หยางหว่านซิ่วสวนกลับทันที “ใครรับปากแกก็ไปหาคนนั้นสิ! ถ้าแกคิดว่าใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้แล้ว ก็หย่ากันไปเลย!”
ที่จริงแล้วหยางหว่านซิ่วก็ได้รับแรงบันดาลใจเรื่องการหย่าร้างมาจากเรื่องของอาหญิงเล็กจิ่ง เธอไม่ชอบขี้หน้าหลิวชุนฮวามาตลอด มีความเห็นไม่ลงรอยกันมาหลายปีแล้ว ยิ่งช่วงสองเดือนมานี้ หลิวชุนฮวาทำตัววุ่นวายมากขึ้น ทำให้หยางหว่านซิ่วรู้สึกเบื่อหน่ายเป็นอย่างมาก
สะใภ้แบบนี้ที่รู้จักแต่จะสุขสบาย แถมยังใจร้ายใจดำอีก ไม่เอาไว้ยิ่งดี!
จิ่งเจี้ยนกั๋วก็รู้สึกคับแค้นใจ “แม่ ทั้งที่แม่ก็เป็นผู้ใหญ่ ทำไมถึงได้มาบังคับให้ลูกหลานหย่ากันล่ะ? ถ้าชุนฮวาหย่ากับผม ผมจะอยู่ยังไงต่อไป!”
หลิวชุนฮวาไม่คิดว่าหยางหว่านซิ่วจะพูดแบบนี้ออกมา เธอคิดว่าวันนี้ถ้าไม่สามารถควบคุมหยางหว่านซิ่วได้ ต่อไปก็ยากที่จะได้เงินจากหยางหว่านซิ่วอีก อีกทั้งยังได้แรงสนับสนุนจากคำพูดของจิ่งเจี้ยนกั๋ว จึงพูดทันทีว่า “แม่สามีบังคับให้สะใภ้หย่าร้าง คงอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว ยอมสู้ตายเสียดีกว่า!”
“พวกคุณอย่ามาขวาง ฉันจะไปกระโดดน้ำ!”
หลิวชุนฮวาพูดจบก็รีบวิ่งออกไป หยางหว่านซิ่วรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของเธอดี แต่ด้วยฐานะของเธอ ก็ไม่สามารถตะโกนใส่หลิวชุนฮวาว่า 'แกไปกระโดดเลยสิ วันนี้ถ้าแกไม่ตาย ก็ไม่ต้องกลับมา' ออกไป
ชาวบ้านที่มามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น กลัวจะเกิดเรื่องขึ้นจึงรีบเข้าไปดึงหลิวชุนฮวา หลิวชุนฮวาก็ร้องไห้โวยวายลงไปนอนกลิ้งกับพื้น เหมือนกับว่าใครรังแกเธออย่างนั้น
จิ่งเยี่ยนกุยที่อยู่ในครัวฟังจนรู้สึกคลื่นไส้ จึงเปิดประตูเดินออกมาพร้อมกับเสี่ยวจ๋ายจ๋าย
จิ่งเจี้ยนกั๋วเห็นหลิวชุนฮวาเป็นแบบนั้นก็รู้สึกสงสารมาก รีบคุกเข่าลงต่อหน้าหยางหว่านซิ่ว “แม่ ลูกอกตัญญู ผมกับชุนฮวารักกันมาก พวกแม่ห้ามบังคับให้พวกผมหย่ากันนะ!”
หยางหว่านซิ่วปวดหัวกับความโง่เขลาของลูกชาย เธอไปทำกรรมอะไรมา ถึงได้มีลูกชายโง่เง่าแบบนี้!
ถึงแม้หลิวชุนฮวาจะโวยวายเสียงดัง แต่ก็คอยจับตาดูสถานการณ์อยู่ เมื่อเห็นภาพนั้นก็คิดว่าคราวนี้เธอต้องควบคุมหยางหว่านซิ่วได้แน่
ในขณะนั้นเอง เธอก็รู้สึกเหมือนมีอะไรเปียกๆ บนหน้า แถมยังมีกลิ่นเหม็นแปลกๆ อีกด้วย เธอหันไปมอง ก็เห็นเสี่ยวจ๋ายจ๋ายกำลังยกขาฉี่ใส่หน้าเธอ ตอนที่เธอหันมา เพราะยังแกล้งร้องไห้อยู่ ก็เลยมีฉี่สุนัขไหลเข้าไปในปาก...
