ถ้าชีวิตคือเกม ฉันคงเป็ตัวละครที่เริ่มต้นด้วย “หนี้ก้อนโต” และคืนนี้…ฉันเพิ่งจูบลูกชายเ้าของบ้านเข้าไปเต็ม ๆ
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อส้มส้มกำลังเรียนอยู่ปีสี่คณะทันตแพทยศาสตร์ ั้แ่จำความได้ ของขวัญชิ้นใหญ่ที่สุดที่ครอบครัวมอบให้…ไม่ใช่ความสุข แต่คือ “หนี้” ก้อนโตที่พ่อทิ้งไว้ก่อนจะจากไปอย่างกะทันหัน เนื่องจากพ่อเชื่อใจคนอื่นมากเกินไปจนทำให้กลายเป็หนี้โดยที่ไม่รู้ตัวและพ่อก็เลือกจบปัญหาทุกอย่างด้วยการจากโลกใบนี้ไป
แม้ชีวิตจะไม่ง่าย แต่ฉันก็ไม่เคยยอมแพ้พยายามคว้าทุนการศึกษาและทำงานพิเศษไปด้วยเพื่อให้แม่กับตัวเองพออยู่รอด ถึงเหนื่อยแค่ไหนก็ต้องเดินต่อไป
‘Na, na, na, na-na-na, na, na, na I'm your filter’
เสียงริงโทนจากโทรศัพท์สั่นอยู่บนโต๊ะเรียนปลุกฉันออกจากภวังค์
“ว่าไงคะแม่”
“ส้ม...เราคงต้องย้ายบ้านอีกแล้วล่ะ วันนี้แม่มีเื่กับลูกค้าเลยถูกพักงาน กลับมาค่อยเล่าให้ฟังนะลูก”
ฉันหลับตาลง สูดลมหายใจยาว ๆ “ค่ะ แม่”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เราต้องย้ายบ้านอีกแล้ว...
ตอนเย็นหลังเลิกเรียนฉันรีบกลับบ้าน แม่เล่าว่าผู้จัดการแผนกเรียกแม่เข้าไปคุยด้วย ว่าขอให้แม่พักงานไปก่อนจนกว่าจะเรียกกลับมาทำงาน (ซึ่งคงหมายถึงโดนไล่ออก) แต่ที่แย่กว่านั้นคือเราค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว ซึ่งเงินก้อนนี้ที่ได้รับมาก็เพียงพอสำหรับแค่จ่ายค่าเช่าบ้านที่ค้างไว้เท่านั้น
โชคดีที่แม่ยังมีเพื่อนรักชื่อว่า เมย์ คนที่เคยลำบากมาด้วยกันั้แ่สมัยสาว ๆ ตอนนี้เธอกลายเป็นักธุรกิจอันดับต้น ๆ ของประเทศ เธอยื่นมือเข้ามาช่วยเราสองแม่ลูกทันทีและยังบอกอีกว่าให้เราสองแม่ลูกย้ายไปอยู่ด้วยชั่วคราว แถมยังชวนแม่ไปทำงานที่บริษัทของเธออีกด้วย
แม้จะเกรงใจแต่ก็ไม่มีทางเลือก ฉันกับแม่จึงเก็บข้าวของที่เหลืออยู่น้อยนิดแล้วตรงไปยังบ้านใหม่…
ณ บ้านป้าเมย์
นาทีที่ฉันก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ ทำให้ฉันรู้ว่าโลกนี้มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน บ้านหลังใหญ่ราวคฤหาสน์ของเศรษฐีในละครที่เห็นตามซีรีส์ต่าง ๆ
“สวัสดีจ้ะ หนูส้ม หน้าตาน่ารักจริง ๆ ป้าจัดห้องไว้ให้แล้วนะ” ป้าเมย์ส่งยิ้มที่ดูอบอุ่นให้ฉัน
“ขอบคุณค่ะ ป้าเมย์” ฉันยกมือไหว้ ก่อนจะถูกพาไปยังห้องนอนบนชั้นสาม
หลังจากนั้นแม่และป้าเมย์ก็แยกไปคุยกันตามประสาเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันมานาน ฉันจึงแยกมาเก็บของในห้องของตัวเอง ส่วนห้องของแม่ฉันจะอยู่ที่ชั้นสองเป็ชั้นเดียวกับป้าเมย์
ฉันสำรวจมองไปรอบห้อง จึงพบว่าห้องนี้ขนาดค่อนข้างกว้าง อีกทั้งยังหรูหราพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ของใช้และเฟอร์นิเจอร์ครบครัน ฉันเก็บของที่มีเพียงเล็กน้อยให้เข้าที่ก่อนจะนอนแผ่ด้วยความเหนื่อยล้าทันที หลังมื้ออาหารเย็นทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อน ฉันรีบอาบน้ำและเข้านอนทันทีด้วยความอ่อนเพลีย แต่ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะรู้สึกกระหายน้ำเป็อย่างมาก
