“วันนี้ข้าจะทำกับข้าวให้ท่านกิน ดีหรือไม่รอรับ”ท่านแม่ เลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่งมองดูข้าอย่างพินิจ
“จริงหรือ!!”
นางฟังไม่ผิดใช่ไหมลูกชายของนางจะทำอาหารให้นางกิน ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นเข้าครัวสักครั้ง ในยุคนี้สมัยนี้มันก็ไม่ใช่หน้าที่ของบุรุษที่ต้องเข้าครัวทำอาหารมันจึงไม่แปลกถ้าเขาจะทำอาหารไม่เป็
“นี่ลูกทำอาหารเป็ั้แ่เมื่อไหร่” นางถามขึ้นด้วยความสนใจ
“ข้าเคยทำอยู่หลายครั้งตอนออกไปอ่านตำราที่บ้านเพื่อนขอรับ”คำแก้ตัวที่ฟังดูไม่น่าเชื่อถือถูกกล่าวมาจากปากของผม แต่ทำไงได้ บอกความจริงได้ที่ไหน
ตอนนี้ข้าไม่ใช่แค่ทำอาหารเป็หรอกท่านแม่แต่ฝีมือของข้าจัดอยู่ในระดับ Executive Chef เลย 60 ปีที่ต้องอยู่ตัวคนเดียว ข้าต้องทำอาหารกินเองมาตลอด ใน่เวลาแห่งความยากลำบากที่ผ่านมาน้อยครั้งที่ผมจะออกไปกินข้าวนอกบ้าน เพราะมันทำให้สิ้นเปลือง โดยไม่จำเป็
เมื่อต้องทำอะไรแล้วก็ต้องทำให้มันสุดๆเมื่อต้องทำอาหารกินเอง ผมก็ศึกษาหาความรู้และฝึกฝนฝีมืออย่างจริงจัง หากไปสอบเทียบวัดระดับฝีมือการทำอาหาร
แต่จะบอกออกไปแบบนี้ได้ที่ไหนดูหน้านางสิ ต้องไม่เชื่อผมแน่ๆ
“ท่านแม่ไม่เชื่อหรือขอรับ! ข้าจะทำให้ท่านได้ชิมเอง” ดูใบหน้าผมสิตอนนี้ดูมั่นใจมาก
“ไม่ใช่ว่าแม่ไม่เชื่อ แต่แม่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกจะทำอาหารเป็อีกอย่างสำเนียงการพูดของลูก ดูแปลกไปนิดหน่อย หัวของลูกเป็อะไรหรือเปล่า”เมื่อคิดได้แบบนั้นเซียวยี่ก็ดูกังวลขึ้นมาไม่น้อย
นั่นไงท่านแม่คิดว่าข้าป่วยแน่ๆ คำพูดของข้า ดูแปลกพิกลไปมาก มันเป็เพราะความทรงจำของสองชีวิตต่างหาก
“หัวของข้าไม่ได้เป็อะไรขอรับ ข้ายังรู้สึกสบายดี”ถึงจะได้ยินคำตอบแบบนั้นไปแต่นางก็ยังเป็ห่วง
“จริงหรือ!!เ้าไม่เป็ไรจริงๆ ใช่ไหม”
“ใช่ขอรับ ข้าสบายดี ท่านแม่ตากผ้าต่อเถอะ ข้าจะไปเก็บผักแถวๆนี้สักหน่อย พูดจบข้าก็คว้าเอาตะกร้า เดินออกไป สิ่งแรกที่จะเก็บคือผักบุ้ง
ข้างบ้านตรงทุ่งนาพวกมันเกิดและเลื้อยอยู่ตามพื้นดิน ชูยอดอวดความอวบน่ากินไม่น้อย
ตอนที่กำลังเก็บผักด้วยความเพลิดเพลินอยู่นั้นเสียงของมารดาก็ทักขึ้น
“ลูกจะเก็บหญ้าเหม็นเขียวนี่มาทำอะไร” นางถามออกมาเมื่อเห็นสิ่งที่ซานหลงกำลังเด็ดใส่ตะกร้าอย่างตั้งอกตั้งใจ
