ตอนที่ 9
เกาลัดกลับมานั่งทบทวนหลายๆอย่างในห้อง หลังจากไคจามาตรวจดูอาการของนางั้แ่ออกมาจากเรือนใหญ่ เขาไม่ได้กล่าวอะไรมาก เพียงจัดยาหลายชุดเพื่อบำรุงร่างกายไว้เท่านั้น
ตอนที่อยู่ท่าเรือลำเพา ไคจาตรวจพบว่าหญิงสาวอัปลักษณ์ที่เขาเห็น นางได้ใช้ว่านไร้เวทย์แปลงโฉมตัวเอง ตอนนั้นเขาก็ไม่ได้คิดเปิดโปงอะไร แค่รู้ว่านางไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อเ้าอองที แต่ไฉนหญิงอัปลักษณ์ที่หลายคนรังเกียจกลับเป็สาวงามเลอโฉมเสียได้
เกาลัดนั่งปรายตามองแมวดำที่นอนหลับอยู่ข้างๆ โดยมีบ่าวรับใช้หญิงสองคนนั่งเย็บเสื้อผ้าอยู่อีกฝั่ง พวกนางฝีมือดีและเป็กุลสตรีในแบบฉบับสตรีครองเรือน แต่ทำไมกลับยังไม่สามารถออกเรือนแต่งงานกับหนุ่มบ้านไหนได้
พวกนางเล่าว่า.. บ่าวรับใช้แต่ละคนจะมีสัญญาขายขาดให้ผู้เป็นาย คนผู้นั้นจะต้องเป็บ่าวรับใช้ไปตลอดชีวิต แต่สำหรับพวกนางแล้วสามารถแต่งงานได้ แต่ต้องมีเงินมาไถ่ตัวหลายเท่ากับที่เคยถูกซื้อขายมา
เกาลัดมองว่ายุคนี้ยังไม่มีกฎหมายเลิกทาสเลิกไพร่ได้ จึงไม่อยากเสนอความคิดเห็นอะไรมากนัก
ต่อจากนั้นเกาลัดก็ให้พวกนางเล่าเื่ราวความเป็มาของเมืองดุรงคาและเมืองอื่นๆให้ฟังโดยละเอียด น่าแปลกที่พวกนางกลับมีภูมิความรู้มากมายเหมือนอาจารย์สอนประวัติศาสตร์นัก
ส่วนเื่ของผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจคนนั้น เกาลัดยังรู้สึกเข็ดขยาดกับเื่ที่เทธานทำ หากในตัวนางมีพลังเวทย์ประหลาดอะไรนั่น ที่ทำให้ผู้คนเข่นฆ่าแย่งชิงกันได้ ย่อมเป็ความโชคร้ายที่สุดเท่าที่เกาลัดเคยเจอเื่หนึ่ง
เกาลัดย่อมไม่อยากถูกกักขังไว้ที่นี่เช่นกัน ดูเหมือนว่าการกระทำของชายในความฝันอย่างอองที คงไม่มีอะไรที่หญิงสาวต้องสืบหาแล้ว คงมีแค่ทางเดียวเท่านั้นที่จะเลี่ยงเื่นี้ได้ คือนางต้องหนี..
หญิงสาวดวงหน้าหม่นหมองลง ภาพความทรงจำนั้นทำให้เกาลัดสับสนวุ่นวายในใจ นางไม่ได้ออกจากเรือนนานหลายวันแล้ว ฝั่งอองทีก็ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใด คนคุ้มกันก็ไม่ได้ขยับออกจากบริเวณเรือนพักที่เกาลัดอยู่
แล้วจะหนีออกไปได้ยังไงเล่า..
เมื่อเกาลัดตั้งสติขึ้นมาได้ หากหญิงสาวไปขอร้องให้อองทีคืนมีดสั้นโบราณนั้นมา โดยอ้างว่าจะต้องใช้สำหรับการควบคุมพลังในร่างกายตน เขาน่าจะยอมเชื่อนางสักครั้ง
เกาลัดบอกให้บ่าวรับใช้ทั้งสองคนช่วยแต่งตัวให้นาง ฤดูนี้เมืองดุรงคาอากาศเย็นชื้นกว่าปกติ หญิงสาวในเมืองจึงนิยมสวมใส่ผ้าคลุมบางทับเสื้อผ้าไว้อีกชั้น บางคนก็มีชุดสำหรับออกงานรื่นเริงโดยเฉพาะ
เกาลัดแอบกังวลในใจอยู่บ้าง ‘แต่หากอองทีเกิดบ้าคลั่งเหมือนวันนั้นอีกล่ะ’
เมื่อเกาลัดฉุกคิดขึ้นมาได้ จึงให้บ่าวรับใช้ไปหาชุดบุรุษมาสักสองสามชุด แล้วให้พวกนางแก้ไขทรงให้เข้ากับรูปร่างตน หญิงสาวรวบผมเป็ทรงหางม้ายาว ตามด้วยพันผ้าสีแดงอิฐรอบคอขาวเนียนของตนเองไว้
วันนี้นางตั้งใจจะไปหยั่งเชิงอองทีสักครั้ง
เกาลัดไม่ได้อุ้มแมวดำออกมา แต่มันกลับวิ่งตามหญิงสาวไม่ห่าง มันไม่ยอมให้บ่าวรับใช้หญิงอุ้ม เกาลัดจึงอาสาจะอุ้มมันเอง
เ้าขนฟูเริ่มมีน้ำหนักมากกว่าแต่ก่อนนัก ทั้งที่มันไม่เคยกินอะไรที่เกาลัดป้อนให้เลยสักครั้ง นางคิดจะตั้งชื่อให้มัน แต่เหมือนกับแมวดำตัวนี้ไม่ชอบให้เรียกชื่อ
หากไม่มีชื่อแล้วจะเป็แมวมีเ้าของได้ยังไง เช่นนั้นก็ชื่อลูกหมี...ไปก่อนล่ะกัน
เพลิงดำโอดครวญในใจ “นี่ข้าเป็ลูกของหมีจริงๆหรือ”
คนคุ้มกันเมื่อรู้ว่าเกาลัดจะไปเรือนพักของอองที พวกเขากลับมีสีหน้ายิ้มแย้มผิดปกติ คนคุ้มกันที่ดูเหมือนจะตัวเล็กสุด ได้วิ่งไปบอกคนอีกเรือนหนึ่งอย่างรวดเร็ว
จากนั้นไม่นานเขาก็กลับมาบอกว่าเ้าอองทีกำลังพบแขกอยู่ เกาลัดพลันร่างกายอ่อนยวบ ไหล่ห่อลงทันใด เพลิงดำแหงนหน้ามองหญิงสาวอย่างรู้สึกได้ มันร้องครางไปทีหนึ่งคล้ายกำลังปลอบใจ
