อันกั๋วกงมาพบหูซื่อพร้อมสมุดสินสอดของซูฮุ่ยหลาน เขาตำหนินางอย่างสาดเสียเทเสีย และยึดอำนาจส่วนใหญ่ในมือนางกลับคืนมาทันที ซ้ำยังยึดกุญแจห้องคลัง ทรัพย์สินส่วนรวม และอำนาจนอกเรือนคืนด้วย
เขาเป็คนหยาบกระด้าง ตอนเด็กไม่ชอบอ่านหนังสือ พอโตมาแค่ได้ยินเื่งานภายในเรือนก็ปวดหัวแล้ว ดังนั้นเมื่อแต่งสะใภ้จึงผลักภาระเหล่านี้ให้นางจัดการ ฮูหยินคนแรกหลี่ซื่อดูแลบ้านเรือนได้เป็อย่างดี เขาจึงรู้สึกผ่อนคลายมาก หูซื่อเป็คนสุดท้าย ดูผิวเผินเหมือนนางจัดการได้ไม่เลว ทว่าผู้ใดจะรู้ว่าเกิดความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้ ไว้ใจไม่ได้เลย
อันกั๋วกงไม่ใช่บุตรเ้าสำอางที่เอาแต่ล้างผลาญบุพการี เขาเคยต่อสู้ในานองเืทางตอนเหนืออันหนาวเหน็บนานถึงสิบสองปี เขาใช้ชีวิตและเืเนื้อปกป้องรากฐานที่บรรพบุรุษทิ้งไว้อย่างรู้คุณค่า ทว่าตอนนี้หูซื่อกลับกำลังทำลายมัน และกำลังจะทำให้เขาถูกบรรพบุรุษก่นด่าเมื่อตายไป เขาจึงทนไม่ได้ ในเมื่อตอนนี้บุตรชายคนโตกลับมาแล้ว สีน้ำเงินมาจากสีเขียวแต่เข้มกว่าสีเขียว [1] ซูตงเฉินมีความรับผิดชอบและมีความกล้าหาญมากกว่า เขาจึงยินดีมอบสิ่งเหล่านี้ให้บุตรชายคนโตโดยไม่ลังเล จากนั้นจึงใช้ชีวิตในวัยชราอย่างมีความสุข ทั้งยังถือโอกาสทำตามคำร้องขอของบุตรชาย โดยการกักบุตรชายคนเล็กทั้งสองไว้นอกเรือน นอกจากการไปร่ำเรียนหนังสือแล้ว ปกติเขาก็จะสอนศิลปะการต่อสู้และกลยุทธ์าให้ พวกเขาจะได้ไม่ต้องเติบโตด้วยน้ำมือสตรี และทำลายหลานชายหัวแก้วหัวแหวนของเขา
หูซื่อคืนสมบัติทั้งหมดให้ ก่อนจะถามไถ่สารทุกข์สุกดิบพลางร้องไห้และพูดจาอ่อนหวานนุ่มนวล โดยบอกเป็นัยซ้ำๆ ว่า ซูตงเฉินมีเจตนาร้ายแอบแฝง ทั้งยังถอนหายใจตัดพ้อว่าการเป็แม่เลี้ยงนั้นช่างยากลำบาก ทว่าอันกั๋วกงกลับไม่หลงกลลูกไม้นี้ เขาหนักแน่นในการมอบกิจการทั้งหมดของจวนอันกั๋วกงให้บุตรชายคนโตดูแลต่อ ตอนกลางวันเลี้ยงลูกหลาน หรือไม่ก็ไปเยี่ยมเยียนบ้านสหายเก่า ส่วนกลางคืนค้างแรมในห้องอนุภรรยาที่รับมาใหม่ เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะสอนบทเรียนลึกซึ้งนี้ให้แก่หูซื่อ
หูซื่อทั้งโกรธทั้งเกลียดทั้งเจ็บใจ นางอาเจียนออกมาเป็เืสามหน และเป็ลมหมดสติเจ็ดแปดครั้งอย่างอับจนปัญญา
