เป็เวลากลางคืน
เบื้องหน้าหอคอยสีดำสูงตระหง่านมีเด็กชายในชุดผ้าฝ้ายสีเทากำลังหันหน้ามองไปรอบๆจากที่ลูคัสเดินวนดูหอคอยนี้มีลักษณะเป็ทรงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลางหลายร้อยเมตร รอบบริเวณนี้มีร้านค้าร้านอาหาร ที่พักคอยบริการนักเดินทางอยู่เนืองแน่น เด็กชายลองดมเสื้อผ้าฝ้ายตัวเก่งเมื่อความมั่นใจ
“ซักแล้วไม่มีกลิ่น”ลูคัสลูบผมเล็กน้อยก่อนตัดสินใจเดินตรงไปบริเวณทางเข้า
แม้จะเป็เวลากลางคืนก็ยังเห็นผู้คนต่อแถวเพื่อเข้าไปด้านในอยู่ไม่ขาดสาย
"ค่าธรรมเนียมวันละหนึ่งร้อยเหรียญเงิน"เ้าหน้าที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อถึงคิวของเด็กชาย
เมื่อได้ยินจำนวนเงินตัวเขาถึงกับต้องสะอึกหากเป็ชาวบ้านธรรมดาสามารถกินใช้อย่างสบายได้เป็เดือนๆแต่หลังจากตนได้ช่วยชีวิตเบนจามินไว้แม้จะไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนอะไร แต่เบนจามินก็ยังยัดเยียดเงินให้เขาไว้ผลาญเล่นถึงเจ็ดแสนเหรียญทองแสดงให้เห็นความมั่งคั่งของหอการค้าบามี่หลังจากจ่ายค่าธรรมเนียมให้เ้าหน้าที่ลูคัสก็ได้รับแหวนเหล็กมาหนึ่งวงเขาจึงสวมมันไว้ที่นิ้วชี้ข้างซ้าย
หลังจากพ้นทางเข้าก็พบกับห้องโถงกว้างตกแต่งสไตล์วินเทจผาผนังเป็อิฐสีส้มประดับด้วยอาวุธโบราณหลากหลายชนิดดูดิบเถื่อนสมกับเป็หอคอยนักสู้เขาเริ่มสำรวจสถานที่แห่งนี้ด้วยความสนใจกระเบื้องทุกชิ้นหินทุกก้อนล้วนลงอาคมเวทไว้ทั้งสิ้นต่อให้ใช้ค้อนปอนด์มาทุบก็ไม่สะดุ้งะเื
เมื่อลองเพ่งสมาธิลงในแหวนเหล็กที่นิ้วชี้
“ผู้เข้าชมห้าวัน”แหวนนี้มีการเก็บค่าสถานะคล้ายกับตราประจำตัวนักเรียน
เด็กชายพบว่าการจะขึ้นไปชั้นที่สองหากเป็บุคคลธรรมดาจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกสองร้อยเหรียญเงิน
"มิน่าล่ะถึงได้มีเงินมากมายมาจ่ายนักสู้เอะอะก็เก็บค่าธรรมเนียมนี่เอง"
ส่วนนักสู้ประจำชั้นเมื่อยืนยันตัวตนด้วยแหวนจะสามารถผ่านเข้าไปได้โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมทุกชั้นของหอคอยจะมีเ้าหน้าที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์เพื่อบริการเื่ต่างๆรวมทั้งรับแทงพนันผลการต่อสู้อีกด้วย
