ผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา

    บทที่19 หนึ่งร้อยคนที่พร้อมเพรียงกัน

    แค่คิดก็จะบ้าแล้ว !
    รอบๆนี่มีคนตั้งมากมายกว่าหนึ่งร้อยคน หากเขาเลียแผล็บๆ นั่นจะไม่เท่าว่ากับเขาบ้าหรอกเรอะ ?
    เมื่อถึงตรงนี้เขาก็อดนึกถึงอาหารที่ได้กินไปเมื่อครู่ไม่ได้ ขนาดเสี่ยวหลงเปายังเลอเลิศขนาดนั้น แล้วข้าวผัดไข่จานนี้ล่ะ ?
    มันจะอร่อยเลิศขนาดไหน ?
    ในตอนนี้ใจของเขาช่างสั่นนัก !
    เขาเลือกไม่ถูกเลยว่าจะเลียหรือไม่กินดี เพราะถึงยังไงก็มีแต่เสียกับเสีย !
    แต่ถ้าหากเขาเลียมัน นั่นน่ะอย่างน้อยเขาก็ได้กินและลิ้มรสชาติที่สุดแสนจะอร่อยของมันได้ !
    เอาก็เอาวะ ! ไหนๆก็แก่ปูนนี้แล้ว จะตายวันตายคืนวันไหนก็ยังไม่รู้ จะไปคิดหาเหตุผลให้ยุ่งยากไปทําไม ?
    เลียแม่งเลยแล้วกัน !
    ชายชราตัดสินใจเลียข้าวผัดไข่ในจานด้วยการตวัดลิ้นสุดอัศจรรย์ ในตอนนี้เขาไม่สนใจใครอีกแล้ว จะมองว่าเขาบ้าก็ช่างเหอะ เพราะถ้าเป็นใครมาได้กลิ่นข้าวผัดไข่จานนี้ใกล้ๆ พวกเขาก็ต้องอดใจไม่ไหวอยู่แล้ว
    “ เฮ้ย ! ลุงคนนั้นเขาเต็มปะเนี่ย ?! ” ยูหมิงที่กําลังจะซัดจานที่สองออกไปถึงกับผงะ ใบหน้าของเขาพิลึกพิลั่น 
    บ้าปะเนี่ย !
    ผมแค่ไม่แจกช้อนแค่นี้คุณถึงกับต้องเลียเลยรึ ?
    แล้วท่วงท่าการตวัดลิ้นนั่นมันอะไรกัน ?
    ดูท่าแล้วคุณคงเชี่ยวชาญด้านนี้ไม่ใช่น้อยเลยล่ะสิ คุณลุง !
    ผู้คนรอบๆเองก็เหยเกและมีใบหน้าพิลึกพิลั่นเช่นเดียวกัน 
    ถึงแม้มันจะอร่อยลํ้าแค่ไหนก็เถอะ แต่ลุงจะไม่ลงทุนเกินไปหน่อยเรอะ ?
    แก่ปูนนี้น่าจะรักษาชื่อเสียงเอาไว้หน่อยนะ ตายไปจะได้มีคนจดจําและนึงถึงสิ่งดีๆของคุณ ไม่ใช่ว่าจะมาทําอะไรอย่างการตวัดลิ้นกินข้าวผัดไข่แบบนี้ !
    จ้างให้พวกเขาก็ไม่ทําหรอก !
    แต่ทันใดนั้นจานสีขาวจํานวนมากก็ลอยละลิ่วตรงเข้าสู่มือของผู้คนอย่างแม่นยํา
    ฟรึ่บ ฟรึ่บ ฟรึ่บ…
    ผู้คนทั้งหลายต่างอึ้งทึ่งในความแม่นยําของเชฟหนุ่มด้วยความทึ่ง 
    เขาจะเก่งเกินไปหน่อยไหม ?
    เสิร์ฟข้าวผัดไข่อย่างนี้คุณไปเรียนมาจากไหน ?
    ท่วงท่าคล่องแคล่วไม่ปานเทพเซียน !
    ช่างเหอะ…
    กลิ่นข้าวผัดไข่ในจานนี่มันอะไรกัน ? มันจะไม่หอมเกินไปหน่อยเหรอ ? 
    อา...แค่ได้กลิ่นก็ใจสั่นแล้ว ถ้าพวกเขากินมันเข้าไปจะไม่ใจสั่นจนวายตายหรอกเรอะ ?!
    อึก !
    เสียงกลืนนํ้าลายของผู้คนดังขึ้นมาอย่างกับเปียโน
    พวกเขามองข้าวผัดไข่ในจานและอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองชายชราคนนั้น ชายชราที่มีท่วงท่าการตวัดลิ้นดุจปรมาจารย์ไม่ปาน !
    จะให้พวกเขาตวัดลิ้นเลียข้าวผัดไข่อย่างเขาน่ะเหรอ ?