“หือ หญ้าเหม็น!! ฮ่าๆๆ หญ้านี่เอามาผัดน้ำมันหมู อร่อยมาก ข้าจะผัดให้ท่านแม่ลองทาน แต่ตอนนี้มาช่วยเก็บผักพวกนี้ก่อน”เซียวยี่ขมวดคิ้วเป็ปม แต่ก็ตัดสินใจทำตามที่ลูกชายพูด โดยไม่ถามอะไรอีก นางดึงผักบุ้งขึ้นมาทั้งเถาอย่างพาซื่อ
“ท่านแม่ เอาแค่ส่วนยอดขอรับ” ซานหลงชูยอดผักบุ้งที่ตนเด็ด ให้นางดูเป็ตัวอย่าง
เขาตั้งใจจะผัดผักบุ้งไฟแดงเพียงแต่ที่นี่ไม่มีน้ำปลาหรือเครื่องปรุงรสอะไรมานัก รสชาติเค็มได้จากเกลือ รสเปรี้ยวได้จากมะนาวรสเผ็ดไม่มี รสหวานได้ถึ่งซึง (糖霜) มันมีราคาแพงมากตอนนี้บานเขาไม่สามารถซื้อมากินได้
ความจริงแล้วคงมีแค่ขุนนางใหญ่หรือพวกคนรวยเท่านั้น ถึงจะมีปัญญาซื้อมัน เดาไม่ออกเลยว่ารสชาติที่ผัดออกมามันจะเป็อย่างไร
แต่ข้าก็ไม่กังวลเกี่ยวกับมันมากนักข้างบ้านของเขา มีต้นตาลอยู่ 2-3 ต้นเมื่อท่านพ่อกลับมา จะให้ท่านช่วยเก็บน้ำตาลโตนดสักหน่อย
วิธีเก็บน้ำตาลนั้นแสนจะง่ายดายทำเพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น น้ำตาลโตนดเป็น้ำตาลที่ได้จากต้นตาลโตนด ซึ่งในกรณีที่เป็ต้นตาลตัวผู้จะได้จากงวงตาลโดยใช้มีด ปาดตรงบริเวณปลายงวง เพื่อให้น้ำตาลไหลซึมออกมา ในกรณีที่เป็ต้นตัวเมียให้ใช้ไม้คานนวดระหว่างลูกประมาณ3 วัน แล้วใช้มีดปาดตรงบริเวณปลายจั่นหรืองวง จะมีน้ำตาลไหลออกมา
ใช้เวลาแค่3 วันเขาก็จะมีน้ำตาลกินแล้ว ตอนนี้ต้นตาลกำลังแทงยอด ออกดอกมีลูกเล็กๆ ให้เห็นแล้ว ในหัวของเขาฝันเฟื่องไปถึงลูกตาลลอยแก้ว มันเป็ของหวานที่เขาชอบมากยิ่งได้น้ำตาลโตนดช่วยเพิ่มความหวานแท่นน้ำตาลทรายแล้วจะเพิ่มความหอมหวานขึ้นไปอีกเป็เท่าตัวยิ่งถ้ามีกะทิมะพร้าวอีกสักหน่อย มันคงจะวิเศษไม่น้อย
ส่วนผักบุ้งเก็บมาเพียง3 กำใหญ่เท่านี้ก็พอแล้ว
“นี่!!ต้นพริกชี้ฟ้า..ของดี นั้นข่า ตระไคร้ก็มี กระเทียมอยู่ตรงไหนนะ…”สายตาของข้าไปสะดุดเข้ากับบรรดาผักที่คุ้นตามีต้นพริก พุ่มหนึ่ง เม็ดพริกสีแดงชูหราออกมาให้เห็นจำนวนมาก และยังมีอีกเยอะที่ยังเขียวอยู่ข้าก็มี ตระไค้ก็เต็มคันนา มองไปมองมา ก็เห็นต้นมะนาว ให้ตายเถอะที่นี้มันไร่นาสวนผสมชัดๆ
ข้าเก็บพริกแดงที่ขึ้นอยู่ริมรั้วมาหนึ่งกำมือท่านแม่มองดูความเคลื่อนไหวของข้าอย่างตั้งใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ในตอนนั้นเองบิดาก็กลับมาถึงบ้านพร้อมกับหมูตัวโต
