หลังจากที่มีแถลงการณ์จากทางค่ายประกาศออกไป กระแสดรามาที่รุนแรงในตอนแรกก็ดูเหมือนจะเบาบางลง บนโลกโซเชียลเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์แตกออกเป็สองฝั่ง โดยฝั่งหนึ่งนั้นเชื่อในแถลงการณ์ของค่ายต้นสังกัดและคลิปที่ของขวัญอธิบายเื่ราวทั้งหมด แต่อีกฝั่งกลับเลือกที่จะไม่เชื่อและคิดไปว่าคำแถลงการณ์จากค่ายเป็เพียงคำโกหกและข้ออ้างที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ปกป้องศิลปินของตัวเองเท่านั้น
“อย่างที่คุณธามบอกเอาไว้ ขวัญไม่ต้องไปสนใจคำพูดไม่ดีในเน็ตพวกนั้นเข้าใจไหม ระหว่างนี้ก็หยุดพักรักษาตัวไป อีกไม่กี่วันข่าวไม่ดีพวกนี้ก็ซาลงไปเอง” ธัญญ่าย้ำกับของขวัญอีกครั้งก่อนขอตัวกลับ หลังจากที่พาหญิงสาวมาส่งยังคอนโดเรียบร้อย
วันนี้ของขวัญเจอกับเื่กระทบต่อจิตใจมาอย่างหนัก แต่เพราะมีคนรอบข้างคอยซัปพอร์ตและให้กำลังใจเธอเป็อย่างดี ความทุกข์ใจที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้มากมายเท่ากับเมื่อคืนที่ผ่านมา
ถึงแม้จะได้รับคำปลอบใจจากหลาย ๆ คนมาแล้วก็ตาม แต่กลับมีคนหนึ่งที่ในตอนนี้ของขวัญอยากเจอมากที่สุด และเป็คนที่เธออยากให้เขามาอยู่ด้วยใน่เวลานี้ที่เธอกำลังย่ำแย่
(เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้...)
นิ้วเรียวกดตัดสายที่ไร้ผู้ตอบรับ ก่อนจะวางโทรศัพท์เอาไว้ข้างตัวเหมือนเดิม
“พี่คินหายไปไหนกันนะ” เธอติดต่อภาคินทร์ไม่ได้ั้แ่เมื่อวานแล้ว ข้อความที่เธอส่งไปไม่ขึ้นอ่าน พอลองโทรถึงได้รู้ว่าเขาปิดเครื่อง เขาคงกำลังติดงานอะไรสักอย่างอยู่ถึงได้เงียบหายไปแบบนี้
ของขวัญไม่รู้ว่าเขาจะรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นกับเธอแล้วหรือยัง แต่คงจะยังไม่รู้ไม่งั้นป่านนี้เขาคงติดต่อกลับมาถามไถ่กับเธอบ้างแล้ว เพราะยังไงทั้งสองคนก็เป็เพื่อนเพื่อนกัน
แม้จะได้หยุดพักงานเพื่อรักษาอาการป่วยที่เกิดขึ้นกับร่างกายและสภาพจิตใจเป็วันหยุดยาวเกือบสองสัปดาห์ แต่เพราะคำครหาส่วนใหญ่บอกว่าเธอนั้นไร้ความสามารถ อาศัยเพียงแต่หน้าตาของตัวเองเป็จุดขายเท่านั้น ของขวัญจึงไม่อยากให้เวลาพักที่ได้มาเสียเปล่าไปเฉย ๆ เธออยากให้คนที่ใส่ร้ายเธอเห็นว่าตัวเธอเองก็มีความสามารถและพยายามไม่น้อยไปกว่าเพื่อนร่วมวงคนอื่น ๆ หญิงสาวจึงตัดสินใจใช้วันหยุดที่ได้มาเพื่อฝึกซ้อมร้องเพลงและซ้อมเต้นให้ดียิ่งขึ้น
ของขวัญนำเื่นี้ไปปรึกษากับผู้จัดการส่วนตัวและพี่ ๆ ในวงทันที ซึ่งธัญญ่ารวมถึงคนอื่นเองก็ไม่ได้ขัดขวางความ้าของน้องเล็ก อีกทั้งยังช่วยแจ้งต่อบริษัทให้กับเธอด้วย ทางต้นสังกัดเห็นถึงความตั้งใจของเธอที่จะพัฒนาความสามารถของตัวเอง ของขวัญจึงได้เข้าคลาสเรียนร้องเพลงและเรียนเต้นเพิ่มเติมในแต่ละวัน
“เป็ไง ตารางที่จัดให้ดูไม่หนักเกินไปใช่ไหม” ณัฐธิดาเอ่ยถามรุ่นน้องสาว เธอเป็ผู้จัดตารางการเรียนและการซ้อมในแต่ละวันให้แก่ของขวัญด้วยตัวเอง ซึ่งเธอก็หวังว่าของขวัญจะโอเคกับมัน
“ดีมากเลยค่ะพี่ไนน์ ขวัญขอบคุณมากเลยนะคะ”
“ขวัญชอบพี่ก็ดีใจ ไว้วันไหนไม่มีตารางงานพี่จะแวะมาดูขวัญซ้อมแล้วกันนะ” ณัฐธิดาบอกกับรุ่นน้องอย่างใจดี