    บ้าไปแล้ว ! จ้างให้พวกเขาก็ไม่มีวันทํา…ช่างแม่ง ! ไม่ทงไม่ทนมันละ !
    ไหนๆก็หอมซะขนาดนี้ ! ใครจะไปทนได้ ?
    แค่เลียไปมาแค่นี้มันจะไปยากอะไร ? รีบๆกินให้หมดแล้วต่างคนต่างไปทําเรื่องของตัวเองดีกว่า !
    ผู้คนทั้งหนึ่งร้อยคนสบตากันอย่างพร้อมเพรียง จากนั้นพวกเขาก็ก้มหน้าก้มตาเลียข้าวผัดไข่ในจานด้วยใบหน้าจริงจัง
    เลียยังไงดี ? ถึงจะรวดเร็วได้ปานสายฟ้า ?! 
    ขืนเลียทีละเม็ดมันคงช้าเกินไป สงสัยต้องยืมเทคนิคคุณลุงคนนั้นมาใช้ซะแล้ว !
    ตวัด !
    ตวัดไปมา เม็ดข้าวเข้าไป เลียต่อแผล็บๆ เดี๋ยวมันก็หมด
    โดยไม่รอช้าทุกๆคนต่างหยิบยืมเทคนิคของคุณลุงโดยไม่สนใจว่าเขาจะอนุญาตให้หรือไม่ พวกเขาต่างลงมือตวัดลิ้นตามสเต็ปทีละขั้นทีละขั้น
    ในไม่ช้าจานสีขาวที่เคยเต็มไปด้วยข้าวผัดไข่ก็ว่างเปล่า ทุกๆคนในตอนนี้ต่างเหม่อลอยนึกถึงรสชาติที่ได้รับเมื่อครู่ด้วยใบหน้าสุขใจ
    ความรู้สึกนี้…อา…มันดีเกินไปแล้ว  !
    แม้จะต้องตวัดลิ้นเลียแผล็บๆก็นับว่าคุ้มค่า แต่ถ้าได้ช้อนมามันจะดีกว่ามาก !
    ใครกันที่ต้องการกินข้าวผัดไข่ด้วยท่าทางพิลึกกึกกือเช่นนี้ ? นอกจากคนบ้าก็คนเพี้ยนนี่แหละ !
    พวกเขาเป็นคนธรรมดานะเฟ้ย ไม่ได้เป็นคนบ้า แค่มายืนเลียแผล็บๆเหมือนหมาแบบนี้ ครั้งนี้ครั้งเดียวก็พอแล้ว 
    จะให้ทําอีกคงไม่มีวันซะหรอก…
    ทางด้านชายชราในตอนนี้นั้นถึงกับเหวอไปเลยทีเดียว 
    เพราะหลังจากที่เขากินเสร็จเขาก็พบว่าคนอื่นๆนั้นต่างได้ตวัดลิ้นตามสเต็ปของเขา ในตอนนี้เขาจึงอดไม่ได้ที่จะมองไปยังรอบๆด้วยสายตาแปลกๆ 
    คนพวกนี้สติสตังยังดีอยู่รึเปล่าเนี่ย ?
    เมื่อกี้พวกคุณยังมองผมแปลกๆอยู่เลยไม่ใช่รึไงไหงตอนนี้มาทําตามผมล่ะ ?
    แล้วยังมีนั่นอีก นั่นมันเทคนิคของผมนะ ถ้าจะใช้ก็มาสะกิดขออนุญาตหน่อยดิ อยู่ดีๆเอาไปใช้เลยแบบนี้ผู้คิดค้นแบบผมก็แย่ดิ !
    เฮ้อ…เพราะข้าวผัดไข่นี่แท้ๆ 
    ทุกคนต่างถอนหายใจอย่างเงียบๆแล้วมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าด้วยสายตาโกรธแค้น 
    “ คุณให้พวกเราทําอย่างนี้มันหมายความว่ายังไง พวกเราก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันนะ ต้องมาเลียเหมือนหมาแบบนี้คุณรู้ไหมว่ามันน่าอายมากแค่ไหน ? ” หญิงสาวที่ดูน่ารักคนหนึ่งตะโกนถามออกมาด้วยความไม่พอใจ ใบหน้าของเธอแดงจัดด้วยความอับอาย
    เธออับอายเป็นอย่างมากที่ต้องมาทําอะไรทุเรศๆแบบนี้ต่อหน้าคนมากมาย ถึงทุกคนจะทําหมดก็เถอะ แต่เธอเป็นผู้หญิงนะ ไม่ใช่ผู้ชายที่จะได้ไม่อายแล้วตวัดลิ้นไปมาเหมือนคุณลุงคนนั้น !
