หนึ่งนายหนึ่งบ่าวรีบร้อนไปที่เรือนหลังแต่เช้าเพื่อไปบอกลาเซียนเซียนในมือหนานข่ายลี่ยังถือว่าวสีชมพูสดใสไวด้วยเพราะเขาไม่ได้วางไว้ให้นางั้แ่เมื่อวานจึงตั้งใจว่าจะเอามาเล่นด้วยกันในวันนี้ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสนั้นไหม
เขายังไม่ทันจะเดินไปถึงเรือนก็เจอเซียวเหม่านอนเล่นทรายอยู่บริเวณกำแพง
“ มานี่ “ เขาส่งเสียงเรียกมันพร้อมควักมือไหวๆไปด้วยหวังว่ามันจะเข้าใจสิ่งที่เขาพยายามสื่อสาร
แต่เซียวเหม่าไม่เข้าใจ มันแค่ชำเลืองมองและนอนเกลือกกลิ้งทรายต่อไป
หนานข่ายลี่ ‘…’
เอาเถอะ จะไปถือสาแค่แมวตัวหนึ่งทำไม
เขาสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปท่ามกลางสายตาเย้ยหยันของแมวและเหล่าจาง
ตอนเขาเดินไปถึงเรือนหลังเขาได้ยินเสียงพิณดีดไม่เป็จังหวะดังแว่วมาแต่ไกล..
‘ นี่ใครกันกำลังทรมานรูหูของเขาอยู่สิ่งนี่เรียกเสียงพิณจริงๆใช่ไหม ‘
‘ มิน่าอย่าว่าแต่เซียวเหม่าวิ่งหนีไปเลย ขนาดนกซักตัวตอนนี้ก็ไม่บินมาให้เห็น’
หนายข่ายลี่คิดถึงเสียงพิณประหลาดๆนั่นและเดินทอดน่องมาตามทางจึงพบว่าต้นตอของเสียง อยู่ในห้องนอนของเซียนเซียนนั่นเอง
ประตูห้องนอนเปิดแง้มอยู่ นางกำลังฝึกซ้อมพิณกู่ฉิน (พิณเจ็ดสาย)ตัวเล็กที่วางอยู่บนตักของนางอย่างขะมักขะเน้น
เสียงพิณที่ไม่สอดประสาน แหลมๆโดดๆจนกลบเสียงพวกเขาที่เดินเข้ามา
หนานข่ายลี่เพียงยืนกอดอกพิงกรอบประตู ไม่ได้เดินเข้าไปรบกวนนาง
กู้เซียนเซียนก็ยังดีดพิณไปมาอย่างเก้ๆกังๆจนถึงจังหวะที่เขาคิดว่าควรให้นางหยุดก่อนที่หูของเขาจะสูญเสียการได้ยินไปมากกว่านี้
“ น้องสี่ “ เขาเคาะขอบประตูห้องให้สัญญาณว่าตรงนี้มีเขายืนอยู่
เซียนเซียนมองเห็นหนานข่ายลี่ยืนอยู่ตรงประตูนางรีบเอาพิณวางไว้ด้านข้างและเดินมาหาเขาด้วยสีหน้าร่าเริง
“ พี่ชายหนาน ท่านมาแล้ว” นางกล่าวทัก พร้อมยอบตัวคารวะ
“ อืม… เ้ากำลังทำอะไรอยู่ “เขาถามทั้งๆที่เห็นว่านางฝึกดีดพิณอยู่
“ ข้ากำลังฝึกดีดพิณ ท่านฟังออกหรือไม่เมื่อสักครู่ข้าเล่นเพลงอะไร” นางเอียงคอถามพร้อมดวงตาเปล่งประกายคาดหวัง
“ เอ่อออ..” ตอนนั้นเขาคิดไม่ออกจริงๆว่านางเล่นเพลงอะไร ทีแรกคิดว่านางลงนิ้วดีดออกมามั่วๆเพื่อเทียบเสียงเท่านั้นสรุปแล้วคำถามนี้เขาควรตอบว่าอย่างไรถึงจะไม่เสียน้ำใจเด็กน้อยผู้หนึ่ง
