ขณะที่เขาหันหลังเพื่อแขวนผ้าเช็ดตัวลงตรงตะขอนั้นเองดวงตาของไดอาน่าก็ต้องเบิกโพลงด้วยความประหลาดใจเมื่อมองเห็นรอยแผลเป็พาดเป็แนวยาวๆ อยู่บนแผ่นหลังของเขา
“คุณเป็อะไรบนหลังน่ะ?”
ฮอลท์นิ่งอึ้งไปครู่สั้นๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเสื้อเชิ้ต
“จำไม่ได้”
“ต้องมีคนตีคุณแน่ๆ เลยแล้วคุณก็จะไม่ลืมเื่นั้นด้วย” ไดอาน่าว่า
เขามองเธอด้วยสายตาดุๆ อยู่เป็ครู่ก่อนจะตอบว่า
“ถ้าพยายาม คนเราก็ลืมอะไรได้ทุกอย่างอยู่แล้ว”เขาลงมือกลัดกระดุมเสื้อ “ไหนคุณว่ามาตามหากายยังไงล่ะ...มันอยู่ข้างนอกแน่ะ”
ไดอาน่าจ้องตาเขาอย่างจะให้ลึกลงไปถึงคำตอบที่อยากได้รับแต่ก็รู้ว่าเขาต้องไม่พูดอะไรต่อแน่ เธอจำใจหันหลังเดินกลับออกไปจากห้องเพื่อตามหากายแต่ขณะเดียวกัน เธอก็ไม่ได้ปล่อยวางในเื่นั้นเสียทีเดียวเธอหยิบยกเื่นั้นขึ้นมาพูดอีกครั้งขณะนั่งรับประทานอาหารหารกลางวันร่วมกับเมเจอร์
“พ่อรู้หรือเปล่าคะว่าฮอลท์มัลโลรี่มีแผลเป็เต็มหลังเลย คล้ายกับมีใครเอาแส้มาหวดไว้อย่างนั้นแหละ” เธอหยิบเื่นี้ขึ้นมาพูดด้วยท่าทางจริงจัง
เมเจอร์หันมามองหน้าลูกสาวด้วยสายตาเครียดเขม็ง...
“จริงหรือ...?” ท่าทางเขาเหมือนจะไตร่ตรองอะไรบางอย่างอยู่ในใจ“ส่งเกลือให้พ่อทีสิ”
“เขาทำอะไรถึงได้แผลเป็นั่นมาคะ?” เธอถามขณะส่งขวดเกลือกับพริกไทไปให้เมเจอร์
“แล้วลูกถามฮอลท์หรือเปล่าล่ะ?”
“ถามค่ะ”
“แล้วเขาตอบว่ายังไง?”
“เขาตอบว่า...จำไม่ได้ แต่หนูรู้ว่าเขาโกหก”เธอยักไหล่อย่างไม่พอใจในคำตอบของฮอลท์ “ทำไมเขาถึงมีแผลเป็เต็มหลังขนาดนั้นคะเมเจอร์...หรือว่าเขาเคยติดคุกก่อนมาอยู่กับเรา?”
“พ่อไม่คิดว่าสมัยนี้เขาจะลงโทษนักโทษด้วยการเฆี่ยนด้วยแส้อีกแล้วนะไดอาน่า” เมเจอร์ตอบลูกสาวตามความคิดของตนเอง
“มันอาจไม่มีอีกแล้วก็จริง...แต่...ทำไมเขาถึงมีแผลเป็ด้วยล่ะคะ?”
