ฉากพบหน้า... ที่ขีดเขียนผิดเส้น
ภายในรถม้าที่บุด้วยผ้าไหมชั้นดี กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาอบอวลอยู่ในอากาศ ชิงหลง ประคองร่างนุ่มนิ่มของ ไป่เซ่อ วางลงบนตักกว้างอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้เพียงนิด ก้อนขนสีขาวบริสุทธิ์นี้จะบุบสลายไป
แมวน้อยไป่เซ่อเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มจากมุมต่ำ จากองศานี้ เธอเห็นเพียงแนวสันกรามคมชัดและปลายคางหล่อเหลาที่รับกับรูปหน้าอันสมบูรณ์แบบราวกับรูปสลักของเขา ดวงตาของเขายามที่ก้มมองเธอนั้นดูอ่อนโยนจนหัวใจดวงเล็กๆ สั่นไหว
‘ทำไม่นี้เหมือนหยางหยางจะเข้าใจความคิดของฉันไปเสียทุกอย่างเลยนะ...’
ไป่เซ่อซบหน้าลงกับท่อนขาแกร่ง พลางทอดถอนใจถึงเนื้อหาในนิยายเื่ "ฮูหยินคนใหม่ของท่านแม่ทัพ" ที่เธอเคยอ่านจนขึ้นใจ ในนิยายเื่นั้น 'หยางหยาง' หรือแม่ทัพชิงหลงผู้นี้ ช่างเป็บุรุษที่น่าสงสารและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน บิดาและพี่ชายของเขาพลีชีพในสนามรบ ทิ้งภาระหนักอึ้งไว้บนบ่าของเด็กหนุ่มวัยเพียงยี่สิบปี
เขาต้องสวมหน้ากากแห่งความตายที่เ็าและแข็งแกร่งเพื่อปกป้องเกียรติยศของตระกูล ดูแลพี่สะใภ้ม่ายและหลานชายตัวน้อยที่เป็เืเนื้อเชื้อไขสุดท้ายของพี่ชาย แต่สุดท้าย... โชคชะตาก็ยังเมตตาให้ 'พระเอก' อย่างเขาได้พบกับ 'นางเอก' อย่าง มู่เทียนเทียน ทั้งคู่ครองรักกันจนมีโซ่ทองคล้องใจเป็บุตรแฝดที่น่ารัก
‘แล้วถ้าเส้นเื่มันเปลี่ยนไปแบบนี้... ฉันที่เป็แค่แมว กับหยางหยางที่สูงส่ง จะมีวันได้ครองรักกันจริงๆ หรือ?’
ขณะที่ไป่เซ่อจมดิ่งอยู่ในห้วงความหลังที่ปนเปกับความกังวล รถม้าก็ค่อยๆ ชะลอตัวลงจนหยุดนิ่งที่หน้าโรงเตี้ยมฟู่หลง—โรงเตี้ยมที่หรูหราที่สุดในเมืองหลวง เสียงสารถีดังขัดจังหวะความคิด
"ท่านแม่ทัพ ถึงโรงเตี้ยมฟู่หลงแล้วขอรับ"
"เมี๊ยว~ (ถึงแล้วเหรอ ทำไมรู้สึกว่าเร็วจัง)" ไป่เซ่อครางประท้วงเบาๆ
"อืม..." แม่ทัพหนุ่มครางรับในลำคออย่างแ่เบา มุมปากยกขึ้นคล้ายยิ้มแต่ก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว เขากระชับอ้อมแขนอุ้มไป่เซ่อไว้แนบอก ก่อนจะก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจ
หลงจู๊ของโรงเตี้ยมที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วรีบกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับด้วยท่าทางนอบน้อมประหนึ่งมดปลวกพบพญาั เขาเชื้อเชิญท่านแม่ทัพขึ้นไปยังชั้นสามซึ่งเป็โซนห้องรับรองส่วนตัวที่ถูกจองไว้ด้วยราคาแสนแพง
