บทที่ 14 นางแสดงได้แเีเหลือเกิน
เฟิ่งซีชี้ไปยังแท่นวงกลมที่อยู่ไม่ไกล
"ศิษย์พี่ห้า แท่นวงกลมนั่นคือแท่นส่งตัวใช่หรือไม่ เร็วเข้า! เอาหินิญญาทั้งหมดที่ท่านมีออกมา ดูซิว่าจะเปิดใช้งานได้หรือไม่!"
แม้จวินเหวินจะรู้สึกว่าแท่นส่งตัวนี้ถูกทิ้งร้างมาหลายพันปี อาจจะพังไปนานแล้ว แต่ตอนนี้มีเพียงหนทางรอดเดียวเท่านั้น เขาจึงรีบทำตามทันที
น่าสงสารที่ในตัวเขามีหินิญญาเพียงพันกว่าก้อน ทั้งหมดถูกยัดเข้าไปในร่องบากจนหมด
แสงสีขาวจ้าวาบผ่าน ร่างทั้งสองก็หายวับไปจากแท่นวงกลม
เกือบจะในเวลาเดียวกัน อุโมงค์เหมืองทั้งหมดก็ถล่มลงมาพร้อมเสียงดังสนั่น
ความเคลื่อนไหวใหญ่โตเช่นนี้ย่อมดึงดูดความสนใจของสำนักเสวียนเทียนอย่างแน่นอน
ตอนแรกทุกคนไม่ได้ใส่ใจมากนัก ถึงอย่างไรก็เป็เพียงอุโมงค์เหมืองร้าง ถึงถล่มก็คงไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร
แต่ไม่นานก็มีศิษย์จากยอดเขาตะวันตกมารายงานว่า ก่อนที่เหมืองจะถล่ม พวกเขาเห็นจวินเหวินและเฟิ่งซีมุ่งหน้าไปทางนั้น
เซียวไป่เต้ารู้สึกเหมือนสมองมึนชาไปชั่วขณะ
ตอนแรกในใจยังมีความหวังอยู่เล็กน้อย แต่หลังจากติดต่อทั้งสองคนไม่ได้ และค้นหาไปทั่วทุกที่ก็ไม่พบร่องรอย ทำให้ข้าใจนแทบคลั่ง
ศิษย์ทั้งสองคนอาจถูกฝังทั้งเป็อยู่ในนั้น!
เขารีบนำผู้คนมาขุดเหมืองทันที
ใช้เวลาครึ่งวัน ในที่สุดก็จัดการซากปรักหักพังในอุโมงค์จนสะอาด แต่กลับไม่พบร่องรอยของจวินเหวินและเฟิ่งซี
เ้ายอดเขาตะวันตกกล่าวทันทีว่า "เ้าสำนัก บางทีพวกเขาอาจไม่ได้เข้าไปในเหมือง"
เซียวไป่เต้าส่ายหน้า "ข้าได้สอบถามผู้เฝ้าประตูสำนักแล้ว พวกเขาทั้งสองไม่ได้ออกจากสำนัก อีกอย่างเสี่ยวซีเป็เด็กว่านอนสอนง่าย จะไม่ออกจากสำนักโดยพลการแน่นอน"
ในตอนนั้นหัวหน้าโถงถ่ายทอดหลัวกล่าวว่า "เ้าสำนัก แท่นส่งตัวมีร่องรอยการเปิดใช้งาน พวกเขาน่าจะถูกส่งตัวไปยังเหมืองชั้นที่สอง"
เซียวไป่เต้าและคนอื่น ๆ รีบเข้าไปตรวจสอบ และพบว่าเป็จริงดังที่หัวหน้าหลัวกล่าวไว้ บนแท่นส่งตัวยังมีพลังหลงเหลืออยู่เล็กน้อย แสดงว่าเมื่อไม่นานมานี้มีคนเปิดใช้งานมัน
ต่อมาทุกคนก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอีกครั้ง การจะเข้าไปยังเหมืองชั้นที่สองนั้นมีสองวิธี วิธีแรกคือเปิดใช้แท่นส่งตัว อีกวิธีหนึ่งคือขุดเจาะจากจุดที่อยู่
แต่ตอนนี้แท่นส่งตัวถูกทำลายเสียหายแล้ว จำเป็ต้องใช้เวลาในการซ่อมแซม อีกทั้งไม่ใช่เื่ที่จะทำเสร็จได้ภายในวันสองวัน เพราะนี่คือแท่นส่งตัวที่หลงเหลือมาั้แ่ยุคโบราณ พวกเขาต้องค่อย ๆ ลองผิดลองถูกในการซ่อมแซม บางทีสองสามเดือนก็อาจจะยังซ่อมไม่เสร็จ
การขุดเจาะตรงนี้ยิ่งเป็ไปไม่ได้เลย!
