บทที่ 5 เคล็ดวิชาระดับจื้อจุน เคล็ดกระบี่จิต
สีหน้าของเหลยป้าเปลี่ยนเป็ย่ำแย่ลงทันที แต่เขาก็ทำอะไรอันเมี่ยวหลิงไม่ได้ เพราะนับจากนี้เป็ต้นไป อันเมี่ยวหลิงคือความหวังของสำนัก สุดท้ายเขาจึงทำได้เพียงหันไปมองม่อเวิ่นเทียน
ม่อเวิ่นเทียนเองก็รู้สึกปวดหัว เหตุใดนางถึงได้หลงใหลในตัวฉินเทียนถึงเพียงนี้ รูปลักษณ์ภายนอกมันสำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ?
ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงะโดังขึ้น "ท่านเ้าสำนัก แย่แล้วขอรับ!
มีเผ่าอสูรจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามายังคุนหลุนขอรับ"
เมื่อม่อเวิ่นเทียนได้ยินเช่นนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ต้องเป็เพราะปรากฏการณ์ประหลาดของฟ้าดินก่อนหน้านี้ที่ดึงดูดความสนใจของเผ่าอสูรอย่างแน่นอน
ดังนั้นพวกมันจึงส่งอสูรมาซุ่มซ่อนอยู่แถวนี้ และบังเอิญตรวจพบว่าอันเมี่ยวหลิงได้ปลุกสายเืโบราณขึ้นมา
สายเืโบราณเช่นนี้ สำหรับสัตว์อสูรแล้ว ไม่ต่างอะไรกับสมบัติล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง เพราะหากพวกมันกลืนกินเข้าไป จะสามารถยกระดับสายเืของตนเองได้
"ไป พวกเราไปดูกัน" พูดจบ ม่อเวิ่นเทียนก็นำเหล่าประมุขยอดเขาบินมุ่งหน้าไปยังประตูสำนักทันที
ภายนอกสำนักมีเผ่าอสูรเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากม่อเวิ่นเทียนมาถึงหน้าประตูสำนักได้ไม่นาน เขาก็เห็นพยัคฆ์ขาวตัวสูงหกฉื่อวิ่งตะบึงเข้ามา
"จักรพรรดิอสูรพยัคฆ์ขาว มาที่สำนักคุนหลุนของข้ามีธุระอันใด?"
"ฮ่า ๆ ๆ! หากเ้าไม่อยากเดือดร้อน ก็จงส่งตัวผู้ปลุกสายเืออกมาเสีย มิเช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าล้างบางสำนักคุนหลุนของพวกเ้า!" จักรพรรดิอสูรพยัคฆ์ขาวข่มขู่
"น่าขัน! ลำพังแค่เ้างั้นหรือ คิดจะมาทำลายสำนักคุนหลุนของข้า?" ม่อเวิ่นเทียนมีสีหน้าดูแคลน
จักรพรรดิอสูรพยัคฆ์ขาวอยู่ระดับกึ่งปราชญ์ขั้นสอง ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับเขา ดังนั้นเขาจึงไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย
"ลำพังข้าอาจจะไม่พอ แต่ถ้ารวมจักรพรรดิอสูรชิงเผิงเข้าไปด้วยเล่า?
อีกไม่นานมันก็จะมาถึง เ้ามีเวลาตัดสินใจไม่มากแล้ว"
เมื่อได้ยินว่ายังมีจักรพรรดิอสูรอีกตน สีหน้าของม่อเวิ่นเทียนก็เคร่งขรึมขึ้นมา "ฉินเทียน เ้าพาอันเมี่ยวหลิงหลบไปก่อน"
"เอ๊ะ! คนหายไปไหนแล้ว?" เมื่อครู่เขายังเห็นฉินเทียนอยู่ข้างหลัง พอหันมามองอีกทีกลับหายไปเสียแล้ว?
ม่อเวิ่นเทียนหันไปมองอันเมี่ยวหลิงที่อยู่ไม่ไกล "อาจารย์ของเ้าเล่า?"
"ไม่ทราบเ้าค่ะ" นางเองก็เพิ่งพบว่าอาจารย์หายตัวไป
อันเมี่ยวหลิงตกอยู่ในห้วงความคิดทันที อาจารย์สามารถหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทั้งที่อยู่ข้างกายม่อเวิ่นเทียนและนางได้อย่างไรกัน
ห่างจากสำนักไปสิบลี้ จักรพรรดิอสูรชิงเผิงกำลังนำสี่าาอสูรลูกน้องมุ่งหน้าไปยังสำนักคุนหลุน
ทันใดนั้น พวกมันก็หยุดชะงักลงกะทันหัน เพราะเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่บนต้นไม้เบื้องหน้า
ฉินเทียนถามเรียบ ๆ "จะรีบร้อนไปทำไมกัน?"
