ชายหนุ่มสามตา เขาคำรามออกมาก้องในทันใด เมื่อพวกเขาพยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณ ฝ่ามือที่หมุนโคจร ของพวกเขา ต่างก็สอดประสานรวมกันเป็นหนึ่ง ก่อนจะส่งปราณพลัง เข้ามาขับเคลื่อนตำราที่ลอยกลางอากาศ จนเกิดแสงพร่างพราวระยิบระยับ จากตำราที่ขับเคลื่อนสำแดงพลัง
ทว่าอี้เฉินกลับต้องหรี่ดวงตาจนเล็กแคบ เมื่อเห็นค่ายกลขนาดใหญ่ ปกคลุมทั่วแดนอาณาที่เขาอยู่ ปรากฏเป็นตราสัญลักษณ์ของค่ายกล5ธาตุ หมายมั่นจะหลอมสรรพชีวิตที่อยู่ภายใน ให้ดับดิ้น
ปราณพลังฟ้าดินถูกสูบกลืน ออกไปอย่างมากมาย จากการขับเคลื่อนค่ายกล5ธาตุบนท้องฟ้าสูง แม้แต่ร่างกายอี้เฉิน ยังถูกสูบกลืนปราณพลังไปอย่างรวดเร็ว มองเห็นปราณพลังโดยรอบหลั่งไหล ออกไปเป็นสายอย่างชัดเจน แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้า ยังเหี่ยวเฉา หม่นแสงในพริบตา
กายเนื้ออี้เฉิน ราวกับถูก ธาตุทั้ง5กดทับร่าง ส่งให้เกิดสายฟ้า เปลวเพลิง น้ำแข็ง สายลม ประหนึ่งมันพยายามจะ พันธนาการเขาไว้ ค่ายกล5ธาตุนี้ เกรงว่าจะเป็นหนึ่งในค่ายกลสังหาร ที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆ ที่อี้เฉินเคยพบเจอ อย่างไม่ต้องสงสัย จนเขาต้องกัดกามสบถด่า เล็ดลอดผ่านไรฟันออกมา
“ไอ้พวกนี้มันคิดจะสังหารข้า ด้วยวิธีนี้ จริงๆ หรือ”
อี้เฉิน ไม่รอช้ากลางฝ่ามือออกไปด้านหน้าในทันใด หากยังอยู่เช่นนี้อีกต่อไป ได้กลายเป็นเขาที่เพลี่ยงพล้ำ อย่างไม่ต้องสงสัย จากปราณพลังที่ถูกสูบกลืนออกไป จากกายาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับแรงกดข่ม ที่มากมหาศาลเช่นนี้
ในเสี้ยววินาทีที่อี้เฉิน ระเบิดปราณพลัง ออกมาท่วมท้นท้องฟ้า ฝ่ามือของเขาก่อวงแหวนอักขระออกไปกว้างไกลในทันใด ก่อนมันจะหมุนอักขระวงแหวน ขับเคลื่อนอย่างเร็วจี๋ ทำให้ท้องฟ้าด้านบน แหวกออกกว้าง ปรากฏฝ่ามือสีแดงฉาน ขนาดใหญ่หลายร้อย จั้ง ตกลงมาจากชั้นฟ้า ราวกับเป็นหนึ่งฝ่ามือ บดบังท้องนภาจนมืดครึ้ม
“จงสำแดงฝ่ามือผนึกโลหิต”
สิ้นเสียงของอี้เฉิน ฝ่ามือสีแดงก็เอื้อมลงมาจากด้านบนฟ้าสูง จากการควบคุม ฝ่ามือของอี้เฉิน ก่อนอัดกระแทกเข้าไปบน ค่ายกล5ธาตุที่สำแดงอยู่บนท้องฟ้า กินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง
เสียงปัง!ดังออกมาก้องก้าวชั้นฟ้า ฉีกกระชากสวรรค์ปฐพีในทันใด เสียงปัง! จึงดังออกไปก้องกว้างไกล ส่งให้เศษปราณพลัง แตกกระจัดกระจายออกไปทั่วทิศ แม้แต่ค่ายทหาร ที่พวกต่างดินแดนตั้งค่ายประจำการ ยังเกิดความวุ่นวายแตกตื่นขึ้นมาไม่น้อย จากเสียงปะทะกันที่ดังออกมากึกก้องเก้าชั้นฟ้า
“เกิดอะไรขึ้น ผู้สูงส่งออกไปรับมือกับศัตรูผู้สูงส่ง ถึง6คนแล้วไม่ใช่หรอกหรือ เหตุใดการต่อสู้ถึงยังไม่จบอีกเล่า”
