ปลายยามเว่ย (15.00)
หน้าเรือนพักเต็มไปด้วยศิษย์สำนักเขาไท่ซาน มองดูราวกับกองทัพขนาดย่อม
“เื่ราวในวันนี้หากมีผู้ใดาเ็หรือคิดว่าตนเองสู้ไม่ไหว ให้ถอยออกมาก่อนทุกคนในที่นี้เปรียบเสมือนพี่น้องของข้า ข้ามิอยากสูญเสียผู้ใดไปทั้งสิ้น!!!” หย่งเจี้ยนกล่าว
หย่งเซิงพูดสำทับ “หากใครล่าช้าให้รู้โดยทั่วกันว่าสถานที่นัดพบคือเรือนร้างสกุลอู่ (สกุลร้างที่ถูกโจรสังหารฆ่ายกครัวเมื่อหลายปีก่อน ตั้งอยู่ในทางเปลี่ยวด้านในชิดกำแพงทางเข้าเมือง) เริ่มเดินทาง!” เมื่อทุกคนเริ่มเคลื่อนไหวหย่งเซิงจึงหันมองพี่ชาย
“พวกเราใช้วิชาตัวเบาเดินทางเช่นนี้อาจจะเสียกำลังไปบ้างแต่ยังได้หยุดพักใช่หรือไม่พี่รอง”
“อืม…สำนักเราลูกศิษย์ใช้วิชาตัวเบาเก่งกาจกันทุกคนพี่คาดว่าครึ่งชั่วยาม (1ชั่วโมง) คงถึงที่หมายกันแล้ว”
“พี่จะลงมือยามใด??”
“ยามซวี่ (19.00) ”
“เช่นนั้นพวกเรายังมีเวลาพักกันอยู่ ข้าสั่งกงลี่ให้เดินทางไปก่อนเพื่อหาเสบียงไว้ให้ยามที่สหายและศิษย์น้องเดินทางไปถึง”
“ดียิ่ง” จบคำทั้งสองก็พากันะโหายไปในอากาศลงเขาไปอย่างรวดเร็วพร้อมด้วยองครักษ์เงาติดตาม
๑------------------------๑
ในเมืองหลวง ข่าวนักฆ่าลอบเข้าจวนสกุลจูโด่งดังไปทั่วทุกหนแห่งชาวบ้านที่อยู่อาศัยรอบๆ จวนต่างพากันหวาดกลัว ท่านเสนาบดีจูสั่งการให้พ่อบ้านเฉิงนำเบี้ยออกไปแจกจ่ายเพื่อปลอบประโลมผู้คนเป็จำนวนไม่น้อยและยังบอกกล่าวด้วยว่าเมื่อถึงยามโหย่วให้ทุกครัวเรือนปิดประตูให้สนิทอย่าได้ออกมาเพ่นพ่านเป็เด็ดขาด
“ท่านพ่อ..สอบสวนนักฆ่าได้ความว่าอย่างไรบ้างเ้าคะ??” เหม่ยเซียนถามขึ้นเมื่อเห็นท่านพ่อของนางเดินเข้ามาในห้องโถง
“พวกมันไม่ยอมเปิดปากออกมาสักคำ เมื่อครู่ได้ชิงกัดยาพิษฆ่าตัวตายไปแล้วหนึ่งคน อีกคนพ่อได้สั่งให้เอาผ้าปั้นเป็ลูกกลมยัดปากไว้ป้องกันการฆ่าตัวตายอีก” ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าน่าจะเป็ฝีมือของผู้ใดแต่ก็้าคำให้การของนักฆ่าเพื่อเป็หลักฐานมัดตัว
“เราแจ้งผู้ตรวจการเหยาแล้วใช่หรือไม่ท่านพี่” ฮูหยินเอ่ยถามถึงผู้ตรวจการของเมืองหลวงที่ทำหน้าที่จับคนร้าย (เหมือนตำรวจ)
“ใช่..เมื่อครู่ตอนสอบสวนนักฆ่า ท่านผู้ตรวจการเหยาก็ร่วมอยู่ด้วยแต่ก็ไม่ได้ความอันใด อีกสักครู่คงส่งกำลังคนมาป้องกันรอบๆ จวนเพิ่มอีก” ทุกคนตกอยู่ในความเงียบสงบ
เหม่ยเซียนจึงหันหน้าไปหาตู้ฟางซิน “เ้าจะกลับจวนก่อนหรือไม่ฟางซิน??"
