“เจอไหมวะ”
“ไม่เจอ กูว่ามันคงหนีไปที่อื่นแล้วมั้ง”
“คงไม่หรอก าเ็ขนาดนั้นมันคงหนีไปไหนได้ไม่ไกลหรอก”
“งั้นมันหายไปไหนของมันวะ หรือว่ามีคนอื่นมาช่วยมันไปแล้ว”
ร่างบางที่กำลังก้มวางถุงขยะในจุดบริการชะงักค้างทันทีที่ได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ไม่ไกล มีนาเหลือบมองผู้ชายสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลก่อนจะถอยหลบในมุมมืดอย่างช้า ๆ
‘ผมว่าพวกมันไม่หยุดแค่นี้แน่ ๆ พี่รีบพาพี่ชายคนนั้นออกไปจากแถวนี้ดีกว่า’ ปุ๊กปิ๊กวิ่งทะลุกำแพงเข้ามาบอกอย่างร้อนรน เมื่อิญญาร่างใสเห็นกลุ่มคนเ่าั้เริ่มค้นหาแถวนี้อย่างจริงจังเพราะเจอรอยเืของอาเธอร์เข้า
“พี่จะพาเข้าออกไปจากที่นี่ได้ยังไงกันล่ะ พวกนั้นวิ่งตามหาคุณอาเธอร์ไปทั่วแบบนี้เลยนะ มีหวังโดนเจอเข้ากันพอดี”
‘ผมว่าพวกนั้นไม่ยอมหยุดหาแน่ ๆ พี่ลองไปคุยกับพี่ชายคนนั้นก่อนดีกว่านะ’
“แต่...”
‘พี่เขาโดนทำร้ายมาขนาดนั้น ยังไงคนพวกนี้คงไม่ปล่อยให้พี่เขารอดไปได้ง่าย ๆ หรอกนะ’
“งั้นปุ๊กปิ๊กช่วยพี่ตามดูคนพวกนั้นให้หน่อยได้ไหม พี่จะลองไปปรึกษากับคุณอาเธอร์เขาก่อน”
‘ได้อยู่แล้ว’
“ขอบใจ”
สองเท้าค่อย ๆ ย่องเข้ามาในตัวตึกอย่างระมัดระวัง มีนาหันซ้ายหันขวาด้วยใจที่สั่นระรัวด้วยความกลัวก่อนจะรีบมุ่งตรงไปยังห้องพักของตัวเองทันที หอพักแห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยที่เป็จุดอับสายตาของคนทั่วไป ดังนั้นเื่ความปลอดภัยของที่นี่จึงค่อนข้างจะติดลบ
แกร๊ก
“ข้างล่างมีคนตามหาคุณอยู่” เมื่อประตูปิดสนิทมีนาก็เปิดปากพูดเื่สำคัญทันทีด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
“ว่าไงนะ”
“ผมคิดว่าคนที่ทำร้ายคุณคงไม่หยุดหาง่าย ๆ แน่ คุณว่าตอนนี้พวกเราควรทำยังไงกันดี”
“นายรู้ได้ยังไงว่าคนพวกนั้นเป็คนที่ทำร้ายฉัน” คิ้วหนาขมวดมองเ้าของห้องด้วยความฉงน
“ผมได้ยินพวกเขาคุยกันน่ะสิ พวกนั้นเจอรอยเืของคุณอยู่แถวนี้”
“พวกเราคงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว พวกมันเป็พวกกัดไม่ปล่อย ยังไงพวกมันต้องค้นทุกที่แถวนี้อย่างละเอียดแน่ ๆ” อาเธอร์บอกเสียงเครียดพร้อมใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อวางแผนหลบหนีออกจากที่นี่
“แต่ที่นี่มันเป็ห้องพักส่วนตัวนะ เขาจะเข้ามาค้นได้ยังไง” ถึงแม้ที่นี่จะไม่มีระบบการรักษาความปลอดภัย แต่คงไม่มีใครกล้าพอที่จะเข้ามาขอค้นห้องคนอื่นทีละห้องหรอก
“นายคิดว่าพวกที่กล้ายิงฉันในที่สาธารณะได้ แล้วเื่แค่นั้นพวกมันจะทำไม่ได้เลยเหรอ”
“ละ...แล้วตอนนี้พวกเราควรทำยังไงกันดี” มีนาเสียงสั่นเพราะความกลัวที่เริ่มตีตื้นเข้ามาในอก
“พวกเราต้องออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”