จุดหลักที่น่าสนใจคือการเป็นักสู้ของหอคอยราชันย์นอกจากผู้ชนะจะได้รับผลตอบแทนเป็เงินรางวัลนักสู้ยังได้รับคะแนนสะสมจากการต่อสู้เพื่อนำไปแลกของรางวัลต่างๆเช่น ผลึกปราณทักษะ ศาสตราิญญา และคะแนนที่ว่านี้ยังสามารถแลกเป็เวลาเพื่อเข้าใช้ห้องฝึกฝนของทางหอคอยได้อีกด้วยที่นี่ไม่ได้ต่างจากสถานศึกษาของเขาสักเท่าไหร่
"ชนะได้แต้มแพ้เสียแต้มน่าสนใจมาก" ลูคัสกล่าวกับตัวเอง
หากกรณีแต้มเหลือศูนย์ก็ไม่มีการติดลบแต่อย่างใดเคยมีคนหัวใสฮั้วผลการประลอง และแน่นอนว่าการโกงแบบนั้นไม่มีผิดกฎอะไรเพียงแต่ในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงคนผู้นั้นกลับหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยลูคัสตัดสินใจจะไปชมการประลองของนักสู้ชั้นที่หนึ่งดูเสียหน่อย
เขาตรวจสอบตารางการต่อสู้จากแหวนเหล็ก
เมื่อตรวจสอบข้อมูลจากแหวนเหล็กสายตาลูคัสก็ต้องเบิกกว้างเพราะชั้นนี้มีลานประลองถึงหนึ่งพันเวทีเมื่อมองไปจะพบประตูทางเข้าอยู่สิบบานเมื่อมอง้าจะเห็นเลขกำกับบานซ้ายสุด1-100บานถัดไป 101-200 เรื่อยๆ จนถึง
901-1000
"ลองไปเวทีต่อสู้ที่หนึ่งถึงหนึ่งร้อยก่อนเลยละกัน"เด็กชายเดินผ่านม่านแสงเข้าไป เฮ้! เสียงเชียร์ดังสนั่น
เขาพบว่าที่นี่ล้อมรอบไปด้วยอัฒจันทร์หินสามารถจุคนดูได้นับหมื่นคนเวทีประลองด้านล่างมีทั้งหมดร้อยเวทีตั้งเว้นระยะห่างกัน
"ลานประลองหมายเลขหนึ่ง วัวคลั่ง ปะทะ วานรเถื่อน"
เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้นเสียงเชียร์จากเหล่าผู้ชมโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นบางคนก็ยกมือขึ้นปิดตาเพราะความหวาดเสียว ผ่านไปไม่นานวัวคลั่งก็สามารถเอาชัยเหนือวานรเถื่อนด้วยการแทงดาบทะลุขั้วหัวใจคนที่คิดจะสมัครเป็นักสู้ก็ต้องพร้อมที่จะทิ้งชีวิตไว้บนเวทีแห่งนี้ด้วยเช่นกัน เมื่อเด็กชายสอดส่องสายตาดูหลายเวทีเห็นได้ชัดว่านักสู้หอคอยชั้นที่หนึ่งเป็คนธรรมดาแทบทั้งสิ้นเขาจึงหมดความสนใจในที่สุดการที่ผู้ฝึกตนจะลดตัวลงไปประลองกับคนธรรมดานั้นถือเป็การ “รังแก”จะได้รับการดูถูกเหยียดหยามจากคนหมู่มาก
เด็กชายถอยออกมาแต่ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ประตูชั้นที่สองนั้นตนเหลือบไปเห็นป้าย"ห้องฝึก" ในห้องฝึกสิบชั้นแรกสามารถจ่ายเงินเพื่อเข้าไปฝึกฝนได้ เมื่อสำรวจดูประสิทธิภาพความหนาแน่นของปราณหากเทียบกับห้องฝึกในสถานศึกษาแล้วที่นี่ยังด้อยว่าขั้นหนึ่ง