ก่อนเสียงชายหนุ่มในค่ายทหาร จะกล่าวพูดออกมา “เราไปดู ฉากการต่อสู้ของผู้สูงส่งกันหน่อย ดีหรือไม่” หลายคนครั้นได้ยิน ต่างก็พยักหน้ารับคำ พุ่งปราดออกจากค่ายทหาร มากันร่วมๆ กองร้อย
ทางด้านอี้เฉิน เขาถึงกับกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ จากแรงระเบิดที่รุนแรงส่งให้โดยรอบ เต็มไปด้วยเศษปราณพลังที่กระจัดกระจาย เศษฝุ่นเศษหญ้าปลิวว่อน ก่อนจะเผยให้เห็นสถานการณ์ด้านใน ที่พวกเขาต่อสู้ ห้ำหั่นกัน เป็นเช่นไรบ้างในยามนี้
ด้านชายหนุ่มที่ขับเคลื่อนตำราวิเศษ เขาถึงกับกระอักเลือดออกมา กองใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องหน้ามืดทะมึนก็คงจะเป็น ตำราที่เขาเอาออกมาสำแดง เกิดลอยแตกร้าวลุกลามไปทั่ว
“บัดซบ บัดซบ ตำราของข้ามันเสียหายได้อย่างไร”
ส่วนคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น จินเทียนตี้ หลินจี เฉินหมิง หลี่อี้ถง ที่ส่งปราณพลังออกไปช่วยกันขับเคลื่อนค่ายกล5ธาตุ พวกเขาต่างก็กระอักเลือด บาดเจ็บภายในกันไม่น้อย แววตาเริ่มฉายแววความอิดโรยออกมา อย่างไม่อาจเก็บซ่อนได้อีกต่อไป
ทว่าในเสี้ยววินาที พวกเขาก็ต้องถอยกรูดในฉับพลัน เมื่อเห็นอี้เฉินชี้นิ้วออกมาด้านหน้า ส่งวิชาดัชนีตัดฟ้า มาไล่ต้อนพวกเขา
หลินจี กับ จินเทียนตี้ ที่ยกศาสตราวุธป้องกันคนอื่นๆ ไว้ ร่างพวกเขาทั้งสองถึงกับลอยออกไป อย่างรวดเร็ว ปากกระอักเลือดออกมาอีกคำใหญ่
“ไอ้เวรนี่ พลังของมัน มากเหลือเกิน หากเป็นการต่อสู้ซึ่งๆ หน้าพวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันแน่” จินเทียนตี้กล่าว ยอมรับในพลังของอี้เฉิน
หลินจี นางที่เช็ดเลือดที่มุมปากได้ นางเอ่ยพูดออกไปในทันใด รับรู้ได้เช่นกันว่า อี้เฉินเขาก็บาดเจ็บไม่น้อย แถมเขาเองก็สูญเสียปราณพลัง ไปไม่น้อยเช่นกัน “เราถอยกันคนละก้าว ก่อนดีหรือไม่อี้เฉิน แม้ว่าเจ้าจะฆ่าสังหารพวกเราได้ หนึ่งหรือสองคน ..แต่อีกไม่ช้าเจ้าก็จะตายภายใต้ คมกระบี่ของพวกเรา อยู่ดี ส่วนอีกอย่าง”
อี้เฉิน ขมวดคิ้วมุ่นอยู่เล็กน้อย ส่วนอีกอย่างหนึ่งที่หญิงสาวว่า เกรงว่าจะเป็นกำลังเสริม มายังสถานที่แห่งนี้สินะ “ได้หลินจี ข้าจะยอมรับข้อเสนอของเจ้า”
อี้เฉินยอมรับข้อเสนอของหญิงสาว อย่างไม่ลังเล แม้ว่าจะเสียดายอยู่ไม่น้อยก็ตาม ที่ไม่ได้ฆ่าสังหารผู้สูงส่ง ก่อนเขาจะ โบกฝ่ามือแหวก ห้วงมิติออก แล้วสืบฝีเท้าหลบหนี จากไปในทันใด
อวิ๋นซูจิน เขาที่เรียกสติตนเองกลับมาได้ เดือดดาลในตัวอี้เฉินอยู่ไม่น้อย เขาไม่ยินยอมให้อี้เฉินหลบหนีจากไปเช่นนี้ ครั้นเตรียมจะโบกฝ่ามือตามไล่ล่าอี้เฉิน จู่ๆ เสียงหนึ่งก็กล่าวเตือนสติตัวเขา
