กาลเวลาผันผ่านจากทิวทัศน์สีขาวโพลนของหิมะที่หนาวเหน็บแปรเปลี่ยนเป็อบอุ่นจากแสงแดดเหล่าต้นไม้เริ่มแตกใบใหม่เป็สัญลักษณ์ของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเหล่าต้นไม้หลังจากผ่านความหนาวเหน็บอันยาวนาน
“ตอนนี้เจินเออร์เป็อย่างไรบ้าง”เสียงฮูหยินผู้เฒ่าไป๋เอ่ยถามหมอหญิงที่ออกมาจากห้องด้วยสีหน้ากังวลเพราะสะใภ้ของตนปวดท้องั้แ่เมื่อคืนจนมาถึงตอนนี้ยังไม่มีวี่แววของเด็กๆเลย
“ดูเหมือนเด็กจะไม่กลับหัวเ้าค่ะ”หมอหญิงเอ่ยเสียงเคร่ง
“เ้าจะใช้วิธีใดก็ได้ขอให้สะใภ้และหลานๆของข้าปลอดภัยก็พอ”ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยสั่งการหมอหญิงที่ตอนนี้หน้าขาวไร้เืเเล้ว
“เ้าค่ะ”หมอหญิงกลับเข้ามาในห้องก็ต้องหนักใจอีกครั้งที่ดูเหมือนเด็กทั้งสองยังไม่อยากออกจากครรภ์ของมารดา
(น้องสาวเ้าออกไปก่อนเถอะหากเ้าออกยากพี่จะได้ช่วยผลักเ้าออกไป) พี่ชายผู้เเสนดีส่งจิตมากล่าวกับนิสา
(ท่านตัวใหญ่กว่าข้าท่านสิต้องออกไปก่อนหากชักช้ากว่านี้ไม่แน่เราสามคนแม่ลูกคงต้องตายเป็แน่)นิสาส่งจิตตอบพี่ชายของตนด้วสีหน้าดุร้าย
(แต่พี่ว่า)พี่ชายผู้กลัวโลกภายนอกพยายามหาข้ออ้าง
(ไม่ต้องแต่แล้วข้าช่วยท่านเอง)นิสาเอ่ยพร้อมกับออกแรงถีบพี่ชายของตนที่ตอนนี้กลับหัวเรียบร้อยแล้วสุดแรกเกิดทันที
“ฮูหยินเ้าค่ะคุณชายปลอดภัยแล้วเ้าค่ะ”หมอหญิงส่งทารกเพศชายให้ผู้ช่วยทำความสะอาดทันที
“เบ่งอีกนิดนะเ้าคะข้าเห็นหัวของเด็กอีกคนแล้วเ้าค่ะ”หมอหญิงเอ่ยพร้อมกับใช้มือรองรับหัวของเด็กน้อยแรกเกิดอย่างทะนุถนอม
“แง๊แง๊ ”เสียงของเด็กน้อยร้องเพียงสองครั้งแล้วหยุดลงทันทีสร้างความเอ็นดูให้กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็อย่างยิ่ง
“แอ้แอ้” (น้องสาว)เด็กชายคว้าเจ็บมือของนิสาไปอม
“แอ้แอ้ๆ”(ปล่อยข้านะ) นิสาเอ่ยพร้อมกับใช้มืออีกข้างตีไปที่พี่ชายของตน
“คุณหนูไม่รังแกคุณชายนะเ้าคะ”ผู้ช่วยหมอหญิงที่เห็นเหตุการณ์จึงเข้ามาแยกเด็กทั้งสองทันที
“ฮูหยินเ้าคะคนพี่เป็คุณชายส่วนคนน้องเป็คุณหนูเ้าค่ะ”หมอหญิงเอ่ยพร้อมกับส่งเด็กทั้งสองให้ฮูหยินตรงหน้าอุ้ม
“ฮึกลูกแม่”เมื่อกุ้ยเจินเห็นเด็กน้อยทั้งสองที่มองมายังตนจึงร้องไห้ออกมาอย่างปลื้มปิติที่ตนได้ให้กำเนิดสองชีวิตน้อยๆ นี้ออกมาได้
“แอ้”(อย่าร้องเ้าค่ะท่านแม่)นิสาร้องออกมาเบาๆ
“หึไม่ชอบเห็นแม่ร้องไห้หรือ” กุ้ยเจินเอ่ยถามบุตรสาวที่มองมาทางตน
“แอ้ๆ”(ไม่ชอบ) นิสาร้องตอบผู้เป็แม่และนึกขัดใจที่ผู้ช่วยหมอหญิงนำผ้ามาห่อจนตนขยับตัวไม่ได้เลย
“เด็กดี”กุ้ยเจินจุมพิตที่หน้าผากของบุตรทั้งสองแล้วจึงพยักหน้าให้กับหมอหญิงนำเด็กทั้งสองออกไปให้คนข้างนอกเชยชม
“โอ้หลานย่าช่างน่าชังอะไรเช่นนี้” เหมยฮวาอุ้มหลานทั้งสองของตนด้วยแววตามีความสุข
“ส่งคนไปบอกข่าวดีตระกูลจินว่าเจินเออร์ให้กำเนิดบุตรแล้ว” แต่เดิมฮูหยินจินก็อยู่ดูแลกุ้ยเจินอยู่ที่จวนตระกูลไป๋แต่ด้วยมีปัญหาด้านการค้าเกิดขึ้นนางจึงจำใจกลับไปสะสางงานของตนอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
“แล้วเ้าลูกชายตัวดีของข้าเล่าอยู่ที่ใดเหตุใดยังไม่มาอีก” ซือเหมยฮวาถามคนรับใช้ที่อยู่ใกล้ตน
“คือตอนนี้นายท่านอยู่ที่เรือนเหมยกุ้ยขอรับฮูหยินรองนางเดินสะดุดล้มขอรับ”บ่าวรับใช้ก้มหน้าตอบด้วยรู้ดีว่าหญิงตรงหน้าต้องมีโทสะอย่างแน่นอน
“หึเสแสร้งวันอื่นมีมากมายจำเป็ต้องเดินล้มวันนี้หรือ”ฮูหยินผู้เฒ่าหรือนางซือแค่นเสียงด่าอนุของบุตรชายตนเสียงดัง
“คิกๆ”เสียงหัวเราะของทารกหญิงตรงหน้าเรียกสายตาของนางซือได้เป็อย่างดี
“โอ้เ้าเห็นด้วยกับย่าหรือเห็นหรือไม่ขนาดเด็กทารกที่เพิ่งเกิดยังดูออกแต่นายท่านของพวกเ้ากลับโง่งมจนดูไม่ออก”นางซือหันมาเอ่ยกับหลานสาวตนด้วยน้ำเสียงเอ็นดูแล้วจึงหันไปว่าบุตรชายตนให้บ่าวที่อยู่ในเรือนฟังเสียงดัง
“แอ้ๆ”(น้องสาว)ทารกชายร้องหาน้องสาวของตนแต่นางซื่อกลับยกยิ้มคิดว่าหลานชายและหลานสาวของตนเห็นด้วยกับที่นางเอ่ย
“โอ้เ้าตัวน้อยของย่าช่างเฉลียวฉลาดเสียจริงจือหลิงเ้าไปเบิกทองมาหกหีบนะข้าจะให้เป็ของขวัญกับหลานข้า”นางซื่อสั่งคนสนิทของจนเสียงดัง