มันคือหมูป่าวัยหนุ่มจากการประมาณด้วยสายตาแล้ว น่าจะมีน้ำหนักราว ๆ 40 กิโลกรัมเป็อย่างน้อย ท่านพ่อแบกมันมาในท่าทีสบายๆ คนโบราณนี่แข็งแรงเสียจริง ซานหลงคิด
“ท่านพ่อ ท่านกลับมาแล้ว” ซานหลงร้องทักบิดาด้วยความยินดี สายตาของเขามองไปยังหมู่ตัวใหญ่ที่อยู่บนบ่าของบิดา ชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ยิ้มออกด้วยความพึงพอใจที่ เห็นลูกชายเดินเข้ามาหาด้วยความยินดีแค่นี้ก็มีความสุขมากแล้ว ตอนนี้รอยยิ้มของคนในครอบครัวคือพรอันวิเศษของเขา
“หลงเอ๋อ เดินช้าลงหน่อยเดี๋ยวก็ล้อมเอาหรอก” ซานหู่เอ่ยเตือนด้วยความห่วงใยหึๆนี่ข้าดูอ่อยแอขนาดนั้นเลยเหรอ จนบิดาต้องคอยห่วงเหมือนเด็กน้อย
ซานหู่วางหมูตัวใหญ่ลงบนพื้นตรงหน้าข้า ตัวมันมีสีดำสนิท มีเขี้ยวยื่นออกมาจากปากสองเขี้ยวแสดงว่ามันโตตัวเต็มวัยแล้ว
“หมูตัวใหญ่มาก ท่านพ่อไม่หนักหรือขอรับ”ข้าถาม
“ฮ้าๆๆไม่เลย ไม่หนักสักนิด ดูสิพ่อแข็งแรงมาก”ซานหู่หัวเราะ พร้อมกับโชวกล้ามแขนให้ดูเห่อๆ มันดูตลกนิดหน่อย
“ท่านพ่อได้มันมายังไงขอรับ”
“นี่ดูรอยธนูตรงนี้ข้ายิงธนูเข้าจุดตายของมัน ในดอกเดียวเลยล่ะ”ซานหู่ ชี้ไปที่รอยธนูตรงต้นคอของมัน ตรงรอยแผลยังมีเืไหลออกมาไม่หยุด
พอข้ากวาดตามองไปที่ส่วนอื่นๆก็เห็นรอยธนูอยู่บนตัวมันอีกหลายดอก “หึ ๆ ดูท่า กว่าเ้านี่จะตายคง บิดาไล่ตามกันเหนื่อยเลยละโม้ล้วน ๆ”
ซานหู่ดึงมีดแหลมออกมาจากเอวก่อนจะแทงเข้าไปที่ต้นคอหมูอีกครั้ง มีเืสีดำไหลตามออกมาทันทีที่ดึงมีดออก
“ลูกดูไว้ คราวหน้าจะได้ทำเป็”เขามองหน้าข้าก่อนจะเอยคำ ปลายมีดแหลมของนายพรานจ่อเข้าที่ส่วนท้องขอหมูตัวอ้วน เตรียมจะแทงลงไป
“เดี๋ยวก่อนขอรับ” ข้าเอ่ยขัดขึ้น เพราะจากความทรงจำที่มี ข้ารู้ดีว่าคนในโลกนี้ แล่เนื้อหมูอย่างไร
มันเสียของโดยเปล่าประโยชน์พรานโลกนี้ ตัดหนังหมูทิ้ง เอาเครื่องในทิ้งทั้งหมด ทั้งๆที่ทุกส่านของหมูกินได้เกือบหมด
“อะไร”ซานหู่หยุดมือลง
“ข้า้าทุกส่วนของมันขอรับ”
“หนังนี่และก็เครื่องในด้วย”ได้ยินแบบี้ซานหู่ก็ขมวดคิ้วด้วยความฉงน
“ลูกจะเอาของพวกนี้ไปทำอะไร”