นับั้แ่วันนั้นเกาลัดไม่เห็นไคจามาหาที่เรือนพักอีก คนคุ้มกันบอกว่าหลายวันก่อนเขาไปทำธุระนอกเมือง และวันนี้กลับมาพร้อมคนแก่ชายหญิงสองคน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นสูงทั้งสองคนด้วย
“อืม น่าสนใจ..” เกาลัดยังไม่ทันจะเอ่ยบางอย่างต่อ จึงรีบออกจากบริเวณเรือนของตนไปหาอองที
บ่าวรับใช้หญิงและคนคุ้มกันไม่กล้าห้ามปรามนาง เพียงแต่เดินติดตามเป็ขบวนใหญ่คล้ายกำลังจะไปหาเื่ใคร
เกาลัดเมื่อเห็นดังนั้นจึงสั่งให้พวกเขารอนางที่เรือนพัก หากเกิดสิ่งใดขึ้นนางจะเป็ผู้รับผิดชอบเอง
พอมาถึงเรือนหลักที่อยู่ใกล้กับเรือนพักเ้าเมืองโกนิล แขกที่ว่านั้นตอนนี้น่าจะอยู่ที่เรือนหลักกับอองที เกาลัดอุ้มลูกหมีตัวกลมเดินมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ตรงหน้ามีเพียงกลุ่มคนสนิทของอองทีที่กำลังพูดคุยกันอยู่
ชายร่างสูงใหญ่อย่างนรดินเหลือบมองเกาลัดก่อนเป็คนแรก เขาจึงรีบทักทายขึ้นว่า “ลมอะไรหรือถึงได้หอบสาวน้อยกับแมว..คู่ใจมาได้ แล้วพวกคนคุ้มกันหายไปไหนหมด”
ขณะที่เขาเอ่ยจบ นรดินจึงรีบกวาดสายตามองหาคนคุ้มกันทันที แต่กลับพบกับความว่างเปล่า หรือว่าหญิงสาวสังหารพวกเขาไปหมดแล้ว
เบียงตอและวธูที่นั่งอยู่บนโขดหินตรงข้าม พวกเขาจึงทะยานร่างลงมาสมทบทันใด
“นางคงไม่ก่อเื่อีกนะ” วธูยืนกอดดาบคู่ใจแนบอก พลางสังเกตเห็นว่าเกาลัดแต่งกายคล้ายกับนาง แลดูมีเสน่ห์ไม่น้อยทีเดียว
“ขะ..ข้าแค่ออกมาเดินยืดเส้นยืดสายเท่านั้น ถ้าพวกพี่ๆมีอะไรจะสอนข้า ข้าก็ยินดีนะ อย่างฟันดาบฉับๆ ข้ายังทำไม่เป็เลย” หญิงสาวปั้นหน้ายิ้ม พยายามทำตัวเป็มิตรกับพวกเขาให้ได้มากที่สุด
เกาลัดหวนคิดถึงเื่คืนวันนั้นที่โรงเหล้าท่าเรือลำเพา พวกเขาฆ่าคนโดยไม่ลังเลสักนิด หากเปรียบกับไคจาแล้วคนพวกนี้ป่าเถื่อนกว่าอีก
เบียงตอที่เป็ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นกลาง เขากลับยืนถอยห่างออกมา ความดุดันวาบผ่านแววตาเขา จนวธูเริ่มสังเกตเห็น “เบียงตอเ้า..”
“นางมีกลิ่นอายพลังของผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจ” เบียงตอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแฝงไปด้วยความลนลานอยู่หลายส่วน
นรดินเมื่อได้ยินก็รีบเอ่ยค้านอย่างมีเหตุผล “นางเคยถูกเทธานจับตัวไว้ แล้วยังใช้พลังจากร่างนางอีก อาจจะมีกลิ่นอายของเขาหลงเหลืออยู่ก็เป็ได้”
“ไม่ใช่!” เบียงตอตะคอกเสียงต่ำ ั์ตาประดุจนกเหยี่ยวที่จ้องจะจับเหยื่อ
เกาลัดวางสีหน้าไม่ถูกนัก ได้แต่ยืนยิ้มร่าเพราะไม่รู้ว่าพวกเขาหมายถึงอะไร
เบียงตอมองหน้าแมวดำขนฟูในอ้อมกอดหญิงสาว พลางเอ่ยต่อไปว่า “เพลิงดำ เ้าควรบอกเื่นี้ให้นายท่านทราบ มันไม่ใช่แค่เศษพลังจากผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจธรรมดา ถ้านางถูกควบคุมโดยเทธาน นายท่านจะเป็อันตราย”
เกาลัดไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดกับใคร ทำไมถึงมาจ้องหน้าลูกหมีของนางด้วย ไหนว่านางมีพลังเวทย์หายากที่ทุกคนอยากได้ไม่ใช่หรือ แล้วพลังจากผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจที่อยู่ในตัวนางคืออะไร
เกาลัดเริ่มมีอาการสั่นกลัวเล็กน้อย จนได้เผลอปล่อยเ้าก้อนขนที่อุ้มอยู่ลง มันพลิกตัวกลับและลงพื้นด้วยท่ายืนอย่างรวดเร็ว
เพลิงดำหมุนตัวมาคลอเคลียรอบขาเกาลัด มันสาดสายตาอำมหิตมายังเบียงตอ จนอีกฝ่ายรีบหลุบตาลงเล็กน้อย
จังหวะนั้นไคจาเดินออกมาจากเรือนหลักพร้อมผู้ใช้ไสยเวทย์สองคนพอดี แขกทั้งสองเป็ชายหญิงวัยล่วงชราแล้ว แต่ดูเหมือนกับว่ายังแข็งแรงดี พวกเขาแต่งกายเรียบง่ายคล้ายชาวบ้านทั่วไป
เกาลัดััรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาแปลกประหลาด และทั้งสองคนที่เดินตามหลังไคจามา ก็รู้สึกเหมือนกันว่าหญิงสาวผู้นี้ไม่ควรที่จะอยู่ชิดใกล้มากเกินไปเช่นกัน
