ตอนที่ 63 งั้นนายก็ตายอยู่ที่นี่ละกัน
จากกำหนดการของบาวดี้ก่อนหน้านั้น เฉินอันหลานได้ขับรถตรงไปยังท่าเรือชุ่นเทียนและเลือกจอดรถในบริเวณที่ห่างจากโกดังเก็บสินค้าประมาณหนึ่งก่อนจะติดต่อบาวดี้ไป(อาเล่อ นายอยู่ไหนเนี่ย มาถึงหรือยัง?)“ถึงแล้ว สถานการณ์ตอนนี้เป็นไงบ้าง?”(กำลังขนของขึ้นรถบรรทุก ขนเสร็จน่าจะตรงไปที่โกดังเลย) บาวดี้ที่อยู่ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้นเล็กน้อย และหลังจากสงบสติอารมณ์ได้เขาก็เริ่มถามต่อ (อาเล่อ พี่น้องของเราพร้อมแล้ว เราจะเริ่มลงมือกันเมื่อไหร่ดี?)เฉินอันหลานมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือ “คนรับของมีกี่คน”(คนขนของหก การ์ดอีกสาม ละก็คนขับรถอีกหนึ่ง)“หรงอันชิ่งไม่อยู่ที่นั่นเหรอ?”(ฉันยังไม่เห็นเขาเลย เดี๋ยวนะ...) บาวดี้ร้องออกมาเสียงหลง หลังจากนั้นเขาก็เงียบไปพักใหญ่ ผ่านไปหลายวินาทีเสียงของบาวดี้ก็ดังเข้ามาในหูฟังอีกครั้ง คราวนี้นอกจากน้ำเสียงตื่นเต้นที่จะได้ปล้นสินค้าล็อตนี้แล้วยังแฝงไว้ด้วยน้ำเสียงที่เจือความกังวลเล็กน้อยอีกด้วย(อาเล่อ มีคนมา)“นายเห็นใคร?”“ฉันไม่รู้ชื่อเขา เป็นตำรวจที่ออกข่าวบ่อย ๆ คนนั้น”ตำรวจ?เฉินอันหลานขมวดคิ้วเล็กน้อย หลังจากเงียบไปพักใหญ่จึงเอ่ยถามต่อ“พวกมันมากันกี่คน?”(เจ็ดหรือแปด หรงอันชิ่งก็มาด้วย...อาเล่อ หรือว่าคืนนี้เราควรปล่อยไปก่อน พวกมันมีเยอะเกินไป พวกเราสู้มันไม่ได้แน่)“ฉันจะไปหาเดี๋ยวนี้”(อาเล่อ!)“มีอะไรอีก?”(อาเล่อ ไม่ใช่ว่าพวกเรากลัวตายหรอกนะ แต่ลูกน้องของหรงอันชิ่งมีเยอะเกินไป ลำพังแค่พวกเราไม่มีทางชิงของมาได้แน่ แถมพวกเขายังมีอาวุธครบมือเลยด้วย อันตรายเกินไป)เฉินอันหลานหยิบปืนพกขึ้นมาเหน็บไว้ที่ด้านหลังจากนั้นก็นำมีดสั้นมาเสียบไว้ที่ข้อเท้า เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วเขาก็หยิบกล่องสีดำยาวใบหนึ่งมาถือไว้และเปิดประตูลงจากรถ “นายอยากจะพาพวกเขาหลบ ๆ ซ่อน ๆ ตลอดชีวิตงั้นเหรอ?”(...ก็ไม่)“งั้นทำตามที่ฉันบอก ทันทีที่พวกมันไปถึงจุดนัดพบนายก็เริ่มยิงได้เลย”(ได้ ก็ได้) เมื่อได้รับคำยืนยันจากบาวดี้แล้ว เฉินอันหลานก็ถอดหูฟังออกและออกเดินทางไปยังจุดนัดพบซึ่งเป็นตำแหน่งที่หรงอันชิ่งไปรับของตามข้อมูลที่บาวดี้บอกไว้ โอเมก้าหนุ่มเลือกปีนขึ้นไปบนตู้คอนเทนเนอร์หลังหนึ่งและวางกล่องสีดำยาวใบนั้นลงก่อนจะหยิบสไนเปอร์ไรเฟิลหรือปืนไรเฟิลซุ่มยิงที่อยู่ในนั้นออกมาบรรจุกระสุนเรียบร้อยแล้วเฉินอันหลานก็ทำการยึดตัวปืนไว้กับตู้คอนเทนเนอร์ นอนคว่ำลงและหาตำแหน่งเหมาะ ๆ เตรียมเล็งไปที่คนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก มองลอดผ่านลำกล้องของตัวปืนเพื่อคอยสังเกตความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนั้นข่าวของบาวดี้นั้นถูกต้อง มีคนคอยคุ้มกันอยู่บริเวณรอบ ๆ รถบรรทุกที่ใช้ขนสินค้าอยู่ 3 คน ทั้งหมดนั้นติดอาวุธครบมือ คอยคุ้มกันสินค้าจากรอบด้าน มีคนขับอยู่ในรถอีก 1 คน และคนที่กำลังทำการลำเลียงสินค้าขึ้นรถอีก 6 คน จำนวนไม่ผิดไปจากที่ให้ไว้ ส่วนหรงอันชิ่งกับผู้ชายอีกคนที่มาด้วยกันยืนอยู่อีกด้าน พวกเขามาพร้อมกับลูกน้องจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ทรงอิทธิพลจริง ๆ มิน่าล่ะพวกบาวดี้ถึงได้รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีที่ได้เห็นเฉินอันหลานค่อนข้างให้ความสนใจกับนายตำรวจคนนั้นที่มักออกข่าวในโทรทัศน์บ่อย ๆ ตามคำบอกกล่าวของบาวดี้มากเป็นพิเศษ ชายคนนั้นหันหลังให้ลำกล้องของเฉินอันหลานและกำลังพูดคุยเรื่องบางอย่างอยู่กับหรงอันชิ่ง ดูจากท่าทีของเขาแล้ว คนคนนี้น่าจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหรงอันชิ่งไม่น้อย แถมเจ้าพ่อแห่งอวิ๋นกังยังมีการตบบ่าพูดคุยและหัวเราะกับผู้ชายคนนั้นอย่างสนุกสนานอีกด้วยถ้ามองจากด้านหลังนี้ เฉินอันหลานมั่นใจว่าไม่เคยเห็นชายคนนี้มาก่อนในขณะที่หรงอันชิ่งกำลังพูดคุยกับผู้ชายคนนั้นอยู่ เฉินอันหลานก็โทรศัพท์ไปหาเจียงหยาง ถือสายรอไม่นานอีกฝ่ายก็กดรับพร้อมกับเสียงของหัวหน้าเจียงที่ดังเข้ามาในสายอย่างรวดเร็ว เฉินอันหลานที่ไม่มีเวลามาฟังเขาพล่ามเรื่องไร้สาระจึงรีบเอ่ยขัดขึ้นในทันที หลังจากหยุดอีกฝ่ายที่เอาแต่บ่นพึมพำเรื่อยเปื่อยได้แล้วเฉินอันหลานก็ออกปากถามเรื่องที่สงสัยด้วยน้ำเสียงต่ำ ๆ “ตำรวจที่มักจะไปให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่สถานีโทรทัศน์บ่อย ๆ คือใครครับ?”(ให้สัมภาษณ์? ทำไม นายอยากออกทีวีเหรอ?)“ผมไม่มีเวลามาล้อเล่นกับคุณนะครับ”(อ่า ก็หลายคนอยู่นะ หัวหน้าหน่วยอาชญากรรมร้ายแรง ‘หลี่ฉุนเฟิง’ หัวหน้าหน่วยค้นหาหลักฐาน ‘จั๋วห้าว’ รองหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ‘หยางผิงเหยียน’ แล้วก็มี ‘เซี่ยรุ่ยคาง’ หน่วยเราหรือก็คือรองผบ.หน่วยปราบปรามการลักลอบนำเข้าของเถื่อนน่ะ...ซึ่งช่วงนี้ก็เป็นรองเซี่ยนั่นแหละที่ไปบ่อย)หน่วยปราบปรามการลักลอบนำเข้าของเถื่อน?เฉินอันหลานขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย “ส่งรูปมาให้ผมหน่อยครับ”ก่อนที่เจียงหยางจะทันได้พูดอะไรต่อเฉินอันหลานก็ชิงตัดสายไปเสียก่อน ไม่นานหลังจากนั้นหัวหน้าเจียงก็จัดการส่งรูปของเซี่ยรุ่ยคางหรือรองผู้บัญชาการตำรวจหน่วยปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายมาให้ เฉินอันหลานเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูรูปของเซี่ยรุ่ยคางที่ปรากฏบนหน้าจอ ประมาณจากความสูงและรูปร่างแล้ว คนที่อยู่ในรูปนี้มีความคล้ายคลึงกับผู้ชายที่กำลังพูดคุยหัวเราะอยู่กับหรงอันชิ่งมากเลยทีเดียว ถ้าคนคนนั้นคือเซี่ยรุ่ยคางจริง ๆ สถานการณ์ในตอนนี้ก็จะยิ่งซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยปราบปรามการลักลอบค้าสิ่งผิดกฎหมายมีการติดต่อส่วนตัวกับดีลเลอร์ยาเสพติด ถ้าข่าวนี้หลุดออกไปคงกลายเป็นที่ฮือฮาได้ไม่น้อย ถึงตอนนั้นคนในหน่วยปราบปรามก็คงจะระแวงกันเอง ภาพลักษณ์ของกรมตำรวจคงจะป่นปี้ย่อยยับและผลที่ตามมาหลังจากนั้นก็แทบไม่ต้องคาดเดาเลย...แต่นี่เป็นเรื่องของหน่วยปราบปรามของเถื่อนเอง เฉินอันหลานรู้สึกหนาวเยือกขึ้นมาภายในจิตใจ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาต้องแฝงตัวเข้าไปในองค์กรของพวกค้าของเถื่อนซ้ำ ๆ เพื่อหาหลักฐานมามัดตัวพวกมัน หลายครั้งก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด ในขณะที่ตำรวจชั้นผู้น้อยหลายนายต่างพยายามทำงานกันอย่างหนัก แต่พวกยศสูง ๆ เงินเดือนเป็นแสนที่ได้นั่งตากแอร์สบาย ๆ อยู่ในออฟฟิศกลับไปร่วมมือกับอาชญากรพวกนี้เสียเอง ความยุติธรรมและความถูกต้องยังเหลืออยู่ไหมบนโลกใบนี้? มือคู่นั้นกระชับด้ามปืนแน่นขึ้น เฉินอันหลานจัดการติดต่อไปทางฝั่งของบาวดี้เพื่อให้เตรียมการลงมือปล้นได้ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรตำรวจหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวจากด้านหลัง ถึงแม้จะค่อนข้างเบามากหากแต่สัญชาตญาณที่ได้รับการฝึกฝนมานานหลายปีทำให้เฉินอันหลานต้องระวังตัวมากขึ้นยิ่งอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายมากยิ่งไม่อาจมองข้ามการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยู่รอบตัวได้ เฉินอันหลานไม่ได้ตอบกลับบาวดี้ที่กำลังส่งเสียงอยู่ในสาย มือที่เตรียมจะลั่นไกเมื่อครู่ค่อย ๆ คลายลงแล้วเลื่อนมาอยู่ที่บริเวณบั้นเอวอย่างช้า ๆ รอคอยจนกระทั่งเสียงปริศนานั้นขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น