จักรพรรดิอสูรชิงเผิงมองฉินเทียนด้วยความระแวดระวัง "ข้ามีธุระสำคัญ ไว้คราวหน้าค่อยพบกันใหม่"
พูดจบ มันก็พยายามจะเดินอ้อมผ่านไป แต่พออ้อมไปแล้ว ฉินเทียนกลับมาขวางหน้ามันไว้อีกครั้ง "ทางนี้ผ่านไม่ได้ กลับไปเสียเถิด!"
"หืม? เ้ารู้หรือว่าข้าจะทำอะไร? หรือว่าเ้าเป็คนของสำนักคุนหลุน?" จักรพรรดิอสูรชิงเผิงถาม
"ยินดีด้วย เ้าตอบถูกแล้ว!"
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ดูไร้พิษสงของฉินเทียน มันก็ขนลุกซู่ "ถ้าเช่นนั้น ข้าขอตัวลาก่อน"
พูดจบมันก็นำสี่าาอสูรเดินกลับไป
"ช้าก่อน!"
จักรพรรดิอสูรชิงเผิงสะดุ้งโหยง ก่อนจะหันกลับมามองฉินเทียนด้วยความระแวดระวังอย่างยิ่ง
"วางใจเถิด ข้ายังไม่้าแก่นโลหิตบริสุทธิ์ของเ้าในตอนนี้ เพียงแต่ข้ามีวาสนากับาาอสูรโค์ตนนี้ ดังนั้นหลังจากนี้เขาต้องตามข้ามา"
พูดจบเขาก็สะบัดมือครั้งเดียว คว้าตัวาาอสูรโค์มาทันที
"เ้า... เ้า..." สีหน้าของชิงเผิงเปลี่ยนเป็แดงสลับขาว
สุดท้ายมันก็ทำได้เพียงกดข่มความโกรธในใจ "ไป พวกเรากลับ"
สิ้นคำพูดนั้น มันก็นำาาอสูรที่เหลือวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วราวกับบินได้
ฉินเทียนนำาาอสูรโค์มุ่งหน้าไปยังยอดเขาฉางเจี้ยน พลางพึมพำว่า "ไม่ได้กินเนื้อวัวมานานแล้ว"
เมื่อได้ยินคำนี้ าาอสูรโค์ที่ถูกผนึกอยู่ในมือเขาก็ใจนน้ำตาไหลพราก "เนื้อหมาป่ากับเนื้อหมีไม่อร่อยหรือ? ทำไมต้องกินเนื้อวัวด้วย!"
พอกลับถึงยอดเขาฉางเจี้ยน เขาก็จัดการชำแหละโค์ทันที จากนั้นก็ตัดขาข้างหนึ่งออกมาเริ่มทำอาหาร
ฝั่งหน้าประตูสำนัก ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันอยู่นานถึงครึ่งชั่วยาม
ในที่สุดจักรพรรดิอสูรพยัคฆ์ขาวก็มั่นใจว่าตนเองถูกเบี้ยวนัด ลำพังเพียงขุมกำลังของเขาคนเดียวไม่มีทางตีฝ่าสำนักคุนหลุนเข้าไปได้ ดังนั้นเขาจึงต้องยอมแพ้
"เ้าคอยดูเถิด ข้าจะกลับมาใหม่" พูดจบก็พาลูกน้องหนีไป
ทันทีที่อันเมี่ยวหลิงกลับมาถึงยอดเขาฉางเจี้ยน นางก็ได้กลิ่นหอมของอาหาร "ท่านอาจารย์ ท่านกำลังทำของอร่อยอะไรอีกเ้าคะ?"
ตอนนี้นางตั้งตารออาหารที่ฉินเทียนทำมาก เพราะวัตถุดิบส่วนใหญ่เป็เนื้อาาอสูรและสมุนไพริญญาพันปี
"วันนี้ทำเนื้อวัวตุ๋น" ฉินเทียนตอบ
เนื้อวัว? อันเมี่ยวหลิงเดินเข้าไปหา "ในหอจองจำปีศาจไม่มีอสูรวัวไม่ใช่หรือเ้าคะ?"
"พอดีมีสหายมาหา ข้าเลยขอแบ่งมาน่ะ"
สหาย? อันเมี่ยวหลิงนึกถึงเื่ที่จักรพรรดิอสูรชิงเผิงไม่ได้มาทันที ในเมื่ออาจารย์อยากจะแสร้งทำ นางก็ปล่อยเขาไป
หลังจากนั้นทั้งสองก็เริ่มทานอาหาร เมื่อทานเสร็จฉินเทียนก็เตรียมตัวกลับเข้าห้องไปนอน
แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกอันเมี่ยวหลิงดึงเอาไว้ "ต่อไปท่านต้องอยู่เป็เพื่อนข้าฝึกฝน ในฐานะอาจารย์ ท่านต้องทำตัวเป็แบบอย่าง
ข้าไม่อยากได้ยินคนอย่างเหลยป้าพูดถึงท่านแบบนั้นอีก แบบนั้นข้าเสียหน้ามากเ้าค่ะ" ปากพูดเช่นนี้ แต่ความจริงนาง้าตรวจสอบพลังที่แท้จริงของฉินเทียนในระหว่างการฝึกฝน
"ฝึก... ฝึกฝนหรือ? อาจารย์ไม่ต้องฝึกก็เก่งกาจอยู่แล้ว"
"เก่งแค่ไหนกันเ้าคะ?"
ฉินเทียนครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า "ในสำนักนี้ไม่น่าจะมีใครสู้ข้าได้"
"ถ้าอย่างนั้น ท่านยอมรับว่าท่านอยู่ระดับกึ่งปราชญ์ใช่หรือไม่เ้าคะ?" อันเมี่ยวหลิงถาม
"เ้าว่าใช่ก็ใช่!" พูดจบเขาก็เดินเข้าห้องไป
หลังจากกลับเข้าห้อง เขาได้นำวิชากระบี่ระดับจื้อจุน เคล็ดกระบี่จิตออกมาเริ่มศึกษา
ผ่านไปหนึ่งเดือน เขาก็สามารถบรรลุถึงขั้นเจ็ด และเข้าถึงเจตจำนงแห่งกระบี่ได้ การที่สามารถบรรลุถึงระดับนี้ได้ ความจริงแล้วเขาใช้การโกง
เคล็ดวิชาเนรมิตอิสระสามารถจำแลงกายเป็ผู้ที่มีระดับพลังใกล้เคียงกับตนเองได้ ดังนั้นเขาจึงจำแลงกายเป็ประมุขยอดเขาเทียนเจี้ยน ซึ่งเป็ผู้ที่มีเจตจำนงแห่งกระบี่อยู่แล้ว การฝึกฝนจึงรวดเร็วมาก
ในขณะเดียวกัน เขาก็ตระหนักได้ว่า พร์ของตนเองไม่ได้ดีเด่นอะไรเลย
แต่ตอนนี้อันเมี่ยวหลิงอยู่เพียงระดับนิพพานขั้นหนึ่ง ตราบใดที่นางยังคงทะลวงระดับต่อไปได้ พร์ของเขาก็ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาได้อีกมาก
ภายในลานกว้าง อันเมี่ยวหลิงกำลังโคจรพลังฝึกฝน สีหน้าเต็มไปด้วยความเ็า
่หลายวันนี้สองศิษย์อาจารย์พูดคุยกันน้อยลง อันเมี่ยวหลิงที่มุ่งมั่นฝึกฝนวิถีไร้ใจของนาง ดังนั้นนิสัยจึงกลับมาเ็าอีกครั้ง
ฉินเทียนเดินเข้าไปถามว่า "เ้าฝึกเคล็ดวิชาอะไรอยู่?"
อันเมี่ยวหลิงเก็บกระบี่แล้วกล่าวเรียบ ๆ ว่า "บันทึกไท่ซ่างลืมเลือนรักเ้าค่ะ นี่เป็เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิ หากท่านอาจารย์้า ข้าสามารถถ่ายทอดให้ท่านได้"
ฉินเทียนขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า "อ่านให้ข้าฟังหน่อย"
อันเมี่ยวหลิงพยักหน้า "รวบรวมห้าธาตุรู้การเกิดดับ มองเห็นลิขิตฟ้าสามารถลืมเลือนรัก..."
ฟังเพียงไม่กี่ประโยค ฉินเทียนก็สั่งให้หยุด "นี่มันเคล็ดวิชาขยะอะไรกัน ยังจะมาลืมเลือนรักอีก หากตัดขาดจากเจ็ดอารมณ์หกปรารถนา กลายเป็คนที่ไร้ความรู้สึก แล้วการบำเพ็ญเพียรจะมีความหมายอะไร? การมีชีวิตอยู่จะมีความหมายอะไร?"
คำถามสองประโยคติดต่อกันทำให้อันเมี่ยวหลิงถึงกับอึ้งไป ่ที่ใช้เวลาร่วมกับฉินเทียนทุกวัน ความรักและความห่วงใยที่ฉินเทียนมีให้นาง รวมถึงความเสียสละของฉินเทียนที่มอบอาวุธจักรพรรดิขั้นสูงสุดและยาจักรพรรดิอสูรให้นาง
อารมณ์เหล่านี้กำลังสั่นคลอนจิตใจแห่งวิถีของนาง
"เ้าชอบฝึกกระบี่ไม่ใช่หรือ ข้ามีเคล็ดกระบี่จิตเล่มนี้ น่าจะดีกว่าบันทึกไท่ซ่างลืมเลือนรักของเ้า"
พูดจบ ฉินเทียนก็ยื่นเคล็ดกระบี่จิตส่งให้นาง