“แต่พวกมันวิ่งตามหาคุณไปทั่วเลยนะ เราจะหนีพวกเขาพ้นเหรอ”
“อยู่ที่นี่ก็เสี่ยงตายเหมือนกันไม่ใช่หรือไง” อาเธอร์จ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่ง กดดันให้มีนารีบตอบตกลงด้วยความกลัว
“งะ...งั้นก็ได้ครับ”
ทั้งสองเดินออกจากบริเวณประตูหอพักอย่างระวัง ั์ตาสีเข้มกวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนอาเธอร์จะคว้าข้อมือบางให้เดินตามหลัง บรรยากาศตอนนี้เป็เวลาเกือบตีสองกว่า สองข้างทางต่างเงียบสงัดไม่มีแม้แต่เสียงรถวิ่งผ่าน
มีนามองแผ่นหลังหนาด้วยความกลัว เดิมทีอาเธอร์ตั้งใจจะแอบหนีออกมาคนเดียวแต่เพราะอีกฝ่ายได้รับาเ็สาหัส อีกทั้งพวกเขายังไม่รู้ว่ากลุ่มคนร้ายจะเห็นมีนาตอนที่ช่วยอาเธอร์ออกมาไหม ดังนั้นการปล่อยให้มีนาอยู่ที่ห้องนั้นคนเดียวมันเสี่ยงเกินไป
‘พวกมันกำลังวิ่งมาทางนี้’ ร่างโปร่งไม่รู้โผล่มาจากทางไหนพูดขึ้นทำให้เท้าเล็กที่กำลังเดินตามหลังอาเธอร์ชะงักค้างเมื่อได้ยินคำเตือนของปุ๊กปิ๊ก
“มาทางนี้ดีกว่าครับ” มีนาดึงอาเธอร์ให้เดินเลี่ยงไปอีกทางโดยไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม
“มาทางนี้ทำไม”
“ผมว่าพวกเขาน่าจะกำลังตามหาคุณอยู่ทางนั้น” มีนาหันไปตอบคนที่เดินตามหลังก่อนจะหันกลับมาสนใจทางข้างหน้าต่อ
“นายรู้ได้ยังไง”
“เดาน่ะครับ” เมื่อได้ยินคำตอบแบบนี้ของอีกฝ่ายอาเธอร์ถึงกับมองแผ่นหลังบางด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนเสียงทุ้มจะถามออกมาด้วยความนิ่งเรียบราวกับกำลังประเมินความคิดของคนตรงหน้ากลาย ๆ
“นายคงไม่คิดที่จะหักหลังฉันใช่ไหม”
“จะบ้าหรือไงคุณ ถ้าผมจะหักหลังคุณจริง ๆ ผมจะลากคุณกลับมาที่ห้องด้วยทำไมกัน เกิดคุณรอดไปได้ผมไม่โดนคุณตามฆ่าแทนเหรอ” มีนาหันไปเหวี่ยงใส่อีกฝ่ายเบา ๆ พร้อมเริ่มสับขาให้เดินเร็วขึ้น
ดูเหมือนว่ากลุ่มคนพวกนั้นคงจะหาเบาะแสเพิ่มเติมได้อีกแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นพวกมันคงไม่มั่นใจว่าอาเธอร์อยู่แถวนี้หรอก เพราะเมื่อกี้ปุ๊กปิ๊กวาบมาบอกมีนาอีกครั้งเมื่อเห็นกลุ่มคนพวกนี้เริ่มกระจายกำลังค้นหาแถวนี้มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
เสียงฝีเท้าวิ่งไปมาอยู่ไม่ไกลจนตอนนี้ทั้งคู่เริ่มหันรีหันขวางด้วยความคิดไม่ตก ด้วยอาการาเ็ของอาเธอร์ในตอนนี้แค่เดินหนีพวกนั้นได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว ถ้าจะให้ปะทะกันตรง ๆ คงเป็การหาที่ตายให้กับตัวเองมากกว่า
“เห้ย! มันอยู่นั่น”
“วิ่ง!!” เสียงทุ้มะโบอกมีนาดังลั่นพร้อมร่างหนาสลับหน้าที่เป็คนวิ่งนำแทนพร้อมเสียงปืนที่ดังตามหลังมาติด ๆ
ปัง ปัง ปัง
“เฮ้ย!” มีนาอุทานเสียงหลง ร่างกายเริ่มสั่นเร้าด้วยความกลัว มือหนาบีบกระชับมือขาวแน่นพร้อมออกแรงวิ่งไปข้างหน้าไม่ลดละ
“บ้าเอ๊ย!!”