แม้แต่เ้าอองทีที่เป็เพียงแค่ผู้ไร้เวทย์ แต่กลับมีบางอย่างที่สามารถกดข่มพลังไสยเวทย์ผู้อื่นได้
ไคจาแปลกใจที่เห็นเกาลัดมายืนอยู่ตรงนี้ แต่ก็ดีเหมือนกันผู้ใช้ไสยเวทย์ที่มาจากเผ่ามังคาจะได้รู้จักกับเกาลัดไว้
เมื่อผู้ใช้ไสยเวทย์ทั้งสองเดินมาใกล้วงสนทนา ทั้งหมดแสดงความเคารพผู้าุโกว่าอย่างพินอบพิเทา
ผู้ใช้ไสยเวทย์หญิงผู้นี้แววตาอ่อนโยนกว่าชายชราอีกคนนัก คนทั้งสองหน้าตาคล้ายกันอยู่หลายส่วน เกาลัดไม่อยากอยู่ใกล้สองคนนี้ให้นานมากนัก ในใจคิดอยากจะมุดดินหนีให้รู้แล้วรู้รอดไปด้วยซ้ำ
เมื่อพูดคุยสัพเพเหระกันเสร็จสิ้น คนคุ้มกันคนหนึ่งก็เดินเข้ามาเพื่อเชิญทั้งสองไปพักผ่อนที่เรือนรับรอง เกาลัดจึงพลันเริ่มสบายใจขึ้น
ภายหลังที่ผู้ใช้ไสยเวทย์ชราทั้งสองเดินจากไป เกาลัดก็ถอนหายใจอย่างรู้สึกปลอดโปร่ง หญิงสาวปรายตามองเบียงตอที่ยังทำสีหน้าขึงขังใส่นาง จนเกาลัดอดที่จะโพล่งถามขึ้นไม่ได้
“นี่พี่ชาย ข้าไปทำอะไรให้ท่านเกลียดนักหนา หรือว่าวันนั้นยังโดนไม่พออีกรึไง” เกาลัดทำมือเท้าสะเอว ใบหน้าบูดเบี้ยวขึ้นมาทันใด ไคจายืนป้องนางไว้เมื่อเห็นเบียงตอเริ่มไม่พอใจเหมือนกัน
“เอาล่ะ เลิกทะเลาะกันเถิด ข้าจะไปส่งนางก่อน” ไคจาบอกกล่าวทุกคน จากนั้นก็ดึงตัวเกาลัดเดินออกมาไกล เพลิงดำวิ่งะโตามหญิงสาวมาติดๆ
“เ้าไปทำอะไรให้เบียงตอไม่พอใจ รู้หรือไม่ว่าเขาเป็พวกผู้ใช้ไสยเวทย์เืร้อน”ชายหนุ่มกล่าวอย่างกระวนกระวาย
เกาลัดจัดแต่งเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย หลังจากถูกไคจาหิ้วออกมาจากวงล้อมบรรดาหมาป่าพวกนั้น
นางตอบเรียบเฉยไปว่า “เขาหาว่าข้ามีกลิ่นอายของผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจ แถมยังบอกด้วยว่าข้าจะถูกเทธานควบคุม”
อีกฝ่ายทำสีหน้างุนงงบางอย่างแล้วเอ่ยต่อ “แล้วใครคือเพลิงดำหรอ..”
หางตาของไคจาเหลือบไปมองแมวดำที่นั่งอยู่ใกล้ๆ แววตาของมันนิ่งสงบราวกับว่ามันเป็แค่รูปปั้น “เื่นี้เอาไว้พวกข้าจะหารือกันก่อน ถ้ามีอะไรข้าจะกลับไปบอกเ้าเอง หากตอนนี้มีสิ่งใดผิดปกติกับตัวเ้าให้รีบบอกทันที เข้าใจหรือไม่” เขาสั่งกำชับ
ชายหนุ่มได้ยินเพียงเสียงอือ..เล็กๆในลำคอ หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นพลางทำมือไพล่หลัง เกาลัดเรียกลูกหมีให้เดินตามนางมา แมวดำหันมาสบตาไคจาเล็กน้อยคล้ายว่ามันรับรู้ถึงเื่นี้มานานแล้ว
ไคจากลับมายังเรือนหลักโดยที่มีอองทีกำลังทำงานอยู่ด้านใน เหล่าลูกน้องคนสนิทกำลังนั่งเคร่งเครียดรอกันอยู่ พอไคจามาถึงเขาก็รีบรายงานเื่เกาลัด เขากล่อมให้นางกลับไปเรือนพักก่อน โดยที่ยังไม่ได้ให้ความเห็นเื่ที่นางพูดให้ฟัง
เบียงตอกล่าวเน้นย้ำว่าเกาลัดมีกลิ่นอายของผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจจริง และไม่ใช่เื่ปกตินักที่หญิงสาวธรรมดาจะมีไอพลังจันทราสีเื และพลังเวทย์ของเทธานซ่อนอยู่ในกาย
ส่วนผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นสูงสองคนที่มาจากเผ่ามังคาน่าจะทราบเื่นี้ด้วย อองทีให้ไคจาเดินทางไปยังเผ่ามังคาและเชิญพวกเขามา
แผนที่โบราณที่ไพรสีมอบให้อองทีนั้น พวกเขาได้ตรวจสอบดูแล้วน่าจะมีหลายจุดที่อาจเป็สถานที่กบดานของเทธาน แต่วันนั้นเขาน่าจะาเ็อยู่ไม่น้อย ใน่นี้คงไม่อาจที่จะเคลื่อนไหวโดยพลการได้
อองทีสั่งการออกไป หากรวบรวมผู้ใช้ไสยเวทย์ได้เพียงพอแล้ว ก็ให้พวกเขาลอบเดินทางไปยังเมืองศิลาขาวทันที
อองทีไม่กล้าไว้วางใจสถานการณ์่นี้นัก ในใจเขาก็อดเป็ห่วงเกาลัดไม่ได้ วันนั้นหญิงสาวน่าจะโกรธเขามากเป็แน่ เขาควรที่จะไปขอโทษนางหรือไม่..
ภายหลังที่ทุกคนออกไปเกือบหมดแล้ว อองทีเค้นถามไคจาไปว่า “นางได้เอ่ยถึงข้าให้เ้าฟังหรือไม่”
ไคจายิ้มรับ “...”
