ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 89 เทือกเขาสระสวรรค์

            สามวันผ่านไปในพริบตา!

            วินาทีที่ฉู่เหินเปิดประตูออกมา อากาศสดชื่นก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้า

            ฉู่เหินรู้สึกสดชื่นรื่นรมย์นัก หูตากระจ่างใส พลังกายเต็มเปี่ยมรังสีปราณที่ไพศาลกว่าเมื่อสามวันก่อนอย่างเห็นได้ชัดแผ่กระจายออกมาอย่างไม่อาจควบคุม

            “ศิษย์น้องฉู่เหิน...” แว่วเสียงฮ่าวจึลอยมา

            “ฮะ เจ้ารู้จักออกมากับเขาด้วยหรือ? เงียบฉี่มาสามวันข้านึกว่าจะนอนตายอยู่ในนั้นเสียแล้ว” มู่เฟิงนั่งไขว่ห้างอยู่บนบันได รอยยิ้ม ‘นักเลง’ เสียเหลือเกิน

            ฉู่เหินตอกกลับไม่เกรงใจ “กินกระเทียมเยอะนักหรือ? ปากถึงได้เหม็นแต่เช้า”

            “วะ เจ้าสิกินกระเทียมเยอะ สุดหล่อเฟิงไม่กินของพรรค์นั้นหรอก”

            “พวกเจ้าหยุดทะเลาะกันได้แล้ว!” ฮ่าวจึชักปวดหัว “เราควรไปรวมตัวที่ลานเจ็ดดาวได้แล้วจวนจะถึงเวลาเดินทางแล้วนะ”

            ครึ่งเดือนก่อนฮ่าวจึบุกเบิกชีพจรเส้นที่เก้าได้เข้าสู่ระดับเปิดชีพจรขั้นเก้า จึงย่อมจะมีสิทธิ์เข้าร่วม ‘ล่าปีศาจสระสวรรค์’ ครานี้ได้เป็นธรรมดา

            เอ่ยถึงตรงนี้แล้วมู่เฟิงก็อดตาเป็นประกายไม่ได้ เขารีบดีดผึงขึ้นจากบันไดทันที

            “แฮ่ๆ หล่อ หล่อเกินคน อาจารย์ซีหลานนำขบวน ไป๋อวี่เยว่หรือก็เข้าร่วมด้วยสองเป้าหมายสูงสุดของเฟิงรูปหล่อผู้นี้ ต่างก็ไป...เฮ้ย!พวกเจ้าทั้งคู่รอข้าด้วยเซ่ ข้าบอกให้...โว้ยจะรีบร้อนกันไปไหน”

            ไม่รอให้มู่เฟิงเอ่ยจบ ฉู่เหินกับฮ่าวจึก็เดินออกไปข้างนอกทันทีทั้งสองทำเมิน ‘ความน่าไม่อาย’ ของมู่เฟิงไปเสียแล้ว

            ...

            ขณะนี้ที่ลานเจ็ดดาว!

            หนุ่มสาวห้าหกร้อยชีวิตรวมตัวกันอยู่ที่นี่ สถานการณ์ครึกครื้นเป็นอย่างมากเสียงของเหล่านารีแสนสุขสำราญหวานใสให้ความมีชีวิตชีวาในฤดูใบไม้ผลิอย่างเต็มเปี่ยมใบหน้าของทุกผู้ทุกนามประดับยิ้มตื่นเต้นไม่น้อย

            สำหรับคนมากมายในที่นี้แล้วนี่คือครั้งแรกที่พวกเขาได้เข้าร่วมงานแสวงหาประสบการณ์ครั้งใหญ่ที่เทือกเขาสระสวรรค์

            โดยเฉพาะการได้ร่วมเดินทางไปกับสหายย่อมต้องได้อารมณ์ออกไปเที่ยวเล่นบ้างไม่มากก็น้อย

            “ศิษย์พี่ฉู่เหิน พวกท่านมาแล้ว...”

