ในที่สุดก็ถึงวันจัดพิธีรับศิษย์หลักณ ลานกว้างหน้าตำหนักหลัก เทียนเฟิงและศิษย์อีกสี่คนที่ผ่านการทดสอบจนได้เป็ศิษย์หลักได้ถูกศิษย์รับใช้นำทางมาที่ลานกว้างหน้าตำหนักหลักที่ใช้จัดพิธีรับศิษย์ใหม่
เมื่อมาถึงที่นั้นก็เต็มไปด้วยบรรดาศิษย์มากมายที่พากันมาห้อมล้อมเพื่อจะมาดูการรับศิษย์หลักรอบนี้และเพราะอยากจะเห็นหน้าตาของผู้ที่ผ่านการทดสอบจนได้เป็ศิษย์หลักด้วย
“สุดยอดอายุแค่ไม่เท่าไรก็ได้เป็ศิษย์หลักแล้ว”
“นั้นสิพร์ไม่ธรรมดาจริงๆ”
เมื่อพวกเขาทั้งห้าปรากฏตัวก็มีเสียงฮือฮาและเสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีในน้ำเสียงและสีหน้าแววตาของพวกเขาแต่ล่ะคนล้วนเต็มไปด้วยความอิจฉาและริษยาอย่างปิดไว้ไม่มิด
“ดูนั้นท่านเ้าสำนักและผู้าุโมากันแล้ว”
ไม่รู้ว่าเป็เสียงของผู้ใดที่พูดออกมาแต่ก็ทำให้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายเงียบสงบลงทันที
ผู้ที่เดินนำหน้ามานั้นคือเ้าสำนักกระบี่นภาตามหลังมาด้วยผู้าุโหลักทั้งสิบสองท่าน
“อืม ไม่เลวๆ”เ้าสำนักพูดพร้อมทั้งกวาดสายตามองไปที่พวกเทียนเฟิงทั้งห้าคนในแววตาและน้ำเสียงเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“เอาล่ะผู้าุโสามดำเนินการต่อได้”
“ขอรับท่านเ้าสำนัก” ผู้าุโสามรับคำ
จากนั้นผู้าุโสามก็ก้าวออกมาข้างหน้าและเริ่มพูด“เริ่มจากคนแรก จ้าวเทียน อายุสิบสอง ระดับเบิกชีพจรขั้นหก”
เมื่อผู้าุโสามพูดจบเด็กหนุ่มอายุสิบสองที่ชื่อจ้าวเทียนก็ก้าวออกมาข้างหน้าใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองที่แผ่อยู่เต็มใบหน้า
“ผู้าุโสี่ผู้าุโหก ผู้าุโเจ็ดและผู้าุโสิบ ไม่ทราบว่าผู้าุโท่านไหนเต็มใจรับเขาเป็ศิษย์”ผู้าุโสามถามขึ้นมาพร้อมกับมองไปที่เหล่าผู้าุโที่เขาถาม
ผู้าุโทั้งสี่ที่โดนถามต่างพากันมองหน้ากันและล้อมวงกันปรึกษากันเบาๆ
“ในบรรดาพวกเราทั้งสี่คนข้าาุโมากที่สุดเพราะงั้นเ้าเด็กคนนี้ข้าจะรับเขาเป็ศิษย์”ผู้าุโสี่พูดขึ้นมา
“ถ้าท่านอยากรับเขาเป็ศิษย์ข้าก็ไม่ขัด”ผู้าุโหกพูดขึ้นมา
“ข้ายังไงก็ได้”ตามมาด้วยผู้าุโเจ็ด
“ข้าอายุน้อยที่สุดในพวกเราสี่คนเพราะงั้นศิษย์พี่ควรที่จะเสียสละให้ศิษย์น้องแบบข้านะ”ผู้าุโสิบพูดขึ้นมาพร้อมกับมองไปที่ผู้าุโสี่
“เ้าอยากที่จะแย่งศิษย์ที่ข้าหมายตาไปอย่างงั้นรึ”ผู้าุโสี่ถลึงตาใส่ผู้าุโสิบ
“ก็ข้าอยากจะรับเขาเป็ศิษย์”ผู้าุโสิบยังคงยืนยันความคิดของตัวเอง
ผู้าุโสี่จ้องหน้าผู้าุโสิบเขม็งแต่ผ่านไปแค่ครู่เดียวเขาก็ถอนหายใจออกมาและพูดว่า
“ก็ได้ๆครั้งนี้ข้ายอมให้เ้าก็ได้”