เพราะเพิ่งเกิดการถล่มไปหมาด ๆ โครงสร้างของเหมืองไม่มั่นคงเอาเสียเลย หากรีบร้อนขุดเจาะไป บางทีเหมืองชั้นที่สองอาจจะพังถล่มลงมาอีก
หากเป็เช่นนั้น นั่นไม่ใช่การช่วยเหลือผู้คน แต่เป็การทำร้ายพวกเขา!
เซียวไป่เต้าขบฟันแน่น ส่งข่าวไปถึงไป๋หลี่มู่เฉินแห่งสำนักฮุ่นหยวน
โดยสรุปคือ ขอร้องให้สำนักฮุ่นหยวนส่งผู้าุโที่เชี่ยวชาญด้านค่ายกลมาช่วยซ่อมแซมแท่นส่งตัว หากสามารถซ่อมแซมแท่นส่งตัวให้เสร็จภายในเวลาอันสั้นได้ พวกเขายินดีตอบรับทุกเงื่อนไข
ในบรรดาสี่สำนักใหญ่ สำนักฮุ่นหยวนมีความเชี่ยวชาญด้านค่ายกลที่สุด
ไป๋หลี่มู่เฉินตอบตกลง แต่ได้เสนอเงื่อนไขที่เข้มงวดอย่างยิ่ง
สำหรับดินแดนลับเทียนลวี่ในครั้งนี้ สำนักเสวียนเทียนจะยกตำแหน่งส่วนใหญ่ให้กับสำนักฮุ่นหยวน โดยเก็บไว้เพียงสองที่เท่านั้น
เซียวไป่เต้าขบกรามแน่นพลางตอบตกลง แม้ว่าบรรดาผู้าุโระดับสูงของสำนักเสวียนเทียนจะรู้สึกเ็ปใจ แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้าน
มีคนถึงจะมีทุกสิ่ง
เซียวไป่เต้ารู้สึกเ็ปใจเช่นกัน ในใจแอบด่าว่า เสี่ยวซีเป็เด็กดีที่ว่านอนสอนง่าย นางคงไม่คิดเื่วุ่นวายเช่นนี้เอง แน่นอนว่าต้องเป็ความคิดชั่วร้ายของไอ้เ้าจวินเหวินนั่นแน่!
"ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย!"
จวินเหวินที่ถูกมัดอย่างแ่าจามออกมาสองครั้งใหญ่
"ถ้ามีฝีมือจริงก็ปลดเชือกให้ข้าสิ ข้าจะสู้กับเ้าสักสามร้อยยก!"
เฟิ่งซีที่นอนแน่นิ่งอยู่ข้าง ๆ พูดอย่างอ่อนแรงว่า "ศิษย์พี่ห้า ท่านประหยัดแรงไว้เถอะ ถึงปล่อยท่านออกมา ก็ไม่มีทางสู้พวกเขาได้หรอก"
จวินเหวิน : โอ๊ย! ช่างเ็ปเหลือเกิน!
หลังจากทั้งสองถูกส่งตัวมายังชั้นที่สองของเหมืองแร่ พวกเขายังไม่ทันได้ลืมตาขึ้นมาก็ถูกคนอื่นซ้อมจนล้มลงไปเสียแล้ว
ใครจะคิดว่าในชั้นสองของเหมืองร้างจะมีพวกเผ่ามารอาศัยอยู่!
นี่มันสำนักเสวียนเทียนหนึ่งในสี่สำนักใหญ่นะ!
ในตอนนั้นมีเสียงหัวเราะแหลมน่าขนลุกดังขึ้น "เ้ามนุษย์ไร้ค่าผู้นี้รู้กาลเทศะดี ไม่เหมือนกับไอ้เป็ดที่ปากแข็งนั่น!"
ขณะที่พูดจบ คนคนนั้นก็ยกมือขึ้นและปล่อยพลังมารสีดำพันรอบร่างของคุนเหวิน
"ศิษย์ของมนุษย์งั้นรึ? หึ หากถูกพลังมารเข้าครอบงำ เ้าว่าพวกมนุษย์จะถือว่าเ้าเป็พวกทรยศและฆ่าเ้าทิ้งหรือไม่?
ข้าชอบดูฉากที่พวกมนุษย์ฆ่าฟันกันเองที่สุดแล้ว..."
ขณะที่จวินเหวินกำลังจะด่าออกมา ก็ได้ยินเสียงเฟิ่งซีเงยหน้าขึ้นพูดว่า "นายท่าน เหตุใดความคิดของท่านจึงตรงกับข้าเช่นนี้!
ข้าก็ชอบดูมนุษย์ฆ่าฟันกันเอง โดยเฉพาะพวกคนหน้าซื่อใจคดที่อ้างตนว่าเป็ฝ่ายธรรมะ ดูพวกมันกัดกันเองนี่สนุกที่สุด!