วันนั้นที่เขาไปหาเกาลัด นางได้กล่าวถึงเ้าอองที อย่างเสียๆหายๆเหมือนกัน สองคนนี้เป็ขมิ้นกับปูนกันหรืออย่างไร
“นายท่าน แต่วันนี้ดูเหมือนว่านางจะตั้งใจมาหาท่านนะขอรับ”
อองทียกมุมปากน้อยๆ แทบไม่สังเกตเห็น ไคจาเหลือบตามองผู้เป็นาย เห็นเขาตีสีหน้าเ็าเหมือนเดิมก็รู้สึกผิดปกติ
ระหว่างนั้นลมหอบใหญ่พัดโชยมาจากหน้าต่างที่แง้มไว้ ปรากฏแมวดำขนฟูตัวหนึ่งพยายามปีนขอบหน้าต่างเข้ามาอย่างทุลักทุเล มันพูดสบถไปหลายที ก่อนพุงน้อยๆของมันจะเสียดสีกับขอบหน้าต่าง จนร่างอ้วนกลมหลุดตกลงมาในห้องด้านใน
ชายหนุ่มสองคนเห็นดังนั้นก็อ้าปากค้าง ั้แ่มันไปอยู่กับเกาลัด เพลิงดำทำไมต้องทำตัวแปลกประหลาดขึ้นทุกที แค่มันคืนร่างมาเป็ไอควันสีดำเช่นเดิมก็สิ้นเื่ ไฉนต้องมาปีนป่ายเหมือนสัตว์ให้ลำบากด้วย
“เ้ามาเสียได้ก็ดี”อองทีนิ่วหน้าเป็เชิงคำถาม ว่ามันกำลังทำอะไร..
“เื่กลิ่นอายผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจในตัวเกาลัดเป็ความจริง” เพลิงดำยืดตัวะโขึ้นมาบนโต๊ะ มันกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“เช่นนั้นแผนการต่อไป เราจะทำอย่างไร” ไคจาถาม ในใจพลันกังวลขึ้นมา
เพลิงดำส่ายหางไปมา มันกล่าวตอบกลับเสียงเบา “ฆ่านาง...”
“เ้าหมายความว่าอะไรนะ!” อองทีแทบเืขึ้นหน้า เขาลุกขึ้นตบโต๊ะเสียงดัง
เพลิงดำเพียงแต่ใช้คำพูดเปรียบเปรยเท่านั้น มันกลายเป็ลูกหมีของเกาลัดไปแล้ว มันจะสังหารนางได้อย่างไร อีกอย่างหญิงสาวก็มีไอพลังจันทราสีเืคุ้มกายอยู่แล้ว ย่อมไม่มีใครทำอะไรนางได้อีก
เพลิงดำจึงได้อธิบายต่อไปว่า.. เกาลัดมีไอพลังจันทราสีเืและไอพิษผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจมาแต่กำเนิด มันไม่รู้ว่าการสืบทอดนี้มาได้อย่างไร แต่หากจะต้องทำลายพลังเวทย์ขั้นสูงนี้ ย่อมไม่มีทางเป็ไปไม่ได้เช่นกัน
ในเมื่อไม่อาจทำเช่นนั้นได้ จะต้องใช้บางอย่างสะกดพลังในร่างของเกาลัดเอาไว้ โดยเผ่ามังคามีอาวุธเวทย์ชนิดหนึ่งเรียกว่า เหรียญคุมิญญา..
ในโลกหล้านี้มีเพียงสองเหรียญเดียวเท่านั้น และมันก็หายสาบสูญไปนานแล้ว แต่หากได้สิ่งนี้มา มันจะช่วยควบคุมพลังเวทย์ทั้งสองอย่างนี้ในร่างของเกาลัดได้
อองทีให้เชิญผู้ใช้ไสยเวทย์สองคนที่มาจากเผ่ามังคามาสอบถาม สตรีมีนามว่าโกริน ส่วนบุรุษนามโกรัง ทั้งสองเป็คู่ฝาแฝดกันอายุน่าจะเกือบร้อยปีแล้ว
ผู้ใช้ไสยเวทย์ทั้งสองเมื่อรู้ว่าอองทีสอบถามเื่เหรียญคุมิญญา อาวุธเวทย์เก่าแก่ของเผ่ามังคา ซึ่งตอนนี้มันไม่ได้อยู่ที่เผ่านานแล้ว
โกรังบอกว่าเหรียญคุมิญญาจะถูกส่งมอบให้บุตรผู้เป็ทายาทของตระกูลนั้นๆ และคนที่ได้รับมอบเหรียญก็หายตัวไปนานมากแล้วเช่นกัน
เขาเล่าเพิ่มเติมว่าหนึ่งในผู้เหรียญนั้น เขากลับมาที่เผ่ามังคาเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ภายหลังจากเกิดเหตุร้ายแรงที่แคว้นวัตราคีรี จากนั้นอีกฝ่ายก็เดินทางจากไปและไม่ได้ยินข่าวคราวอีกเลย
โกรังมั่นใจว่าเหรียญอีกหนึ่งจะยังคงอยู่กับคนผู้นั้นอย่างแน่นอน ถ้าหากตามตัวเขาพบก็จะเจอเหรียญคุมิญญาเอง
อองทีรู้ว่าจะหาเขาเจอได้ที่ไหน
วันถัดมาอองทีตัดสินใจมาพบเกาลัดยังเรือนพัก บ่าวรับใช้หญิงรีบจัดเตรียมห้องส่วนตัวไว้รอแล้ว อาหารมากมายหลายอย่างถูกจัดวาง สุราอายุยืนของขึ้นชื่อแห่งเมืองดุรงคาก็ถูกนำมาขึ้นโต๊ะ
เกาลัดนั่งกินอาหารอยู่ก่อนแล้ว ั้แ่มาอยู่ที่นี่ อาหารอร่อยถูกปากเป็สิ่งที่หญิงสาวชื่นชอบมากที่สุด รองลงมาคือเ้าลูกหมีตัวกลมนั่น
เมื่ออองทีเข้ามาเขายืนมองเกาลัดนั่งเทอาหารใส่ปากไม่หยุด
‘นางประชดเขาหรือไร เดี๋ยวก็ได้ติดคอกันพอดี..’
แมวดำขนฟูนั่งอยู่มุมโต๊ะยาว เกาลัดแบ่งเนื้อไก่ป่าย่างใส่ถ้วยเล็กให้มัน แต่มันกลับนั่งดมเสียอย่างนั้น
เกาลัดสีหน้าหวาดระแวงเล็กน้อย เมื่อเห็นอองทียืนจับจ้องนางอยู่ หญิงสาวก็ใเหมือนกันที่บ่าวรับใช้มาแจ้งว่า เ้าอองทีจะมากินอาหารด้วยกันกับนางวันนี้
‘เหอะ! เลอะเลือนเสียจริง..’ เกาลัดส่ายหน้าอยู่หลายครา
“เชิญเ้าค่ะ ท่านเ้าเมือง” เกาลัดลุกขึ้นต้อนรับพลางนั่งลงเหยียดริมฝีปากเล็กน้อย ดีเสียจริงที่นางไม่ต้องบากหน้าไปหาเขาถึงที่ ถ้านางกล่อมให้เขาคืนมีดสั้นเล่มนั้นมาได้ แผนการหลบหนีก็คงจะง่ายขึ้นแล้ว
อองทีนั่งลงตรงข้ามหญิงสาว นางรินสุราไว้รอแล้ว ไม่ใช่แค่จอกเดียวแต่มีถึงห้าจอก!