“หยุดก่อน อวิ๋นซูจิน เหมือนว่าไอ้เวรอี้เฉินนั้น มันจะรับรู้ว่ามี กำลังเสริม สืบฝีเท้ามายังสถานที่แห่งนี้ ผู้ที่มีการสัมผัส ที่กว้างไกลเช่นนี้ เจ้าคิดจริงหรือว่าจะจับตัวเขาได้ทัน ...เจ้าเองก็น่าจะรู้พลังของเขาแล้วไม่ใช่หรอกหรือ หากเจ้าไปเจ้าได้ตายกลายเป็นผีเฝ้าป่าแน่ ใช่หรือไม่ แม่นางหลินจี”
หลินจี พยักหน้าน้อยๆ “บุรุษผู้นี้น่ายกย่องไม่น้อย แม้ว่าเขาจะเป็นศัตรูก็ถือว่า เขามีการประเมินสถานการณ์ความเสี่ยง ได้เป็นอย่างดี เราไม่ควรประเมินอี้เฉินผู้นี้ต่ำเกินไป”
เหล่าชายหนุ่มได้ยินก็ต่างพยักหน้ารับคำของหญิงสาว มีเพียง อวิ๋นซูจิน เขาที่กำฝ่ามือของเขาไว้จนแน่น จนเกิดเสียงแตกร้าวดังออกมาก้อง ด้วยโทสะ เผ่าหงส์เพลิงบรรพกาลอย่างเขา ไม่คิดว่าจะมีวันที่น่าอับอายเฉกเช่นนี้
หลังจากนั้นไม่นาน เหล่าทหาร ภายในค่ายทหาร ตามออกมาดูชมการต่อสู้ พวกเขาต่างก็เบิกตาออกกว้าง เมื่อเห็น สภาพของผู้สูงส่งทั้ง 6 บาดเจ็บกันไม่น้อย ก่อนนายกอง อวิ๋นซูจิน จะเอ่ยสั่งการ “พวกเจ้า ตรวจตราบริเวณนี้อย่างแน่นหนา ไม่ว่าเจอสิ่งผิดปกติใด ให้มารายงานข้า”
เหล่าทหารที่สืบฝีเท้ามา ต่างก็ตะลึงงันกับคำสั่งนี้ ทว่ามีหรือพวกเขาจะกล้าไต่ถามถึงสถานการณ์ ของการต่อสู้ ด้วยสีหน้าที่บึ้งตึงของพวกเขา จึงทำให้นักรบเหล่านั้นกลืนคำพูดลงคอไปจนหมดสิ้น
...อี้เฉิน ที่สืบฝีเท้าหนีหายจากไปไม่ไกลมากนัก เมื่อเขาเจอสถานที่ เนินผาที่เกิดแผ่นดินแตกแยก เขาเร้นกายลงไปใต้แผ่นดินที่แตกร้าว เก็บซ่อนปราณพลัง โดยพลัน ก่อนเขาจะกระอักเลือดออกมากองใหญ่ สูญเสียปราณพลังไปไม่ใช่น้อย
หากเดินทางไปพบศัตรูต่างดินแดนตั้งค่าย เกรงว่าคงจะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก อี้เฉินจึงคิดจะใช้สถานที่แห่งนี้พักฟื้นปราณพลัง ก่อนเขาจะเช็ดเลือดที่เปรอะเปื้อน มุมปากออก กล่าวพูดออกมาราวกับเป็นคำพูดตัดพ้อ “หวังว่าพวกเจ้า จะกลับไปสมทบกับคนตระกูล อี้ ได้สำเร็จนะ”
อี้เฉินถอนหายใจออกมายาว ไม่คิดว่าคนทวีปมืดจะมีผู้สูงส่งมากมายถึงเพียงนี้ “เกรงว่าข้าคงต้องอยู่สถานที่แห่งนี้ อีกพักหนึ่งแล้วกระมัง กว่าที่ข้าจะกลับไปหาพวกเจ้า เหล่าคนตระกูล อี้ อย่างไรข้าก็ต้องยัน ผู้สูงส่งพร้อมกับกำลังเสริมพวกนี้ ไว้สถานที่แห่งนี้ให้ได้ ไม่เช่นนั้น ความเป็นไปของสงคราม ได้เกิดความยากลำบากกว่าที่พวกเจ้า เคยพบเจอเป็นแน่”
ครั้นอี้เฉินครุ่นคิดเช่นนั้นได้ เขานั่งทำสมาธิฟื้นฟูปราณพลังในทันที ทว่าระหว่างเวลาที่เขาสูญเสียไป เขาไม่ได้ปล่อยให้มันเปล่าประโยชน์ ยังคงเดินหน้าขัดเกลาวิชาที่เขาได้หยั่งรู้มา ให้เกิดการรู้แจ้ง หมายมั่นจะสลัก สร้างญาณวิเศษ ที่เป็นของตนเองขึ้นมาให้ได้
หากอี้เฉิน ทำมันสำเร็จมันจะช่วยให้เขา เพิ่มพูนยกระดับ ศักยภาพของเขาได้ไม่น้อย แม้มันจะเป็น ญาณวิเศษระดับต่ำที่ถูกเขาสลักสร้างขึ้นมาก็ตาม