ใน่เวลายามเว้ย (เวลา 13.00-14.59 น.) กลับพบว่ามีหญิงสาวนางหนึ่งกำลังนั่งอยู่เพียงลำพัง ณ โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง คล้ายกับรอคอยบางสิ่งบางอย่างอยู่ ด้วยใบหน้าหมอง ดวงตาแดงระเรื่อ แต่ก็มิมีผู้ใดให้ความสนใจมากนัก ด้วยนั่งอยู่มุมของโรงเตี๊ยม
“จินหลง หยางคง ข้าหิวแล้ว หาอะไรกินกันเถอะ” เป่ยจินเอ่ยออกมาหลังจากออกไปดูกิจการและจวนที่ได้ดำเนินการสร้างไปแล้วเสร็จ เพื่อจัดการงานที่เหลืออีกเพียงเล็กน้อย
“หืม นั่งตรงนั้นดีหรือไม่” จินหลงเอ่ยออกมา เมื่อหันไปมองชั้นสองของโรงเตี๊ยมยังมีที่ว่าง เหลืออยู่
“เอ๊ะ นั้นมิใช่ไป๋ฮวาหรอกหรือ” เป่ยจินที่หันไปตามมือของจินหลงเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าเป็ใครนั่งอยู่ตรงนั้น
ทั้งสามไม่รอช้าจึงเดินเข้าไปหาทันที น้อยครั้งนักที่คุณหนูอย่างไป๋ฮวาจะออกมานั่งเฉยๆ เช่นนี้ หากมิโดนครอบครัวกักตัวไว้ หรือต้องไปร่ำเรียนตำราภายในจวน
“คุณหนูไป๋ฮวามานั่งทำอันใดตรงนี้กัน” หยางคงเอ่ยทักออกมาทันที เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมิมีท่าทีจะรู้สึกตัวว่ามีคนกำลังก้าวเข้ามาล้อมรอบตนเองไว้ หากมิใช่พวกตนเองคงอันตรายยิ่งนัก
เป่ยจินที่เห็นว่าทันทีที่สหายสนิทกันมา ใบหน้ากลับปรากฏร่องรอยแห่งน้ำตาและดวงตาที่แดงระเรื่อยิ่งนัก คล้ายกับคนที่กำลังนั่งร้องไห้มาตลอดเวลาเสียเช่นนั้น
“อ๊ะ เ้าเป็อันใด ใครรังแกเ้าหรือ บอกข้ามา” เป่ยจินหันไปจับข้อมืออีกฝ่ายไว้ทันที ที่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะหันหน้าหนี
ไป๋ฮวาที่ซับน้ำตาเรียบร้อยแล้ว จึงหันมากล่าวตอบทั้งสามที่กำลังตั้งตาฟังคำตอบ ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม คล้ายกับว่าเหตุการณ์เมื่อครู่มิเคยเกิดขึ้น
“มิมีใครกล้ารังแกข้าหรอก” ผู้ใดจะกล้ารังแกบุตรสาวตระกูลไป๋กันเล่า
“แล้วเหตุใดกัน คุณหนูอย่างเ้าถึงมานั่งร่ำไห้เช่นนี้เล่า หืม” หยางคงยังคงยังคงถามออกไป อาจจะด้วยความห่วงใยในสหายคนแรกของคุณหนู
“มาๆ นั่งลงก่อนเถิด จะยืนคุยกันหรือไร” เมื่อเห็นว่ามิอาจเลี่ยงหลีกไปได้ เช่นไรนางมาที่นี้ก็เพื่อมาขอความช่วยเหลือจากเป่ยจินและทุกคนอยู่แล้ว จึงตัดสินใจที่จะเอ่ยออกไปทันที ที่เห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีห่วงใยในตัวนางถึงเพียงนี้
“ข้าไร้ที่พึ่งพิงเสียแล้วละ เป่ยจิน” ไป๋ฮวาเอ่ยจบก็เเบนหน้าหนีไปอีกทาง ด้วยมิอยากเห็นสีหน้าของทั้งสาม นางมิชอบให้ผู้ใดมาสงสารหรือเวทนาในตัวนางยิ่งนัก
คล้ายทั้งสามจะยังตั้งสติมิทัน จึงมิได้สนใจความนัยของประโยคที่สื่ออกมา
“เ้าพูดเื่อันใดกัน ข้ามิเห็นจะเข้าใจ” ขณะที่เป่ยจินถามออกไป หยางคงก็พยักหน้าให้คุณหนูของตน เป็อันเข้าใจตรงกันว่า ทั้งเป่ยจินและหยางคงยังต่างมิเข้าใจในเื่นั้น