“ฮ่าฮ่าฮ่าข้ารู้อยู่แล้วว่าศิษย์พี่สี่ต้องยอมให้ข้า” ผู้าุโสิบหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ
“เห้อใครใช้ให้เ้าเป็ศิษย์น้องของข้าล่ะ” ผู้าุโสี่ถอนหายใจและพูดออกมา
“ขอบคุณศิษย์พี่สี่”ผู้าุโสิบประสานมือคารวะผู้าุโสี่เพื่อเป็การขอบคุณอย่างนอบน้อมเมื่อประสานมือขอบคุณผู้าุโสี่แล้วเขาก็หันไปบอกผู้าุโสามพร้อมกับพูดด้วยเสียงอันดังว่า
“ข้าผู้าุโสิบยินดีรับจ้าวเทียนเป็ศิษย์”
เมื่อผู้าุโสิบพูดจบจ้าวเทียนก็คุกเข่าพร้อมโขกศีรษะสามครั้งคารวะอาจารย์ทันที
“ศิษย์จ้าวเทียนคารวะท่านอาจารย์ขอรับ”
“ดี ดี”ผู้าุโสิบพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
“เอาล่ะศิษย์คนที่สอง โม่จุน อายุสิบสี่ปี ระดับเบิกชีพจรปราณขั้นห้าผู้าุโท่านใด้ารับเขาเป็ศิษย์”เมื่อผู้าุโสามพูดจบก็หันไปมองเหล่าผู้าุโอีกสามคนที่เหลือ
ผู้าุโทั้งสามคนที่เหลือต่างมองหน้ากันเมื่อสบตากันไปมาสักพักผุ้าุโเจ็ดที่ร่างกายบึกบึนกำยำก็พูดขึ้นมาว่า
“เ้าหนุ่มนี่น่าจะเคยฝึกวิชาปราณฝึกร่างมาเหมาะสมที่จะเป็ศิษย์ของข้า ข้าจะรับเขาเอาไว้เอง”
เมื่อผู้าุโเจ็ดพูดจบผู้าุโอีกสองท่านที่เหลือก็มิได้โต้แย้งใดๆโม่จุนจึงก้าวออกมาข้างหน้าและคุกเข่าลงโขกศีรษะสามครั้งคำนับอาจารย์
“ศิษย์โม่จุนคารวะท่านอาจารย์ขอรับ”
“อืม”ผู้าุโเจ็ดตอบรับสั้นๆ
“ต่อมาศิษย์คนที่สามหลานหลิง อายุสิบสามปี ระดับเบิกชีพจรปราณขั้นห้าผู้าุโท่านใด้ารับนางเป็ศิษย์”
ครั้งนี้ผู้าุโหกพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ข้าเต็มใจรับนางเป็ศิษย์”
เนื่องจากครั้งนี้ผู้าุโหกเป็สตรีเพียงคนเดียวในหมู่ผู้าุโที่ยังไม่ได้รับศิษย์อีกทั้งหลานหลิงก็เป็สตรีเพียงคนเดียวที่ผ่านการทดสอบจนได้เป็ศิษย์หลักในครั้งนี้เพราะฉะนั้นมันจะเป็การเหมาะสมกว่าที่จะให้นางรับหลานหลิงเป็ศิษย์
หลานหลิงก้าวออกมาข้างและคุกเข่าลงโขกศีรษะคำนับผู้าุโหกเป็อาจารย์
“ศิษย์หลานหลิงคารวะท่านอาจารย์”น้ำเสียงของนางเปี่ยมไปด้วยความไพเราะและถ่อมตัว
“อืม ลุกขึ้นเถิดจากนี้เ้าก็เป็ศิษย์ของข้าแล้วไม่ต้องมากพิธี”น้ำเสียงของผู้าุโหกเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู
“ศิษย์คนที่สี่อี้มิ่งหยวน อายุสิบสี่ ระดับเบิกชีพจรขั้นห้า”ผู้าุโสามพูดจบก็หันมองไปทางผู้าุโสี่เพราะตอนนี้เหลือเพียงเขาเพียงผู้เดียวที่ยังไม่ได้รับศิษย์
“ข้าผู้าุโสี่ยินดีรับอี้มิ่งหยวนเป็ศิษย์” ผู้าุโสี่พูดออกมา
เด็กหนุ่มที่หน้าตาดูเ้าเล่ห์ชื่ออี้มิ่งหยวนเขาก้าวออกมาคุกเข่าโขกศีรษะคำนับผู้าุโสี่
“ศิษย์อี้มิ่งหยวนคารวะท่านอาจารย์ขอรับ”