หลิวชุนฮวาแทบคลั่ง รีบโวยวายเสียงหลงแล้วจะเข้าไปตีเสี่ยวจ๋ายจ๋าย เสี่ยวจ๋ายจ๋ายมองเธออย่างดูถูก ก่อนจะเห่าใส่เธอสองสามที แล้วก็วิ่งเข้าไปในฝูงชน
หลิวชุนฮวารีบวิ่งไล่เสี่ยวจ๋ายจ๋าย แต่เสี่ยวจ๋ายจ๋ายวิ่งไปมาในฝูงชน แล้วหลิวชุนฮวาจะตามทันได้อย่างไร
เสี่ยวจ๋ายจ๋ายจงใจวิ่งไปข้างๆ หยางหว่านซิ่ว หลิวชุนฮวาโกรธจนคุมสติไม่อยู่จึงพุ่งเข้าไปทันที หลิวชุนฮวาออกแรงมากเกินไป ทำให้เท้าลื่น เธอล้มไม่เป็นท่าจนกระแทกใส่หยางหว่านซิ่ว
หยางหว่านซิ่วอายุมากแล้ว วันนี้ก็ยังโดนทำให้โมโหอย่างแรง พอถูกชนเข้าไปแบบนั้นจึงล้มลงไปข้างหลังทันที
จิ่งเยี่ยนกุยตาไว รีบประคองหยางหว่านซิ่วไว้ แล้วตะโกนเสียงดัง “หลิวชุนฮวาตีย่าฉันจนสลบแล้ว!”
หยางหว่านซิ่วชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะได้สติอย่างรวดเร็วแล้วรีบทำเป็นหมดสติไป
จิ่งเยี่ยนกุยร้องไห้พลางตะโกนเสียงดังว่า “หลิวชุนฮวา ทำไมคุณถึงทำแบบนี้! ถึงแม้ว่าจิ่งเจี้ยนกั๋วจะแขนหัก ทำงานหาเลี้ยงดูคุณไม่ได้ แต่คุณกลับขี้เกียจไม่ยอมทำงาน แล้วจะมาเกาะปู่กับย่าของฉันกิน ปู่กับย่าก็อายุมากแล้วจะให้ปู่กับย่าของฉันมาเลี้ยงดูพวกคุณได้ยังไงกัน?”
“พอพวกเขาไม่ยอม คุณก็โวยวายจะตายให้ได้นี่ยังไม่เท่าไหร่ แต่มาลงมือทำร้ายย่าของฉันได้ยังไง? ถ้าย่าของฉันเป็นอะไรไป ฉันจะสู้พวกคุณให้ถึงที่สุด!”
คราวนี้เรื่องมันใหญ่โตเกินไปแล้ว ลูกชายที่โตจนเป็นผู้ใหญ่และแยกบ้านไปแล้ว ยังมาให้พ่อแม่เลี้ยงดู มันเป็นเรื่องตลกที่คนทั้งโลกหัวเราะเยาะกันได้เลย ตอนนี้สองผัวเมียไม่ยอมเลี้ยงดู สะใภ้ก็เลยทำร้ายแม่สามีจนสลบไป เรื่องนี้ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องถูกประณามทั้งนั้น
แล้วเสียงด่าทอก็ถาโถมเข้ามา “บ้านจิ่งนี่มันแย่จริงๆ! ทำเรื่องน่าไม่อายแบบนี้ออกมาได้ยังไง!”
“ฉันอยู่มาจะทั้งชีวิต ไม่เคยได้ยินว่าพ่อแม่สามีต้องเลี้ยงลูกสะใภ้เลย!”
“แม้แต่แม่สามีก็ยังกล้าทำร้าย ผู้หญิงคนนี้ใจร้ายเกินไปแล้ว!”
“ผู้หญิงแบบนี้ขี้เกียจสันหลังยาว นิสัยต่ำช้า ไล่ออกจากหมู่บ้านเราไปเลย!”
หลิวชุนฮวาได้ยินเสียงด่าทอที่ดังมาจากทุกทิศทาง ก็รู้สึกอัดอั้นจนพูดไม่ออก เธอรีบพูดว่า “ฉันไม่ได้ตีแม่นะ!”
จิ่งเยี่ยนกุยตะโกนเสียงดัง “เมื่อก่อนตอนที่ฉันอยู่ที่บ้านจิ่ง ฉันก็รู้อยู่แล้วว่าคุณเป็นคนสองหน้า พอทำอะไรผิดไว้ ขอแค่สถานการณ์ไม่สู้ดี คุณก็ไม่เคยยอมรับ! แต่เมื่อกี้คนเยอะแยะเห็นกับตาว่าคุณทำร้ายย่า ฉันว่าคุณคงปฏิเสธไม่ได้แล้วละ!”
“เมื่อก่อนคุณตีฉันทุกวันฉันก็ยังพอทน แต่ทำไมคุณถึงได้ใจร้ายถึงขนาดทำร้ายย่าแบบนั้น! ย่าแก่แล้ว จะทนการกระทำของคุณได้ยังไง!”
