ร้านค้าของมิสซิสบรอนว์นี้ก็คือห้องด้านหน้าของบ้านที่นางอยู่อาศัยนั่นเองโดยนางได้จัดตกแต่งด้วยการใส่ชั้นสำหรับวางของกับเคาน์เตอร์เข้าไปเอาโต๊ะตัวหนึ่งตั้งเข้าตรงหน้าต่างและใช้วางสินค้าที่้าโชว์
ทุกครั้งที่ผ่านร้านนี้เวคฟิลด์จะมีความรู้สึกอ่อนระโหยโรยแรงเหมือนจะเป็ลมขึ้นมาเสียให้ได้ปากคอดูจะแห้งผากลิ้นติดหนับอยู่กับเพดานขึ้นมาทันทีด้วยความหิวกระหายอย่างเหลือกำลังท้องไส้ก็ดูโหวงๆ ปั่นป่วนยังไงชอบกล ไม่มีใครอีกแล้วในโลกนี้ที่อยากจะได้ดื่มอะไรเย็นๆ เท่าเขาในยามนี้และไม่มีใครในโลกอีกเช่นกันที่จะไม่มีเงินติดตัวเช่นเขา
เวคฟิลด์ล้วงลงไปในกระเป๋าไม่ว่าเขาจะแบกศักดิ์ศรีไว้หนักอึ้งสักแค่ไหนก็ตามแต่ในกระเป๋าก็ไม่มีเงินเลยแม้แต่เซ็นต์เดียว ซึ่งเื่นี้เป็เื่ที่มิสซิสบรอนด์ถืออย่างที่สุดตอนนี้เขาสามารถจะมองเห็นใบหน้าอูมๆแดงก่ำของนางที่โผล่ออกมาตรงช่องกระจกได้แล้วด้วย มันทำให้เด็กชายต้องยิ้มเขินๆออกมาเพราะยังเป็หนี้นางอยู่อีกสิบสามเซ็นต์ซึ่งตอนนี้ก็ยังมองไม่เห็นว่าจะไปหาเงินที่ไหนมาใช้คืนให้และขณะนี้นางก็เดินออกมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูแล้ว
“ว่าไงพ่อหนุ่มเงินที่เธอติดฉันอยู่น่ะจะว่ายังไง?” มิสซิสบรอนว์ถามตรงๆ
“โอ...คุณนายบรอนว์ฮะเช้าวันนี้ผมรู้สึกไม่ใคร่สบายเลย มันคอแห้งจริงๆ อยากจะได้โซดามะนาวซักขวดได้โปรดเถอะฮะ สำหรับเื่เงินนั่น...” เขาทำเป็ยกมือขึ้นมาบีบขมับ
“ที่จริงผมไม่ควรจะออกมาตากแดดทั้งที่ไม่ได้สวมหมวกอย่างนี้เลยจริงไหมฮะ?...เอ๊ะ...เมื่อกี๊ผมพูดถึงอะไรนะฮะ? อ๋อ...ใช่แล้วเื่เงินที่ผมติดค้างไว้นั่นเอง คืออย่างนี้นะฮะอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดของผมแล้ว ผมจะต้องได้เงินเป็ของขวัญจากพวกพี่ๆแน่เลยฮะ จะสิบแปดหรือสิบสามเซ็นต์มันก็ไม่มีความหมายอะไรสำหรับผมหรอกฮะต่อให้เหรียญหนึ่งด้วย”
“แล้ววันไหนล่ะที่เป็วันเกิดของเธอน่ะ?” มิสซิสบรอนว์ชักใจอ่อน
เด็กชายยกมือขึ้นบีบขมับอีกครั้ง
“ผมก็จำไม่ได้แม่นหรอกฮะมันใกล้ๆ กับวันเกิดของคุณย่านั่นแหละผมก็เลยไม่ใคร่แน่ใจรู้แต่ว่าอีกไม่นานแล้วละฮะ”
ขณะที่พูดเวคฟิลด์ก็เดินเลยเข้าไปในร้านและไปยืนพิงอยู่กับเคาน์เตอร์
“ผมขอโซดามะนาวนะฮะแล้วก็ขอหลอดสองอันด้วย”