            หลี่ฮุยเย่และโจวลู่เดินเข้ามาหาพวกฉู่เหิน

            เหอชิงหยวนและหลิ่วเยว่ก็เองก็ส่งสายตาทักทายมาให้

            ฉู่เหินตอบรับด้วยรอยยิ้มให้ทุกคนไป

            ฉู่เหินในยามนี้คือคนดังของสำนักดาราสวรรค์ก็ว่าได้ นับตั้งแต่คว้าชัยเหนือประชุมใหญ่ดาวชิงดวงมาได้สำเร็จเรื่อยมาจนถึงรับท่าสังหารสามท่าของเหรินเหว่ยผู้ระดับเชื่อมหยวนขั้นหกได้ ลำพังเพียงสองเรื่องนี้ก็มากพอให้ฉู่เหินทำศิษย์เก่าไม่น้อยรู้สึกกระดากอายแล้ว

            “ฮึ มีอะไรให้ได้ใจนัก” อู่เจ๋ออีกด้านส่งสายตาดำมืดให้เขาบอกกับเปียนหงข้างกันว่า “ศิษย์พี่เปียนหง ข้าว่าท่านหาโอกาสสั่งสอนมันสักหน่อยดีกว่าลับคมมันเสียบ้างก็ดี”

            เปียนหงแค่นหัวเราะ มือกอดอกไม่แยแสเลยแม้แต่น้อย“ศิษย์ใหม่คนหนึ่งเท่านั้นปะไร ไม่จำเป็นต้องไปสน แต่หากจะให้หาโอกาสล่ะก็ศิษย์พี่เช่นข้าก็ควรจะอบรมสั่งสอนเขาให้เหมาะสมจริงอย่างเจ้าว่า”

            อู่เจ๋อดวงตาเรืองจิตเยือกเย็นหลายส่วน

            นับแต่ถูกฉู่เหินกำราบจนตกค่ายกลไม้เป็นต้นมา ฉู่เหินก็ยังเป็นหนามยอกอกเขาเสมอมาความอัดอั้นตันใจนี้หากไม่ถ่ายถอนออกไปเสียบ้างคงยากจะรับได้

            ...

            ฉู่เหินเหลียวซ้ายแลขวาโดยรอบก็พบว่ามีศิษย์ใหม่ร่วมด้วยเพียงไม่กี่คน

            แน่นอนว่านี่ถือเป็นเรื่องธรรมดามากสำนักดาราสวรรค์ปีนี้ไม่ได้รับศิษย์ใหม่เยอะอยู่แล้วระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าขึ้นไปยิ่งน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย กระทั่งหลี่ฮุยเย่ โจวลู่ และฮ่าวจึเองก็เพิ่งจะยกระดับขึ้นได้เมื่อเร็วๆนี้เอง

            ทันใดนั้นเอง ร่างเยาว์วัยก็ปรากฏกายขึ้นที่อีกฟากของลานในสายตาฉู่เหิน

            เป็นร่างดรุณีในอาภรณ์ตัวยาวลายบุปผาน้อย สง่าเหนือโลกีย์นางยืนเงียบนิ่งอยู่ตรงนั้น ดูประดุจดอกบัวขาวสะอ้านแจ่มกระจ่างพ้นโลกีย์

            สายตาชายหนุ่มมากมายจดจ้องไปที่นางโดยตั้งใจหรือไม่นั้นสุดจะรู้ได้แต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปสนทนาพาทีกับนางเลย

            “ว้าว ไป๋อวี่เยว่!” มู่เฟิงตกใจสุดขีดเขาตื่นเต้นแทบกระโจน

            นางหรือไป๋อวี่เยว่?