“อืม ลุกขึ้นเถอะ”
“ขอบคุณขอรับท่านอาจารย์”
“ศิษย์คนสุดท้ายคนที่ห้า เทียนเฟิง อายุสิบสี่ ระดับเบิกชีพจรขั้นสองเนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้าุโที่ยังไม่ได้รับศิษย์ต่างได้รับศิษย์กันไปหมดแล้วเพราะฉะนั้นข้าขอถามเหล่าผู้าุโทั้งหมดว่า มีใครยินดีจะรับศิษย์เพิ่มหรือไม่”ผู้าุโสามสอบถามไปที่เหล่ากลุ่มผู้าุโ
เหล่าผู้าุโต่างพากันมองหน้ากันไปกันมาแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรสถานการณ์ตรงหน้านี้ทำให้ภายในใจของเทียนเฟิงเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้เขารู้สึกประหม่าเป็อย่างยิ่ง
ในขณะที่เหล่ากลุ่มผู้าุโยังไม่ได้ให้คำตอบจ้าวเทียนและอี้หมิ่งหยวนต่างก็พากันมองมาที่เทียนเฟิงด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามในความคิดของพวกเขานั้นเทียนเฟิงเป็คนที่อ่อนแอที่สุด คุณสมบัติด้อยที่สุดในหมู่พวกเขาทั้งสี่คนอายุสิบสี่แล้วยังอยู่แค่ขั้นเบิกชีพจรปราณขั้นสองไม่สมควรที่จะได้เป็ศิษย์หลักเหมือนกับพวกเขาในขณะที่โม่จุนและหลานหลิงแค่หันมองมาที่เทียนเฟิงธรรมดาแค่เท่านั้น
ทั้งลานกว้างที่ใช้จัดพิธีต่างก็ตกอยู่ในความเงียบเมื่อเหล่าผู้าุโไม่ได้ส่งเสียงก็ไม่มีศิษย์คนไหนในลานกว้างกล้าส่งเสียงขึ้นมาด้วยกลัวว่าถ้าตัวเองส่งเสียงขึ้นมาแล้วทำให้ท่านเ้าสำนักกับเหล่าผู้าุโขุ่นเคืองจะทำให้ตัวเองซวยเอาได้ทุกคนจึงพากันหุบปากเงียบ
“ถ้าไม่มีใครรับเขาเป็ศิษย์งั้นข้ารับเอง” จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบน้ำเสียงเรียบนิ่งและสงบเสียงนั้นไม่ดังไม่เบาแต่ทุกคนภายในลานกว้างก็ต่างได้ยินกันอย่างชัดเจน
ทุกคนต่างพากันเงยหน้าขึ้นมาดูว่าเ้าของเสียงนั้นเป็ใครเมื่อทุกคนเห็นเ้าของเสียงนั้นเหล่าศิษย์ที่ห้อมล้อมกันอยู่ในลานกว้างต่างก็พากันส่งเสียงเรียกออกมาด้วยความเคารพ“คารวะผู้าุโสิบสาม”
ผู้าุโสิบสามกวาดต่างมองเหล่าศิษย์ภายในลานกว้างและพยักหน้าให้น้อยๆจากนั้นจึงเดินเข้าไปตรงหน้าเหล่ากลุ่มผู้าุโ
“คารวะท่านเ้าสำนักข้ากลับมาแล้วขอรับ”
“อืมกลับมาก็ดีแล้ว” ท่านเ้าสำนักตอบผู้าุโสิบสามด้วยรอยยิ้ม
ภายในสำนักกระบี่นภาแห่งนี้ทุกคนั้แ่เหล่าผู้าุโจนลงไปถึงเหล่าศิษย์ภายในสำนักต่างก็รู้กันดีว่าผู้าุโสิบสามอยู่ไม่ค่อยติดสำนักกระบี่นภาด้วยความที่เขาอายุน้อยกว่าผู้าุโส่วนใหญ่ซึ่งผู้าุโส่วนใหญ่ก็อายุมากกว่าเจ็ดสิบกว่าเข้าไปแล้ว แต่ผู้าุโสิบสามกลับพึ่งอายุเพียงสี่สิบกว่าๆเท่านั้น