เช้าวันอาทิตย์
แพลนของฉันวันนี้คือ จัดเตรียมอาหาร ออกไปปิคนิคแถวริมน้ำ ทีแรกฉันคิดว่าจะเก็บไว้วันเสาร์หน้า รอนานเกินไป เอาวันอาทิตย์นี้เลยแล้วกัน ฉันจัด แซนวิส ไส้กรอกพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด ฉันฝากป้าแม่บ้านซื้อมาน่ะ แล้วก็น้ำส้ม ขอเป็นางเอกซะวัน ต่อด้วยซูชิ ฉันออกไปซื้อกับพ่อบ้านสุดหล่อมา อีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือ ผักอบกรอบ ฉันเห็นมันดังมาจากติ๊กกาตอก เลยลองซื้อมาชิมดูบ้าง แต่ฉันก็กินไปบ้างแล้วนะ เมื่อคืนนี้ ทั้งหมดนี้จัดใส่กล่องอาหารแล้วเรียงใส่ตะกร้าให้เรียบร้อย เอาน้ำเปล่ากับแก้วน้ำไปด้วยดีกว่า
ฉันเดินไปหยิบเสื่อลายหมีแครแบร์ ที่ฉันสั่งมาสดๆร้อนๆของเมื่อวานเลยนะ ขาดอะไรอีกไหมนะ อ่อ มือถือและไอแพดด้วย เอาไปดูงานเอกสารที่ฉันต้องทำงานต่อจากพรัม เลขาของภูเมฆอีกคน ของพวกนี้ฉันใส่ลงไปในตะกร้าและถุงผ้า ครบแล้ว ออกเดินทางได้เลยค่า
เดินแค่ยี่สิบก้าวก็มาถึง ฉันนั่งอยู่บริเวณสนามหญ้า ที่ติดบ่อน้ำเลี้ยงปลา ใกล้บ่อน้ำก็มีต้นไม้สูงๆช่วยบังแสงแดด พอให้นั่งฉันได้นั่งชิลๆ พร้อมกับมี ไส้กรอก ชูซิ น้ำส้ม ผักอบกรอบ อีกอย่างคือผลไม้แก้วั ฉันไปขอแบ่งจากป้าแม่บ้านมาน่ะ เห็นป้าบอกว่าจัดจานเตรียมไว้ให้ ภูเมฆ
ได้กินในมื้อกลางวัน ฉันเลยหยิบมาหลายชิ้นอยู่นะ ^^
เรียบร้อย ถ่ายรูปซะหน่อย ..... เริ่มกินได้ เปิดไอแพค อ่านรายงานการประชุมไปด้วย กินไปด้วย ชมปลาแหวกว่ายอยู่ในน้ำไปด้วย พร้อมรับลมเย็นจากต้นไม้
ฉันนั่งคนเดียวได้ไม่นาน ก็มีเสียงมารบกวน
การกินของฉันอีกเช่นเคย จะเป็ใครล่ะทุกคน นี่เขาไม่คิดจะไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆหรือไง อยู่เฝ้าบ้านเป็คุณชายไปได้ ...