“ไดอาน่า...พ่อก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน” แม้คำตอบนั้นคล้ายกับว่า เขาไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้นกับฮอลท์จริงๆแต่ไดอาน่าแน่ใจว่าพ่อของเธอจะต้องรู้ เพียงแต่ไม่ยอมเล่าให้เธอฟังเท่านั้นโดยปกติแล้ว เขาจะตอบเธอทุกคำถาม ไม่เคยมีความลับใดๆระหว่างไดอาน่ากับพ่อของเธอ...ออกจะน่าน้อยใจอยู่ แต่ก็ไม่อาจทำให้เธอละจากความคิดที่ว่าทำไมฮอลท์จึงมีแผลเป็เต็มหลังเช่นนั้นได้ แม้ว่าเธอจะไม่ได้พูดถึงมันอีกเลยก็ตาม
และเมื่อฤดูร้อนผ่านไป ฤดูใบไม้ร่วงก็ตามมามันเป็ฤดูที่ไดอาน่าชอบที่สุด เพราะหมายถึงการต้อนสัตว์ เธอจะขี่ม้าเป็เวลาหลายๆชั่วโมงไล่ตามปศุสัตว์ออกไปเป็ไมล์ๆ นอนอยู่ใกล้ๆ กองไฟภายใต้แสงเรืองของดวงดาวมันเป็การผจญภัยที่น่าตื่นเต้นในท่ามกลางธรรมชาติที่ห่างไกลจากอารยธรรมทั้งปวงในป่ามีอะไรมากมายให้ดู กวางมูสที่ออกมาเล็มหญ้าชุ่มน้ำค้าง นานๆครั้งถ้ามีโอกาสดีก็จะได้เห็นแกะบิ๊กฮอร์นอีกด้วย หรือไม่ก็อาจจะพวกม้าป่าที่ผกโผนโลดแล่นอยู่บนสันเขา
และแล้วในท่ามกลางแสงแดดสีทองของดวงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณไดอาน่าก็ผูกบังเหียนม้าของเธอทั้งเครื่องหลังและเครื่องนอนถูกผูกกระชับไว้บนหลังม้าทุกหนแห่งเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง เพื่อเป็การเตรียมตัวไว้ต้อนรับฤดูการทำงานที่จะต้องมาถึงจะได้พบปะกับใบหน้าของทุกคนที่คุ้นชิน ตามปกติแล้ว เมื่อครบระยะเวลาหนึ่งที่ไร่ปศุสัตว์แห่งนี้ จะจ้างคนงานใหม่เข้ามาเฉลี่ยแล้วปีละ 18 คนเพื่อมาทำงานประจำวันแต่จะต้องจ้างคนงานพิเศษเพิ่มขึ้นในฤดูเก็บเกี่ยวหรือฤดูตัดหญ้า ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็คนท้องถิ่นเมเจอร์ไม่ชอบจ้างคนแปลกหน้าเข้ามาทำงานนอกเวลาให้เขา
จนเมื่อขึ้นไปอยู่บนหลังม้าแล้ว ไดอาน่าจึงได้เห็นฮอลท์มัลโลรี่ปรากฏตัวขึ้น ท่าทางของเขาเป็ลักษณะของคนที่เกิดมาเพื่อออกคำสั่งโดยแท้ความรู้สึกไม่ชอบหน้านับั้แ่วันแรกที่เขาเหยียบเท้าเข้ามาในไร่ดูจะเพิ่มขึ้นตามวันเวลาที่ผ่านไป และปรากฏอยู่ในแววตาของไดอาน่ายามที่จ้องมองเขาฮอลท์มีท่าทางคล้ายลังเลขณะขี่ม้าเข้ามาใกล้ มองเธอด้วยสายตากระด้างชาเย็นดวงตาคู่นั้นปรายไปยังอานม้าที่มีทั้งเครื่องนอนและเครื่องหลังผูกมัดไว้เรียบร้อยก่อนจะเมินมองไปทางอื่นอย่างใช้ความคิด
เมื่อไดอาน่าเห็นเขาหยุดพูดอะไรบางอย่างกับเมเจอร์เธอก็เม้มปากด้วยความไม่พอใจชีพจรเริ่มเต้นแรงขึ้นคล้ายจะสังหรณ์ในคำสนทนาของบุคคลทั้งสองขณะพูดก็ชำเลืองมองมาทางเธอประกอบกันอยู่ด้วยไดอาน่าไม่ชอบใจสายตาของเมเจอร์ที่หันมามองเธอ หรือท่าทางตอนที่เขาพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของฮอลท์จากนั้นเมเจอร์ก็เดินเข้ามาหาไดอาน่าแสร้งทำเป็ว่าไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าเธอหย่อนสายบังเหียนม้าและเริ่มกระตุ้นให้มันเดินออกจากที่
“ไดอาน่า...” เสียงเรียกของเมเจอร์เข้มงวดกว่าที่เคยเป็
ชิท...เธอแช่งด่าอยู่ในใจ แต่ก็หันไปตามเสียงเรียกพยายามไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาให้เห็น แม้ภายในใจจะเตือนให้เธอรู้ล่วงหน้าว่าประโยคต่อไปที่เขาจะพูดคืออะไร
“ปีนี้ลูกต้องอยู่บ้าน ไดอาน่า” เมเจอร์เอ่ยออกมาตรงๆ
“หนูออกไปช่วยต้อนสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วงมาั้แ่8 ขวบนะคะพ่อ ยิ่งกว่านั้นทุกคนควรจะต้องช่วยพ่อทำงานด้วยกันทั้งนั้นแล้วพ่อก็รู้นี่คะว่าหนูขี่ม้ากับใช้บ่วงบาศได้ดีเท่าๆ กับคนอื่น”
“งานนั้นมันหนักไปสำหรับเด็กสาวอย่างลูก”
“แต่หนูก็ไม่เคยบ่นนี่คะ หนูไม่ได้เกลียดฝุ่นเกลียดความร้อนหรือบ่นปวดเมื่อยอะไรเลย”
“พ่อรู้ว่าลูกไม่ได้บ่นเื่อย่างนั้น” เมเจอร์มักจะพูดกับเธออย่างคนที่โตแล้ว เป็การพูดตรงๆ และซื่อสัตย์ที่สุดซึ่งในครั้งนี้ก็ไม่ได้แตกต่างกว่าที่เคยเป็มา “ลูกเริ่มโตเป็สาวแล้วนะไดอาน่า มันไม่สมควรที่จะออกไปนอนกลางดินกินกลางทรายอยู่หลายวันหลายคืน คลุกคลีอยู่กับคนงานผู้ชายพวกนั้นอีกแล้ว”
และไดอาน่าก็ตอบพ่อของเธอในลักษณะเดียวกัน...