แต่ว่าวิธีการของท่านนั้นใจดีเกินไป อย่างมากก็แค่ศิษย์พี่ของข้าตายไปคนเดียวเท่านั้น"
"เหตุใดท่านไม่ส่งพวกข้าทั้งสองไปเป็สายลับให้พวกของท่านเล่า? พวกข้าจะยุยงให้สี่สำนักใหญ่แตกคอจนฆ่าฟันกันเอง
เมื่อถึงเวลานั้นเืจะไหลนองเป็แม่น้ำ ซากศพจะเกลื่อนกลาดไปทั่วแผ่นดิน ช่างน่าตื่นเต้นเสียยิ่งนัก!"
ชายที่สวมหน้ากากสีดำจ้องมองไปที่เฟิ่งซี "เ้าหนูน้อย คิดว่าจะใช้กลอุบายเช่นนี้มาหลอกข้าได้หรือ?
เ้าก็แค่แกล้งยอมจำนน เพื่อหาโอกาสหลบหนีมิใช่หรือ?"
เฟิ่งซีถอนหายใจแล้วกล่าวว่า "ที่ท่านสงสัยข้าก็เป็เื่ปกติ ถึงอย่างไรก็มีคำกล่าวที่ว่า ต่างเผ่าพันธุ์ย่อมมีจิตใจที่แตกต่าง! แต่ว่าทุกสิ่งที่ข้าพูดล้วนเป็ความจริง
ท่านรู้หรือไม่ว่าจุดตันเถียนของข้าแตกสลายได้อย่างไร?
เป็ฝีมือของเสินจื่อหลาน ศิษย์สายในของสำนักฮุ่นหยวน!
ไป๋หลี่มู่เฉินเต่าแก่ตัวนั้นไม่เพียงไม่ยอมให้ความยุติธรรมกับข้า แถมยังลดขั้นให้ข้าเป็แค่คนรับใช้!
ข้าจะไม่เกลียดได้อย่างไร?!
ในที่สุดข้าก็มาถึงสำนักเสวียนเทียน แต่กลับกลายเป็สำนักยากจนข้นแค้น ทั้งอาหารการกินและเสื้อผ้าก็แย่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทรัพยากรในการบำเพ็ญเพียรเลย! เซียวไป่เต้าตั้งกฎเกณฑ์ให้ข้า บังคับให้ข้าต้องไปที่โรงอาหารั้แ่ฟ้ายังไม่สางเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้เขา น่าสงสารร่างกายน้อย ๆ ของข้าเหลือเกิน เพิ่งมาได้แค่ครึ่งเดือนก็ผอมไปตั้งสิบกว่าชั่งแล้ว!
ดังนั้นข้าจึงเกลียด!
ทำไมคนอื่นมีตันเถียนที่สมบูรณ์ดี มีเพียงข้าเท่านั้นที่ตันเถียนแตกร้าว?
ทำไมคนอื่นได้กินของอร่อย ได้ดื่มของดี แต่ข้ากลับต้องกินแต่รำข้าวกับผักเน่า? ข้าจะทำให้ทุกคนไม่มีความสุข..."
จวินเหวินมองดูสีหน้าบิดเบี้ยวของเฟิ่งซี "..."
ในชั่วขณะนั้น เขาไม่อาจแยกแยะได้ว่านี่เป็การแสดงหรือคำพูดที่มาจากใจจริงของนาง
ในแง่ของเหตุผลแล้ว นางไม่น่าจะเป็คนวิปริตเช่นนั้น
แต่นางแสดงได้สมจริงเหลือเกิน!
แม้แต่เขาก็เกือบจะหลงเชื่อไปแล้ว
ชายในหน้ากากดำเชื่อถึงแปดส่วน เพราะในสายตาของเขา ภายใต้แรงกดดันของเขา ไม่มีใครจะสามารถพูดโกหกได้ราบรื่นเช่นนี้
แต่ในใจก็ยังมีความสงสัยอยู่สองส่วน
ในตอนนี้เฟิ่งซีพูดต่อ "นายท่าน ที่จริงข้ามีเหตุผลอีกข้อที่อยากเข้าร่วมกับเผ่ามาร ตันเถียนของข้าแตกร้าวแล้ว คงไม่มีทางฝึกวิชาของมนุษย์ได้อีก
แต่ข้าได้ยินมาว่าเผ่ามารมีวิชาประหลาดมากมาย บางทีอาจมีวิชาที่เหมาะกับข้าก็ได้"
"หากท่านสามารถช่วยข้าหาวิชายุทธ์ที่เหมาะสมสักอย่าง ข้าขอสาบานว่าจะรับใช้ชาวมารของพวกเราอย่างขยันขันแข็งแน่นอน!"
"ข้า เฟิ่งซี เกิดมาเป็คนของเผ่ามาร ตายไปก็จะเป็ิญญาของเผ่ามาร..."
จวินเหวิน : ...เ้าไม่ได้พูดจริงกระมัง?!