เด็กชายก้าวขึ้นหอคอยราชันย์ชั้นที่สอง หลังจากเดินผ่านม่านแสงในชั่วอึดใจเขาก็มาโผล่ที่ห้องโถงหอคอยชั้นที่สองดูแล้วก็ไม่ได้ต่างจากชั้นแรกนัก
"สะดวกจริงๆไม่ต้องเดินขึ้นบันไดด้วย"
บรรยากาศที่นี่ดูครึกครื้นกว่าชั้นแรกเพราะนักสู้ส่วนใหญ่ล้วนเป็ผู้ฝึกตน
ขณะนี้ลูคัสกำลังนั่งกินป๊อปคอร์นพลางมองการต่อสู้บนลานเวทีประลองทั้งสองคนที่กำลังสู้กันเป็สายนักรบดูจากระดับปราณที่แผ่ออกมาพวกเขาคือรุกกี้ขั้นหนึ่ง
ลูคัสสืบรู้มาว่านักสู้ในสิบชั้นแรกจะได้รับผลตอบแทนเป็เงินและคะแนนต่อสู้"ก็สมเหตุสมผล" ลูคัสอยากจะลองจ่ายเงินไปชั้นสูงๆดูบ้างแต่ปรากฏว่าเหนือขึ้นไปจากชั้นที่สิบคนที่จะขึ้นไปได้จะต้องเป็นักสู้ประจำชั้นหรือจะต้องเป็บุคคลพิเศษที่ผ่านการประเมินจากหอคอยราชันย์นี่เป็มาตรการป้องกันอีกชั้นข้อมูลนักสู้ระดับสูงล้วนเป็ความลับแม้แต่ตัวเขาเองก็อยากจะเห็นการต่อสู้ของระดับอาณาจักรพลังที่4 ขึ้นไปเช่นกัน
"ขอสมัครเป็นักสู้ครับ" เขาตัดสินใจมาสมัครเป็นักสู้
"ระดับพลัง" พนักงานหญิงไม่แม้จะชายตามองเขาด้วยซ้ำ
"อาณาจักรพลังที่ 1 ขั้นเก้า" กึก...ปากกาในมือถึงกับร่วงลงพื้น
พนักงานรีบกระชับแว่นแล้วมองให้ชัดอีกครั้งเธอไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่าเ้าหนุ่มหน้าละอ่อนนี่จะอยู่จุดสูงสุดของอาณาจักรพลังที่1
"วางมือลงบนแท่นนั่นแล้วปล่อยพลังปราณเล็กน้อย" ลูคัสวางมือลงไปเบาๆ"กำเนิดปราณขั้นเก้า" มีเสียงดังลอดออกมาจากแท่นศิลา
"ชื่อจริง อายุ สมญานาม ที่อยู่" หลังจากนั้นพนักงานก็ทำตามขั้นตอน
ข้อมูลส่วนตัวของนักสู้ทางหอคอยราชันย์จะเก็บเป็ความลับแน่นอนว่ามีนักสู้ที่พ่ายแพ้หรือถูกฆ่าตายเป็เื่ธรรมดาที่เกิดขึ้นรายวันแต่ไม่ได้หมายความว่าญาติสนิทมิตรสหายของผู้ตายจะยอมรับเสียทุกรายไปนี่จึงเป็มาตรการอีกชั้นเพื่อป้องกันการล้างแค้นนักสู้ของหอคอยราชันย์
"ัผงาด เทพา เทพอัคคี..." ชื่อมากมายถูกส่งออกจากปากเด็กชาย
"ซ้ำ...เอาใหม่" ไม่ว่าเขาจะตั้งชื่ออะไรก็ซ้ำไปหมด
"เหมียวจอมโหด" เด็กชายประชด
"ผ่าน" พนักงานสาวแว่นจดบันทึก
"นักสู้ชั้นที่ห้าเหมียวจอมโหดลานประลองหมายเลขสิบภายในหนึ่งชั่วโมงเริ่มนับถอยหลัง..."
ลูคัสหน้าชาสมญานามของตนเมื่อเทียบกับคนอื่นแล้วฟังแล้วดูมุ้งมิ้งมาก
"ก็ได้วะยังไงชื่อมันก็ปลอมอยู่แล้วนี่"
เมื่อตรวจสอบตารางการต่อสู้จากแหวนเหล็กลานประลองที่สิบกระทิงดุ ปะทะ เหมียวจอมโหด เวลา 22.00 น.
