ตอนที่ 17 ต่อพงษ์...มาเล่า
ลุงแหวงนะลุงแหวง เอาอีกแล้ว อาทิตย์ก่อนก็เอารถไปเหยียบตะปู ครั้งโน้นก็ทำที่ปัดน้ำฝนเสีย คราวนี้ก็ลืมเช็ครถก่อนเอาออกมาอีก รถคันนี้มันก็ั้แ่สมัยผมเรียนม.ปลายแล้วมั้ง แกยังกล้าเอามาขับอีก... ผมน่ะอยากรู้มากว่าประเทศไทยทำมุมตั้งฉากกับดวงอาทิตย์รึไงถึงได้ร้อนขนาดนี้ ชุดสูทที่ใส่มาก็เปียกโชกไปหมดแล้ว ถ้าไม่ติดว่าต้องไปหาลูกค้าจะแก้ผ้าละ
“ผมว่าคงอีกสักพักเลยล่ะครับคุณต่อกว่ารถลากจะมา” น้ำเสียงแ่เบาของคนขับรถรุ่นพ่อทำลายความเงียบ ผมยืนกลางแดดใกล้กับรถที่จอดข้างทางตรงส่วนไหนก็ไม่รู้ของถนนพระราม 2 อย่างอารมณ์ไม่ดี
“กี่รอบแล้วเนี่ยลุงแหวงที่ไม่ชอบเช็กสภาพรถก่อนเอามาขับ” ผมดุ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่พัน พี่เขยผมฝากลุงแกให้มาทำงานด้วยผมคงไล่ออกไปเหมือนคนอื่นๆแล้ว
“ผมขอโทษครับคุณต่อ ผมลืม” ผมได้แต่ถอนหายใจ หยิบมือถือมากดเรียกแกรป...จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครรับงาน นี่กรุงเทพนะโว้ย ไม่ได้ชายทุ่งขนาดนั้น รถราที่วิ่งขวักไขว่เหมือนจะมุ่งหน้าลงใต้กันหมด มันใกล้่เทศกาลหยุดยาวด้วยแหละ ...
เรียกแท็กซี่เอาก็ได้วะ...ผมหยิบข้าวของมาริมถนน ชะเง้อมองหารถแท็กซี่สักคัน สภาพยังไงก็ช่าง ขอให้รับผมไปซะที ร้อนจนเหนียวเหนอะไปทั้งตัวแล้ว
“ไปสุขุมวิทครับ” ผมบอกคนขับที่หันหน้ามาพอดี ใจผมเต้นแรงจนนึกว่าตัวเองจะหัวใจวาย ใบหน้าที่คุ้นเคยที่ตามหามานานนั่งอยู่ข้างหลังพวงมาลัย ใช่เลยครับ คนนี้แหละ คนที่เคยช่วยผมไว้ อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ ... แถมยังขับรถแท็กซี่อยู่เหมือนเดิมด้วย...
ขับรถ...
อืม... สมองผมประมวลผลด้วยความรวดเร็ว
“ลุงแหวง พรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานให้ผมแล้วนะ ไปหาพี่พันเลย”
“หะ คุณต่อ...”
ปัง!