จวนอันกั๋วกงมีห้องคลังที่เปิดเผยห้าแห่ง และมีที่ปกปิดไว้อีกเจ็ดแห่ง ซึ่งหูซื่อทราบเพียงคลังที่เปิดเผย ส่วนคลังลับนั้นมีเพียงสองคนเท่านั้นที่ทราบตำแหน่งที่ตั้ง นั่นคือผู้ที่ดำรงตำแหน่งอันกั๋วกง หรือไม่ก็ซื่อจื่อผู้สืบทอดของอันกั๋วกงเท่านั้น อีกทั้งพวกเขายังเป็ผู้ถือกุญแจด้วยตนเองด้วย
คลังแต่ละแห่งมีขนาดใหญ่มาก ของที่อยู่ด้านในมีมากพอที่จะทำให้หูซื่อดวงตาเบิกกว้าง นางคิดเพียงว่าจะทำอย่างไรให้บุตรชายของตนเป็ทายาทผู้รับ่ต่อ เพื่อที่ทุกสิ่งทุกอย่างภายในจวนจะได้ตกเป็ของนาง ดังนั้นตอนนี้นางจึงไม่ได้ใจร้อนมากนัก
ตอนนี้กุญแจห้องคลังทั้งหมดถูกส่งต่อให้ซูตงเฉิน แม้กระทั่งกิจการของจวนอันกั๋วกงที่นางเคยดูแลควบคุมก่อนหน้า ก็ต้องส่งให้ซูตงเฉินดูแล ในอดีตหูซื่อคิดว่าสิ่งของเหล่านี้เป็ของนางมาโดยตลอด และจะเป็ของบุตรชายนางในอนาคต ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่ได้สะสางบัญชีอย่างรอบคอบ ยามนี้ตราบใดที่ตรวจสอบบัญชี เื่ทรัพย์สินส่วนรวมที่นางทุจริตมาก็จะถูกเปิดโปงทันที สิ่งนี้ทำให้นางทั้งโกรธ ใ ตื่นตระหนก และหวาดกลัวในความน่าหวาดผวาสุดขีดของซูตงเฉิน และความ้าอันแรงกล้าต่อยศถาบรรดาศักดิ์และทรัพย์สินของตระกูล ทำให้นางเกิดอาการสติฟั่นเฟือนเล็กน้อย จนในใจเกิดเจตนาฆ่าที่รุนแรงขึ้นมากะทันหัน
นางไม่เพียง้าให้ซูตงเฉินตาย ทว่ายัง้าให้มารหัวขนทั้งสองของเขาตายไปด้วย
ขณะที่นางกำลังวางแผนว่าจะลงมือเมื่อไร ซูตงเฉินก็ออกจากจวนมารออยู่ที่โรงน้ำชาใกล้ประตูเมือง ซึ่งโรงน้ำชาแห่งนี้เป็กิจการของฟู่ิฮั่น หนึ่งคือเพื่อหารายได้ สองคือเพื่อรวบรวมข่าวสารในเมืองหลวง สามคือเพื่อให้เป็ที่พักของคนที่ผ่านไปมา ผู้จัดการร้านเป็คนสนิทของฟู่ิฮั่น แน่นอนว่าเขาพยายามประจบประแจงเลียแข้งเลียขาซูตงเฉินอย่างสุดความสามารถ โดยการจัดแจงห้องพักส่วนตัวที่ดีที่สุดให้ซูตงเฉิน
ครั้งหนึ่งซูตงเฉินหาเวลาไปที่บ้านซึ่งเก็บทรัพย์สินส่วนตัวของเขาเอาไว้ เพื่อดูของที่ตนเองนำกลับมาจากทางตอนใต้ ก่อนจะเลือกสมบัติกองโตที่มีประโยชน์ออกมา และนำมารวมกับสิ่งของที่หยิบออกมาจากบรรดาสินสอดของซูฮุ่ยหลาน จากนั้นจึงส่งเข้าไปในมิติส่วนตัวพร้อมกัน โดยลั่วหลีจะรวบรวมพลังวิเศษที่บรรจุอยู่ในนั้น เช่น พลังิญญาของหินวิเศษต่างๆ หยวนชี่ของเครื่องสัมฤทธิ์ เซิงชี่ของเครื่องไม้ จิงชี่ของงาช้างและเขากวาง เป็ต้น หลังจากที่พลังชี่ในสิ่งของเหล่านี้ถูกดึงออกไปแล้ว รูปลักษณ์ของมันจะยังคงเดิม ยังสามารถนำมาสวมใส่ วางประดับ หรือส่งเป็ของขวัญได้ โลกมิติเวลาแห่งนี้ไม่ใช่โลกแห่งการฝึกตนบำเพ็ญเพียร และไม่ใช่ยุคเทคโนโลยีสมัยใหม่เช่นกัน โดยปกติแล้วไม่มีผู้ใดสามารถรับรู้ได้ว่าด้านในมีพลังชี่อยู่ และยิ่งไม่สามารถดึงมันออกมาได้ นอกจากนั้นเขาไม่ได้ทำลายรูปลักษณ์ของสิ่งของเหล่านี้ และไม่ได้ทำลายคุณค่าของพวกมันที่อยู่ในโลกมิติเวลาแห่งนี้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ถือว่าฝ่าฝืนกฎการทำงาน
หลังจากดูดซับพลังชี่จากสมบัตินับพันชิ้นเสร็จสิ้น ทั้งยังปลูกโสม เห็ดหลินจือ บัวหิมะ ถั่งเช่า และนำสมุนไพรล้ำค่ากว่าสิบชนิดลงดินแล้ว มิติส่วนตัวจึงอัปเกรดเป็เลเวลสองอย่างราบรื่น ลั่วหลีกลิ้งไปมาด้วยความดีใจ ทำให้ซูตงเฉินมีความสุขเป็อย่างยิ่ง
ตอนนี้ ในที่สุดฟังก์ชันของแผนที่ก็ได้เปิดอย่างสมบูรณ์แล้ว ลูกหลานของจวนอันกั๋วกงทุกรุ่นต่างก็เป็แม่ทัพที่มีชื่อเสียงในกองทัพ พวกเขานำทัพพิชิตตะวันออกยันตะวันตก และทิ้งแผนที่ทางการทหารไว้มากมาย หลังจากกลับมาก็ถวายฉบับสำเนาแด่ฮ่องเต้ ซึ่งเดิมทีรวบรวมไว้ที่คลังหอเก็บหนังสือลับ หลังจากลั่วหลีทำการสแกน ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ก็ถูกรวบรวมขึ้นมาใหม่ แผนที่ฉบับสมบูรณ์ของราชวงศ์จิ้นเหนือและพื้นที่โดยรอบได้ถูกสร้างขึ้นอย่างคร่าวๆ
ฮ่องเต้ผู้สถาปนาราชวงศ์จิ้นเหนือทรงทุ่มเทในการรวบรวมกลุ่มชนเผ่าขนาดใหญ่เสมอมา รวมถึงดินแดนขนาดใหญ่ทางตอนเหนือ ตะวันตก ตอนใต้ และชนเผ่านับร้อย แน่นอนว่าช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบท และช่องว่างระหว่างคนรวยคนจนนั้นยากที่จะขจัดออกไป ชนชั้นสูงต่ำเป็จริยธรรมที่ถูกกำหนดอย่างเคร่งครัด ดังนั้นาจึงมักเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนหนาวเหน็บและพื้นที่ของชนกลุ่มน้อย
ตอนนี้ผู้คนที่ถูกเรียกว่าชนเผ่าป่าเถื่อนในราชวงศ์จิ้นเหนือ ไม่ใช่ชาวเติร์ก ชาวแมนจู ชาวมองโกล ชาวหว่าล่า ชาวตาตาร์ หรือชาวโครยอ ทว่าเป็ชาวคอสแซคและเปอร์เซียที่มาจากทางเหนือ รวมถึงทางตะวันตกที่ไกลออกไป พวกป่าเถื่อนทางตอนเหนือไม่ใช่เผ่าทิเบต เผ่าเชียง เผ่าเหมียว และเผ่าจ้วง ทว่าเป็ชาวซ่าน ชาวเพี่ยว ชาวเมิ่ง ชาวเหลียว ชาวจิง ชาวกะยา ชาวเขมร และชาวอาระกัน ฯลฯ ในประวัติศาสตร์ คนป่าเถื่อนตะวันตก คนป่าเถื่อนเหนือ และคนป่าเถื่อนใต้ในปัจจุบันได้กลายเป็พลเมืองทั้งหมดของราชวงศ์จิ้นเหนือแล้ว แม้ความขัดแย้งภายในชนเผ่ายังไม่มลายหายไปทั้งหมด