            ฉู่เหินชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ประหลาดใจสักเท่าใดนักเขาพอจะเดาได้ว่าเป็นนาง

            “แฮ่ๆ สุดหล่อเฟิงจะแสดงให้เจ้ารู้ว่าสิ่งใดที่เขาเรียกว่า ‘สามสิบหกกลยุทธ์จีบหญิง’ ” มู่เฟิงสะบัดผมอย่าง ‘หล่อเหลา’ แล้วเดินอาดๆ ไปเบื้องหน้า

            แต่เดินไปได้ไม่ถึงสองก้าว เหอชิงหยวนก็ส่งเสียงมาจากด้านหลัง“หากเจ้าไม่อยากตายตั้งแต่ยังหนุ่มยังแน่น ข้าว่าอยู่ตรงนี้เฉยๆ จะดีกว่า”

            “หือ?” มู่เฟิงใจเต้น หันกลับมาเหล่มองศิษย์พี่“ว่าอะไรนะ?”

            “ศิษย์พี่ไป๋อารมณ์ค่อนข้างร้อน นางไม่ชอบให้คนอื่นไปเอะอะมะเทิ่งข้างนางด้วยหากเจ้าโชคดีอาจแค่โดนหักกระดูกไม่กี่ท่อน แต่หากโชคร้ายคงได้นอนอัมพาตอยู่บนเตียงไปชั่วชีวิต”

            วาจาของเหอชิงหยวนทำฉู่เหินอึ้งงันไป

            อีกฝ่ายจงใจขู่มู่เฟิงเล่นหรือ?

            ไป๋อวี่เยว่ดูอย่างไรก็เป็นประเภทคุณหนูตระกูลใหญ่อ่อนหวานมาดผู้ดีชัดๆ ดวงหน้ากระจ่างใสพิสุทธิ์นั้นสุดแสนอ่อนโยนมองดูแล้วราวกับลูกแกะน้อยแสนเชื่องอย่างไรอย่างนั้น จะอารมณ์ร้อนได้อย่างไรกัน?

            แต่ดูจากท่าทางเหอชิงหยวนแล้วคงไม่ได้พูดเล่นแน่

            มู่เฟิงกลืนน้ำลาย ถามทั้งหน้าตาพิลึกกึกกือ “ข้าว่านะศิษย์พี่ท่านอย่าแหย่ข้าเล่นจะดีกว่า ศิษย์น้องกลัวแล้วนะ! ไป๋อวี่เยว่ดูว่านอนสอนง่ายน่ารักอย่างกับลูกแมวตัวน้อยๆจะอารมณ์ร้อนได้อย่างไรกันท่าน?”

            “ไม่เช่นนั้นเจ้าคิดว่าทำไมผู้ชายทั้งหลายในแถบนี้ถึงไม่กล้าเข้าไปทักทายนางเลยสักคนเดียวเล่า?”

            “ไหนท่านลองบอกข้าซิเป็นเพราะผู้ชายที่เคยตอแยนางก่อนหน้านี้อัปลักษณ์เกินไปหรือเปล่า? ข้าหล่อเหลาเอาการปานนี้ นางน่าจะปฏิบัติต่อข้าต่างออกไปกระมัง?”

            “เจ้าก็เข้าไปลองดูสิ” เหอชิงหยวนผายมือเป็นเชิงว่าเชิญ

            แต่พอเห็นรอยยิ้ม ‘เจตนาร้าย’ ของเหอชิงหยวนและพวกหลิ่วเยว่แล้ว มู่เฟิงก็ขนลุกซู่ในใจเขากลอกตาไปมองฮ่าวจึข้างกัน “หนู เจ้าลองไปดูก่อนซิ”

            ฮ่าวจึย่อมปฏิเสธอยู่แล้ว เขาไม่อยากมีส่วนร่วมในเรื่องนี้

            ฉู่เหินยิ่งไม่อยากช่วยอีกฝ่ายทำเรื่องเช่นนี้เข้าไปใหญ่

            มู่เฟิงลังเลลังมอง สุดท้ายก็ยังเลือกจะดูลาดเลาไปก่อนค่อยว่ากันใหม่ทั้งยังบอกเสียดิบดีว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง

            ทุกคนขี้คร้านจะสนใจ พวกเขาเริ่มจะชินกับความประสาทของมู่เฟิงเสียแล้ว

            ...