“พ่อคงไม่ได้หมายถึงว่าพวกคนงานผู้ชายในไร่นี่อาจจะข่มเหงหนูได้ใช่ไหมคะ...? ...ทุกคนเขาเป็เพื่อนหนูทั้งนั้นนะคะนอกจากฮอลท์ มัลโลรี่ ...หนูว่าเขาเป็คนไร้เหตุผลเกินไป และที่สำคัญพ่อก็ไปกับหนูด้วย”
“แต่ครั้งนี้พ่อไม่ได้ไปด้วยหรอกพ่อแก่เกินไปที่จะออกไปนอนกลางดิน กินกลางทรายอย่างนั้นแล้วแต่ว่านั้นมันก็ไม่ใช่เื่สำคัญอะไรหรอก...ความสำคัญมันอยู่ตรงที่ว่าพ่อไม่อยากให้หนูเติบโตขึ้นมาพร้อมกับกับความคุ้นเคยเื่การใช้วาจาหยาบคายหรือขี่ม้าตะบึงแบบคาลามิตี้ เจน พ่ออยากเห็นหนูเป็สุภาพสตรีไม่ใช่ทอมบอยอย่างที่เป็อยู่ทุกวันนี้ เข้าใจไหมลูก?”
“ค่ะ เมเจอร์” เธอยอมศิโรราบกับเหตุผลของเขาทันที
“ดีมากลูก” ท่าทางของเมเจอร์เต็มไปด้วยความพอใจที่ผลปรากฏออกมาแบบนี้“พ่อจะขับรถออกไปดูทุกวันเพราะฉะนั้นในบ้านก็คงจะเงียบเหงาไปหน่อยสำหรับลูก ทำไมไม่ชวนโซพี่ไปซื้อของหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆใส่บ้างล่ะ...เสื้อผ้าที่มันจะทำให้ลูกมองดูเป็ผู้หญิงกว่ากางเกงยีนพวกนั้นน่ะ?”
“ก็ได้ค่ะ” ไดอาน่ายอมตกลงโดยดี
ถ้าจะให้เป็สุภาพสตรีอย่างที่พ่อ้า ไดอาน่าก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่และจะเริ่มั้แ่เช้าวันนั้นเลย ที่ไดอาน่าได้จัดแจงเปลี่ยนแปลงตัวเองเธอออกไปหาซื้อสิ่งของเครื่องใช้และเสื้อผ้าชุดใหม่เพื่อตกแต่งให้ตัวเองดูมีความเป็ผู้หญิงมากขึ้นเป็เสื้อผ้าที่ประกอบด้วยลูกไม้และโบมากมาย ขณะเดียวกันก็เริ่มหันเหความสนใจของตนมาในสิ่งที่เธอเชื่อว่ามันเป็เื่ของผู้หญิงมากขึ้นตั้งต้นการเรียนเย็บปักถักร้อย การเข้าครัวปรุงอาหารเป็ต้นอย่างไรก็ตามเธอก็ไม่ได้มุ่งมั่นหรือจริงจังเท่าใดนักยังคงออกขี่ม้าอยู่บ่อยครั้งและลดความสนใจเื่งานในไร่ลง
ตามกฎของไร่ปศุสัตว์แห่งนี้จะมีผู้มีอำนาจสั่งงานเป็ชายโสดเพียงคนเดียวคนงานที่แต่งงานแล้วจะต้องออกไปอยู่นอกบริเวณไร่ โดยจะมีที่ทางและบ้านหลังเล็กๆของตนอยู่เองและดูจะน้อยมากที่ไดอาน่าจะสนิทสนมกับเมียของคนงานเ่าั้
อย่างไรก็ตาม ในฤดูหนาวปีนั้น เพื่อบ้านที่อยู่ใกล้ที่สุดคืออแลน ธอร์นตัน ซึ่งมีไร่อยู่ห่างออกไปประมาณ 10 ไมล์ได้จัดงานแต่งงานขึ้นเป็ธรรมดาอยู่เองที่ไดอาน่าจะต้องทำความรู้จักกับเป็กกี้ภรรยาผู้มีอาชีพเป็ครูของเขา ซึ่งดูเหมือนจะเป็ครั้งแรกที่เธอสมาคมกับผู้หญิงที่มีความเป็ผู้ใหญ่กว่าและเป็กกี้ผู้นี้เองที่พูดจาชักจูงให้ไดอาน่าไว้ผมยาวและยังแนะนำวิธีใช้เครื่องสำอางเช่นเดียวกับที่หล่อนใช้อยู่ด้วย