เด็กชายรู้สึกมีความสุขยิ่งนักเมื่อมิสซิสบรอนว์เอาขวดน้ำหวานมาตั้งให้ตรงหน้าพร้อมด้วยหลอดฟางสองอันตามที่ขอ
“ตอนนี้คุณย่าของเธอเป็ยังไงบ้างล่ะ?” นางเอ่ยถามขึ้น
“โอ...สบายมากเลยฮะขอบคุณ พวกเราหวังกันว่าคุณย่าจะมีอายุยืนถึงหนึ่งร้อยปีเลยนะฮะ ผมว่าตอนนี้คุณย่าก็กำลังใช้ความพยายามอย่างมากอยู่เหมือนกันเพราะคุณย่าอยากจะเห็นงานที่พวกเราจะจัดฉลองให้ท่านเขาว่ากันว่าจะมีปาร์ตี้แล้วก็จุดพลุสีสวยๆ ด้วย คุณย่าบอกว่าท่านคงจะต้องเสียดายมากเลยละฮะถ้าไม่ได้เห็นแต่ถ้าคุณย่าตายเราก็คงจะไม่มีงานฉลองอย่างนั้นอยู่ดีเพราะฉะนั้นคุณย่าก็ต้องรอดูไปก่อน คุณย่าจะตายได้ยังไงจริงไหมฮะ? ในเมื่อมันเป็งานฉลองวันเกิดของท่านเองแท้ๆ”
“นั่นสิแล้วเธอก็คงจะต้องเตรียมของขวัญไว้ให้ท่านด้วยสินะ”
มิสซิสบรอนว์พลอยเคลิบเคลิ้มไปกับคำพูดของเวคฟิลด์ด้วยสายตาที่มองเด็กชายเต็มไปด้วยความชื่นชมยิ่งนัก
“ใช่ฮะ”เวคฟิลด์ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถ้าผมไม่มีของขวัญให้คุณย่าผมก็ไม่มีบทบาทอะไรเลยนะฮะโดยเฉพาะเมื่อผมเป็สมาชิกคนที่มีอายุน้อยที่สุดในครอบครัวใหญ่ๆอย่างนั้นคุณย่าท่านชอบคุยกับผมมากเลยฮะคุณย่าเล่าเื่ของคุณย่าผมก็เล่าเื่ของผม เราทั้งสองคนต่างก็คิดเหมือนๆกันว่าเราอาจจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกไม่นานนักเพราะฉะนั้นเราก็จะต้องหาความสุขใส่ตัวเองให้มากที่สุด จริงไหมฮะ?”
“โอ...พ่อคุณอย่าพูดอะไรทำนองนั้นเลย เธอยังจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกนานทีเดียวนะ”
ดวงตาของมิสซิสบรอนว์เต็มไปด้วยแววแห่งความสงสาร
“อย่ากลุ้มใจไปเลยนะหนู”
“ผมไม่ได้กลุ้มใจเลยนะฮะคุณนายบรอนว์พี่สาวผมต่างหากที่กลุ้มใจมากเพราะเขาต้องเลี้ยงดูผมมาอย่างยากลำบากและเวลานี้ผมก็ยังไม่โตเลย”
เวคฟิลด์ยิ้มเศร้าก่อนจะโน้มศีรษะลงดูดน้ำในขวดอย่างชื่นฉ่ำ
มิสซิสบรอนว์หายตัวเข้าไปในครัวที่อยู่ด้านหลังร้านมีไอร้อนๆ พลุ่งออกมาจากในห้องนั้น พร้อมด้วยกลิ่นหอมของขนมเค้กที่เพิ่งจะสุกใหม่โอ...ผู้หญิงคนนี้ช่างมีความสุขเสียเหลือเกินอยากจะอบขนมเค้กชนิดไหนเมื่อไหร่ก็ทำได้และส่วนไหนที่นางไม่กินเองก็ยังเอามาขายได้สตางค์เสียอีกด้วย แหม...นี่ถ้าได้เค้กสักชิ้นโลกคงจะโสภากว่านี้หาน้อยไม่เลย...แค่ชิ้นเล็กๆสักชิ้นเดียวเท่านั้นก็พอแล้ว...