“หากข้ากลับตอนนี้นักฆ่าจะไม่ตามไปทำร้ายข้าใช่หรือไม่??” ตู้ฟางซินมีสีหน้าหวั่นวิตก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นางหวาดกลัวเป็อย่างมาก เหม่ยเซียนหันไปมองท่านพ่อของนางอย่างขอความเห็น
“มีความเป็ไปได้" เสนาบดีจูนั่งเงียบไปแล้วพูดต่อ "เช่นนั้นให้เ้าอยู่ที่นี่เพราะในจวนยังมีองครักษ์เงามากมายย่อมปลอดภัยกว่า อีกสักครู่ลุงจะให้บ่าวรับใช้ไปแจ้งแก่บิดาเ้าว่าอย่าได้กังวล หากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงลุงยินดีรับผิดชอบทั้งหมด" เสนาบดีเอ่ยบอกอย่างเห็นใจเพราะอย่างน้อยตอนนี้นางก็ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันแล้ว
“ขอบพระคุณเ้าค่ะท่านลุง” ฟางซินยิ้มดีใจและโล่งใจอย่างน้อยครอบครัวเหม่ยเซียนก็มิได้เกลียดชังนางซะทีเดียว ยังมีความเอ็นดูอยู่บ้าง
“เช่นนั้นวันนี้เ้านอนพักกับข้าที่เรือนหลานฮวาดีหรือไม่?”
“หากเ้ามิรังเกียจ.."
“รังเกียจอันใด เป็เ้าสิที่จะรังเกียจข้า มาหาข้าวันแรกก็มาเจอกลุ่มนักฆ่าซะได้” เหม่ยเซียนพูดจาติดตลกเพื่อให้ทุกคนผ่อนคลาย
“หากข้ารู้ว่ามาแล้วจะเจอนักฆ่าข้าคงไม่มาหรอก” หลับตาค้อนใส่เหมายเซียน
“55555…เราไปกันเถิด” หันมองท่านแม่กับท่านพ่อ “ลูกจะรับสำรับเย็นกับฟางซินที่เรือนของลูกนะเ้าคะ”
“ตามใจเ้าเถิด..แล้วอย่าพากันออกมาเพ่นพ่านเข้าใจหรือไม่” มองลี่หงกับอี้หง “ดูแลคุณหนูให้ดีอย่าให้พลาดเด็ดขาด”
“เ้าค่ะ/เ้าค่ะ” ทั้งสองคนรับคำ
๑--------------------------๑
ห้องพักห้องหนึ่งบนโรงเตี๊ยมริมทางนอกเมืองหลวง
“นักฆ่าของเราถูกจับตัวไว้สองคน ที่เหลือไม่รอดชีวิตสักคนขอรับ องครักษ์เงาเฝ้าจวนสกุลจูอยู่เต็มพื้นที่ ตอนนี้มีกำลังคนของผู้ตรวจการเหยามาเพิ่ม จำนวนคนมีมากกว่าคนของเราทั้งหมดเห็นทีงานนี้จะไม่ง่ายอย่างงานที่ผ่านๆ มา เพราะเป้าหมายเป็ถึงพระคู่หมั้นขององค์ชายรองและองค์ชายสามขอรับ” นักฆ่ารับจ้างที่เป็ผู้สังเกตการณ์รอบนอกและถอยออกมาก่อนได้กลับมารายงานหัวหน้าฉีเฉียน
“อาชุ่ย” ฉีเฉียนเอ่ยเรียก
“ขอรับ” ขอทานเร่ร่อนตอบรับ