นักสู้ต้องลงสู่เวทีประลองก่อนสิบห้านาทีมิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิ์และปรับแพ้การแพ้เช่นนี้จะต้องเสียค่าปรับมหาศาล
เป็มาตรการไว้ป้องกันพวกก่อกวน
เด็กชายนั่งอยู่บนอัฒจันทร์คนดูเฝ้ามองลานประลองหมายเลขสิบที่ว่างเปล่า
ตนเริ่มตรวจสอบแหวนเหล็กอีกครั้ง
- สถานะเปิดโหมด "สถานะพร้อมรบ"
- เหมียวจอมโหด นักสู้หอคอยราชันย์ ชั้นที่ 5
- สถิติประลอง 0 ครั้ง
- คะแนน 0
เ้าหน้าที่แนะนำว่าการสมัครในครั้งแรกจะถูกบังคับขึ้นประลองเพื่อยืนยันการเป็นักสู้ของทางหอคอย
หลังการประลองแรกจบลงหากยังไม่พร้อมจะต่อสู้ให้"ปิดโหมดสถานะพร้อมรบกลับไป"
"ท่านพี่ดูชื่อคู่ต่อสู้ลานประลองที่สิบสิข้าว่าชื่อเขาน่ารักมากเลย" เด็กสาวชุดม่วงกำลังพูดคุยกับชายด้านข้าง
"มีแต่พวกปัญญาอ่อนเท่านั้นแหละที่ตั้งชื่อแบบนี้" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงออกรำคาญ
หลังจากได้ฟังบทสนทนาจากผู้คนรอบด้าน
"ไม่น่าพลาดเลยเรา"
เมื่อใกล้เวลาเขาจึงก้าวลงไปเวทีประลองคู่ต่อสู้เป็ชายร่างใหญ่ค้อนที่เขาถืออยู่มีขนาดใหญ่กว่าต้นขาเด็กชายเสียอีก
"เ้าหนูยอมแพ้เสียเถิดข้าไม่อยากแกล้งเด็ก" แม้คำพูดจะดูห่วงใยแต่สายตากลับท้าทายถึงขีดสุด
ลูคัสยังยืนนิ่งมองออกไปรอบด้านอย่างไม่ใส่ใจ
"พอมายืนตรงนี้จริงๆ รู้สึกเขินเหมือนกันแฮะ" เขาพึมพำอยู่คนเดียว
"เฮ้ยไอ้หนูเหมียวจอมโหดได้ยินเปล่าว่ามันเสียเวลาประกาศยอมแพ้เสียข้าจะรีบไปนอนแล้ว"เห็นได้ชัดว่ากระทิงดุเริ่มมีน้ำโห
กฎการประลองเป็แบบสากลจะชนะก็ต่อเมื่อคู่ต่อสู้กล่าวยอมแพ้กระเด็นออกจากเวทีประลอง คู่ต่อสู้หมดสติ
ไม่สามารถสู้ต่อได้ หรือคู่ต่อสู้เสียชีวิต
"ลุงจะะโทำไมยืนใกล้กันขนาดนี้"
"ปากเสียเอ็งเรียกใครลุงวะข้าอายุแค่ห้าสิบปลายเท่านั้น จงเรียกข้าพี่ซะดีๆแล้วพี่จะไว้ชีวิต"
"อย่าฆ่าผมเลยผมกลัวแล้ว ผมให้เงินลุงก็ได้" ลูคัสทำท่าทางอ้อนวอน
"ที่แท้เอ็งก็ยังฉลาดอยู่บ้างไอ้หนูส่งเงินมาให้หมดแล้วข้าจะให้เอ็งกระเด็นตกเวทีไปแบบนุ่มนวล"
ชายตัวใหญ่รู้สึกโชคดีวันนี้เขาเจอแกะตัวอ้วนเข้าแล้ว
ลูคัสทำท่าจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าช้าๆ...ในที่สุดเขาก็ยื่นนิ้วกลางให้ชายร่างใหญ่ เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนตกอยู่ในสายตาผู้ชมนับร้อย
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ข้าชอบไอ้เด็กคนนี้"ชัดเลยว่ามีหลายคนชื่นชอบแต่ก็ยังมีหลายคนรู้สึกเวทนา
อีกไม่นานเด็กคนนี้ร่างกายจะต้องแหลกเหวเพราะถูกค้อนทุบ
"กะแก กล้าส่งปิกาจู้ให้ข้ากระทิงดุผู้นี้เชียวหรือเดี๋ยวพ่อจะทุบเอ็งให้เละจนมารดาจำหน้าไม่ได้" กระทิงดุเดือดจัด
ในที่สุดเวลาก็เริ่มนับถอยหลัง "เก้า แปดเจ็ด...สาม สอง หนึ่ง เริ่มประลองได้"
ตู้ม! ค้อนั์ฟาดลงกลางศีรษะของเด็กชายทันที
____________________
1000 เหรียญทองแดง = 1เหรียญเงิน
1000 เหรียญเงิน = 1 เหรียญทอง
.