ระหว่างที่เขากำลังอ้ำๆอึ้งๆอยู่นั้น นางก็ตอบว่า “ ข้าแค่ไล่นิ้วเฉยๆใยท่านต้องทำหน้ายุ่งแบบนี้ด้วย“
หนานข่ายลี่ถึงกับเอามือจับหน้าตัวเองนี่เขาแสดงไม่เนียนขนาดนั้นั้แ่เมื่อไหร่กัน
“ อ๊ะ ในมือของท่านคือ “ นางถามพร้อมมองไปที่มือข้างหนึ่งของเขา
“ อืม ว่าว วันนี้ข้าตั้งใจจะมาเล่นกับเ้า แต่ข้าเปลี่ยนใจแล้ว “ เขาพูดพลางยื่นว่าวไปให้เหล่าจางด้านหลัง
“ เอ่อ คุณชายทั้งสอง ไม่ใช่บ่าวตั้งใจขัดจังหวะบ่าวจะถามพวกท่านว่า จะรับน้ำชาก่อนไหม “เฝิงหรานที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องพร้อมชุดน้ำชาชุดเดิมที่รอบก่อนเขาก็เคยเห็น นางยกมาตั้งไว้ที่โต๊ะกลางห้อง
หนานข่ายลี่เทชาใส่ถ้วยเปล่าสองใบยื่นให้เซียนเซียนถ้วยหนึ่งและดื่มเองอีกถ้วยหนึ่งหลังดื่มหมด เขาก็เอ่ยปากพูดกับเฝิงหราน “เ้าเอาใบชาที่เหล่าจางถือมาไปใช้เถอะ พี่ชายเพิ่งซื้อมาเมื่อวานเป็ชาชั้นดี น่าจะใช้ได้ไปอีกหลายเดือน”
เซียนเซียนยิ้มแป้น “ ท่านดีต่อข้ายิ่งนัก“
หนานข่ายลี่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ แม้จะพูดจากำกวมอยู่บ้างแต่ก็ถือว่าไม่ได้โกหกเพราะพี่ชายนางเป็คนจ่ายเงินให้จริงๆ เขาเดินไปนั่งที่ตั่งยาวข้างหน้าต่างที่ที่เซียนเซียนนั่งอยู่เมื่อครู่นี้
เหล่าจางไม่ได้ยื่นห่อผ้าด้านหลังของเขาให้เฝิงหลานเขาเพียงวางว่าวไว้ที่หลังตู้เสื้อผ้าของคุณหนูสี่และเดินเลี้ยวไปทางห้องครัวเพื่อวางห่อชาหนักหลายชั่งด้วยตนเองวันนี้เขาไม่ได้หอบมาแค่ห่อผ้าห่อเดียว แต่หอบมาถึงสองห่อตอนนี้ปลดภาระไปหนึ่งอย่างแล้ว
“ มานั่งนี่สิ “ เขาตบพื้นที่ว่างข้างๆเขา
เซียนเซียนเดินมานั่งข้างๆเขาทันที
เขาหยิบพิณตัวเล็กขึ้นมา ปรับสายเล็กน้อยก่อนค่อยๆวางนิ้วเรียวยาวไล้ไปบนสายพิณ เสียงแว่วหวานถูกดีดออกมาคลอเคลียกับสายลมจังหวะพรมนิ้วเนิบนาบ ทำให้รับรู้ได้ถึงการค่อยๆเติบโต สดใสเหมือนดอกไม้ที่รอเบ่งบาน สักพักเขาเร่งจังหวะขึ้นโดยพรมปลายนิ้วลงบนสายพิณอย่างรวดเร็วให้ความรู้สึกสนุกสนาน ระทึกใจก่อนค่อยๆลดเสียงและความไวของนิ้วมือลงกลายเป็เสียงเพลงที่เศร้าสร้อยโหยหาตามมา