เมื่อได้จังหวะแล้วเฉินอันหลานก็รีบชักปืนออกมาและเตรียมจะลั่นไกทันที แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นข้อมือข้างที่จับปืนเอาไว้ของเขากลับถูกใครบางคนคว้าเอาไว้อย่างรวดเร็ว ออกแรงบิดมัน กระชากและพลิกร่างของโอเมก้าหนุ่มกดลงกับตู้คอนเทนเนอร์อย่างรุนแรงปฏิกิริยาแรกของเฉินอันหลานหลังจากร่างกายถูกกดลงไปคือการหยิบมีดสั้นที่เสียบอยู่ตรงข้อเท้าออกมาโต้กลับด้วยการจี้ปลายมีดไปที่ลำคอของอีกคน ฝ่ายศัตรูที่คิดไม่ถึงว่าเฉินอันหลานจะมีลูกเล่นอื่นซ่อนไว้รีบปล่อยมือออกและเบี่ยงตัวหลบปลายมีดที่ถูกวาดออกมา ช่วยให้คนที่ตกเป็นรองเมื่อครู่สามารถอาศัยจังหวะนั้นเว้นระยะห่างออกจากอีกฝ่ายได้สำเร็จ เฉินอันหลานชักปลายมีดกลับมาและผุดลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าอยู่บนหลังตู้คอนเทนเนอร์ได้ดังเดิม บัดนี้เขากำลังนั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ในมือถือมีดสั้นเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างยันพื้นเพื่อพยุงตัวเอง ใบหน้างามหมดจดนั้นเงยขึ้นเพื่อคอยสังเกตดูท่าทีของฝ่ายตรงข้าม“แกเป็นใคร?”“...”เฉินอันหลานอยากเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายแบบชัด ๆ ทว่าน่าเสียดายที่ไฟบริเวณท่าเรือมันค่อนข้างสลัวจนเกินไป และคนคนนั้นก็อาศัยบริเวณเงามืดที่แสงส่องไม่ถึงเพื่อบดบังตัวเอง ดังนั้นเฉินอันหลานจึงไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของอีกคนได้ เวลานี้เขารับรู้ได้เพียงว่ากลิ่นอายของคนตรงหน้าช่างให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด แต่ถ้าจะให้ระบุลงไปเลยว่าเขาเป็นใครเฉินอันหลานคงทำไม่ได้ อย่างไรก็ตามความรู้สึกคุ้นเคยที่เขาสัมผัสได้นั้นเป็นของจริง“ฉันไม่สนว่าแกเป็นใคร แต่อย่ามาขัดขวางแผนการของฉัน” เฉินอันหลานเอ่ยเตือนเสียงเข้มฝ่ายตรงข้ามยังคงหลบซ่อนอยู่ภายใต้เงามืดของแสงไฟ ไม่ยอมขยับไปไหน ทั้งยังไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใด ๆ กลับมาด้วยเฉินอันหลานไม่เห็นท่าทางและรูปร่างของใครคนนั้นชัดเจนนัก แต่สัมผัสได้ว่าเขากำลังจ้องมองมาทางตน สายตาคู่นั้นให้ความรู้สึกอันตรายราวกับสัตว์ป่าดุร้ายที่สามารถข่มขวัญให้ผู้คนแสดงความรู้สึกหวาดกลัวออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจได้ไม่ยากเย็น(อาเล่อ ๆ นายเป็นยังไงบ้าง?)