เมื่อกี้ตอนที่หลิวชุนฮวาพุ่งเข้ามาก็มีหลายคนเห็นกันเต็มตา ถ้าจะบอกว่าเมื่อก่อนภาพลักษณ์ของหลิวชุนฮวาในสายตาคนอื่นยังดีอยู่บ้าง แต่เมื่อมีเรื่องวุ่นวายที่บ้านตระกูลจิ่งในช่วงนี้ ก็ได้ทำลายภาพลักษณ์ของเธอไปกว่าครึ่งแล้ว ยิ่งช่วงก่อนหน้านี้จ้าวเหม่ยหลิงยังช่วยพูดให้หลิวชุนฮวาไปอีกระลอกหนึ่ง ทุกวันนี้ชื่อเสียงของหลิวชุนฮวาก็แทบจะป่นปี้ไปหมดแล้ว
หลิวชุนฮวารีบแก้ตัว “ไม่ใช่แบบนั้น ฉันไม่ได้ตีแม่ มันเป็นเพราะไอ้หมานั่น มันฉี่ใส่หน้าฉัน ฉันโกรธเลยจะตีมัน แต่ไม่ทันระวังดันเผลอไปชนแม่เข้า!”
จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะเยาะ “คุณนี่เก่งในการแต่งเรื่องจริงๆ ฉันไม่เชื่อคำพูดของคุณหรอก อีกอย่าง คุณยังไม่กลัวตาย แล้วจะกลัวหมาฉี่ใส่ตัวทำไม?”
หลิวชุนฮวาโกรธจนแทบเป็นบ้า จิ่งเยี่ยนกุยก็ยังพูดต่อ “สุดท้าย ต่อให้สิ่งที่คุณพูดจะเป็นเรื่องจริง คนมากมายขนาดนี้ ก็ไม่เห็นคุณจะพุ่งไปชนใครเลย แต่กลับมาชนย่าของฉัน คุณคิดจะอาศัยความชุลมุนนี้ฆ่าย่าของฉันหรือเปล่า?”
ข้อหานี้มันหนักหนาสาหัสเกินไป แล้วหลิวชุนฮวาก็อธิบายไม่ได้ อีกทั้งความสัมพันธ์ของหยางหว่านซิ่วกับหลิวชุนฮวาก็ไม่ดีอยู่แล้ว พอจิ่งเยี่ยนกุยพูดแบบนี้ออกมา ชาวบ้านที่มองหลิวชุนฮวาอยู่ ก็มองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปหลายครั้ง
หลิวชุนฮวาด่าทอ “จิ่งเยี่ยนกุย ฉันเลี้ยงดูแกมาจนโต แกกลับมาใส่ร้ายฉันแบบนี้! คนเนรคุณ!”
“ลุงป้าน้าอาทั้งหลาย ฉันใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านตระกูลจิ่งมาหลายปีแล้วก็จริง แต่คนที่เลี้ยงดูฉันจนเติบโตคือย่าของฉัน ไม่ใช่หลิวชุนฮวา!” จิ่งเยี่ยนกุยตะโกนเสียงดัง ก่อนจะพูดต่ออีกว่า “อีกอย่าง สิ่งที่ฉันพูดเมื่อกี้มันไม่จริงตรงไหน ฉ้นไปใส่ร้ายคุณตรงไหนกัน?”
ดวงตาของจิ่งเยี่ยนกุยแดงก่ำ “หลิวชุนฮวา คุณด่าว่าฉันแบบนี้ หรือว่าคุณคิดว่าคนทั้งโลกติดหนี้คุณ ถึงได้คิดว่าการทำร้ายย่าของฉันเป็นเรื่องที่สมควรอย่างนั้นเหรอ?”
หลิวชุนฮวาถูกเธอตอกกลับจนพูดไม่ออก!
เธอคิดจะเล่นละครเดิมๆ อย่างการร้องไห้โวยวายแล้วจะผูกคอตาย แต่จิ่งเยี่ยนกุยก็พูดต่อไปว่า “ถ้าตอนนี้คุณไปกระโดดน้ำ ก็แสดงว่าคุณฆ่าตัวตายหนีความผิด เพราะถ้าย่าของฉันเป็นอะไรไป คุณคือฆาตกรโดยเจตนา!”
หลิวชุนฮวาโกรธจนแทบอยากจะเอาหัวโขกกำแพง ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ดูผิดไปหมด เด็กผู้หญิงที่เงียบขรึมพูดน้อยในเมื่อก่อน กลับกลายเป็นคนที่เก่งกาจขนาดนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?