“จะมาหิวน้ำอะไรตอนนี้นะ” ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูพบว่าเป็เวลาตีหนึ่งพอดี จึงเปิดไฟฉายแล้วแง้มประตูออกไป
บ้านทั้งหลังเงียบสนิทและมืดมิด ฉันคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อเปิดไฟฉาย ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องครัวเพื่อหาน้ำดื่มดับความกระหาย
ที่บ้านหลังนี้ป้าเมย์บอกว่าไม่ชอบให้แม่บ้านและคนรับใช้มาทำงานหลังเวลาหนึ่งทุ่ม เนื่องจากเป็เวลาส่วนตัวของคนในบ้าน จึงเป็ที่มาของความเงียบนี้
ฉันเดินมาเรื่อย ๆ จนเกือบจะถึงตู้เย็น เสียงตะกุกตะกักบางอย่างก็ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง ขาเรียวหยุดชะงักทันที หัวใจเต้นแรงด้วยความกลัว พยายามตั้งสติแล้วหันไปตามเสียง ภายใต้แสงสลัวจากสมาร์ตโฟน ฉันเห็นเงาร่างสูงโปร่งขยับอยู่และกำลังหันหน้ามาทางฉัน
ตุบบบ! ฉันใจนปล่อยสมาร์ตโฟนร่วงลงพื้นทำให้ทั้งห้องมืดสนิทอีกครั้ง
“กรี๊—!” เสียงของฉันถูกกลืนหายพร้อมกับมือใหญ่ของใครบางคนพุ่งมาปิดริมฝีปากฉันไว้แน่น กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายลอยมาแตะจมูกทันที พร้อมกับเสียงทุ้มกระซิบเบา ๆ ใกล้หูจนหัวใจฉันแทบหยุดเต้น
“อยากให้ทุกคนตื่นมาเห็นเราสองคนในครัวตอนตีหนึ่งเหรอ?” ฉันเบิกตากว้าง ใจเต้นรัวไม่เป็จังหวะ ยิ่งเมื่อเขาก้มเข้ามาใกล้จนััลมหายใจอุ่น ๆ
“ปล่อยนะ ไอ้” ฉันพยายามจะผลักเขาออก แต่จังหวะนั้นเองที่เท้าสะดุดกับสมาร์ตโฟนที่ตกพื้น ร่างเซเสียหลักโถมไปข้างหน้า
ริมฝีปากฉันกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่างที่นุ่มและอุ่นคล้ายกับจะเป็ริมฝีปากของคนตรงหน้าโดยไม่ตั้งใจ ััยังคงค้างที่อยู่ริมฝีปาก ความเงียบชั่วขณะนั้นกลับดังยิ่งกว่าฟ้าผ่า หัวใจฉันเต้นแรงแทบทะลุอก เขารีบผละออกเล็กน้อย สายตาใไม่แพ้กัน
“เฮ้ย…นี่เธอทำบ้าอะไรเนี่ย!” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรนอย่างใ ฉันก็ใเหมือนกันแหละไอ้บ้า
และทันใดนั้นแสงไฟในห้องครัวสว่างขึ้นพร้อมเสียงของป้าเมย์
“อ้าว ส้มส้ม เจ…ทำอะไรกันในครัวมืด ๆ แบบนี้ เด็กสมัยนี้แปลกจริง ๆ ” เสียงป้าเมย์ดังขึ้น
ฉันปรับโฟกัสสายตา และพบว่าผู้ชายตรงหน้าสูงราวร้อยแปดสิบเิเใบหน้าได้รูปในแบบฉบับหนุ่มเอเชีย ผิวขาวตัดกับคิ้วเข้มเรียงตัวสวย ดวงตาเรียวรีเฉียบคม จมูกโด่งรับกับใบหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ
หัวสมองขาวโพลนไปหมดเมื่อป้าเมย์เอ่ยทักเขาว่า “ไหนวันนี้ลูกบอกว่าจะไม่กลับบ้านไงเจ”
เจ? ใครคือเจ? ความสับสนแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาที่เพิ่งสบตาฉันเมื่อครู่จะค่อย ๆ ซ้อนทับกับคำว่า “ลูกชายป้าเมย์” ที่แม่เคยเล่าให้ฟัง ความใแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัวราวกับถูกช็อตด้วยไฟฟ้า ลูกชายป้าเมย์จริง ๆ เหรอเนี่ย!?
ฉันก้มหน้าลงพวงแก้มร้อนผะผ่าว ก่อนจะเอ่ยขอโทษป้าเมย์ที่ทำให้ใ ฉันรีบก้มลงไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่ที่พื้นโดยไม่ลืมที่จะเดินไปหยิบขวดน้ำ แล้วรีบเดินออกจากห้องครัว ปล่อยให้ป้าเมย์คุยกับลูกชายเธอต่อ
วันนี้มันวันอะไรของฉันกันนะหลายเื่ประดังประเดเข้ามาไม่หยุด ทั้งเื่ต้องย้ายบ้านแถมยังเสียจูบแรกให้กับลูกชายเ้าของบ้านอีกด้วย!