            ไม่ทันไร อาจารย์สำนักดาราสวรรค์หกท่านที่มีซีหลานเป็นผู้นำก็เดินทางมาถึง

            ระดับพลังของซีหลานนั้นไม่น่าเป็นห่วงแน่นอนแต่นางเพิ่งเคยนำขบวนเดินทางไปเทือกเขาสระสวรรค์เป็นครั้งแรกเจ้าสำนักเจี่ยงจึงจัดให้อาจารย์ชั้นสูงสองท่านและอาจารย์ชั้นกลางอีกสามท่านมาคอยช่วยเหลือภารกิจการเดินทางในครานี้ด้วย

            เพียงเห็นซีหลานเผยโฉม บรรยากาศทั้งลานก็คึกคักขึ้นทันตา

            สายลมเบาพัดโชยเรือนผมยาวสีม่วงของซีหลานให้ลอยขึ้น ดวงตาคู่งามขนตายาวเป็นแพขยับไหวผะแผ่ว นางมองใบหน้าหนุ่มสาวที่อายุไม่กี่ขวบปีคนแล้วคนเล่าขยับริมฝีปากสั่งการ “ออกเดินทาง”

            ออกเดินทาง...

            เพียงชั่ววินาทีขบวนอันยิ่งใหญ่ก็เดินออกนอกประตูสำนักไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

            ...

            เทือกเขาสระสวรรค์!

            เขตแดนอันตรายนี้ตั้งอยู่ร้อยกว่าลี้ถัดจากนครหลวงไปทางทิศพายัพเหมือนเช่นเทือกเขาไร้กระดูก เทือกเขาสระสวรรค์เต็มไปด้วยสัตว์ปีศาจเพ่นพ่านอันตรายมากมี สามลัทธิเก้าอาชีพบำเพ็ญตน และยังมีชนเผ่าที่อาศัยอยู่ที่นั่นมารุ่นสู่รุ่นอีก

            ฟ้าสูงเมฆบางตา อินทรีกระพือปีก!

            ท้องนภาสีน้ำเงินเข้มปกคลุมทั่วทุกแห่งหนลำน้ำและป่าเขาสลับซับซ้อนดูประหนึ่งท้องทะเลสีเขียวไพศาล 

            ส่วนลึกของไพรพนาอันไร้ขอบเขตนั้น มีเสียงคำรามของสัตว์ปีศาจไม่ทราบชื่อเสมือนเสียงดนตรีประโคมแต่ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนสัมผัสได้ถึงอันตรายอันเร้นลับชวนขวัญหนี

            สำนักดาราสวรรค์เดินทางเร็วมาก ไม่พบอุปสรรคระหว่างทางแต่อย่างใด

            ใช้เวลาไม่ถึงสองวัน ขบวนสำนักดาราสวรรค์ก็มาถึงเขตรอบนอกแล้ว

            แลเห็นป่าทึบอันกว้างใหญ่แสนอึมครึม เต็มไปด้วยปัจจัยที่ไม่อาจคณนา

            ศิษย์มากมายที่คิดจะมา ‘เที่ยวป่าเที่ยวเขา’ เป็นอันต้องหมดสนุกไป ศิษย์หญิงที่ใจเสาะบางคนเริ่มหลบหลังเพื่อนตัวเอง

            “อาจารย์ซีหลาน ที่นี่ห่างจากเขตเทือกเขาสระสวรรค์ราวห้าลี้แล้วทั้งยังเป็นที่ราบเสมอกัน เหมาะจะตั้งค่ายกันตรงนี้”