ขณะที่เขาดูดน้ำหวานให้ขึ้นมาหล่อเลี้ยงให้ความชุ่มชื่นกับลำคออยู่นั้นดวงตาคู่กลมโตแจ่มแจ๋วก็กวาดไปทั่วเคาน์เตอร์ ใกล้ๆกับที่เขายืนอยู่เวคฟิลด์มองเห็นถาดใส่หมากฝรั่ง โอ้โฮ...มันพูนกันอยู่ในถาดนั้นจนแทบจะล้นออกมาเสียให้ได้แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่เขามิได้รับอนุญาตให้เคี้ยวหมากฝรั่ง...เวคฟิลด์ถอนใจอย่างอาวรณ์นึกถึงตอนที่ได้ขบฟันลงบนก้อนแข็งที่มีน้ำตาลกรอบๆ หุ้มอยู่และปล่อยให้น้ำหวานๆไหลเลื่อนลงไปตามลำคอ...แค่นึกเห็นภาพ เวคฟิลด์ก็กลืนน้ำลายเอื๊อกแทบจะสำลักรสหวานชุ่มฉ่ำของหมากฝรั่งนั่นแล้ว
ดังนั้นก่อนหน้าที่เด็กชายจะทันรู้ตัวว่าได้ทำอะไรลงไป มือเล็กๆก็เอื้อมออกไปยังถาดใบนั้นคว้าหมากฝรั่งขึ้นมาได้กล่องหนึ่งหย่อนลงในกระเป๋ากางเกงทันทีจากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาดูดน้ำหวานต่อเพียงแต่ว่าเขาพยายามปิดเปลือกตาให้แน่นไว้
มิสซิสบรอนว์เดินกลับออกมาพร้อมด้วยสปันเค้กเนื้อนุ่มหอมกรุ่นที่วางมาในจาน แล้วนางก็เอาจานใบนั้นวางลงตรงหน้าเขาด้วย
“ฉันคิดว่าเธอคงจะชอบนะเพิ่งสุกออกมาจากเตาใหม่ๆ เลย ถือเสียว่าเป็ของกำนัลจากฉันก็แล้วกันนะฉันไม่คิดเงินเธอหรอก”
เวคฟิลด์รู้สึกตื้นตันใจจนพูดไม่ออก
“โอ...ขอบคุณ...ขอบคุณเหลือเกินฮะ...ขอบคุณจริงๆ”
ดูเหมือนในตอนแรกเขาจะพูดได้เพียงแค่นี้แต่แล้วก็หลุดปากต่อออกมาว่า
“แย่จังเลยฮะผมกินน้ำหวานเสียเกลี้ยงแล้วด้วย ถ้าผมกินเค้กเข้าไปตอนนี้ก็คงจะติดคอแย่...นอกเสียจากว่าผมเห็นจะต้องซื้อน้ำหวานอีกสักขวดแล้วละฮะ”เด็กชายกวาดสายตามองไปบนชั้น
“ผมว่าคราวนี้ผมเอาจิงเจอร์เอลดีกว่านะฮะคุณนายบรอนว์ ไม่ต้องเอาหลอดก็ได้นะฮะ เพราะหลอดเก่านี่มันก็ใช้ได้อยู่แล้ว”เวคฟิลด์พูดด้วยน้ำเสียงเป็งานเป็การ
“ได้สิหนู”มิสซิสบรอนว์เปิดน้ำหวานขึ้นอีกขวดหนึ่งและเอามาวางให้ตรงหน้า
ขนมเค้กนั้นด้านนอกกรอบกริบแต่เมื่อกัดลงไปจะพบกับความอ่อนนุ่มที่แทบจะละลายอยู่ในปากแถมแต่ละชิ้นยังมีลูกเกดเนื้อนุ่มหวานชุ่มฉ่ำใส่ไว้ตรงกลางอีกตั้งหกเม็ด...โอมันช่างอร่อยขาดใจอะไรเช่นนี้หนอ...
