สั้นหน่อยนะครับ
"บะ..บ้าน่า..?""พระเจ้าลำเอียง!?""ลูกต้องสานสัมพันธ์กับฟีลีซไว้"เสียงเหล่าขุนนางและสามัญชนโอดครวญจำนวนมาก บางคนถึงขั้นด่าทอพระเจ้าที่ลำเอียงในพรสวรรค์..
"ท่านแม่?"ผมมองไปที่ท่านแม่ที่ตอนนี้จ้องมองตาวาวด้วยความชอบใจ"ไม่มีอะไรจ้ะ"พอท่านแม่ได้ยินเสียงผมเรียกนั้นก็หันกลับมาก่อนจะส่ายหน้าไปมาถ้าถามว่าผมตกใจไหมละก็.. ใช่ ผมตกใจมากเลยล่ะเพราะผมเองตั้งแต่ที่อ่านหนังสือมานั้นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ในอดีตทำให้คริสตัสแตกได้ก็จริง..แต่มันไม่ได้แตกกระจายแบบนี้!บุคคลที่แข็งแกร่งในอดีตก็แค่สร้างรอยร้าวบนคริสตัส!แต่นี่เด็กหนุ่มที่หันมายิ้มให้ผม.. มันยิ่งกว่าคนในอดีตอีก!นี่มันน่าเหลือเชื่อ.. แต่ผมก็ตั้งสติ.. เพราะผมนึกได้คำพูดหนึ่งจากโลกเก่า
'หากเจ้ามีพรสวรรค์ แต่เจ้าไม่เพียรพยายามฝึกฝนมัน''พรสวรรค์นั้นย่อมเป็นแค่ฉายานาม'
"หมะ.. หมายเลขต่อไป!!"หลังจากที่เสียงเซ็งแซ่สงบลงแล้วสาวกที่ทำหน้าที่ประกาศก็ประกาศหมายเลขต่อไปทันทีถึงแม้สาวกคนนั้นจะยังไม่สามารถสงบอารมณ์ตกใจได้เต็มร้อย..
หลังจากนั้นการปลุกมานาของเหล่าเด็กรุ่นใหม่ก็ดำเนินการต่อไป..หลังจากที่ผมนั่งรอได้พักใหญ่นั้นก็ถึงหมายเลขของผมสักที.."หมายเลข 132! อาร์ทีเมีย เดอะ แฮร์ฟอร์ด""ขึ้นมาบนลานกว้าง!"สาวกคนนั้นประกาศชื่อของผมเมื่อผมได้ยินดังนั้นก็กระโดดลงจากเก้าอี้เพราะผมขาไม่ถึง.."แม่เชื่อว่าลูกของแม่เป็นอัจฉริยะอยู่แล้ว""ย่าก็เหมือนกันจ๊ะ อาร์ทีเมีย"ผมกำลังจะเดินไปตามเสียงเรียกท่านแม่กับท่านย่าก็พูดขึ้นผมเลยพยักหน้าพร้อมยิ้มสดใสก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังลานกว้างด้วยท่าทีสง่างามพร้อมรอยยิ้ม.. ถึงแม้จะไม่อยากก็เถอะแต่เพื่อหน้าตาของตระกูล!
ผมเดินขึ้นมาบนลานกว้างก่อนจะหันหลังมองท่านพ่อก็พบว่าท่านยกยิ้วโป้งให้กำลังใจก่อนที่ผมจะหันหน้ามองท่านแม่และท่านย่าซึ่งพวกท่านเองก็ร่วมลุ้นพร้อมกุมมือของตัวเองอย่างแน่นคล้ายสวดภาวนาจากนั้นเสียงของสาวกข้างๆก็พูดขึ้น"เชิญนำมือแตะหินคริสตัสครับ"ผมแอบเหลือบตาไปมองเด็กที่มาร่วมปลุกมานาในรอบนี้ก็พบว่าทุกคนจ้องกันตาเป็นมันเลย.. จากนั้นผมก็สังเกตุเห็นฟีลีซซึ่งก็พบว่าฟีลีซเองก็มองมาที่ผมด้วยเช่นกันผมเลยหันหน้าหนีทันทีก่อนที่จะนำมือมาแตะหินคริสตัส"...""..."หลังจากที่ผมแตะหินคริสตัสได้ครู่หนึ่งแล้วนั้นก็ยังไม่มีการปรากฏสัญญาณของการปลุกพลังมานาเลยสักนิด..แต่ผมก็ยังยืนยันที่จะแตะไว้อย่างนั้นจนเวลาล่วงเลยไปราว 3 นาทีก็ยังไม่พบสัญญาณของมานา..แต่ผมกลับรู้สึกอะไรบ้างอย่างมันประทุข้างในร่างกายตัวเอง..เลือดมันปั่นป่วน!ผมพลันรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างก่อนที่จะล้มลงนั่งคุกเข่าอยู่กับที่"กรี๊ดดดด~!!"ผมรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างก่อนที่ผมจะล้มตัวลงนอน..ก่อนที่ผมก็ไอออกมาเป็นเลือดสีดำสนิทออกมาจำนวนมาก..พร้อมกับสติที่พร่าเลือดของผมก่อนที่ผมจะสลบเหมือดอยู่ตรงนั้นเพราะความเจ็บปวดที่ผมเกินจะรับมันไหว.."อาร์ทีเมีย!!"เสียงของใครสักคนที่ตะโกนเสียงดังลั่นออกมาก่อนที่จะเกิดอากาศบิดเบี้ยวไปทั่วบริเวณ..."อ่าา.."ผมรู้สึกปวดเนื้อปวดตัวไปทั่วทั้งตัวก่อนที่ผมจะลืมตาก็พบกับห้องของผม..พร้อมกับผมที่พยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง.. พร้อมกับมองสำรวจตัวของผมก็ต้องตกใจเพราะที่เตียงของผมนั้นมีเลือดเปรอะเปื้อนไปทั่วผ้าห่มที่ผมหลับอยู่..'เกิดอะไรขึ้น..?''ร่างกายยังปวดไปทั่วทั้งตัวอยู่เลย..'"ว๊ายย!"ผมเผลอกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจเพราะในระหว่างที่ผมกำลังคิดอยู่นั้นเลือดที่ผ้าห่มมันกลับรวมตัวขึ้นก่อนจะกลายเป็นก้อนกลมลอยอยู่ตรงหน้าก่อนที่มันจะลุกขึ้นเป็นไฟสีฟ้าส่องสว่าง!ก่อนที่ลูกไฟนั้นจะพลันสลายไป"อาร์ทีเมีย!!"เสียงวิ่งตึกตักเสียงดังพร้อมกับเสียงตะโกนดังขึ้นก่อนที่ประตูนั้นจะเปิดออกมาก็พบว่าคนที่วิ่งมานั้นคือท่านพ่อของผม"อาร์ทีเมีย!!"ท่านพ่อเมื่อเห็นผมนั่งอยู่บนเตียงนั้นก็วิ่งเข้ามากอดผมไว้จนผมอึดอัด.. แถมยังเจ็บไปทั่วทั้งตัวอีก"ละ..ลูกเป็นอะไรไปคะ!?"ท่านพ่อกอดผมได้ไม่นานก็มีเสียงท่านแม่ของผมตะโกนออกมาด้วยเสียงสั่นๆ.. พร้อมร่างของเธอที่วิ่งเข้ามาภายในประตูก่อนที่ท่านแม่จะวิ่งเข้ามากอดผมอีกคนจนพวกเราสามคนจะกอดกันตัวกลม"ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกอึดอัด.."ผมพูดขึ้นหลังจากปล่อยให้ท่านแม่และท่านพ่อกอดไปได้ครู่หนึ่งเพราะผมอึดอัดและเริ่มปวดตามตัวอีกแล้ว.."อ๊ะ!" x2ว่าแล้วทั้งสองคนก็ผละออกจากผมก่อนที่ท่านแม่จะเริ่มถามคำถามผมคนแรก"ลูกเป็นอะไรไหมคะ?""ยังเจ็บปวดตามตัวอยู่ไหม!?"ท่านแม่ถามคำถามกับผมด้วยความร้อนรนเพราะความเป็นห่วง..ซึ่งท่านพ่อเองก็นั่งลงข้างผมแล้วก่อนที่จะลูบหัวของผมไปมา'รู้สึกดีจัง'นั่นคือความคิดในแว๊บแรกที่ผมรู้สึกก่อนที่ผมจะเริ่มตอบคำถามท่านแม่"ลูกยังปวดตามตัวอยู่นิดหน่อยค่ะ"ใช่.. ที่ผมพูดออกไปน่ะมันคือความจริงและมันยังเทียบไม่ได้กับความรู้สึกตอนที่ปลุกพลังเลยสักนิดคิดแล้วนั่นก็ทำให้ผมตัวสั่นก่อนที่น้ำตาจะค่อยๆไหลออกมาฮึก..มันเจ็บจริงๆนะ.. เหมือนร่างกายถูกแยกออกเป็นชิ้นๆนับไม่ถ้วนเมื่อท่านแม่เห็นว่าผมน้ำตาไหลออกมาก็พุ่งเข้ากอดก่อนที่จะปล่อยให้ผมซบอกของท่านพร้อมกับลูบหัวผม..พร้อมกับพูดว่า 'ไม่เป็นไร' 'แม่ขอโทษ' สารพัดที่นางจะพูดปลอบผมได้ด้วยความอ่อนโยนที่ผมได้รับ.. ทำให้ผมปล่อยโฮออกมาด้วยความกลัว.. ผมกลัวที่จะต้องเจ็บแบบนั้นอีกรอบ..ก่อนที่ผมจะเผลอหลับไปอีกครั้ง.. จากความเหนื่อยล้าที่ตัวเองปล่อยโฮออกมา