บาวดี้ที่อยู่ในสายได้ยินเสียงผิดปกติมาจากฝั่งของเฉินอันหลานจึงรีบตะโกนถามออกมาในทันทีด้วยน้ำเสียงร้อนรน ดวงตาของเฉินอันหลานเอาแต่จับจ้องอีกฝ่ายไม่วางตา เตรียมพร้อมรับการจู่โจมตลอดเวลา ส่วนปากก็เอ่ยตอบบาวดี้ไปด้วย“ฉันไม่เป็นไร ลงมือเลย”สิ้นสุดเสียงนั้น เสียงรัวปืนจำนวนหนึ่งก็ดังมาจากที่ที่ห่างออกไปไม่ไกลนักเฉินอันหลานวางสาย ยกปืนเล็งไปทางผู้ชายคนนั้นที่กำลังจ้องเขม็งมาทางเขาอยู่ในความมืด “ฉันจะถามอีกครั้ง แกเป็นใคร?”“...”ความเงียบจากใครอีกคนสามารถยั่วโทสะของเฉินอันหลานได้ดีทีเดียว เขาจรดปลายนิ้วเตรียมลั่นไกทันที แต่ในตอนนั้นเองแสงไฟสว่างจ้าก็ถูกสาดมาจากอีกฝั่ง คนที่หลบซ่อนตัวเองอยู่ในเงามือเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เฉินอันหลานที่คิดว่าอีกฝ่ายจะพุ่งเข้ามาโจมตีตนรีบลั่นไกสวนกลับไปทันทีตามสัญชาตญาณ แต่วินาทีต่อจากนั้นปลายกระบอกปืนของเขากลับถูกอีกฝ่ายจับเอาไว้และเบี่ยงมันให้หันไปอีกทาง กระสุนที่ออกมาจากกระบอกเก็บเสียงไม่ได้ส่งเสียงดังออกมาใครผู้คนแตกตื่น ทว่าเวลานี้เฉินอันหลานกลับถูกกดลงไปอีกครั้ง ใบหน้าเงยขึ้น ดวงตาสบประสานเข้ากับใครอีกคนเข้าอย่างจังในตอนที่ดวงตาสองคู่สบประสานกันในความมืด จู่ ๆ เฉินอันหลานก็รู้สึกจนคำพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ตัวเขาเหมือนถูกขังอยู่ในโครงตาข่ายขนาดใหญ่ยักษ์ที่ไร้รูปลักษณ์อย่างไรอย่างนั้น ไม่อาจเคลื่อนไหว ไม่อาจหลุดพ้น กักขังให้เขาอยู่ใต้อาณัติของตนเช่นนั้นชายที่อยู่ตรงหน้าเขานี้สวมผ้าคลุมปิดไว้ครึ่งหน้า ตั้งแต่ใต้ดวงตาลงมาถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิด ตอนแรกเฉินอันหลานคิดว่าคนคนนี้คือลานเซลอต เพราะในดวงตาของคนทั้งคู่นั้นคล้ายคลึงกันมาก และยังรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งและทรงอำนาจที่แผ่ออกมาเหมือนกันอีกด้วย แต่กลิ่นอายบนร่างของเขาแตกต่างจากลานเซลอต ลานเซลอตนั้นชอบเปิดเผย ทว่าคนตรงหน้ากลับปกปิดมันไว้ ยิ่งไปกว่านั้นระดับความเป็นอัลฟ่าของอีกฝ่ายจากที่เฉินอันหลานสัมผัสได้ก็ไม่ถึงลานเซลอตด้วย อย่างมากที่สุดก็อยู่ในระดับเดียวกับเว่ยเชียนเฉินเท่านั้นแต่กับอีกคน...เป็นอัลฟ่าที่ทรงพลัง“ปล่อย”“...”