            อาจารย์ร่างสูงเป็นผู้พูด เขานามว่าจั่วม่อเป็นหนึ่งในอาจารย์ชั้นสูงสองท่านที่มาช่วยเหลือซีหลาน

            อาจารย์ชั้นสูงอีกท่านคืออิสตรีอายุราวยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปด ผมสั้นสบายตาดูอ่อนเยาว์กว่าอายุนามหลัวซาน

            ซีหลานไม่ได้คัดค้านการตั้งค่ายที่นี่

            “พวกท่านจัดการที่นี่ให้ดีแล้วกัน ข้าจะไปสำรวจดูว่ามีสัตว์ปีศาจอันตรายอยู่แถวนี้ไหม”

            “ให้ข้าไปเถิด! อาจารย์ซีหลาน” หลัวซานค้าน“ท่านเป็นผู้บัญชาการงานแสวงหาประสบการณ์ในครั้งนี้ มีเรื่องอันใดสั่งการพวกเราได้”

            ซีหลานส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่เป็นไร ข้าแค่ดูรอบๆ นี้เท่านั้นประเดี๋ยวก็กลับมา”

            ว่าจบนางก็จากไป

            “อาจารย์ซีหลานช่างรัดกุมดีจริง!” ศิษย์คนหนึ่งเปรย

            “อื้ม เห็นอาจารย์ซีหลานไม่ค่อยพูดค่อยจาแต่นางเป็นห่วงศิษย์ตัวเองที่สุดเลยล่ะ”

            “นางไม่อยากให้ศิษย์เป็นอันตราย ถึงได้เข้มงวดกวดขันถึงขั้นนี้”

            ...

            ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนแล้ว ฉู่เหินก็อดตริตรองไม่ได้

            วันนั้นที่เขาเกือบบาดเจ็บเพราะโซ่เหล็กเส้นที่ห้าของเหรินเหว่ยกระทั่งซ่งเฉิงเลี่ยที่อยู่ใกล้เขาที่สุดยังไม่อาจช่วยได้ทันการแต่ซีหลานกลับลงมือหยุดยั้งเหรินเหว่ยไว้ได้ นั่นก็หมายความว่านางเตรียมการพร้อมช่วยเหลือเขามาตั้งแต่แรก ใบหลิวนั้นถึงได้ลอยอย่างพอเหมาะพอเจาะพอดี

            เห็นทีอาจารย์ซีหลานจะน่านับถือกว่าที่คิดไว้มากนัก

            “ข้าจะบอกเนื้อหาของล่าปีศาจสระสวรรค์คราวนี้ให้ทราบอย่างคร่าวๆ”อาจารย์ร่างสูงจั่วม่อบอกแก่ศิษย์หนุ่มสาวทั้งหลายเบื้องหน้า“งานแสวงหาประสบการณ์ครั้งนี้ เน้นการล่าสัตว์ปีศาจเป็นหลักกลางวันออกล่าสัตว์ปีศาจ กลางคืนกลับค่าย ศิษย์ที่แสดงผลงานได้ดีในปฏิบัติการนี้จะได้รับคะแนนดาวห้าพันคะแนน...”

            ห้าพันคะแนนดาว!

            ศิษย์ทั้งหลายตาเป็นประกาย รางวัลช่างล่อตาล่อใจดีเหลือเกิน

            ศิษย์จำนวนมากในที่นี้เป็นศิษย์เก่า มีคะแนนดาวสะสมไว้พอสมควรแล้ว หากได้เพิ่มมาอีกห้าพันคะแนนดาวจะมีคนแลกตราสีใหม่ได้หลายคนทีเดียว

            ถึงเวลานั้น ทรัพยากรที่จะได้จากสำนักก็จะเพิ่มพูนขึ้นหลายขั้นด้วย

     

             ………………………..

     

    คล้ายกับเรื่องฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ] ที่คุณอ่าน