เช้าตรู่ วิคตอเรียกับเดวิดก็เดินลงมาจากห้องในโรงแรมมาพบนายสนเพื่อพาไปยังเขต์ตามที่ตกลงกันไว้ นายสนยกมือไหว้ทั้งสองคนแล้วชวนขึ้นรถตู้ออกเดินทาง ระหว่างทางทั้งสองได้สอบถามเกี่ยวกับเขต์ที่จะเดินทางไปนายสนก็ตอบตามที่ทั้งสองถามอย่างดีไม่ว่าทั้งสองจะถามรายละเอียดขนาดไหนทำให้ทั้งสองประทับใจมากว่าไกด์คนนี้ทำการบ้านมาดีมีความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ตัวเองได้ดี ระหว่างทางสนได้เอ่ยขึ้นว่า"นายหญิงครับ ทำไมถึงไปที่เขต์ครับมีอะไรสำคัญหรือป่าวครับที่นั่นค่อนข้างจะกันดารแล้วยังไม่ค่อยเจริญเท่าในเมืองเท่าไหร่นะครับสิ่งอำนวยความสะดวกมันน้อยนะครับ วิคยิ้มแล้วตอบกลับว่าไม่มีอะไรแต่ชั้นแค่ชอบบรรยากาศธรรมชาติแค่นั้น สนเห็นนายหญิงตอบผ่านๆก็เลิกถามและขับรถต่อไป หลังจากขับมา4ชม.ก็เข้าเขต์ วิคมองออกไปก็พบว่ามีต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นรอบทิวทัศน์ทั้งสองข้างทางเยอะมากถ้าไม่บอกวิคคิดว่าเข้ามาในเขตอุทยานฯด้วยซ้ำ แทบจะไม่เห็นอะไรเลยนอกจากต้นไม้สีเขียวแน่นขนัดเดวิดตื่นขึ้นมามองออกไปข้างนอกหน้าต่างพลางพูดขึ้นว่าโอ้พระเ้า ที่นี่มันป่าไม้โบราณหรือไม่ใช่เราจะเข้าไปเขตที่คนอาศัยหรอ นายสนยิ้มแล้วก็กล่าวกลับไป นายหญิงนายชายครับ ขอต้อนรับสู่ เขต์ครับ เรามาถึงแล้ว เดี๋ยวเข้าไปอีกนิดเราจะเจอกับสิ่งปลูกสร้างบ้านคนที่อาศัยครับ ที่นี่เป็แบบนี้ละครับ ทั้งสองคนพยักหน้าตอบแล้วก็นั่งชมสองข้างทางไปจนรถหยุดลงทั้งสองก็เริ่มเห็นตึกบ้านคนผู้คนเดินไปมา เห็นรถวิ่งและกาค้าขายข้างทางสิ่งอำนวยสะดวกเหมือนปกติ ทำเอาเดวิด พูดออกมาอย่างดีใจ โอ้ย นึกว่าต้องนอนกลางดินกินกลางทรายแล้ว ทำเอานายสนหัวเราะออกมา วิคตอเรียได้แต่ส่ายหน้าไปมามองเพื่อนชาย นายสนขับรถมาจอดที่โรงแรมแห่งหนึ่งแล้วก็ขนกระเป๋าเดินนำทั้งสองคนเข้าไปพร้อมจัดการห้องพักให้ทั้งสองเข้าพักเรียบร้อย เดี๋ยวผมให้ทั้งสองคนพักผ่อนก่อนนะครับ อีก1ชม.ผมจะมารับไปเที่ยวแต่ไม่ทราบว่านายหญิงมีที่สนใจเฉพาะจะไปหรือป่าวครับ วิคเตอเรียยิ้มแล้วตอบว่ามีชั้นจะไปที่หมู่บ้านมหึมามเหสักข์ นายสนฟังแล้วสงสัยแต่ไม่ได้ถามอะไรมาก แค่บอกว่าที่นั่นค่อนข้างห่างจากตัวเมืองละก็ชาวบ้านส่วนมากไม่ค่อยชอบคนนอกนะครับ แต่ก็เข้าไปได้ครับแค่ต้องรักษาระเบียบวินัยหน่อยยังไงเดี๋ยวขอผมติดต่อคนรับผิดชอบแถวนั้นก่อนนะครับเดี๋ยวยังไงผมรีบกลับมาพาไปครับ วิคตอเรียพยักหน้าแล้วก็เดินไปห้องพักกับเดวิดไป หลังจากผ่านไป1ชม.