ทว่าตราบใดที่พบว่ามีศัตรูจากภายนอกเข้ามารุกราน ทหารและพลเรือนชายแดนจะไม่แบ่งเชื้อชาติ และร่วมกันต่อสู้กับศัตรูด้วยกำลังทั้งหมดที่มี อาณาเขตของราชวงศ์จิ้นเหนือจึงกว้างใหญ่ไพศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเริ่มจากทะเลตะวันออก ไปจนถึงตีนเขาเทียนซานตะวันตกและทะเลสาบบาลคาช ครอบคลุมทะเลสาบไบคาลตอนเหนือและสยามทางตอนใต้ด้วยพื้นที่สิบเจ็ดล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็ราชวงศ์ที่มีอาณาเขตกว้างขวางที่สุดในตอนนี้ และเป็จักรวรรดิที่มีอำนาจมากที่สุดในโลก
ราชวงศ์หยวนในโลกต้นกำเนิดถูกทำลายด้วยความละโมบและความไร้ซึ่งพระปรีชาของฮ่องเต้ซึ่งถูกแทนที่บ่อยครั้งหลังจากการเสียชีวิตของกุบไลข่าน นอกจากนั้นยังมีความเห็นแก่ตัวและการก่อฏของพวกทะเยอทะยานนับไม่ถ้วน ตราบใดที่ราชวงศ์จิ้นเหนือไม่เกิดความโกลาหลใหญ่หลวงใน่การสับเปลี่ยนของฮ่องเต้แต่ละรุ่น และปฏิบัติตามคำสอนของบรรพบุรุษอย่างเคร่งครัด ราชวงศ์ก็จะไม่จบสิ้นและยังคงความเจริญรุ่งเรืองต่อไปได้
ส่วนใหญ่ศักดินาที่ดินของขุนนางในแต่ละราชวงศ์อยู่ที่ชายแดนทางเหนือและตะวันตก หนึ่งคือเพื่อควบคุมดูแลง่าย สองคือเพื่อให้พวกเขาต้านทานการรุกรานจากศัตรูภายนอกและปกป้องชายแดนได้ ภายใต้การวางแผนจัดการของพวกเขา พื้นที่ชายแดนอันหนาวเหน็บแห่งนี้จึงค่อยๆ รุ่งเรืองขึ้น นอกจากนั้นยังมีสถานที่หลายแห่งที่ถูกขนานนามว่า ‘พื้นที่ชายแดนแห่งเจียงหนาน’ และ ‘พื้นที่ชายแดนแห่งิจู’
สิ่งนี้เป็เหมือนดาบสองคม ขุนนางปกป้องชายแดน ทว่ายังเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเองด้วย ่สามร้อยปีที่ผ่านมา มีขุนนางก่อฏหรือพยายามจะก่อฏไม่ต่ำกว่าสิบเหตุการณ์ แม้เหตุการณ์ทั้งหมดจะถูกปราบปรามได้ ทว่ามันมากพอที่จะทำให้ฮ่องเต้ทรงระแวดระวัง และเนื่องด้วยอาณาเขตที่กว้างใหญ่เกินไป หากถอดยศก็ยากที่จะจัดการทั้งหมด ดังนั้นในปัจจุบัน หลังจากที่ชินอ๋องเติบโตเป็ผู้ใหญ่จึงยังคงรักษาประเพณีปกป้องชายแดนอยู่ อย่างไรก็ตามพลังของขุนนางที่แอบจ้องมองก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ทว่ายังคงเป็ของอำนาจทางสายตรงของฮ่องเต้