เมื่ออิ่มหนำสำราญดีแล้วเวคฟิลด์ก็ออกจากร้านค่อยๆเดินขึ้นบันไดสูงชันตรงไปยังโบสถ์ที่สูงเด่นอยู่บนยอดเนินไม่ไกลนัก พร้อมๆกันสมองเล็กๆ ก็ทบทวนบทเรียนที่จะต้องเรียนในวันนั้นไปด้วยแต่ใจหนึ่งก็อดคิดไม่ได้ว่าวันนี้มิสเตอร์เฟนเนลจะอยู่หรือไม่หนอ? ถ้าอยู่จะกวดขันกับบทเรียนหรือว่าจะไม่ใคร่สนใจเท่าไรนัก
แต่จะอย่างไรก็ตามทีเถอะขณะนี้เขาคือเด็กชายผู้น่าสงสารที่ไม่มีทางจะช่วยตัวเองได้เลยช่างหงอยเหงาและเศร้าใจอะไรเช่นนี้
เมื่อขึ้นถึงระเบียง้าเวคฟิลด์ก็เดินเลาะลัดไปใต้ร่มเงาของชายคาที่ผ่านไปทางสุสานประจำตระกูลไปหยุดยืนรีรออยู่ข้างรั้วเหล็กที่กั้นบริเวณที่ฝังศพของบุคคลในตระกูลไว้ทอดสายตามองไปยังป้ายหินแกรนิตที่สลักข้อความว่า
“ไว้ท์โอ๊ค”จากนั้นก็เลื่อนสายตามองไปยังแผ่นหินที่สลักชื่อผู้เสียชีวิตไว้ว่า
“แมรี่ไว้ท์โอ๊ค ภรรยาของ ฟิลลิป ไว้ท์โอ๊ค”
นั่นคือหลุมฝังศพมารดาของเขาเองคุณปู่ก็นอนอยู่ที่นี่ รวมทั้งภรรยาเก่าของพ่อซึ่งเป็มารดาของเรนนี่กับเม๊กและทารกอีกหลายคนในตระกูลไว้ท์โอ๊คก็ถูกนำร่างมารวมกันไว้ในสุสานแห่งนี้ด้วย
โดยความเป็จริงแล้วเวคฟิลด์ชอบบริเวณสุสานนี้มากชอบรั้วเหล็กที่ดัดเป็ลวดลายอ่อนหวานกับลูกเหล็กกลมๆที่แขวนไว้เป็ระยะระหว่างเสารั้วนั้นมันดูน่ารักเหมือนของเล่นไม่มีผิดเช้าวันนี้เวคฟิลด์อยากจะมานั่งเล่นอยู่แถวนี้มากกว่าอยากจะเด็ดดอกคิงคัพส์สีทองมาวางไว้เหนือหลุมฝังศพของแม่และบางทีอาจจะเอาสักดอกหรือสองดอกวางบนหลุมฝังศพแม่ของเรนนี่กับเม๊กด้วยก็ได้แต่สำหรับหลุมฝังศพของพวกผู้ชายแล้วไม่จำเป็เลยเพราะพวกผู้ชายไม่ใคร่สนใจเื่ดอกไม้มากนัก หรือแม้แต่พวกทารกในตระกูลก็ตามทีเถอะแต่บางทีเขาอาจจะให้กวินเนทที่เสียอายุเมื่อตอนห้าเดือนสักดอกหนึ่งเพราะเขาชอบชื่อของเธอ
เวคฟิลด์เคยสังเกตเห็นว่าเวลาเม๊กเอาดอกไม้มาคารวะหลุมฝังศพเหล่านี้เธอจะเลือกดอกที่ดีที่สุดสวยที่สุดวางลงบนหลุมฝังศพของแม่คือ ‘มาร์กาเร็ท ไว้ท์โอ๊ค’ แต่สำหรับ ‘แมรี่ ไว้ท์โอ๊ค’ซึ่งเป็แม่ของเขา ของอีเด็น ปิแอร์และฟิ้นช์แล้วเม๊กจะให้ดอกไม้ที่สวยน้อยกว่าเสมอ
ดีละเขาจะต้องทำอย่างเดียวกันบ้าง เด็กชายคิดอาฆาตอยู่ในใจมาร์กาเร็ทจะได้เพียงดอกไม้ช่อเล็กๆ เท่านั้นส่วนแมรี่ก็จะต้องได้ช่อที่สวยที่สุดและใหญ่ที่สุดด้วย