“ถ้าไม่ปล่อยล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ”ผู้ชายคนนั้นยังไม่ปล่อยเขาแต่กลับยกมือขึ้นมาปิดปากของเฉินอันหลานไว้ โน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วมองลงไปสำรวจที่ข้างล่าง เฉินอันหลานได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งวิ่งวุ่นอยู่ด้านล่างนั่นจึงได้ยอมอยู่นิ่ง ๆ และทำเพียงแค่ขมวดคิ้วแน่นจ้องมองไปยังผู้ชายตรงหน้าที่นอนคร่อมทับเขาอยู่เมื่อเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มนั้นจากไปไกลแล้ว คนที่คร่อมเขาอยู่จึงได้ยอมละมือออก “ลงไปจากตัวของฉันได้แล้ว”“นี่ของนาย?”จู่ ๆ คนตรงหน้าก็เปิดปากถามขึ้นมาอย่างกะทันหันพร้อมกับชี้ไปยังสไนเปอร์ไรเฟิลที่วางอยู่ด้านข้าง“ก็นึกว่าเป็นใบ้เสียอีก”เฉินอันหลานผลักผู้ชายที่คร่อมตนอยู่ออก ยอมรับว่าเสียงของคนคนนี้ไพเราะมากจริง ๆ เฉินอันหลานคิดว่าเขาสามารถเป็นนักพากย์ได้เลยทีเดียว แต่ถึงเสียงจะเพราะก็ไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกแรกเจอของเฉินอันหลานได้“KH-2 ถ้าสนใจฉันหาให้ได้ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งมากวนฉัน”พูดจบเฉินอันหลานก็กลับไปที่ไรเฟิลของตน นอนคว่ำลง เล็งไปที่เหยื่อที่อยู่ไม่ไกลนักเตรียมลั่นไก“ไม่กลัวฉันฆ่านายเหรอ?”“รอฉันเสร็จธุระก่อนละกัน”“จะฆ่านายยังต้องมีเงื่อนไขด้วยหรือไง?”“ถ้าจะฆ่าฉันจริง ๆ นายทำไปนานแล้ว” เฉินอันหลานพูดพร้อมกับจรดปลายนิ้วลงไปเตรียมยิง แต่กลับถูกใครอีกคนเอื้อมมือมาแตะบ่าเอาไว้ก่อน เฉินอันหลานหยุดชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะขบกรามแน่นแล้วผินหน้ากลับมามองคนที่สวมผ้าคลุมหน้าไว้“จะทำอะไร?”ผู้ชายคนนั้นนอนคว่ำลงไปตรงที่ว่างข้างกายเฉินอันหลานจากนั้นก็ชี้ไปยังตู้คอนเทนเนอร์ที่อยู่ทางทิศใต้ ที่ตรงนั้นมีมือปืนซุ่มยิงอยู่อีกคน มันยังไม่ลงมือ ดูเหมือนจะรอให้เหยื่อไปติดกับอยู่“นายรู้นานแล้วเหรอ?”“เพิ่งเจอ”“งั้นก็ขอบใจมากที่เตือน”เฉินอันหลานพูดจบก็เล็งปืนของตนไปที่สไนเปอร์ร่างผอมคนนั้น เหนี่ยวไกเพียงนัดเดียวก็โดนมือปืนคนนั้นอย่างแม่นยำ ร่างนั้นถูกสอยร่วงลงจากตู้คอนเทนเนอร์ในชั่วพริบตาคนที่อยู่ข้าง ๆ ปรบมือให้ด้วยความชื่นชมเฉินอันหลานปรายตามองเขาเล็กน้อยจากนั้นก็หันกลับมาเล็งไปทางกลุ่มคนที่กำลังสู้กับพวกบาวดี้ หลังจากสอยเป้าหายจนร่วงไปแล้ว 5-6 คนก็ถูกอีกฝ่ายพบตำแหน่งเข้าจนได้ คนกลุ่มนั้นพากันหันกระบอกปืนมาทางนี้ เฉินอันหลานรีบเก็บปืนไรเฟิลของตน คว้ากล่องมาถือไว้แล้วรีบวิ่งทันที แต่ดูเหมือนจะมีใครอีกคนที่ยังนอนอยู่บนตู้คอนเทนเนอร์และไม่มีท่าทีจะหลบหนีแต่อย่างใด“ไม่ไปเหรอ?”“เป็นห่วงฉันเหรอ?”“งั้นนายก็ตายอยู่ที่นี่แหละ”เฉินอันหลานตอบกลับแล้วกระโดดลงจากตู้คอนเทนเนอร์ไปในทันที