เขาพลันชะงักงันก่อนจะหยิบขึ้นมาจิบเล็กน้อย หญิงสาวยิ้มตาหยี ดวงตาของนางใสซื่อยิ่งนัก เขาพลันปรายตามองแมวหน้าดำที่อยู่อีกฝั่ง อองทีถึงกับถอนหายใจเบาๆ
‘มิน่าเล่า.. เพลิงดำถึงได้เริ่มติดนิสัยแบบเด็กๆมาจากนาง’
“เื่วันนั้น ข้า..” อองทีกระแอมไอเบาๆ คอเริ่มแห้งผากทันใด ชายหนุ่มจึงหยิบจอกสุราขึ้นมาดื่มจนหมด
เขาหยิบชิ้นขนมที่วางอยู่ตรงหน้ามากัดคำหนึ่ง แล้วจึงกล่าวต่อไปเพิ่มว่า “ข้าขอโทษที่ใช้อารมณ์บุ่มบ่ามเกินไป”
อองทีไม่คิดว่าจะมาตามงอนง้อหญิงสาวแบบนี้ ในชีวิตเขาแทบจะพบเจอแต่การเข่นฆ่า สตรีบรรณาการจากหลายเมืองที่มีคนส่งมาให้เขา ชายหนุ่มก็เห็นเป็เพียงก้อนเนื้อไร้ราคาชิ้นหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับนาง.. กลับไม่เป็เช่นนั้น
เกาลัดพลันลุกขึ้นมาตักอาหารให้เขาอย่างรวดเร็ว “ไม่เป็ไรแน่นอน ท่านเ้าเมืองไม่ต้องกังวล ข้าไม่ถือสาหรอก เห็นไหมวันนี้ข้าสั่งให้คนครัวจัดมื้ออาหารพิเศษให้ท่านโดยเฉพาะนะ กินให้เยอะๆด้วย” หญิงสาวเอ่ยขึ้นคล้ายปลอบใจ
“แถวบ้านข้าเรียกว่าการออกเดทเ้าค่ะ..” นางแ่เสียงลงพลางขยิบตาให้เขาเล็กน้อย
อองทีไม่รู้ว่าการออกเดทเป็แบบไหน จึงได้พยักหน้าเอ่ยตอบ ชายหนุ่มอยากถามอีกฝ่ายเสียจริงว่า บ้านที่นางเอ่ยถึงนั้นเป็เช่นไร หากเขาพาหญิงสาวกลับบ้านได้ ก็คิดอยากเข้าไปทำความรู้จักกับครอบครัวนางสักครั้ง
สักพักนั้น เกาลัดก็นั่งทำมือเท้าคางสังเกตพฤติกรรมของอองทีอย่างไม่ละสายตา ใบหน้าของเขาพลันแดงก่ำ ศีรษะเริ่มรู้สึกโคลงเคลง
ชายหนุ่มชักจะเริ่มอดทนไม่ไหวแล้ว เมื่อเห็นกวางน้อยหน้าตาใสซื่อตัวนี้กำลังนั่งจ้องเขาตาไม่กะพริบ พลังแปลกประหลาดกลุ่มหนึ่งก็เริ่มหมุนวนไปทั่วร่าง
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนโซเซ แววตาพลันขุ่นมัวลง “เ้าวางยาข้าหรือ นางมารน้อย”
อองทียันขอบโต๊ะเพื่อพยุงร่างตัวเองไว้ เขาตวัดสายตามองเพลิงดำที่กำลังตั้งท่าจะลุกขึ้น มันเดินเข้ามาดมกลิ่นใกล้ๆเขา แล้วก็หมุนตัวกลับไปนั่งที่เดิม
อองที “...”
เกาลัดเมื่อเห็นเขาจับได้ก็เอ่ยกึ่งยอมรับว่า “ก็แค่ยานอนหลับชนิดอ่อนๆ ท่านจะได้นอนหลับฝันดีที่นี่ยังไงเล่า”
ระหว่างที่เกาลัดกำลังพูดอยู่นั้น อองทีเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาอย่างคนอ่อนแรง หญิงสาวไม่ทันถอยหลังหนีก็พบว่าเขาล้มฟุบหลับสนิทไปแล้ว แมวดำขนฟูรีบะโข้ามโต๊ะไป มันเดินเข้าไปสำรวจชายหนุ่มอย่างร้อนรน แต่ไม่นานก็ผละตัวออกมานั่งห่างๆ
เกาลัดไม่รอช้าที่จะรีบเข้ามาค้นตัวเขา หญิงสาวลูบคลำไปมา จากนั้นก็เอ่ยเสียงอย่างดีอกดีใจว่า “เจอแล้ว..”
เกาลัดหยิบมีดสั้นขึ้นมาอย่างระมัดระวัง นางพ่นลมหายใจเพื่อคลายความกังวล “หึ ถือเสียว่าวันนี้ท่านชดใช้กรรมที่ทำกับข้าวันนั้นแล้วกัน”
เกาลัดปล่อยให้อองทีนอนหลับอยู่แบบนั้น ไม่นานก็เดินจ้ำอ้าวไปพร้อมแมวดำอย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้นางให้บ่าวรับใช้หญิงแอบไปขอยานอนหลับมา ก็ไม่คิดว่ามันจะออกฤทธิ์เร็วถึงขนาดนี้
อองทีมาที่เรือนพักเกาลัดั้แ่่สายจนถึงเวลาใกล้พลบค่ำ เกาลัดนอนหลับได้หลายตื่นแล้วแต่อองทีกลับยังนอนหลับอยู่ในห้องนั้น
หญิงสาวกำชับบ่าวรับใช้หญิงให้แจ้งคนข้างนอกว่า ‘เ้าอองทีกำลังพักผ่อนไม่ให้ใครรบกวน’
เกาลัดนั่งๆนอนมองมีดสั้นโบราณที่ตนได้มาอย่างสุขใจ แต่ถึงตอนนี้มันก็ยังไม่สามารถถอดเล่มมีดออกจากปลอกได้ อองทีบอกว่ามันเป็ศาสตราวุธอะไรสักอย่าง แล้วถ้าหากนางหาวิธีถอดมันออกมาได้ จะเกิดอิทธิปาฏิหาริย์อะไรบ้างหรือไม่
แมวดำลูกหมีไม่อยู่กับเกาลัดมาครู่หนึ่งแล้ว เพลิงดำเดินออกมาข้างนอก จากนั้นก็กลายร่างมาเป็ไอควันดำแล้วตรงไปยังห้องที่อองทีนอนอยู่ ร่างของมันค่อยๆกลืนหายเข้าไปในตัวของชายหนุ่มทันใด
ไม่นานนักอองทีก็เริ่มลืมตาขึ้น เขายังมึนหัวเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นมาหาน้ำดื่มให้พอบรรเทาอาการกระหาย
ชายหนุ่มดวงตาพลันมืดครึ้มลง ทาสรับใช้ของเขาถึงกับร่วมมือกับนางมารน้อยกลั่นแกล้งเขาเชียวหรือ!