ภูเมฆ: เธอกินคนเดียวอีกแล้วนะ
มีซอล: นายจะนั่งกินด้วยไหมล่ะ
ภูเมฆ: นั่นมัน แก้วั ของฉันนิ
มีซอล: ใช่ๆ ฉันเอามาจากจานนายนั่นแหละ
ภูเมฆ: ได้ครับ งั้นฉันไม่เกรงใจเธอแล้วนะ
มีซอล: อาหารของฉันวันนี้จัดเต็ม นายจะกินเยอะก็ไม่ว่ากัน
ภูเมฆ: ขอบใจนะ
มีซอล: ฉันกับเขาเรานั่งกินอาหารที่อยู่ตรงหน้ากันเกือบหมดทุกอย่าง ยกเว้นผักกรอบของฉันที่มันเยอะเกินกว่าจะกินให้หมด
ภูเมฆ: ส่งตะกร้ามาสิ ฉันช่วยเอาไปเก็บให้
มีซอล: ไม่ต้องเลย ฉันเก็บเอง เดี๋ยวพ่อบ้านสุดหล่อของนาย มาบ่นฉันอีก
ภูเมฆ: นายปัน บ่นอะไรเธอล่ะ
มีซอล: เขาบอกว่า ห้ามฉันใช้งานคุณชายทำอะไรเด็ดขาด และห้ามพูดไม่เพราะต่อหน้านาย ห้ามไม่ให้บ่นถึงนายลับหลัง ประมาณนี้แหละ
ภูเมฆ: เธอทำครบแล้วใช่ไหม
มีซอล: ใช่ค่ะ นายจะหักเงินเดือนฉันเหรอ ป่านนี้เงินฉันเหลือหมื่นเดียวแล้วละมั้ง
ภูเมฆ: ฉันไม่ว่าอะไรเธอหรอก มีคนรักต้องมีคนเกลียด
มีซอล: ฉันไม่ได้เกลียดนายซะหน่อย ฉันแค่.... บ่นนิดหน่อย
ภูเมฆ: จริงเหรอครับ
มีซอล: จริงสิคะ แล้วนี่มามองหน้าฉันทำไม
ภูเมฆ: เธอดูน่ารักดีนะ
มีซอล: ....... นายอย่ามาชม ฉันรู้ว่านายกำลังคิดจะหักเงินเดือนฉันอยู่
ภูเมฆ: เข้าบ้านกันเถอะ เก็บของเรียบร้อย ส่งตะกร้ามา ผมถือเอง
มีซอล: ขอบคุณค่ะ (อยู่ดีๆภูเมฆ มาแย่งฉันถือตะกร้าซะงั้น)
คฤหาสน์
เราสองคน เอ๊ะ ไม่เอาดีกว่า ฉันกับเขาเดินเข้ามาในบ้านด้วยกัน เหมือนเขาจะนำตะกร้าเข้าไปในครัว
มีซอล: นายๆ เดี๋ยวก่อนสิ ฉันเก็บล้างเอง
แม่บ้าน: คุณมีซอลคะ พูดกับคุณชายแบบนี้ไม่ได้นะคะ
มีซอล: ขอโทษค่ะ หนูลืมตัวค่ะ
ภูเมฆ: ป้าครับ เดี๋ยวกล่องตรงนี้ผมล้างเองครับ
มีซอล: ป้าไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวหนูจะเป็คนล้างกล่องอาหารเองทั้งหมด หนูจะไม่ให้คุณชายแตะน้ำยาล้างจานเด็ดขาดค่ะ (ระหว่างฉันพูด เขาอมยิ้มกับสิ่งที่ฉันพูดกับป้า)
ภูเมฆ: หลังจากแม่บ้านเดินออกจากครัวไปแล้ว ผมเป็คนล้างกล่องอาหารเองทั้งหมด โดยให้ มีซอล มีหน้าที่จัดเก็บเข้าชั้นตามเดิม ผมอยู่ที่บ้านหลังนี้มาั้แ่เด็กจนโต ไม่เคยคิดที่จะเอาอาหารออกมากินข้างนอกเลย เพราะผมมีแม่บ้านจัดเตรียมอาหารไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ส่วนแม่บ้านและคนอื่นๆในบ้าน ก็จะกินกันบนโต๊ะอาหารหลังครัวกันครับ มีแค่เธอล่ะมั้งครับ ที่นำขนมต่างๆจัดใส่ตะกร้าออกไปนั่งกินข้างนอก พอได้เห็นเธอเอาอาหารออกไปกินที่ศาลาวันนั้น ทำให้ผมอยากลองดูบ้าง เลยเข้าไปคุยและขอชิมไส้กรอกและขนมอื่นๆกับเธอ ได้กินแบบนั้นมันอร่อยไปอีกแบบ อย่างวันนี้ก็เช่นกันครับ ได้นั่งกินที่ริมน้ำบ่อปลา อาหารที่เธอเตรียมไปก็อร่อยเป็พิเศษ แถมบรรยากาศดีอีกด้วย คราวหน้าผมคงต้องมาดักรอกินกับเธอแล้วล่ะครับ