“องครักษ์เสื้อแพร” ซูตงเฉินหัวเราะแ่เบา “นี่เป็หน่วยที่เต็มไปด้วยตำนานที่โดดเด่น ศิลปะวรรณกรรมในยุคหลังบรรยายถึงพวกเขาเอาไว้นับไม่ถ้วน ลึกลับและทรงพลัง มืดมนและโหดร้าย เพียงศัตรูได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที คนดีกลัวดั่งเสือ บางครั้งเป็ดาบในพระหัตถ์ของฮ่องเต้ บางครั้งก็ถูกขันทีใช้งานอย่างไม่คาดคิด ช่างน่าสนใจยิ่งนัก”
ลั่วหลีดีใจมาก “ใช่แล้วๆ น่าเสียดายที่ท่านไปรับราชการเป็องครักษ์เสื้อแพรไม่ได้ จึงไม่เห็นสถานการณ์จริงด้านใน”
ซูตงเฉินส่ายศีรษะเล็กน้อย “ที่แบบนั้น… เหนื่อยเกินไป ช่างมันเถิด”
ลั่วหลีเบะปาก “แต่ข้าชอบนะ”
ซูตงเฉินอดหัวเราะไม่ได้ “ข้าขอให้ลี่เฉวียนตรวจสอบบ่าวรับใช้ทั้งหมดของจวนอันกั๋วกงแล้ว อีกเดี๋ยวคงส่งข้อมูลให้เ้า เ้าช่วยวิเคราะห์แล้วหาคนพวกนั้นออกมาให้หน่อยเถิด พวกหนอนบ่อนไส้และบ่าวรับใช้ที่หลอกลวงเบื้องบน ในเมื่อตอนนี้ข้าคุมจวนอันกั๋วกง ก็ต้องเก็บกวาดคนให้ดีๆ สักหน่อย”
ลั่วหลีมีความสุขเหลือล้น “ยอดเยี่ยมที่สุด ขอบคุณขอรับท่านพ่อ”
เขาเป็จิติญญาของมิติส่วนตัวที่เพิ่งถือกำเนิด แม้จะเคยเห็นประสบการณ์ของเหล่าคนสูงวัย ซึ่งอยู่ในฟอรัมจิติญญาของมิติที่แกนสมองสั่งการเปิดขึ้นเป็พิเศษ ทว่าท้ายที่สุด มันก็เป็เพียงการวางแผนรบบนกระดาษ ไม่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริง ครั้งนี้จึงถือเป็ครั้งแรกที่ได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับซูตงเฉิน ยิ่งเขาทำภารกิจสำเร็จมากเท่าไร ยิ่งได้รับพลังมากขึ้น เขาก็ยิ่งอัปเกรดได้เร็วขึ้นเท่านั้น
ตอนนี้เขาจึงตื่นเต้นเป็พิเศษ และเพิ่งได้ลิ้มรสชาติที่ยอดเยี่ยมของการอัปเกรด จึงคาดหวังเป็อย่างยิ่งว่าจะพยายามต่อไปอย่างไม่ลดละ และเลื่อนระดับขั้นขึ้นไปเรื่อยๆ
ซูตงเฉินใช้พลังจิตเข้าไปสำรวจในมิติเวลาส่วนตัว ก่อนจะลูบใบหน้าจ้ำม่ำของเขา ทำให้เขารู้สึกมีความสุขมาก
ลั่วหลีดีใจอย่างถึงที่สุด เขากำลังจะเอ่ยวาจา ทว่าทันใดนั้นก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง “ท่านพ่อ ข้าััถึงเขาได้แล้ว” ลั่วหลีพูดพลางพยายามอย่างหนักในการเชื่อมต่อกับเยี่ยนเซียว จิติญญามิติเวลาของเยี่ยนหลี
ไม่นานซูตงเฉินก็เชื่อมต่อกับพลังจิตของเยี่ยนหลีได้
“สวัสดี อาหลี” ซูตงเฉินนั่งลงบนขอบหน้าต่างและมองออกไปทางประตูเมือง เขาแย้มยิ้มบางพลางกล่าวว่า “ยินดีต้อนรับกลับเมืองหลวง”
……
เชิงอรรถ
[1] สีน้ำเงินมาจากสีเขียวแต่เข้มกว่าสีเขียว หมายถึง คนเราเมื่อผ่านการเรียนรู้ย่อมแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น