“เ้าไม่ต้องมาทำเป็ห่วงข้า” เขาชี้มือมาทางเพลิงดำที่กลายร่างมาเป็แมวนั่งอยู่บนโต๊ะที่เดิม
“นางบอกว่าเ้าต้องชดใช้กรรมที่เ้าทำกับนางวันนั้น” มันเอ่ยเสียงเรียบพลางกล่าวต่ออีกว่า
“ตอนนี้เด็กนั่นเอามีดตราครุฑไปแล้ว..”
ชายหนุ่มหลับตาตั้งสติ ไม่รู้ว่าเขาจะลงโทษใครดี อองทีได้แต่กลั้นข่มอารมณ์ของตนไว้ก่อนจะเดินออกมาจากเรือนพักเกาลัดอย่างว่าง่าย
เดิมทีมีดตราครุฑก็เป็ของนางอยู่แล้ว หากเขาจะไปยึดกลับคืนมามีแต่จะพาลให้นางโกรธเคืองขึ้นไปอีก อย่างน้อยเขาก็ชดใช้กรรมแล้วมิใช่หรือ ถ้าหลังจากนี้หากจะก่อกรรมใหม่ก็ย่อมได้..
เมื่อรู้ว่าอองทีจากไปแล้ว เกาลัดดีใจแทบะโโลดเต้น นางขอให้บ่าวรับใช้วาดแผนที่บริเวณเรือนพักในม่านอำพราง คราแรกพวกนางปฏิเสธเสียงแข็งแต่ถูกเกาลัดกอดแขนกอดขาขอร้อง พวกนางจึงยอมร่างแผนที่แค่จุดสำคัญไว้ให้
ในม่านอำพรางแห่งนี้น่าจะกว้างขวางไม่น้อย มีเรือนไม้สวยงามแทบทุกหลัง อีกฝั่งหนึ่งก็ยังเป็สระบัวและมีศาลานั่งเล่นอยู่ตรงกลางด้วย
หากเกาลัดอยู่ในนี้อย่างปลอดภัยทุกวัน คนที่ถูกเรียกว่าผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจหน้าตาหล่อเหลาผู้นั้น น่าจะไม่มาตามรังควานหญิงสาวอีก เว้นเสียแต่ว่า.. นางจะต้องอยู่ใกล้เ้าเมืองโกนิลนี่แหละ
บรรยากาศภายในเมืองดุรงคา ทุกอย่างกลับเงียบสงบเรียบร้อยเหมือนแต่ก่อน
อองทีเดินทางออกมาจากม่านอำพราง เพื่อนัดหมายหารือกับผู้ใช้ไสยเวทย์คนอื่น
กลุ่มที่ไพรสีหามานั้น พวกเขาย่อมเต็มใจอย่างยิ่ง เพราะศิลาดำบางส่วนของเมืองดุรงคาถูกขโมยไปด้วยฝีมือศัตรูคนเดียวกัน เมืองอื่นๆก็ส่งผู้ใช้ไสยเวทย์ฝีมือดีมาสมทบเช่นกัน
หากแผ่นดินนี้ปรากฏผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจ นั่นอาจหมายถึงกาลอวสานของทุกชีวิตแล้ว พวกเขาจึงต้องรวมตัวไล่ล่าผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจอย่างเทธานให้ได้
ไพรสีขอคุยเป็การส่วนตัวกับอองที ชายหนุ่มไม่ลืมที่เ้าเมืองดุรงคาร้องขอ เพียงแต่เขาจะแค่รับปากเพื่อไตร่ตรองก่อนเท่านั้น อีกฝ่ายถือว่ามีบุญคุณกับเขาทั้งเื่ให้ที่พักและแผนที่โบราณของเมืองศิลาขาว
แต่บุญคุณของเ้าอองนัน บิดาของเขาย่อมเหนือกว่า หากไม่มีเ้าเมืองโกนิลคนก่อน ก็ไม่มีเ้าไพรสีมาจนถึงทุกวันนี้เช่นกัน
“ท่านเ้าออง ลูกสาวคนโตของข้าถึงวัยจะต้องแต่งงานแล้ว ไม่มีผู้ใดเหมาะนอกจากท่าน ถ้าหากลูกสาวข้าเกี่ยวดองกับอาณาจักรโกนิลได้ การค้าระหว่างแดนทางใต้กับท่าเรือลำเพาของข้าย่อมเจริญรุ่งเรืองขึ้นไปอีก” ไพรสีลอบมองอีกฝ่ายด้วยใจจดจ่อ
อองทีวางสีหน้าเรียบเฉยจนไพรสีเริ่มเหงื่อตก ไม่รู้ว่าเขาคิดผิดหรือไม่ที่จะให้ลูกสาวตนแต่งงานกับเขา ดูเหมือนว่าเ้าตัวจะไม่ยี่หระกับเื่สาวงามมากเท่าใดนัก
“ลูกสาวท่านนางจะรับได้หรือ หากนางจะกลายเป็เพียงภรรยารองของข้า” อองทีเลิกคิ้วถาม
“หรือท่านมีหญิงในดวงใจแล้ว..” ไพรสีร้อนรุ่ม อีกใจหนึ่งพลันรู้สึกว่าเป็ข่าวดี หากละออมลูกสาวของเขารู้ว่าเ้าอองทีรักสตรีอื่นไปแล้ว นางจะได้ตัดใจเสียที
ชายหนุ่มเก็บงำแววตาอันลิงโลด เมื่อหวนคิดถึงใครคนหนึ่งขึ้นมา “อาจจะมี..” เขาตอบสั้นๆ
ละออมเมื่อรู้ว่าอองทีมาถึงที่บ้านพักเ้าเมืองดุรงคา หญิงสาวรีบแต่งกายให้งดงามที่สุด แล้วตรงมายังเรือนรับแขกทันที นางเฝ้ามองอยู่ด้านหน้าเรือนเป็ระยะ จนสักพักอองทีก็ออกมา
หญิงสาวหน้าแดงเรื่อ ท่าทางขวยเขินเมื่อจะต้องเจอกับเขาอีกครั้ง คราก่อนอองทีให้นางกลับทันทีหลังจากบ่าวรับใช้นำของยกมา ละออมไม่รู้ว่านางทำผิดอะไร แม้แต่จะเชื้อเชิญให้นางนั่งก็ยังไม่มี
“ท่านเ้าออง..”เสียงหวานนุ่มของละออมทักขึ้น จนอองทีต้องหันหลังกลับมา