ไดอาน่ารับฟังความฝันของเป็กกี้พยายามที่จะทำความเข้าใจกับจินตนาการโรแมนติกนั้น ไร่ของครอบครัวธอร์นตันเล็กและดูจะยากจนกว่าเมเจอร์มากเมื่อเป็กกี้พูดถึงแผนการที่จะขยับขยายปรับปรุงบ้านไร่แห่งนี้เสียใหม่ไดอาน่าพยายามที่จะไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา แต่ก็รู้อยู่ว่าเป๊กกี้ไม่มีเงินมากพอที่จะสรรค์สร้างความฝันของตนเองให้เป็ความจริงขึ้นมาได้และมันออกจะเป็เื่หนักหนาสำหรับไดอาน่าที่ไม่สามารถจะทำความเข้าใจกับความฝันของผู้หญิงคนหนึ่งที่เปรียบเสมือนฟองสบู่สีสวยใสนั้นได้
ซึ่งมันก็เป็ความยากลำบากเช่นเดียวกันกับที่เธอมีความรู้สึกต่อเพื่อนร่วมชั้นในโรงเรียนมาแล้วเมื่อเห็นพวกเพื่อนๆ คลั่งไคล้ดารา เด็กหนุ่มๆ ที่มีหน้าตาเพิ่งเปรอะสิวและกระซิบกระซาบกันแต่เื่ไร้สาระดังนั้นไดอาน่าจึงมุ่งมั่นสนใจแต่ในเื่ของการเรียนและเป็ที่รักของครูทุกคนอย่างยิ่งด้วยส่วนประสมที่กลมกลืนระหว่างเรือนผมสีดำสนิทเป็มันระยับ ดวงตาคู่สีฟ้าสดใสเรือนร่างระเหิดระหง ทำให้เธอมองดูคล้ายเด็กชายมากกว่าเด็กสาวและไดอาน่าก็คบหาเพื่อนผู้ชายได้สนิทกว่าเพราะถูกอบรมเลี้ยงดูจากมือพ่อเพียงผู้เดียว
เจตนารมณ์ที่เธอมีต่อฮอลท์ มัลโลรี่จึงไม่เคยเปลี่ยนแปลงเธอถือเขาเป็เสมือนศัตรูตัวสำคัญและสามารถจะเปิดศึกด้วยได้ทุกครั้งที่มีโอกาสมีความคิดอคติต่อการที่เขาได้รับมอบอำนาจจากเมจอร์เพิ่มขึ้นและด้วยความรู้สึกนี้เอง ทำให้เธอมีโอกาสสั่งงานเขาในทุกครั้งที่ทำได้โดยถือว่าตนเองอยู่ในฐานะลูกสาวของนายจ้าง พยายามจะเตือนให้ฮอลท์รู้สำนึกในฐานะของตนเองว่าเป็เพียงแค่ลูกจ้างเท่านั้นและได้รับค่าจ้างตอบแทนในการทำงานให้กับเมเจอร์และกับตัวเธอเองด้วย
ดังนั้นครั้งใดก็ตามที่เห็นเขาอยู่ในคอกม้าไดอาน่าจะไม่ยอมผูกอานม้าของตัวเองแต่กลับสั่งให้เขาผูกให้...ใช้เขาในทุกเื่ที่สามารถทำได้ด้วยความหวังว่า ไม่ช้าไม่นานเขาจะทนอยู่ต่อไปไม่ได้และต้องลาออกไปในที่สุด
ส่วนกายก็ยังเป็เหมือนลูกหมาตัวเล็กๆ ที่เดินตามเธอต้อยๆอยู่นั่นเอง ดูจะไม่สำคัญเลยไม่ว่าไดอาน่าจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไรเด็กชายกลับรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณทุกครั้งที่ไดอาน่าให้ความสนใจในตัวเขาและไดอาน่าก็จะตอบสนองอย่างเจ็บแสบกับทั้งฮอลท์และกาย...
ถ้าเด็กชายจะชอบเธอ เขาก็จะต้องไม่ชอบผู้ชายคนที่เป็พ่อของเขาด้วย...