ผมไม่สนใจแล้ว รีบปิดประตูและบอกให้พี่เขาออกตัวให้ไวก่อนที่ผมจะใจอ่อนกับลุงแหวง ไม่นานพี่พันก็โทรมาบ่น แต่สุดท้ายก็รับลุงแกกลับไปทำงานที่บริษัทเช่นเคย
“พี่ขับแท็กซี่มานานรึยังครับ” กลายเป็ตัวเองที่ชวนคุย
“ผมเหรอ เกือบสิบปีแล้วล่ะครับ” น้ำเสียงพี่เค้า ชื่ออะไรนะ...ผมอ่านที่ป้ายฝั่งผู้โดยสาย เอกภพ ใบบุญ ... โอเคชื่อเอกภพ เสียงพี่เค้าเซ็กซี่ชิบหาย ผมตีเนียนชวนคุยไปเรื่อยแหละครับ
“ผมถามหน่อยสิครับ”
“ครับ ถามได้เลย”
“พี่ขับแท็กซี่แบบนี้ รายได้ดีมั้ย”
“โอ๊ยคุณ สมัยนี้แท็กซี่เยอะจะตาย ไหนจะมีแกรปมาแย่งลูกค้าอีก ขับรถงกๆไปวันๆให้คุ้มค่าแก๊สยังลำบากเลย” คนขับรถตอบอย่างอัดอั้น
“แต่พี่ก็ยังขับมาเป็สิบปีเลยนะครับ”
“อย่างที่บอกแหละครับ คนเรียนมาน้อย ไปทำอะไรก็ไม่รอด ไหนจะภาระโน่นนี่นั่นอีก”
“อ๋อ ต้องดูแลลูกเมียด้วยใช่มั้ยครับ”
“ฮ่าๆ เปล่าเลยคู๊ณ ลำพังตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลย จะกล้าพาใครมาลำบาก ผมหมายถึงภาระเลี้ยงดูแม่ ส่งน้องเรียนก็แทบไม่พอใช้แล้วครับ” ฮ่าๆๆ นี่แหละคำตอบที่รอคอย...พี่เอกภพยังโสดด้วย
“แล้ว พี่สนใจเปลี่ยนงานปะ”
“หืม”
“ผมหมายถึง สนใจมาเป็คนขับรถประจำตัวให้ผมมั้ย” อย่างน้อยผมก็ไม่ได้รีบร้อน คนที่เคยช่วยผมไว้คงไม่ใช่คนเลวมาจากไหนหรอก....อย่างน้อยผมก็มีสายสืบ
ก่อนหน้านี้...
ผมเบื่อการนั่งประชุมที่สุด แต่ด้วยหน้าที่การงานไม่ทำก็ต้องทำ แต่ก่อนเป็ดาราอยู่ดีๆ พ่อผมก็ป่วยไม่มีคนดูแลกิจการ พี่สาวคนโตก็โดนถือว่าเป็คนนอกทั้งๆที่ยังอยู่ในบ้านกับท่าน แถมยังเลี้ยงหลานฝาแฝดทั้งสองคนที่เกิดมาจากน้องชายของผมอีกด้วย ภาระเลยตกมาที่ผม... นั่นคือประชุมงาน แต่วันนี้มันน่าเบื่อด้วยเดิมสามเท่า... กวาดสายตามองผู้คนที่นั่งในห้องประชุมอย่างเบื่อหน่าย ในงานประชุมผู้ปกครองของนักศึกษาใหม่
“พี่ต่อ นี่เพื่อผม ไอ้โท ไอ้หนึ่ง ไอ้คิ้ว ไอ้สัด ขวัญ” ตงฉิน น้องชายผมที่อยู่ในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยมแนะนำเพื่อนในกลุ่มที่น่าจะเพิ่งเจอกันตอนที่เข้ามาอยู่หอใน
“ฉัตรครับเพื่อน ไม่ใช่สัด”
“สวัสดีครับพี่ต่อ” ผมยกมือไหว้กลับ นี่แก่จนต้องมารับไหว้น้องๆแล้วเหรอวะ
“เออ ไอ้หนึ่ง ไอ้โท แม่มึงล่ะ” ผมมองใบหน้าคุ้นเคยของคนชื่อโทอย่างติดใจ
“แม่กูไม่มา พี่ชายกูมา ทำไมเหรอ”
“เปล่า เห็นมีแต่มึงสองตัวนี่แหละที่ไม่พากูไปแนะนำให้ผู้ปกครอง คนอื่นลากไปจนครบแล้ว”
“พี่กูรีบมั้ง มาส่งแล้วคงไปทำงานเลย”
“เช็ด ขยันว่ะ พี่มึงทำงานอะไรวะ” ตอนนี้พวกเราเดินกลับกันแล้วครับ วันนี้ผมต้องพาน้องชายกลับบ้านก่อน
“ลุงสมชาย เดี๋ยววนรถมารับที่เดิมนะ” ผมโทรไปสั่งก่อนจะยืนรอ ... ลุงสมชายเป็คนขับรถก่อนหน้าลุงแหวงครับ
“อ้าว ไอ้โท พี่เอกมา” ผมมองรถแท็กซี่สีชมพูซีดแล่นใกล้เข้ามา
“นึกว่าขับกลับแล้วซะอีก” น้องโทพูดและหันมาไหว้ลาผม
“อ้อ พี่เอก นี่เพื่อนผม และพี่ชายมัน” ผมยกมือไหว้ แต่เหมือนคนขับจะติดสายจนไม่ได้มองมาอย่างถ้วนถี่...
แต่ผมจำใบหน้านั้นได้...
“ผมหมายถึง สนใจมาเป็คนขับรถประจำตัวให้ผมมั้ย”
“ห๊ะ” คนขับงงกว่าเดิมสิครับ ผมเห็นใบหน้าที่ดูใจนโอเวอร์นั้นอย่างนึกขำ
“ถ้าพี่สนใจ นี่นามบัตรผม หน้าที่ก็แค่ขับรถพาผมไปนั่นมานี่ เวลาไม่มีอะไรก็กลับบ้านไปดูแลแม่พี่ได้”
“คุณล้อผมเล่นรึเปล่าครับเนี่ย ฮ่าๆ”
“เปล่าครับ รับนามบัตรผมไปนะ ผมเพิ่งไล่คนขับรถออกเมื่อกี้นี้เอง” เพื่อพี่เลยนะ
“อ่า”
“ไม่ต้องห่วงนะ ผมให้เงินเดือนสามหมื่น ถ้าวันไหนดึกก็ค้างที่บ้านผมได้ ผมไม่รีบ ให้พี่คิดดู ถ้าพี่ตกลง พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้าไปรับผมตามที่อยู่นี้” ผมรีบคาดคั้น เพราะไม่อยากให้คลาดกันอีก อย่างน้อยข้อมูลจากไอ้ตงฉินน้องชายผมที่ถามกับน้องโทก็ไม่ได้กุมาหรอก
ผมเดินเข้าออฟฟิศของลูกค้าอย่างเร่งรีบ ยังดีที่รถไม่ติดหนักมาก แต่ก็เฉียดฉิว เมื่อจ่ายเงินค่าแท็กซี่แล้วก็พุ่งตัวทันที จนมาอยู่ในลิฟต์นี่แหละที่ผมต้องเจ็บใจจนต้องสบถออกมา “แม่งเอ๊ย ลืมขอเบอร์”
ผมนอนไม่หลับแทบทั้งคืน เพราะรอสายที่อยากให้โทร แต่ก็เงียบสนิท หรือว่าจะต้องคลาดกันอีกแล้ววะเนี่ย พี่เอกภพนั่นคงไม่อยากมาทำงานกับผมเป็แน่ โธ่โว้ย ชวนคุยตั้งเยอะ ยื่นข้อเสนอดีๆไปแล้ว นึกว่าจะรีบตอบรับ ถ้าพี่เขาไม่อยากมาทำงานกับเรา จะทำยังไงดีล่ะ... หรือต้องปลงว่าไม่มีวาสนาต่อกัน
...ทำไมไม่ขอเบอร์พี่เอกภพมาวะ... ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดใจ
แล้วผมก็ตาค้างจนถึงตีห้า... อีก 2 ชั่วโมงจะเป็เวลาที่นัดกับพี่เอกภพไว้ ถ้าเขาไม่มา ก็ต้องทำใจแล้วล่ะว่าเราคงจะไม่ได้เจอกันอีก จะให้ผมนั่งรถยนต์ไปดักรอพี่เขาแถวพระราม 2 อีกก็คงไม่ไหว แค่นี้หน้าที่การงานก็รัดตัวจนไม่มีเวลาไปไหนแล้ว เมื่อสมองมันทำงานไม่หยุดหย่อน แถมร่างกายไม่เหนื่อยล้า ผมเลยลุกขึ้นเปลี่ยนชุดนอนเป็ชุดวิ่งและพาตัวเองไปที่สวนสาธารณะหน้าบ้าน