“ท่านคุยกับท่านพ่อเสร็จแล้วหรือเ้าคะ หากท่านเ้าอองไม่มีธุระใด เชิญทะ..” หญิงสาวยังไม่ทันกล่าวจบก็ถูกอองทียกมือห้ามทันใด
“ข้ายังมีธุระต่อ ขอตัว”
เมื่อกล่าวจบอองทีจึงเดินหนีหญิงสาวไปทันที สีหน้าเ็าของเขาก็ไม่ต่างจากวันนั้น ละออมยืนนิ่ง นางมือบีบเนื้อผ้าแน่นอย่างขุ่นเคืองใจ จะต้องเป็เพราะหญิงประหลาดนางนั้นเป็แน่ที่ทำให้เ้าเมืองโกนิลไม่ไยดีนาง
หากละออมสามารถเข้าไปในม่านอำพรางนั้นได้ นางก็อยากจะรู้นักว่าหญิงผู้นั้นหน้าตาเป็เช่นไร
เกาลัดตามหาแมวลูกหมีอยู่ครึ่งค่อนวัน บ่าวรับใช้หรือคนคุ้มกันก็ยังไม่พบเห็น เกาลัดเป็ห่วงมันจนไม่มีเวลาทำอะไร หญิงสาวจึงถือโอกาสนี้ให้บ่าวรับใช้หญิงสั่งให้คนครัวต้มน้ำสมุนไพรบำรุงร่างกายมาหม้อใหญ่ จากนั้นเกาลัดก็ตักแจกจ่ายให้คนคุ้มกันและทุกคนในเรือนกิน
สักพักเมื่อบริเวณเรือนพักเริ่มเงียบสงบลง บ่าวรับใช้หญิงทั้งสองคนพลันเผลอหลับในห้องของนาง ส่วนคนคุ้มกันราวสิบคนที่อยู่รอบเรือนพักก็พลอยหาที่ทางหลบมุมหลับกันทั้งนั้น ยานอนหลับชนิดนี้นางเคยใช้กับเ้าเมืองโกนิลมาแล้ว
ส่วนเกาลัดเองก็ได้โอกาสแต่งกายคล้ายเป็คนคุ้มกันเดินออกมาจากเรือน หญิงสาวเดินลัดเลาะมาตามแผนที่ที่บ่าวรับใช้ร่างไว้ให้ โชคดีที่เรือนพักของเกาลัดห่างไกลกว่าเรือนอื่น จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาเจอ
เกาลัดใช้เวลาไม่นานก็พบเส้นทางออกมาจากม่านอำพราง แต่ประตูทางเข้าออกนั้นมีคนคุ้มกันจากเมืองดุรงคาหลายคนเฝ้าอยู่ ไม่มีทางที่เกาลัดจะผ่านด่านนี้ไปได้
ขณะเกาลัดกำลังจะหาที่หลบมุมซ่อนตัว มือหยาบของบุรุษคนหนึ่งปิดปากนางไว้จากด้านหลัง เสียงแ่เบาพลันลอยผ่านหูเข้ามาจนเกาลัดแทบจะไม่ได้ยิน เขาบอกว่าห้ามดิ้นและนางก็ทำตามเขาอย่างว่างาย
‘ถ้าถูกจับได้ขึ้นมา อองทีน่าจะลงโทษเป็การใหญ่แน่..’
เมื่อเขาพาตัวเกาลัดมายังมุมเนินดินแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไกลพอสมควรกับเรือนพัก ชายคนนั้นเปิดผ้าปิดหน้าออก พบว่าเขาเป็ชายหนุ่มพายถุงย่ามคนนั้นที่มาช่วยเกาลัดจากเทธาน
เกาลดไม่รู้ว่าเขาเข้ามาในม่านอำพรางได้อย่างไร ซ้ำยังไม่รู้ถึงเจตนาของเขาชัดเจน
“ข้าชื่ออารัน..” ชายหนุ่มแนะนำตัว เขาพยายามหลบสายตาของเกาลัดจนดูท่าทางไม่เป็ธรรมชาติ
“เ้าแอบเข้ามาในนี้ได้ยังไง”
เกาลัดลืมเื่ที่เขาบังคับนางออกมาจากบริเวณนั้น หากคนที่อยู่ตรงหน้านี้เข้ามาได้ เขาย่อมมีวิธีออกไปจากม่านอำพรางได้เช่นกัน นางควรที่จะพูดดีกับเขาเสียหน่อย
อารันชะโงกหน้าไปอีกฝั่งพร้อมกับนั่งลงอย่างรวดเร็ว จนนางทำตามเขาอย่างว่องไวเช่นกัน หญิงสาวหมอบลงกับพื้นเพียงรู้สึกว่ามีคนเดินผ่านมาและไม่นานก็จากไป
ชายหนุ่มกดเสียงให้เบาลง เพื่อบอกให้นางขยับตัวมานั่งหลบอีกด้าน
“ข้าเข้ามาโดยใช้อาวุธเวทย์ และจะมีโอกาสออกไปได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เราต้องรีบแล้ว” อารันล้วงบางอย่างในถุงย่ามตัวเอง บนแผ่นหลังของเขายังแบกถุงอีกใบอยู่ด้วย
นี่เขาเป็คนบ้าหรือคนดีกันแน่..
“เ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าจะหนีไปกับเ้า” น้ำเสียงเกาลัดแฝงไปด้วยความดื้อดึง
เมื่อมองเขาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ก็พบว่าอีกฝ่ายเป็ชายหนุ่มหน้าตาดีระดับหนึ่ง แต่โครงหน้าซูบตอบเล็กน้อย อีกด้านของใบหน้าพบรอยปานแดงซีดจาง เขาน่าจะไม่ใช่พวกใช้เวทย์อาคมได้ ถึงได้พกพาอาวุธเวทย์หน้าตาประหลาดพวกนี้
อารันไม่กล้าสบตาหญิงสาวตรงๆ เวลาพูดจึงชอบเบือนหน้าไปทางอื่น “เช่นนั้นข้าก็จะออกไปคนเดียว ขืนข้าอยู่ต่อเ้าตาเดียวนั่นเล่นงานข้าแน่”
เขาหมายถึงอองที..