นายสนก็กลับมาและเจอวิคเตอเรียกับเดวิดรออยู่แล้วก็เชิญทั้งสองขึ้นรถไปยังจุดหมายปลายทาง ระหว่างทาง นายสนก็บอกทั้งสองว่า นายทั้งสองครับเมื่อไปถึงหมู่บ้านแล้วจะมีผู้ใหญ่ที่นั่นมารับครับผมขอความกรุณาให้ทำตามที่ผู้ใหญ่บ้านที่นั่นบอกด้วยนะครับเป็กฎระเบียบประเพณีของหมู่บ้านไม่ใช่อะไรร้ายแรงหรอกครับ ทั้งสองทำหน้างงแต่ก็ไม่ถามอะไรมากพยักหน้าให้แล้วก็นั่งมองสองข้างทางต่อไปจนกระทั่งจากทางถนนคอนกรีตเริ่มเป็ถนนลูกรังสู่ถนนดินผ่านป่าเข้าไปรกทึบแล้วก็โผล่มาที่โล่งแจ้งเห็นบ้านเรือนสร้างอยู่ไม่ห่างกันมากมีประมาณ30หลังตลอดรถผ่านมีชาวบ้านยืนมองตลอดสองข้างทางแววตาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่จนรถเข้ามาถึงใจกลางหมู่บ้านมีบ้านหลังใหญ่เด่นสง่าเห็นได้ชัดมีชายแก่อายุประมาน70ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ผมสีขาวหนวดเครายาวแต่ร่างกายกับเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเหมือนคนวัย30 เมื่อรถจอดนายสนก็เดินลงไปคุยกับชายแก่ก่อนจะเดินมาเปิดประตูรถให้ทั้งสองลงไปแล้วก็แนะนำให้ทั้งสองรู้จัก "นี่คือผู้ใหญ่ ทอง ผู้นำหมู่บ้านนี้ครับส่วนนี่คือนายหญิงวิคเตอเรียและก็นายชายเดวิดครับผู้ใหญ่ทองยิ้มแล้วยกมือไหว้ สวัสดีครับผมชื่อทองครับ ทั้งสองยกมือไหว้เช่นกันแล้วก็ยิ้มให้โดยวิคเตอเรียบอกสวัสดีค่ะคุณปู่ เป็ภาษาถิ่นทำเอาทองแปลกใจแล้วหะวเราะขึ้น "โอ้วพูดภาษาเราได้ด้วยรึ' วิคเตอเรียยิ้มแล้วพูดว่านู๋ศึกษามาค่ะ ดีๆผู้ใหญ่ตอบยิ้มไปส่วนเดวิดไม่รู้ทั่งสองพูดอะไรไม่สนใจเอาแต่มองรอบๆอย่างสนอกสนใจในหมู่บ้านนี้ตามประสาสิ่งแปลกใหม่ ผู่ใหญ่ทอง เชิญมั้งสามคนมานั่งใต้ต้นไม้หน้าบ้านตนเองแล้วยกน้ำมาให้ทั้งสามดื่มแล้วพูดว่านายทั้งสองทำไมสนใจมาที่หมู่บ้านนี้ครับพูดพร้อมด้วยรอยยิ้มแต่ทั้งสองกลับมีความรู้สึกของการไม่เป็มิตรเท่าไหร่ทำเอานายสนสะดุ้งมองหน้าผู้ใหญ่ทองทันที วิคเตอเรียตอบไปว่านู๋สนใจสิ่งที่เรียกว่าต้นไม้ประจำหมู่บ้านนี่ค่ะ ทำเอานายสนถึงกลับสำลักน้ำขึ้นมาทันที ว่าไงนะผู้ใหญ่ยืนขึ้นมองหน้าหญิงชาวต่างชาติที่ยิ้มอยู่อย่างไม่รู้สึกกลัวอะไรเลย คุณจะไปที่นั่นทำไมผู้ใหญ่พูดเสียงห้วนๆสำเนียงความอบอุ่นแบบเดิมหายไปทันที หญิงสาวไม่พูดอะไรในมือล้วงเข้าไปในเสื้อแล้วยื่นตราสัญลักษณ์บางอย่างให้แก่ผู้ใหญ่ทอง ผู้ใหญ่มองแล้วมองตรานั้นแล้วก็นิ่งเงียบไป