    “ ใช่ ! ไอ้เชฟบ้า ! แกทําอย่างนี้กับพวกเราได้ยังไง ? พวกเราเป็นคนนะเฟ้ยไม่ใช่หมาถึงได้ให้เลียอย่างนั้นน่ะ ! ” ชายวัยกลางคนที่ดูดีตะโกนขึ้นด้วยนํ้าเสียงโกรธจัด แม้ว่าอาหารของอีกฝ่ายจะอร่อยลํ้า แต่การที่ต้องมากินเหมือนหมานั้นไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นหมาหรอกเรอะ ?
    ถัดจากชายวัยกลางคนก็มีผู้คนร้องเรียนอีกมากมายด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ
    ยูหมิงที่อยู่บนดาดฟ้าถึงกับผงะอีกครั้ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสน และไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
    นี่ผมทําข้าวผัดไข่ให้พวกคุณกินฟรีกันนะ แล้วทําไมถึงได้มาด่าผมซะล่ะ พวกคุณควรจะขอบคุณผมมากกว่าด่าไม่ใช่เหรอ ?
    ส่วนเรื่องเลียแผล็บๆพวกคุณก็ทําเองทั้งนั้นเลย แล้วเอาผมไปว่าได้ยังไง ผมผิดอะไร ?
    “ อะไร ? นี่ผมผิดอย่างนั้นเหรอ ? ” ยูหมิงอดใจไม่ได้ที่จะถามออกไป นี่เขาผิดจริงๆเหรอ ?
    “ ถ้าแกไม่ผิดแล้วใครผิดล่ะ ? ”
    “ ไอ้เชฟเฮงซวยเอ๊ย ! เสิร์ฟข้าวผัดไข่ให้แต่ไม่ให้ช้อนมา ถ้าแกให้มาพวกเราคงไม่ต้องทําไรแบบนั้น ! ”
    “ วันนี้ถ้าแกหาคําพูดดีๆมาไม่ได้แกได้ตัวๆกับฉันแน่ ! ”
    อะไรฟะ ?
    เขาไม่ให้ช้อนนี่ผิดด้วยเหรอ ?
    ก็เขาลืมเอามันขึ้นมานี่หว่า จะให้ทํายังไง ?
    จะให้เขาวิ่งลงไปเอามาให้รึไง ?
    “ พวกคุณไม่มีเหตุผลเอาซะเลย ! ผมอุส่าห์ทําข้าวผัดไข่ให้พวกคุณกินฟรี พวกคุณยังจะมาว่าผมอีก ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ แล้วแค่ผมไม่ให้ช้อนแค่นี้มันมาเกี่ยวอะไรกับผมด้วย ? ทําไมพวกคุณไม่เอากลับไปกินบ้านล่ะ ? มายืนเลียตวัดลิ้นอย่างพร้อมเพรียงกันทําไม ? ผมไม่ได้สั่งให้ทําซักหน่อย ! ” ยูหมิงพูดออกไปด้วยความรู้สึกคับข้องใจ เขาคับข้องใจเป็นอย่างมาก
    คนพวกนี้ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย
    กินฟรียังจะบ่นอีก 
    ไม่มีช้อนก็แค่เอากลับไปกินบ้านดิ จะมายืนเลียแผล็บๆทําไม อีกอย่างพวกคุณก็ทํากันเอง ผมไม่ได้บังคับซักหน่อย !
    เฮ้อ...คนพวกนี้น่าเอาไปเช็คซักหน่อยก็ดีเหมือนกันนะ
    แต่ทันใดนั้นเขาก็เหมือนตะหนักได้ถึงบางอย่าง เขาเดินไปเตรียมวัตถุดิบของข้าวผัดไข่แล้วเริ่มผัดอีกครั้ง
    ผู้คนด้านล่างที่ได้เห็นถึงกับชะงัก 
    “ นี่แกตั้งใจจะทําอะไรน่ะ ? ” หนึ่งในฝูงชนถามขึ้นด้วยความสับสน
    พวกเขาขอให้ชายหนุ่มคนนี้หาคําอธิบายไม่ใช่เหรอ ? ไหงถึงได้มาผัดข้าวผัดไข่ต่อล่ะ ?
    “ อ้อ ! พวกคุณไม่ต้องโวยวายกันแล้วนะ ผมเข้าใจละ รอแป๊บหนึ่งละกัน ! ” ยูหมิงยิ้มจางๆแล้วผัดข้าวผัดไข่ต่อ
    พวกคุณนี่อยากได้อีกจานก็ไม่บอก มาแกล้งทําเป็นโกรธตั้งนาน ที่แท้ก็หาเรื่องอ้างเพื่อที่จะได้กินอีกจานนี่เอง
    เขาก็รู้อยู่หรอกนะว่าข้าวผัดไข่ของเขามันสุดยอดแค่ไหน แต่แค่อยากกินอีกจานไม่เห็นต้องมาแกล้งทําเป็นโกรธเลยนี่ ?
    ขอมาดีๆเขาก็ให้แล้ว ดันมาทําให้เขานึกซะตั้งนานแหนะ เฮ้อ…แย่จริงๆ