เซียนเซียนมองเขาด้วยสายตาชื่นชมนางรู้ว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา และรู้ว่าพี่ชายหนานของนางจะต้องจากไปน้ำตานางพลันเอ่อขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะเก็บกลับลงไปเพราะไม่อยากให้เขาต้องเป็กังวลกับนาง
“ เ้าแค่ต้องมีสมาธิตอนดีดมัน และต้องเข้าถึงอารมณ์ของมันด้วย “เขาเอ่ยขณะดีดพิณไปถึงท่อนท้ายๆ
“ หากเ้ามุ่งมั่นเพียงแต่จะดีดให้เป็เพลงแต่ไม่เข้าใจในบทเพลงที่เ้ากำลังเล่นอยู่ จะนับว่าเล่นเป็ได้อย่างไร “เขากล่าวต่อพร้อมมองหน้านางเขาสามารถดีดพิณได้อย่างคล่องเคล่วโดยไม่ต้องมองนิ้วมือและตำแหน่งของพิณเลย
เซียนเซียนมองสบตาเขา นางพยักหน้ารับ “ หากท่านกลับมารอบหน้า ข้าจะฝึกฝนและดีดพิณเพลงนี้ให้ท่านฟังเป็คนแรก”
เพลงสายลมแห่งทิศบูรพาเป็เพลงที่หนานข่ายลี่ดีดให้เซียนเซียนฟังในวันนี้
เขายิ้มรับคำตอบของนางก่อนตวัดนิ้วบรรเลงตอนจบของเพลงที่มีความหมายเกี่ยวกับความพลัดพราก
“ เซียนเซียน ข้ามาที่นี่เพื่อบอกลาเ้า “ เขาเข้าเื่ทันที และไล้นิ้วลงบนสายพิณเพื่อจบเพลง
“อีกสองสามชั่วยาม ข้าจะไปแล้วมาเถอะวันนี้ข้าจะอยู่เล่นกับเ้าจนกว่าจะถึงเวลาเดินทาง”เขายิ้มแป้นและหันไปมองน้องสาวตัวเล็ก ก่อนวางพิณลงข้างตัว
เซียนเซียนเงยหน้าขึ้นมองเขาทันที ‘ เร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ’
แค่นางคิดว่า รอยยิ้มของนาง ความสนุกสนานมีชีวิตชีวาของนางล้วนได้มาจากเขา สิ่งเ่าั้กำลังจะจากไป แววตาของนางก็หม่นหมองลงทันที
ยังไม่ทันจะได้กล่าวอะไร หนานข่ายลี่ก็เดินจูงนางออกจากห้องชี้ไปที่ข้าวของต่างๆและบรรยายให้นางฟังว่าแต่ละอย่างที่เขาซื้อมา ใช้ทำอะไรมีไว้เพื่ออะไรบ้าง
แท้จริงแล้ว เขาอยากจะให้ตั๋วเงินกับนางไว้แต่เกรงว่านางจะไม่รับ หรือหากรับนางจะมีโอกาสไหนเอาไปใช้
ตอนที่เขากำลังบรรยายสรรพคุณข้าวของที่เขาใช้จ่ายเบี้ยไปไม่น้อยเมื่อวานเขาพลันเหลือบไปเห็นจี้หยกขาวที่สวมอยู่บนคอของกู้เซียนเซียนจึงชะงักเล็กน้อยก่อนค่อยๆยื่นมือไปลูบที่หยกนั้นเบาๆ ััเนียนลื่นและเย็น
เป็อย่างที่เขาคิด หยกขาวชิ้นนี้เมื่อสวมอยู่บนคอของนางมันขับผิวให้ดูสว่างสไว หยกเนื้อเย็นเมื่อรวมกับเชือกสีสดใสที่นางหรือเฝิงหรานถักไว้กลับดูเข้ากันได้อย่างน่าประหลาดและเหมาะเจาะกับเด็กน้อยเช่นนาง