เสียงฝีเท้าวิ่งตามหลังมาไม่หยุด อาเธอร์ที่าเ็จากการโดนลอบทำร้ายก่อนหน้านี้เริ่มกัดฟันจนกรานนูนเพราะอาการาเ็เริ่มตีตื้นขึ้นมา เส้นทางที่ทั้งสองใช้หลบหนีเป็ซอยเปลี่ยวที่ค่อนข้างมืด
แน่นอนว่ามันเป็การเปิดโอกาสให้กับศัตรูมากกว่าตัวเองซะอีก สองเท้าหนาวิ่งไม่เต็มแรงเมื่อรับรู้ถึงจังหวะการก้าวเท้าของอีกคนที่ช้ากว่า เสียงหอบเหนื่อยของมีนาเริ่มดังถี่กระชั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ทนหน่อย”
“แฮก ๆ คะ...ครับ”
ปัง ปัง ปัง
เสียงปืนดังระรัวขึ้นมาติด ๆ จนทั้งสองต้องวิ่งหลบเข้าไปในตึกร้างท้ายซอยเปลี่ยว ความมืดสลัวพอจะช่วยอำพรางที่ซ่อนให้กับทั้งคู่ได้ แต่คนที่ถูกล่ากับผู้ไล่ล่าย่อมหนีกันได้ไม่นาน
ะุเงินลูกหนึ่งพุ่งด้วยความเร็วแสงก่อนจะปะทะเข้ากับเนืุ้์อย่างจัง เมื่ออาเธอร์ใช้ร่างตัวเองเป็เกราะกำบังให้กับคนตัวเล็กกว่า น้ำเหนียวสีแดงข้นเริ่มไหลซึมอีกครั้ง
“คุณอาเธอร์!!”
เสียงหวานอุทานออกมาอย่างใ ร่างหนาที่ได้รับาเ็จนเสียเืมากค่อย ๆ ทรุดตัวลงกับพื้นช้า ๆ เพราะร่างกายฝืนต่อไม่ไหว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาเธอร์โดนลอบทำร้าย แต่มันคือตลอดหนึ่งเดือนหลังจากที่เขาเซ็นสัญญาผูกขาดการค้าอาวุธกับสหรัฐอเมริกาต่างหาก
“หนีไปซะ”
“คุณไหวไหม” มีนาไม่ได้สนใจประโยคที่เสียงทุ้มแหบเอ่ยออกมาเลยสักนิด
“รีบไปซะ!”
“ไม่ครับ ผม...” มีนาที่ยังพูดไม่จบต้องหยุดชะงักลงเมื่อเสียงห้าวห้วนพูดขึ้นแทรก
“หนีเก่งจริง ๆ เลยนะมึง แต่ยังไงวันนี้มึงก็ต้องตายอยู่ดี”
เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกระบอกปืนสีดำเงาจ่อเล็งมาที่ร่างของคนทั้ง มีนาขยับตัวเข้ามาขวางแนววิถีะุ ทั้ง ๆ ตัวเองสั่นเทาไปด้วยความกลัว
“อะ...อย่าทำเขา”
“หุบปาก!! มันไม่ใช่เื่ของมึง” ชายร่างท้วมตวาดออกมาเสียงดังลั่นพร้อมนิ้วชี้ที่เริ่มออกแรงกดไกปืนมากกว่าเดิมเล็กน้อย
“ใครส่งมึงมา”
“จะตายอยู่แล้วจะอยากรู้ไปทำไม”
“หึ เผื่อกูจะตามไปตอบแทนให้ถูกคนไง” อาเธอร์เค้นเสียงถามออกมาอย่างขบขันก่อนจะกวาดตามองกลุ่มชายร่างดำสองสามคนที่ยืนเล็งปืนมาที่ตัวเองอย่างหมายมาด
“ไปหาคำตอบเองที่นรกเถอะ”
“อย่านะ!!!”
นิ้วสากกดเหนี่ยวไกปืนช้า ๆ มีนาหันกายเข้าโอบกอดร่างหนาเอาไว้แน่น ก่อนที่เสียงปืนจะดังรัวติดกันไม่หยุดพร้อมความรู้สึกเจ็บแปล๊บที่ปะทะเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
ปัง ปัง ปัง