ผมเริ่มต้นด้วยการวอร์มอัพร่างกายก่อน แสงแดดยามเช้าเริ่มสาดส่อง แต่อากาศยามนี้ยังไม่ร้อน สวนสาธารณะหน้าหมู่บ้านนั้นไม่ได้มีขนาดใหญ่ ประมาณสามไร่เศษ เล็กมาเมื่อเทียบกับสัดส่วนของผู้อาศัยและเม็ดเงินที่จ่ายไป ผมวิ่งเหยาะๆสองรอบก่อนวิ่งเต็มกำลังอีกสามรอบ มองเห็นรถแท็กซี่คันหนึ่งแล่นเข้ามาในหมู่บ้าน...ใครกันเข้ามาที่นี่เช้าขนาดนี้
เสียงเพลงในหูฟังบลูทูธดังกระหึ่ม แต่ฝีเท้าผมเริ่มอ่อนยวบลง มองดูนาฬิกาบนข้อมือก็เกือบถึงเวลานัดกับพี่เอกภพแล้วเลยตัดสินใจวอร์มดาวน์และเดินเข้าไปบ้าน... แล้วสายตาผมก็เห็นใครก็ไม่รู้นั่งจุมปุ๊ก(นั่งกอดเข่าหลังพิงรั้วบ้านผม)สภาพน่าสงสารเชียว เหมือนคนไร้บ้านที่หลงเข้ามาแล้วหาทางออกไม่ได้อย่างนั้นแหละ พอเดินเข้าไปใกล้ ผมก็พบว่านั่นคือ...พี่เอกภพ
เอาไงดีล่ะทีนี้ ... จะให้สัปหงกตรงนี้ต่อก็ไม่เข้าท่า จะแกล้งโทรปลุกก็ไม่มีเบอร์...เอาวะ สะกิดเอาก็ได้ มาั้แ่ตอนไหนเนี่ย ถึงได้มานอนหลับตรงนี้ได้ แล้วทำไมไม่โทรมาล่ะ เบอร์โทรก็ให้ไปแล้ว ผมคิดสะระตะ พลางสะกิดตัวคนที่หลับตาอยู่จนสะดุ้งตื่น ตาปรือลืมขึ้นมาแล้วทักผม
“ท่าน มาั้แ่ตอนไหนครับ” หือ เรียกท่าเลยเหรอ แถมตอนถามยังเช็ดน้ำลายตัวเองป้อยๆ
“เพิ่งมานี่แหละ นายมานานแล้วเหรอ”
“ไม่นานครับ” จริงเหรอ...ถ้าจำไม่ผิด เช้านี้มีรถแท็กซี่เข้ามาแค่คันเดียวเมื่อเกือบชั่วโมงที่แล้วนะ
“ไม่นานแต่มานอนหน้าบ้านผมได้เนี่ยนะ” ผมเลิกคิ้วเพื่อข่มเพราะกำลังห้ามตัวเองไม่ให้แสดงอาการดีใจออกนอกหน้า พอเขายืนขึ้นผมก็ชวนเข้าบ้าน “เข้ามาก่อนสิ”
“ท่านจะออกกี่โมงครับ” ผมหยุดหน้าประตู ใช้กุญแจไขเข้าไป
“ผมชื่อต่อพงษ์ เรียกผมว่าต่อก็ได้” อย่าเรียกท่าเลย มันดูห่างเหิน
“ครับ คุณต่อ”
“ว่าแต่ นายชื่ออะไรนะ”
“ผมเหรอ เอกภพครับ เรียกเอกก็ได้”
“โอเคนายเอก เข้ามานั่งรอที่โซฟาก่อน ผมไปอาบน้ำแล้วก็จัดการมื้อเช้าแล้วค่อยไป”
“ดะ ได้ครับ”