หลังจากที่ตกลงและพูดคุยเื่ตารางกันเรียนเรียบร้อยแล้ว ในวันต่อมาของขวัญก็ได้เดินทางมาที่บริษัทเพื่อจะได้เริ่มเรียนเรียน
“เต้นดีขึ้นนะ ฝึกบ่อย ๆ อีกนิดก็จะไม่มีใครมาว่าเธอได้แล้ว” ครูสอนเต้นออกปากชม หลังเห็นถึงพัฒนาที่ดีขึ้นในตัวลูกศิษย์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงของขวัญก็สามารถจดจำท่าทางและเต้นตามได้ทั้งเพลงแล้ว
“ขอบคุณค่ะ” ของขวัญยิ้มออกมาอย่างดีใจที่ได้รับคำชม เธอรู้สึกดีที่อย่างน้อยความพยายามของเธอก็มีคนมองเห็นบ้าง
ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังขะมักเขม้นกับการฝึกฝนอยู่นั้น สายตาของเธอที่มองกระจกบานใหญ่เบื้องหน้าก็เหลือบไปเห็นว่าที่ด้านหลังบริเวณประตูห้องซ้อมมีใครคนหนึ่งกำลังยืนกอดอกมองมาที่เธอ
ด้วยความใที่เห็นธามมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่จึงทำให้เธอถึงกับเต้นผิดไปจังหวะไปเล็กน้อย ของขวัญไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำยังไง เขามาั้แ่เมื่อไหร่ เธอควรจะหยุดเต้นแล้วหันกลับไปทักทายเขาดีไหม หรือควรจะเต้นต่อไปแล้วทำเหมือนไม่เห็นเขา
ในขณะที่ของขวัญกำลังขบคิดและเริ่มทะเลาะกับตัวเองในใจ ชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่เงียบ ๆ ก็หันหลังเดินออกไปจากห้องโดยไม่ได้พูดอะไร
และหลังจากวันนั้นของขวัญก็มักจะสังเกตเห็นธามมายืนดูเธอซ้อมร้องเพลงและซ้อมเต้นอีกหลายครั้ง การกระทำของชายหนุ่มเหมือนกับเวลาที่ผู้บริหารมาเดินสุ่มดูเด็กฝึกไม่ผิด ของขวัญคิดว่าการที่เธอเจอเขาบ่อย ๆ ก็อาจจะเป็เพราะเหตุผลนี้ เขาก็แค่บังเอิญสุ่มเปิดมาเจอห้องที่เธอใช้เท่านั้น มันไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น
“คุณธามลงมาดูเด็กฝึกเองทุกวันแบบนี้เด็ก ๆ คงตั้งใจกันน่าดูเลยนะคะ” ของขวัญที่ออกมาเติมน้ำดื่มพอดีแล้วเจอเข้ากับครูสอนเต้นที่เป็คนดูแลเด็กฝึกในค่ายจึงเอ่ยทักออกไปตามประสาคนรู้จัก
“ไม่นะคะน้องขวัญ ยังไม่ถึงวันสอบวัดระดับเลย ไม่มีผู้บริหารคนไหนลงมาที่นี่หรอกค่ะ”
เมื่อได้ยินคำตอบของครู หญิงสาวก็ยืนอึ้งไปอย่างไม่รู้จะพูดยังไงดีเพราะเธอดันเห็นธามที่ชั้นนี้ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง เธอได้แต่สงสัยว่าสรุปแล้วการที่เขามาดูเธอซ้อมจะใช่เื่บังเอิญอย่างที่เธอคิดจริง ๆ หรือเปล่า
จนกระทั่งทั้งสองคนมีโอกาสได้เจอกันซึ่ง ๆ หน้า ของขวัญจึงเป็ฝ่ายเข้าไปทักทายก่อน
“สวัสดีค่ะ ขวัญขอบคุณธามที่ช่วยเคลียร์ข่าวที่ผ่านมาให้นะคะ ว่าแต่...่นี้เราบังเอิญเจอกันบ่อยนะคะ ในห้องซ้อมคุณธามสุ่มมาเจอขวัญตลอดเลย” เธอแกล้งถามชายหนุ่มออกไปเพื่อหาคำตอบในสิ่งที่สงสัย
“่นี้ไม่ใช่่วัดเกรดเด็กฝึก ผมไม่จำเป็ต้องลงมาที่นี่หรอกครับ”
“หมายความว่ายังไงคะ”
“ก็หมายความว่าที่คุณเจอผม มันไม่ใช่เื่บังเอิญ แต่เป็ความตั้งใจของผมเองที่จะมาเจอคุณบ่อย ๆ”
คำตอบที่ตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมของธามเล่นเอาใจของคนฟังอย่างของขวัญเต้นไม่เป็ส่ำ คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกจีบอยู่ยังไงยังงั้น