ที่หน้าประตูไม้แกะสลักลวดลายวิจิตร ฟางซินซิน แม่สื่อวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วน ใบหน้าพอกแป้งขาววอกยิ้มแย้มจนตาปิดรีบเข้ามาคารวะ "คารวะท่านแม่ทัพชิงหลงเ้าค่ะ! เชิญด้านในเลยเ้าค่ะ คุณหนูเทียนเทียนมารออยู่ก่อนแล้วด้วยความตั้งใจยิ่ง"
แม่สื่อฟางนั้นขึ้นชื่อว่า 'ลิ้นทองคำ' จับคู่สำเร็จมานักต่อนัก โดยเฉพาะลูกค้าระดับพรีเมียมอย่างแม่ทัพผู้กุมอำนาจและคุณหนูตระกูลคหบดีผู้มั่งคั่ง นางยิ้มบานยิ่งกว่าดอกโบตั๋นในฤดูใบไม้ผลิ เพราะงานนี้หมายถึงชื่อเสียงและเงินรางวัลที่จะทำให้นางกินใช้ไปได้ทั้งชาติ
ภายในห้องรับรอง
บรรยากาศภายในห้องถูกจัดตกแต่งอย่างละเมียดละไม กลิ่นชาชั้นเลิศโชยมาแตะจมูก หญิงสาวรูปร่างบอบบาง ผิวขาวนวลราวกับหิมะแรกฤดูนั่งรออยู่ด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ดวงตาของนางกลมโตเป็ประกายราวกับเมล็ดซิ่ง ริมฝีปากสีกุหลาบตัดกับผิวขาวซีดทำให้ดูน่าทะนุถนอมราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ
มู่เทียนเทียน คือบุตรสาวเพียงคนเดียวของมู่เทียนจง คหบดีผู้มั่งคั่ง ทว่า... ความลับที่์ไม่ได้บอกใครคือ มู่เทียนเทียนตัวจริงได้สิ้นใจไปแล้วจากการตกน้ำเมื่อเจ็ดวันก่อน และิญญาที่สวมรอยอยู่ในร่างนี้คือ ซินชิงเหมย นักแสดงเ้าบทบาทจากศตวรรษที่ 25!
‘หึ ในเมื่อฉันรู้เส้นเื่ดียิ่งกว่าใคร แถมยังมีทักษะการแสดงระดับมืออาชีพติดตัวมาด้วย ฉันจะทำให้พระเอกคนนี้หลงรักนางเอกคนใหม่จนโงหัวไม่ขึ้นเลยเชียว!’ ชิงเหมยในร่างเทียนเทียนพึมพำในใจอย่างย่ามใจ
ทันทีที่ประตูเปิดออก ลมหายใจของเธอก็สะดุดไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นใบหน้าของชิงหลงตัวจริงที่หล่อเหลากว่าในจินตนาการหลายเท่า เทียนเทียนรีบลุกขึ้นย่อกายอย่างอ่อนช้อย ท่าทางดูเอียงอายและนุ่มนวลราวกับกิ่งหลิวต้องลม
"คารวะท่านแม่ทัพเ้าค่ะ" เสียงของนางหวานหยดย้อย
"ท่านแม่ทัพเ้าคะ นี่คือคุณหนูเทียนเทียน บุตรสาวคนเดียวของท่านมู่เทียนจงเ้าค่ะ" แม่สื่อแนะนำสั้นๆ ก่อนจะรีบถอยฉากออกไปอย่างรู้งาน ปล่อยให้ "ว่าที่คู่รัก" ได้ทำความรู้จักกันตามลำพัง
ชิงหลงเดินเข้าไปนั่งลงที่โต๊ะอย่างมั่นคง สายตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งๆ โดยไม่เอ่ยคำใด ท่าทางนิ่งเงียบนั้นทำให้เทียนเทียนทึกทักเอาเองว่าเขาคงกำลังตกตะลึงในความงามของนาง... นี่คือ 'รักแรกพบ' ตามบทนิยายที่นางหวังไว้!