เกาลัดพยักหน้าฟังอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ชั่วครู่นั้นก็พบว่าบนข้อมืออีกข้างตนมีกำไลลวดลายแปลกตามาสวมไว้แล้ว อารันเพียงแต่พึมพำเบาๆเพียงบอกว่าสิ่งนี้จะช่วยอำพรางกลิ่นอายชั่วคราวของพลังจากตัวนางได้
เกาลัดคิดจะโต้กลับ นางเอียงตัวยกหัวไหล่ทั้งสองข้างดมไปมา จนอารันอดกลั้นขำไม่ได้ เขาอธิบายสั้นๆว่ากำไลนั้นเป็อาวุธเวทย์ที่สามารถปกปิดกลิ่นอายพลังเวทย์ที่อยู่ในตัวหญิงสาวได้ เพราะหากออกไปจากม่านอำพรางนี้แล้ว รอบทิศทางถือว่าเป็อันตราย
อารันพาเกาลัดมาถึงบริเวณที่แห่งหนึ่ง น่าจะเป็เส้นเขตแดนของม่านอำพราง เกาลัดไม่รู้ขอบเขตของม่านอำพรางที่ผู้คนกล่าวถึงเป็แบบไหน
แต่พอเห็นอารันใช้อาวุธเวทย์ชนิดหนึ่ง กัดกร่อนแนวปราการว่างเปล่าที่อยู่ตรงหน้า ก็พบว่ามันกลายเป็ช่องขนาดที่พอจะลอดผ่านไปได้ หากมองผ่านช่องนั้นเข้าไปแล้ว มันเหมือนกับเป็แนวป่าอีกมิติหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วม่านอำพรางในนี้ต่างหากที่เป็ม่านมิติที่ถูกสร้างขึ้นมา
ทั้งสองออกจากม่านอำพรางได้โดยไร้อุปสรรค ประตูทรงกลมนั่นก็ได้หายไปอย่างรวดเร็ว ป่านนี้คนในนั้นน่าจะรู้แล้วว่าเกาลัดหนีออกมา
อารันรีบพาเกาลัดวิ่งออกมาจากแนวป่าเพื่อไปตามเส้นทางที่เขาวางเอาไว้
เกาลัดผ่อนฝีเท้าลงแล้วถามอีกฝ่ายขึ้นว่า “เ้าบอกว่าเ้ามาจากเผ่ามังคาหรอ”
ชายหนุ่มตอบอืม..เสียงเบา พลางหยิบแผนที่สองแผ่นมาประกบกันเพื่อดูเส้นทางไปด้วย
“ข้าเห็นลุงกับป้าสองคนมาพบเ้าอองที เห็นบอกว่าพวกเขามาจากเผ่ามังคาด้วย เ้ารู้จักพวกเขาไหม” หญิงสาวถามต่อ
อารันรูม่านตาหดเล็กลงทันใด สีหน้าเปลี่ยนเป็เคร่งเครียด สายตาชายหนุ่มเลื่อนมายังเกาลัด ดวงตากลมโตน่าหลงใหลของนางทำให้อีกฝ่ายหลุบตาลงต่ำเล็กน้อย
“พวกเขาน่าจะเป็ผู้ใช้ไสยเวทย์าุโของเผ่า ข้าเป็แค่คนเร่ร่อน ไม่ค่อยได้เจอคนในเผ่ามากนัก”เขาตอบ
เกาลัดเข้าใจปัญหาของเขาดี ตอนนี้นางก็เป็คนเร่ร่อนไม่ต่างกันกับเขา ต้องพลัดพรากจากครอบครัว มาอยู่ในที่ที่ไม่รู้จัก แถมยังโดนหมายหัวอีก..
อารันอยากให้เกาลัดไว้ใจเขา จึงค่อยๆเล่าเื่ที่เขาไปเจอเทธานกำลังจับตัวหญิงสาวในวันนั้น
อันที่จริงแล้วเขามายังเมืองดุรงคาโดยบังเอิญ แต่พบว่าอาวุธเวทย์ของเขาตรวจพบพลังของผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจ และมันอยู่ในตัวเกาลัดพอดี อารันจึงแอบสะกดรอยตามหญิงสาวไปจนได้พบกับเทธานด้วย
“ข้าจะพาเ้าเดินทางไปดินแดนทางใต้”
“เ้าว่าอะไรนะ นั่นไม่ใช่เมืองโกนิลของเ้าอองทีหรอกหรอ ข้าไม่อยากไปกับเ้าด้วยหรอกนะ” เกาลัดค้านเสียงแข็ง นางย่อมรู้ว่าที่ตั้งเมืองโกนิลอยู่แดนทางใต้ มิใช่ว่านางจะหนีเสือปะจระเข้หรืออย่างไร
อารันยืนกราน “พวกเราต้องไป..”
ชายหนุ่มเล่าต่อว่า.. แดนทางใต้มีผู้ใช้ไสยเวทย์และเมืองในม่านอำพรางมากมาย โดยเฉพาะเผ่าพยัคฆ์ดำ ซึ่งในอดีตนั้นเป็เมืองใหญ่คู่ขนานกับเมืองโกนิลในปัจจุบัน
เผ่าพยัคฆ์ดำขึ้นชื่อเื่การใช้ไสยเวทย์ มีศาสตร์ลับมากมายกว่าเผ่ามังคาเสียอีก แต่น่าเสียดายนัก มีบางอย่างที่ทำให้พวกเขาจำต้องเร้นกายจากโลกภายนอก
แต่ต่อให้เผ่าพยัคฆ์ดำไม่ติดต่อค้าขายกับใครก็ไม่ใช่เป็พวกไร้ตัวตน เมื่อถึงศึกาหรือเมืองไหนที่มีแต่ความอยุติธรรม พวกเขาย่อมไม่กล้าที่จะนิ่งดูดาย
เื่ของเกาลัดและผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจที่ปรากฏกายขึ้นกลางเมืองดุรงคา เผ่าพยัคฆ์ดำน่าจะเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว และคงมีแค่เผ่าพยัคฆ์ดำเท่านั้นที่จะช่วยเกาลัดได้
เขาจะพานางไป..
>โปรดติดตามตอนที่10<