ซึ่งยังถือว่าอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรณ์อยู่แต่ด้านพลังของเขากลับเทียบได้กับเหล่าผู้าุโและถึงขั้นที่ว่าแข็งแกร่งกว่าผู้าุโส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุนี้เขาจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการออกท่องยุทธภพซะเป็ส่วนมากนานๆครั้งถึงจะกลับมาอยู่ในสำนัก่หนึ่งและจากนั้นก็ออกไปใหม่นอกจากท่านเ้าสำนักก็ไม่มีใครรู้ว่าเข้าออกไปทำอะไรอยู่ที่ไหน
“โอ้ในที่สุดเ้าก็กลับมา”
“กลับมาได้ถูกจังหวะพอดีเลยนะฮ่าฮ่าฮ่า”
“งั้นศิษย์คนสุดท้ายนี่ก็ยกให้เ้าล่ะกัน”
เหล่าผู้าุโต่างพากันพูดออกมา
“อืมเ้าชื่อว่าเทียนเฟิงสินะ ข้ายินดีรับเ้าเป็ศิษย์”ผู้าุโสิบสามหันไปพยักหน้าให้เหล่าผู้าุโ จากนั้นก็หันหน้ามาพูดกับเทียนเฟิง
เทียนเฟิงอึ้งไปชั่วขณะเขารู้สึกว่าตัวเองตามไม่ทันสถานการณ์ตรงหน้าอยู่เล็กน้อยจนกระทั่งเสียงของเหล่าเจี้ยนดังขึ้นในหัวของเขา“มั่วยืนบื้ออะไรอยู่เ้านั้นบอกว่าจะรับเ้าเป็ศิษย์แล้วยังไม่รีบคารวะอีก”
เมื่อได้ยินเสียงของเหล่าเจี้ยนเทียนเฟิงถึงพึ่งได้รู้สึกตัว เขารีบคุกเข่าลงและโขกศีรษะคำนับทันที
“ศิษย์เทียนเฟิงขอคารวะท่านอาจารย์ขอรับ”
“อืม ลุกขึ้นเถอะ”ผู้าุโสิบสามบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ท่านเ้าสำนักชำเลืองสายตาส่งสัญญาณให้ผู้าุโสามดำเนินการต่อ
“ฮะแฮ่มมมในเมื่อศิษย์ทั้งห้าคนต่างก็ได้คำนับอาจารย์กันทั้งหมดแล้วก็เป็อันเสร็จพิธีได้”ผู้าุโสามพูดขึ้นมา
“ศิษย์ขอน้อมลาผู้าุโ”
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้าุโสามเหล่าศิษย์ที่มาร่วมดูพิธีรับศิษย์หลักต่างก็กันประสานมือและก้มตัวคารวะจากนั้นก็ทยอยกันจากไป
“พวกเ้าก็แยกย้ายเถอะ”เ้าสำนักหันไปพูดกับเหล่าผู้าุโจากนั้นก็เดินจากไป
“น้อมส่งท่านเ้าสำนัก”เหล่าผู้าุโต่างพูดขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง
“เ้า ตามข้ามา” ผู้าุโสิบสามหันมาพูดกลับเทียนเฟิงหลังจากที่น้อมส่งท่านเ้าสำนักแล้ว
“ขอรับ อาจารย์”เทียนเฟิงตอบรับอย่างสงบ แต่ภายในใจของเขารู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมากเขาไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้จะได้มีอาจารย์คอยสั่งสอนและชี้แนะอันที่จริงถ้าพูดกันตรงๆ แล้วเหล่าเจี้ยนเองก็ถือได้ว่าเป็อาจารย์ของเทียนเฟิงเช่นกันแต่เพราะพวกเขามักจะต่อปากต่อคำกันอยู่เสมอจึงทำให้เทียนเฟิงไม่ได้มองเหล่าเจี้ยนเป็เหมือนกับอาจารย์แต่เขากลับมองเหล่าเจี้ยนเป็เหมือนสหายต่างวัยซะมากกว่า ซึ่งในจุดนี้เองเหล่าเจี้ยนเองก็คิดแบบเดียวกับเทียนเฟิงเช่นกัน