“ของดีๆทั้งนั้นมันกินได้ทุกส่วน อร่อยมากด้วย ข้ามีวิธีกินมันเชื่อมือข้าเลยขอรับ”ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่ห้าตาบิดายังดูไม่เชื่อถือนัก สุดท้ายข้าก็จ้องอธิบายวิธีการโดยละเอียดออกมาต้องยกความดีให้ชาติที่แล้วเพราะข้าเป็นักอ่านนิยายตัวยง เลยเล่าเื่ราวออกมาได้เป็เื่เป็ราวน่าเชื่อถือ
หมูที่ล่ามาได้เป็หมูป่าิัดำและแข็ง คนโบราณจะลอกหนังหมูทิ้ง ตัดเอาเฉพาะเนื้อสวยๆกับไขมันหมูเพื่อนำมาเขี้ยวเอาน้ำมัน ส่วนอื่นๆไม่นิยมกิน สรุปง่ายๆคือ หมูหนึ่งตัวทิ้งไปครึ่งตัวโดยเปล่าประโยชน์ เมื่อทำความเข้าใจวิธีการกันแล้วเราสองพ่อลูกก็เริ่มลงมือ
“ท่านพ่อ เอาหมูไปวางไว้ตรงแผ่นหินข้างๆลำธารก่อนเดี๋ยวข้าจะตามไปก่”
“ท่านแม่ต้มน้ำร้อนให้ข้าหน่อยขอรับ”เซียวยี่จัดการก่อไฟต้มน้ำร้อนอย่างรวดเร็ว
ข้าฉวยเอาถังไม้ก่อนจะเดินเดินตามบิดาไปที่ลำธาร ซานหู่เอาหมูไปวางตรงที่เราตกลงกันไว้
เราช่วยกันตักน้ำจากลำธารมาล้างตัวหมูจนสะอาดไม่นานน้ำร้อนที่ท่านแม่ตั้งไฟเอาไว้ก็เดือดจัด
นางยกหม้อน้ำร้อนมาให้ถึงที่ก่อนจะนั่งลงตรงก้อนหินใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆนางมองเราสองพ่อลูกจัดการกับหมูด้วยรอยยิ้ม
หมูหนุ่มตัวนี้ตัวโตมากมันน่าจะหนักราว ๆ 80 ชั่ง หรือ40 กิโล ที่เืไหลออกจากรอยมีดที่คอมันหมดแล้ว
“น้ำร้อนมาแล้ว!”ซานหูชี้ไปที่หม้อดิน
“ตักราดตัวมันเลยขอรับ”ซานหู่ตักน้ำร้อนราดลงบนตัวหมูทันทีไม่นานหนังหมูก็พอง ขนของมันหลุดร่อนออกเล้กน้อย
พอราดน้ำร้อนไปมันสี่ห้าครั้งเราก็ใช้มีดขูดขนของมันออกได้อย่างง่ายดาย
“มันได้ผล”ซานหู่ดูตื่นเต้นขึ้นเมื่อเห็นท่าทาง เก้ ๆ กังๆ ของลูกชาย ซานหูก็อาสาช่วยทันที
“มาให้พ่อทำเอง ลูกคอยบอกอยู่ข้างๆก็แล้วกัน”บิดดาแย่งมีดไปจากมือแล้วข้าจะทำอะไรได้นอกจากพยักหน้า สุดท้ายก็ไปทำหน้าที่ ราดน้ำร้อนลงไปบนส่วนต่างๆ ของหมูแทน
ผ่านไปไม่นานบิดาจัดก็การกับขนของมันจน ถึงตัวหมูจะขาวแต่ไม่มีขน มันสะอาดมากเราดำเนินการขั้นต่อไปทันที
“ผ่าท้อง เอาเครื่องในออกมาใส่ถังนี่เลยขอรับ”ซานหู่พยักหน้า ทำตามที่ข้าบอกทันทีท่านแม่ลงไปตักน้ำในลำธารขึ้นมาอย่างรู้งาน เราต้องใช้น้ำล้างทำความสะอาด
“ตัดหัวของมันออกมาใส่ถังนี้ขอรับส่วนกระดูกของมันใส่ลงในใบนี้”
“เสร็จแล้วท่านก็แล่เนื้อตามปกติได้เลย” เมื่อมาถึงตรงนี้ทุกอย่างก็ง่ายแล้วจะแล่เนื้อแบบไหน ทำอย่างไร ก็ตามแต่มือมีดถนัดเลย ข้าไม่ใสใจมากนัก