ทว่า... สายตาของนางพลันเหลือบไปเห็นก้อนขนสีขาวที่ขยับดุ๊กดิ๊กอยู่บนตักของเขา
"ท่านแม่ทัพ... ลูกแมวตัว... เอ่อ... น่าเกลียดตัวนี้เป็ของท่านหรือเ้าคะ?" นางเกือบจะหลุดคำว่า 'ชั้นต่ำ' ออกมา แต่ยังยั้งปากไว้ทัน ทว่าแววตาที่มองไป่เซ่อนั้นกลับเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างปิดไม่มิด
"เมี๊ยว! (นี่แน่ะยัยหน้าขาว! ใครน่าเกลียดกันยะ? ทั้งบ้านเธอนั่นแหละที่น่าเกลียด!)" ไป่เซ่อพองขน แผดเสียงประท้วงจนตัวโยน
ชิงหลงขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกอุ่นวาบปนขำขันแล่นผ่านหัวใจเมื่อได้ยินเสียงประท้วงในใจของแมวน้อย เขาลูบหัวไป่เซ่อเบาๆ เป็การปลอบประโลม "ใช่ ไป่เซ่อเป็แมวของข้าเอง ข้าว่านางน่ารักและเฉลียวฉลาดมากนะ... เ้าลองดูให้ดีสิ"
เขายื่นไป่เซ่อไปตรงหน้าหญิงสาว หวังจะลองหยั่งเชิงดูใจ ทว่าเทียนเทียนกลับอุทานลั่นและผงะหนีจนเกือบตกเก้าอี้!
"ว้าย! เอาออกไปไกลๆ นะเ้าคะ!" นางเผลอใช้มือปัดผลักลูกแมวอย่างแรงด้วยความลืมตัว โชคดีที่ชิงหลงชักมือกลับมาโอบอุ้มไป่เซ่อไว้ได้ทัน ท่ามกลางแววตาที่เย็นเยียบลงหลายส่วน
"ขอโทษเ้าค่ะท่านแม่ทัพ ข้า... ข้าเพียงแต่แพ้ขนแมวอย่างรุนแรง อยู่ใกล้แล้วจะหายใจไม่ออกและจามไม่หยุดทันทีเลยเ้าค่ะ ฮัดเชิ้ว! ฮัดเชิ้ว!" นางแสร้งยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดจมูก แสร้งบีบน้ำตาให้ดูน่าสงสาร
ความจริงแล้วนางไม่ได้แพ้สิ่งใดทั้งสิ้น นางแค่รังเกียจสัตว์ที่นางนิยามว่า 'สกปรก' และอาจจะทิ้งกลิ่นหรือเส้นขนไว้บนชุดผ้าไหมราคาแพงของนางเท่านั้น
ขณะที่เทียนเทียนพยายามชวนคุยเื่สัพเพเหระเพื่อกู้สถานการณ์ ไป่เซ่อที่ซุกตัวนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของชิงหลงกลับจ้องมองหญิงสาวเบื้องหน้าด้วยความสับสนและระแวง
‘ทำไมนางถึงยังมีชีวิตอยู่? ตามนิยายถ้านางไม่ตาย ฉันก็เข้าสิงร่างไม่ได้สิ... แล้วระบบงี่เง่านั่นหายไปไหน? ถ้าเหตุการณ์เป็แบบนี้ แล้วฉันจะได้เป็นางเอกไหม? หรือฉันต้องติดอยู่ในร่างแมวไปตลอดกาลเพื่อดูพวกเขารักกัน!’
เสียงพึมพำที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อและสับสนในใจของแมวน้อยดังชัดเจนในโสตประสาทของชิงหลง ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบไหววูบด้วยความขัดแย้ง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำบางอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด
"ข้าขอตัวออกไปจัดการธุระสำคัญสักครู่"
เขาวางไป่เซ่อลงบนโต๊ะไม้กลางห้องอย่างนุ่มนวล โดยหันหน้าแมวน้อยให้เผชิญหน้ากับเทียนเทียนโดยตรง "ไป่เซ่อ เ้าอยู่ที่นี่ก่อนนะ อย่าซนล่ะ"
ชิงหลงก้าวเดินออกจากห้องไป แต่ทว่า... เขากลับไม่ได้ไปไหนไกล แม่ทัพหนุ่มเพียงแฝงกายอยู่หลังฉากกั้นไม้ฉลุที่มุมห้อง แอบดูสถานการณ์อย่างเงียบเชียบ เพื่อพิสูจน์ความจริงว่าระหว่าง 'นางเอกในนาม' ที่ดูจอมปลอม กับ 'แมวน้อย' ที่กุมหัวใจของเขาไว้... ใครกันแน่ที่เป็ของจริง!
..............