ส่วนจินหลงที่เข้าใจเหตุการณ์ได้เป็อย่างดี ก็ทำเพียงนั่งมองกิจกรรมของมนุษย์ต่อไป ถือว่าเป็หนึ่งในสีสันของการใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์เช่นกัน
“ข้าโดนไล่ออกมาจากตระกูลเสียแล้ว ทำเช่นไรดีละ” ไป๋ฮวาเอ่ยออกมา เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยให้แก่ทั้งสองคน พร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ที่คล้ายจะพยายามกลั่นมันออกมา เพื่อให้คนทั้งสองรับรู้ว่านาง มิเป็อันใด
“เ้าล้อเล่นแล้วไป๋ฮวา” เป่ยจินเอ่ยออกมา ปนน้ำเสียงสั่นๆ ด้วยคิดว่าเป็มุขตลกของอีกฝ่าย
“ข้าเปล่า ข้ามิมีที่ไป ข้าขอนอนด้วยๆได้หรือไม่” ไป๋ฮวาเอ่ยออกมาด้วยท่าทีจริงจัง น้ำเสียงไม่มีความเล่นลิ้นปะปนแม้แต่น้อย เป็เหตุให้เป่ยจินอดที่จะสงสัยเสียมิได้
“คนในโลกนี้ มีนิสัยแบบนี้ด้วยงั้นหรือ จินหลง” เป่ยจินหันไปถามจินหลง ด้วยความสงสัย ว่ามีครอบครัวเช่นนี้ด้วยหรือ
แต่เมื่อคิดไปถึงในอดีตที่แม้แต่บิดามารดาของตนยังเคยโดนไล่ออกจากบ้านมาแล้ว จึงมินึกแปลกใจ เพียงแต่บิดามารดาของนางนั้นมิใช่บุตรที่แท้จริงเสียหน่อย จะโดนเช่นนั้นก็ยังพอจะเข้าใจได้ถึงการกระทำ หรือมันมิควรเข้าใจเสียด้วยซ้ำ มิว่าจะเป็เหตุผลใดก็ตาม ในการกระทำเช่นนี้
“ข้ามิรู้” จินหลงเอ่ยออกมา ด้วยน้ำเสียงมิได้หาคำตอบ เพียงแค่ตอบออกไป
“พึ่งพามิได้ ไร้ประโยชน์เสียจริง” เป่ยจินบ่นงุบงิบเบาๆ จากนั้นจึงหันไปสนใจสหายของตนเองต่อ อย่างไรปัญหานี้ก็ใช่ว่าจะยากเกินไป
โดนไล่ออกแล้วเช่นไร จวนข้ากว้างใหญ่ขนาดนี้ จะรับเลี้ยงเด็กสักคนเหลือเฟือ หึหึ
“เช่นนั้นคืนนี้เ้าพักที่เรือนข้าแล้วกันพรุ่งนี้ค่อยมาคุยเื่ราวที่เกิดขึ้นอีกที”
“อืม ขอบใจเ้ามาก” หลังที่ตกลงกันได้ ไป่ฮวาก็เอาแต่กล่าวขอบคุณไป๋ฮวา จนเป่ยจินบอกว่าหิวแล้ว จึงได้ทานอาหารกัน
ภายหลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว ทั้งสี่คนจึงจ่ายค่าโรงเตี๊ยมและจัดการเก็บข้าวของ ซึ่งมิค่อยจะมีอยู่แล้ว เพื่อย้ายเข้าจวนม่านหมอก ซึ่งเป่ยจินเป็คนตั้งชื่อจวนนี้ด้วยตนเอง
“เ้าพักห้องข้างๆ ข้าละกันไปฮวาเออร์”
“อืม พี่หยางกับพี่หลงเล่าพักที่ใด”
“พักเรือนปีกซ้ายและเรือนปีกขวานะ เ้ามิต้องสนใจหรอก เ้ารีบไปชำระกายและพักผ่อนเถิด วันนี้เ้าคงเหนื่อยมามากแล้ว”
“อืม ขอบใจเ้ามาก ข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ พี่หยางพี่หลง”
“อืม” หยางคงเอ่ยออกไป ส่วนจินหลงนั้น เดินหายเข้าไปด้านในเรือนของตนเองเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ยามค่ำคืนแรกภายในจวนม่านหมอกมาถึง แขกผู้มาเยือนจวนแห่งนี้ก็ตามมาด้วยเช่นกัน
“เพล้ง ปั๊ก ฉึก เคร้ง !!!!”