หยกมันแพะสีขาว เชือกไหมพรมถักสีสันสดใส เขายกยิ้มอย่างพึงพอใจ
สิ่งที่เขาไม่ได้บอกนางคือจี้หยกชิ้นนี้เพื่อให้ได้มาบิดาของเขาต้องบริจาคเงินถึง 500 ตำลึงให้กับวัดที่มีชื่อเสียงในเขตเมืองที่เขาอยู่นักบวชบอกว่าสิ่งนี้ขับไล่ความอับปมงคลและช่วยให้มีชีวิตที่สงบสุข
เขามองไปที่เซียนเซียน นางยืนเศร้าศร้อยอยู่ข้างๆเขาไม่ว่าเขาจะพูดเื่ตลกอะไรให้นางฟัง นางก็ไม่ยิ้มอีกเลย
เฝิงหรานและเหล่าจางเดินออกมาจากส่วนของครัวพร้อมถาดอาหารจำนวนมากพวกเขานำไปทะยอยวางไว้บนโต๊ะกลางห้อง ส่วนที่วางไม่พอ ก็จัดเรียงเอาไว้ด้านข้างแทน
กู้เซียนเซียนมองเห็นอาหารเ่าั้นางก็เงยหน้าส่งสายตาประหลาดใจให้พี่ชายหนาน หลงลืมความเศร้าไปชั่วขณะ
เขาเปล่งเสียงหัวเราะแ่เบาขึ้นมาทันที อาหารซื้อนางได้จริงๆ
‘ เขาเกือบลืมไปเมื่อวานเขาสั่งให้คนเก็บอาหารที่สั่งจากร้านน้ำชานั่นไว้ให้นาง ‘
เขาเหล่มองไปทางเหล่าจาง บ่าวดีๆเช่นนี้ถึงจะชอบข่มขู่เขาแต่ก็รู้ใจเขามากว่าที่เขารู้ใจตัวเองเสียอีก เขาตั้งใจจะยกนิ้วโป้งให้อีกครั้งแต่เหล่าจางกลับมองมาที่เขาด้วยสีหน้าตำหนิ
‘อะไร .. เขาทำอะไรผิดไปอีกแล้วหล่ะ..’หนานข่ายลี่มองไปที่บ่าวคนสนิทด้วยสายตางุนงง
‘ ก่อนท่านจะตื่นข้าต้องวิ่งเอาอาหารเหล่านี้มาให้เฝิงหรานอุ่นก่อนสองรอบรวมวิ่งกลับไปกลับมาเพื่ออาหารของน้องสาวท่านเป็สี่รอบท่านถึงจะตื่นมารอกินผลงานข้า’
เหล่าจางคิดในใจเงียบๆ
หนานข่ายลี่เดินนำกู้เซียนเซียนเข้าไปในห้องและเริ่มนั่งเก้าอี้ก่อนโดยไม่ต้องเชิญ แต่กลับเป็เขาที่เชิญเซียนเซียน เหล่าจ่างและเฝิงหราน ให้นั่งลงกินข้าวพร้อมกัน
เฝิงหรานอิดออดปฏิเสธทันทีแต่เมื่อเห็นเหล่าจางนั่งลงโดยไม่มีท่าทีเกรงใจ นางจึงค่อยๆนั่งตาม
อาหารแม้จะอร่อยมาก แต่เซียนเซียนก็ทานแทบไม่ลงผิดกับหนานข่ายลี่และเหล่าจาง พวกเขาเหมือนแข่งกันทานสำรับอะไรที่หนานข่ายลี่จ้องมองก่อนยื่นตะเกียบออกไปเหล่าจางจะชิงคีบไปกินก่อนเสมอและส่วนใหญ่คุณชายจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบให้กับบ่าวของตนเองเสมอ เพราะบ่าวของเขาคีบอาหารแทบไม่มองจานเลยหนานข่ายลี่ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหงุดหงิด
