานอยู่
“ไม่มีอะไรที่ผมอยากรู้ และไม่ได้รู้” ธณายุบอกกับปัณรสไปอย่างไม่ได้ใส่ใจมากนัก “คุณคิดจริงๆ เหรอว่าการที่ผมอยากได้ใครสักคนเพื่อมาท้องลูกให้กับผม ผมจะไม่สืบภูมิหลังของผู้หญิงคนนั้นก่อน คิดว่าเป็ผู้หญิงที่ไหนก็ได้มาตั้งท้องหรือไง หากว่าผมไม่รู้ว่าคุณเป็ยังไง ผมคงไม่เสี่ยงยกเงินตั้งสิบล้านให้กับพี่คุณหลอก” เขาไปบอกกับหญิงสาวอย่างไม่ใส่ใจ “ผมไม่ได้คนมักง่ายขนาดที่จะหาใครก็ได้มาตั้งท้องให้ ดังนั้นไม่ว่าเื่อะไรที่เกี่ยวกับตัวคุณ ผมรู้ทั้งหมด”