“งานรอบนี้มีตั๋วแลกเงินตีตราสกุลไป่หลักฐานมัดตัวแ่าเช่นนี้จะไม่เป็ปัญหาใช่หรือไม่?” ความกังวลเริ่มบังเกิด งานนี้นอกจากจะเสียกำลังคนไปมากแล้วหากพลาดขึ้นมาแม้แต่ตั๋วเงินสักใบก็ไม่อาจจะมีโอกาสได้ใช้ ลอบสังหารเชื้อพระวงศ์หากไม่ถูกฆ่าตายล้างตระกูลก็มิอาจทนยืนอยู่บนแผ่นดินแคว้นเ้าได้
“เป็ข้าที่มิตรวจสอบให้ดีขออภัยพี่ฉีขอรับ" งานนี้นอกจากจะไม่สำเร็จแล้วยังอาจจะพากันไปตายจนหมดอาชุ่ยคิด
“รับงานมาแล้วก็ต้องทำถึงแม้งานนี้จะทำให้พวกเราจะสิ้นที่อยู่ก็ตาม” หันมองลูกน้องสองคน “คืนนี้ยังมิต้องลงมือมีองครักษ์อยู่เฝ้าแ่าเช่นนั้น กำลังคนของเราย่อมเสียเปรียบ”
“แต่ในใบสั่งบอกให้ลงมือวันนี้” อาชุ่ยถาม
“เราก็ลงมือไปแล้ว..แต่มิสำเร็จมิใช่รึ??? ก็ไม่ผิดอันใด”
“หรือเราจะนำเบี้ยไปคืนสกุลไป่ดีหรือไม่พี่ฉี” อาชุ่ยเสนอ
“ทำเช่นนั้นไม่ได้…ก่อนที่จะจัดตั้งกลุ่มกันขึ้นมาเราได้ให้คำสัตย์สาบานกันไว้แล้วว่าถ้าหากรับงานใดจะต้องทำงานนั้นให้สำเร็จแม้ตัวจะตายก็ห้ามหันหลังกลับ” หันมองอาชุ่ยแล้วพูดต่อ “นอกเสียจากว่าผู้จ้างวานหายรึตายไปก่อน..หากเราทำมิสำเร็จก็มิได้ผิดคำสัตย์อันใด” อาชุ่ยมองฉีเฉียนนิ่ง ‘หึ’ และหัวเราะในลำคอเบาๆ
๑------------------------๑
เรือนหลานฮวาเหม่ยเซียนนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างพลางคิดในใจว่าเป็อย่างที่คาดไว้จริงๆ สกุลไป่สั่งนักฆ่ามาตามฆ่านาง แต่เหตุใดสกุลไป่ของนางเอกถึงเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้กันล่ะทำตัวเฉกเช่นคนร้าย อืม…ช่างเถอะจะผิดจะถูกอย่างไรกองหนุนของนางก็ยิ่งใหญ่คับฟ้าหากผ่านพ้นวันนี้ไปนางเอกยังไม่ยอมรามือ นางก็คงจะไม่ปราณีเช่นกัน 'เรายังไม่อยากตายหรอกนะ' ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว
“เ้าเป็อันใดน่ะ…คิดถึงพระคู่หมั้นทั้งสองรึ” ฟางซินถามเย้า
“บ้า!!! ใครจะคิดกันเล่า” ปฏิเสธหน้าแดง 'คิดเื่อื่นต่างหาก'
“ฮิฮิ..แล้วเ้าจะหน้าแดงทำไมกันเล่า" ฟางซินยิ้ม "ข้าชำระร่างกายเรียบร้อยแล้ว ขอบใจเ้ามากที่ให้หยิบยืมของใช้ทุกอย่าง”
“มิเป็ไรหรอก นี่ก็ยามโหย่วแล้วออกไปด้านหน้าเรือนเถิดอีกสักครู่บ่าวคงจะยกสำรับเย็นเข้ามา” เหม่ยเซียนพูด
“เ้ามิกลัวนักฆ่ารึ"