บนหลังคาของจวนในขณะนี้กำลังเกิดการต่อสู้ระหว่างองครักษ์เงาเกิดขึึ้น
“หัวหน้าชายชุดดำขอรับ”
“ปกป้องคุณหนู”
“พวกเ้าลุกล้ำเข้ามาในจวนแห่งนี้้าอันใด” เซ่าปิง หนึ่งในองครักษ์เงาของตระกูลเป่ย และเป็หนึ่งในหน่วยราตรีกาลเอ่ยออกมา
เมื่อมิมีผู้ใดเอ่ยตอบ การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป
“เพล้ง ฉึบ”
“ข้าเฉินอี้ เป็คนของคู่หมั้นคุณหนูเป่ยจิน นายท่านจวินเทียนหลง” เฉินอี้ หนึ่งในองครักษ์เงาของเทียนหลงเอ่ยออกมา ด้วยนายท่านสั่งมิให้ล่วงเกินคนของคุณหนู จึงทำให้เพลี่ยงพล้ำ หากมิรีบเอ่ยออกมา เกรงว่าแม้แต่ลมหายใจก็คงจะมิมีกลับไปรายงานนายท่านเสียแล้ว
เมื่อเห็นว่าอีกฝั่งคือใคร ชายชุดดำอีกคนจึงยอมเผยตัวตนออกมาเช่นกัน
“พวกข้าต้าซวง คือคนของฮ่องเต้แคว้นต้าเฉียง” ต้าซวงเอ่ยออกมา ด้วยเพราะรับรู้ว่าอีกฝ่ายคือคนกันเอง มิอยากต่อสู้ให้เสียเื
“พวกเ้ามาสอดแนมทำไมกัน เฉินอี้” ต้าซวงเอ่ยออกไป
เมื่อเห็นว่าชายชุดดำทั้งสองฝ่ายยอมลดอาวุธลงแล้ว เซ่าปิงก็บอกให้คนอื่นๆ เก็บอาวุธไปเช่นกัน
“เอ๊ะ พวกเ้ารู้จักกันงั้นหรือ” เซ่าปิงเอ่ยถามออกไป เมื่อจับสังเกตบางอย่างได้
องครักษ์ของเป่ยจินเอ่ยถามออกไป เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์ที่กำลังดุเดือดก่อนหน้านี้ สงบลงด้วยการแนะนำตัวของทั้งสองฝ่าย และแสดงตัวออกมา
“อ่อ เออ เปล่า พวกข้าปะทะกันบ่อยต่างหากเล่า”
“ใช่ๆ เ้าพวกนี้ชอบเข้ามาสอดแนมในแคว้นของข้านะ”
“เช่นนั้นหากมิมีอันใดแล้วข้าว่า เ้าควรกลับไปเสียต้าซวง ส่วนเื่รายงาน ข้าจะรายงานไปยังนายท่านของข้า ส่วนเ้ากลับไปรายงานนายท่านของเ้าเสีย ว่าเ้าของจวนนี้คุณหนูเป่ยจิน คือว่าที่นายหญิงของนายท่านจวินเทียนหลง”
“อืม ขออภัยเช่นกัน ข้าจะรีบกลับไปรานงานนายท่าน เ้าวางใจได้ นายท่านของข้ามิได้ประสงค์ร้าย ยิ่งรับรู้ว่านางคือคนของท่านจวินเทียนหลงแล้ว”
“อืม เช่นนั้น พวกเ้ากลับไปเสีย หากมิได้ปองร้ายต่อคุณหนูของข้า” เซ่าปิงเอ่ยขัดทั้งคู่ออกมา ตกลงอันใดกัน ช่างมิสนใจหัวหงอกเช่นเขาเลยกระมัง มาบุกรุกพื้นที่คนอื่นมิใช่หรือไร มานั่งกันตกลงเพียงสองฝ่าย
‘คอยดูเถิด ข้าจะไปฟ้องคุณหนูข้าแน่ หึหึ’
“กลับ” ต้าซวงเอ่ย
“กลับ” เมื่อเห็นว่าต้าซวงกลับไปแล้ว เฉินอี้จึงหันมาหาเซ่่าปิง เพื่อบอกว่าตนเองก็จะจากไปเช่นกัน ให้วางใจได้
เมื่อทุกฝ่ายจากไป ไร้ซึ่งการาเ็เืตกยางออก เซ่าปิงจึงหันไปบอกคนที่เหลือให้ผลัดกันดูเวรยามให้ดี แม้จะเป็หมาป่าหิวโซจากป่าม่านหมอกก็ตาม ห้ามมิให้เข้ามาก่อนคุณหนูอนุญาต เด็ดขาด
“พวกเ้าเฝ้าเวรยามดีๆ ข้าจะไปรายงานคุณหนู”
“ขอรับ”
“เรียนคุณหนู เกิดเหตุปะทะกันระหว่างคนของนายท่านจวินเทียนหลงและคนของฮ่องเต้แคว้นต้าเฉียงขอรับ”
“ห๊าาา คนของจวินเทียนงั้นหรือ มาได้อย่างไรกัน”
“ที่ต้องน่าใมันต้องเป็คนของฮ่องเต้แคว้นต้าเฉียงมิใช่หรือไงกันขอรับท่านจินหลง” หยางคงหันไปกระซิบกับจินหลงเบาๆ