เหล่าจาง เซียนเซียนและเฝิงหลานหัวเราะเบาๆไปตลอดการทานอาหารมื้อนี้
หลังทานข้าวเสร็จเหล่าจางก็ยื่นน้ำชา ผ้าเช็ดปากและน้ำล้างมือให้กับหนานข่ายลี่ เฝิงหลานได้แต่มองตามเพราะปกติตัวนางเองไม่ได้ทำเช่นนี้กับคุณหนู นางพลันบังเกิดความละอายใจขึ้นมานี่นางสู้บ่าวชายหยาบกระด้างคนนึงไม่ได้เชียวหรือ
กว่าจะทานอาหารเสร็จก็ปาไปปลายยามเฉินแล้ว (เกือบ 9.00 น) หนานข่ายลี่มองพระอาทิตย์เพื่อประเมินเวลาเขายังต้องเผื่อเวลาไปร่ำลานายท่านและฮูหยินกู้รวมถึงสหายของเขาที่มารอส่งอยู่ที่เรือนหน้า
เขายิ้มตาหยีมองไปที่กู้เซียนๆก่อนเดินตรงไปหยิบของบางอย่างออกมาจากห่อผ้า และนำไปที่สวนข้างเรือนซักพักจึงควักมือเรียกนางให้เดินตามเขาไป
“ มานี่ๆ ข้ามีอะไรให้เ้าดู “
“ อืม “ กู้เซียนเซียนพยักหน้าฝืนยิ้มร่าเริงและเดินตามเขาไป
ที่ใต้ต้นดอกท้อนางเห็นครอบครัวแมวที่ทำจากไม้และหินสลักหลายตัวตั้งเรียงรายกันอยู่ราวกับมีชีวิตในกลุ่มหินสลัก มีพ่อ แม่ และลูกแมวที่ทำมาจากหินอ่อนสีขาวอีกสี่ตัวนางรู้ทันทีว่าเขาจะสื่อถึงอะไร
เขาหยิบหินรูปแมวตัวสีดำออกมาจากอกเสื้อเพิ่มเข้าไปอีกตัวตั้งไว้ไม่ไกลจากลุ่มลูกแมวเ่าั้
“ ตัวนี้เป็ข้าก็แล้วกัน “ เขาชี้ไปที่แมวสีดำปลอดตัวนั้นแล้วยิ้มให้นางเอ่ยขึ้นมาอย่างทีเล่นทีจริง
“ข้าฝากเ้าเลี้ยงไว้ก่อน หากสามารถกลับมาเมืองหลวงได้อีกรอบหน้าข้าจะมาเยี่ยมพวกมันอย่างแน่นอน”
“ อืม” นางยื่นมือไปลูบหัวแมวสีดำเพียงเบาๆคำพูดประโยคถัดไปจุกตื้ออยู่ที่ลำคอ ได้แต่แค่นเสียงตอบรับออกมาเท่านั้น
หยาดน้ำตาที่เพียรกลั้นไว้มาตลอดก็พลันไหลอาบออกมา
หนานข่ายลี่ทำตัวไม่ถูกเขาเพียงแค่อยากเห็นนางมีความสุขและไม่ลืมเขาเท่านั้น ไม่มีเจตนาทำให้นางเสียใจเลย
เขาเดินเข้าไปไกล้และดึงนางขึ้นมากอดอย่างอ่อนโยนตบหลังปลอบโยนแ่เบาแววตาดำสนิทของเขาฉาบไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นพร้อมๆกับน้ำตาของเด็กหญิงไหลเปื้อนไปบนเสื้อสีขาวของเขาเป็ทาง มีเพียงกระแสความอบอุ่นไหลวนอยู่ในใจของกันและกัน
การจากกันครั้งนี้ของพวกเขาอีกนานหลายปีกว่าจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง