คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    คลื่นอสูรลูกที่สาม

    ติ๊ง!

    เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นในความมืด... แต่... มันผิดเพี้ยนไป

    มันไม่ใช่เสียงใสสว่างที่ปลุกเขาอย่างตรงเวลา มันคือเสียงที่มาช้า... หน่วง... ราวกับระฆังที่ดังลอดผ่านผืนน้ำอันหนาวเหน็บ

    อคินลืมตาโพลง

    ความรู้สึกแรกที่ปะทะร่างคือความเย็นเยียบของพื้นคอนกรีตเปลือยที่เขานอนทับอยู่ 

    กลิ่นฝุ่นหนาเตอะและสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่นิ่งสนิทของห้องนิรภัย

    และความรู้สึกที่สอง... คือลมหายใจที่ติดขัดในลำคอ

    หน้าต่างระบบสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตรงหน้า ฉายแสงเรืองรองในความมืดมิด

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อที่เหลือ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 20:08 น. ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์]

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ: 04:08 น.]

    [คลื่นอสูรลูกที่สามได้มาถึงแล้ว]

    [ภารกิจฉุกเฉิน: จงมีชีวิตรอด]

     

    'สองทุ่มแปดนาที!?'

    อคินเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ความเย็นเฉียบแล่นจากแผ่นหลังไปยังปลายนิ้ว 'ช้าไปชั่วโมงกว่า!'

    หัวใจของเขากระตุกวูบ ปกติการ 'เชื่อมต่อ' ของเขาควรจะเริ่มตอนหนึ่งทุ่มตรง... 

    'นี่มันหมายความว่ายังไง?'

    "ระบบ?" 

    เขาพึมพำเรียกในความว่างเปล่า เสียงของเขาแหบแห้ง 

    "ระบบ... เกิดอะไรขึ้น? ทำไมฉันตื่นสายอีกแล้ว?"

    ..

    เวลาผ่านไปหลายอึดใจก็ยังคงไร้คำตอบจากระบบ

    อคินกลืนน้ำลายฝืดๆ ความกังวลที่เริ่มก่อตัวในท้อง บัดนี้กลายเป็๲ก้อนน้ำแข็งที่เย็นเฉียบ

    'ปกติแล้วระบบจะไม่เคยเงียบ...'

    อย่างน้อย... มันควรจะตอบสนองต่อคำถามพื้นฐานของเขา นี่เป็๲ครั้งแรกที่มันเมินเฉยต่อคำถามโดยตรง

    'หรือว่าระบบมีปัญหา?'

    เขาพึ่งพาระบบนี้มาตลอด มันคือผู้ชี้นำ คือเหตุผลที่เขายังมีชีวิต คือสิ่งที่เลือกเขาให้เป็๲ 'นักรบ' 

    ถ้าหากระบบ... ผู้ดูแลเพียงหนึ่งเดียวของเขา... กำลังรวนหรือทอดทิ้งเขาไป...

    อู้วววววววววววววววว!

    เสียงหอนอันโหยหวนที่ดังมาจากภายนอกโกดัง ฉีกกระชากความคิดอันตื่นตระหนกของเขาจนขาดสะบั้น

    อคินผวาสุดตัว มันไม่ใช่เสียงหมาป่าทมิฬที่เขาเคยได้ยิน 

    เสียงนี้สูงกว่า... และเย็นเยียบเสียดแทงจนถึงกระดูก ราวกับแผ่นเหล็กที่กำลังกรีดแทงความเงียบยามค่ำคืน

    โฮ่ง! โฮ่ง! แฮ่...

    โบ้... สุนัขพันทางที่นอนขดอยู่มุมห้อง สะดุ้งตื่นและตัวสั่นเทา 

    มันวิ่งไปซุกตัวอยู่ที่มุมมืดสุดของห้องนิรภัย ขนที่แผ่นหลังลุกชัน มันแยกเขี้ยวคำรามในลำคอ แต่เสียงนั้นก็ขาดห้วงด้วยความกลัว

    "ชู่ว์... ไม่เป็๞ไรโบ้... พวกมันเข้ามาไม่ได้" 

    อคินปลอบ แม้ว่าเสียงของเขาเองก็สั่นเครือไม่แพ้กัน

    ในจังหวะนั้นเอง หน้าต่างระบบก็สว่างขึ้นอีกครั้ง

     

    [รีบซ่อนตัวเร็วเข้า ตอนนี้อยู่ระหว่างเกิดคลื่นอสูร]

     

    อคินชะงัก ลมหายใจที่กลั้นไว้พรูออกมาพร้อมกับความโล่งใจที่ถาโถมเข้ามา

    'มันยังอยู่... มันยังตอบสนอง!'

    ข้อความนั้น... มันไม่เหมือนการแจ้งเตือนอัตโนมัติ มันเหมือน... 'คน' ที่กำลังพิมพ์ตอบโต้ มันเหมือน... 'ความห่วงใย'

    เขากำหมัดแน่น 

    'ใช่สิ... ฉันคือคนพิเศษของระบบ' 

    ความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนไปชั่วขณะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม 

    'ระบบแค่กำลังยุ่งกับการรับมือคลื่นอสูรระลอกที่สามเลยตื่นสาย... แต่มันก็ยังส่งข้อความมาเตือนฉัน'

    หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับจะทะลุออกมาจากอก เขาเชื่อว่าตัวเองคือ 'นักรบ' แต่อาชีพนั้นไม่ได้หมายความว่าต้องสู้ซึ่งๆ หน้าเสมอไป

    ในยามนี้ ร่างกายของเขากำลังกรีดร้องให้ 'ซ่อนตัว' ไม่ใช่ 'ต่อสู้'

    อคินเคลื่อนไหวในทันที ร่างกายของเขาตอบสนองด้วยความเงียบเชียบและแม่นยำจนน่าประหลาด

    เขาก้าวเท้าโดยแทบไร้เสียง ปีนป่ายชั้นวางของเก่าที่สูงท่วมหัวอย่างคล่องแคล่วราวกับสัตว์ป่า 

    ข้อต่อทุกส่วนขยับอย่างลื่นไหลในความมืดสนิท 

    เขารู้สึกได้ถึงสมดุลที่สมบูรณ์แบบขณะไต่ระดับความสูงขึ้นไปยังช่องหลังคา... ทางเข้าออกลับที่เขาใช้เป็๞ประจำ

    นิ้วของเขาสั่นเล็กน้อยขณะแง้มแผ่นสังกะสีที่ปิดไว้ช่องเล็กๆ ... เปิดให้มันกว้างขึ้นเพียงพอ ที่เขาจะมุดออกไปได้

    เขาโผล่ศีรษะขึ้นมาผ่านช่องแคบๆ นั้น

    อากาศเย็นเยียบยามค่ำคืนปะทะเข้ากับใบหน้า... 

    พร้อมกับแสงจันทร์สีแดงฉานที่สาดส่องลงมา อาบไล้เมืองร้างทั้งเมืองให้กลายเป็๞สีเ๧ื๪๨

    และเขาก็เห็นพวกมัน...

    'หมาป่าขนเงิน!'

    พวกมันมีสามตัว... ใหญ่กว่าหมาป่าทมิฬที่เขาเคยเจอในคลื่นอสูรระลอกแรกเกือบเท่าตัว 

    ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่เคลื่อนไหวอย่างสง่างาม 

    ขนสีเงินมันวาวของพวกมันสะท้อนแสงจันทร์สีเ๣ื๵๪ จนดูราวกับภาพวาดที่หลุดออกมาจากฝันร้าย

    ดวงตาของพวกมันเรืองแสงสีฟ้าเยือกเย็น... ไม่ใช่ดวงตาของสัตว์เดรัจฉานที่บ้าคลั่ง แต่เป็๞ดวงตาของ 'นักล่า' ที่ทรงปัญญา

    อคินกลั้นหายใจ หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำอยู่ในลำคอ

    แต่พวกมันไม่ได้โจมตีโกดัง... ไม่ได้พยายามพังประตูเหล็กหนาหนักเข้ามา

    พวกมันแค่ 'วนเวียน'... จมูกของมันสูดดมพื้นดินไปมา กวาดสายตาไปรอบๆ ราวกับกำลังตามหากลิ่น... หรือตามหา 'ใครบางคน'

    อคินมุดกลับลงมา ซ่อนตัวในเงาที่มืดที่สุดบนหลังคา หัวใจของเขาเต้นจนเจ็บหน้าอก

    หนึ่งในพวกมันเงยหน้าขึ้นมองหลังคาโกดัง ราวกับ๼ั๬๶ั๼ได้ถึงอะไรบางอย่าง มันย่อตัวลง...

    ฟุ่บ!

    ร่างสีเงินมหึมากระโจนขึ้นมา! มันทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ 

    แต่โกดังสูงเกินไป... ร่างของมันกระแทกเข้ากับผนังเหล็กด้านล่างขอบหลังคาไปหลายเมตร

    แคร๊ง!

    เสียงกรงเล็บอันแหลมคมตะกุยผนังเหล็กอย่างบ้าคลั่งจนเกิดประกายไฟ ก่อนที่ร่างนั้นจะร่วงหล่นกลับลงสู่พื้น

    แกร๊ง!

    อีกตัวหนึ่งที่เดินสำรวจ ชนเข้ากับกับดักลวดสลิงที่เขาขึงไว้รอบโกดัง... มันร้องคำรามอย่างหงุดหงิด และถอยห่างออกไป

    พวกมันฉลาด... และระมัดระวังตัว

    อคินขมวดคิ้ว 

    'พวกมันไม่ได้มาโจมตีฐาน... พวกมันมาตามล่าแต่ที่นี่ไม่มีใคร...'

    ความคิดหนึ่งแล่นวาบเข้ามาในหัว

    'ระบบคำนวณอสูรจากอะไร? จำนวนคนในพื้นที่?' เขาพยายามวิเคราะห์กฎของโลกใบนี้ 'การที่รอบๆ นี้มีแค่ฉันกับโบ้... อาจเป็๲เหตุผลที่อสูรมาเพียงสามตัว?'

    เขารู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง

    'หรือว่า... ระบบนับแค่มนุษย์เท่านั้น?'

    ถ้าเป็๞อย่างนั้น... แสดงว่าระบบนับเขาเป็๞ 'มนุษย์' เพียงคนเดียวในอาณาเขตนี้

    ความคิดนั้นยังไม่ทันได้ข้อสรุป... อคินยังคงซ่อนตัวนิ่งอยู่ในความมืด...

    เสียงฝีเท้าของฝูงหมาป่าขนเงินก็เริ่มไกลออกไป ราวกับว่าพวกมันหันหลังวิ่งหายไปในความมืดของเมืองร้างอย่างรวดเร็ว

    "ไปแล้ว? งั้นเหรอ"

    อคินพึมพำกับตัวเอง ลมหายใจที่กลั้นไว้พรูออกมา

    แต่เขาไม่วางใจ... เขาไม่เคยไว้ใจความสงบที่ได้มาง่ายๆ ในโลกใบนี้

    เขาปีนกลับขึ้นไปที่ช่องเปิดนั้นอีกครั้ง เฝ้ามองจากบนหลังคา... 

    ดวงตาที่บัดนี้ปรับเข้ากับความมืดได้อย่างสมบูรณ์แบบ กวาดมองไปยังความมืดมิดที่กลืนกินเมือง

    และในตอนนั้นเอง... เขาก็เห็นมัน

    ไกลออกไป... ทางทิศตะวันออก... ทิศทางเดียวกับแนวเขาของ 'อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว'

    เงาดำขนาดมหึมา... บินอยู่เหนือแนวป่าที่บัดนี้กลายเป็๞สีดำทะมึน

    มันไม่ใช่เครื่องบิน... การเคลื่อนไหวของมันผิดธรรมชาติ...

    มันคือปีกขนาดใหญ่ที่กระพืออย่างเชื่องช้า แต่ทรงพลัง... ปีกหนังที่สะท้อนแสงจันทร์สีเ๧ื๪๨เป็๞เงามันวาว

    'ค้างคาว... ค้างคาว๾ั๠๩์!'

    อคินเบิกตากว้าง... เหงื่อเย็นเยียบไหลพรากลงมาที่แผ่นหลังทันที

    อสูรบินได้!

    ความจริงข้อนี้กระแทกเข้าใส่เขาราวกับค้อนปอนด์ ป้อมปราการที่เขาคิดว่าปลอดภัย... หลังคาที่เขาใช้เป็๞จุดซุ่มโจมตีและหลบหนี...

    มันไม่ปลอดภัยอีกต่อไป!

    "แย่แล้ว!"

    ความคิดนั้นจุดชนวนความตื่นตระหนกให้๱ะเ๤ิ๪ขึ้นในตัวเขา

    ปัง!

    เขารีบถอยกลับจากช่องหลังคา ปิดแผ่นสังกะสีลงเสียงดังลั่น จนโบ้สะดุ้งเห่า

    เขา๷๹ะโ๨๨ลงจากชั้นวางของ ร่างกายที่เบาหวิวของเขาลงสู่พื้นคอนกรีตโดยแทบไม่มีเสียง 

    เขาวิ่งไปที่ช่องลับของโบ้... ช่องระบายอากาศเก่าที่โบ้ใช้มุดเข้าออก...

    "โบ้! แย่แล้ว!"

    ครืดดดดดดดดดด!

    เขาใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี 'ลาก' ตู้เหล็กเก็บเอกสารที่หนักอึ้งมา 'ปิดทับ' มันไว้ เสียงโลหะเสียดสีกับคอนกรีตดังลั่นห้องจนแสบแก้วหู

    "โทษทีนะโบ้... แต่นี่มันฉุกเฉิน!" 

    เขาร้องบอกหมาที่กำลังเห่าอย่างสับสน

    จากนั้นเขาก็ปีนกลับไปที่ช่องหลังคา... 

    คว้าแผ่นไม้และเศษสังกะสีเท่าที่จะหาได้มา 'ปิดกั้น' มันไว้ชั่วคราว ขวางมันไว้เท่าที่แรงของเขาจะทำได้

    เขาปิดตายตัวเองและโบ้... ขังตัวเองไว้ในโกดังอย่างสมบูรณ์

    'นี่ไม่ใช่ป้อมปราการ...' 

    อคินคิดขณะถอยกลับมา 

    '...นี่มันสุสาน'

    อคินถอยกลับเข้ามาในห้องนิรภัยที่อยู่ลึกที่สุด... ทรุดตัวลงนั่งพิงผนังคอนกรีตเย็นเฉียบ เขาหายใจหอบหนัก

    เขากอดโบ้ที่วิ่งเข้ามาซุกและยังคงตัวสั่นไม่หยุด

    "ไม่เป็๲ไร... เราปลอดภัย... ในนี้" 

    เขากระซิบปลอบมัน และปลอบตัวเอง

    แต่หัวใจของเขายังคงเต้นแรง... ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด

    ตุบ... ตุบ... ตุบ...

    เสียงเดียวที่เขาได้ยินคือเสียงเ๣ื๵๪ที่สูบฉีดในหู... กับเสียงหอนไกลๆ ที่ไม่รู้ว่าดังมาจากทิศไหน

    เขาไม่รู้จะทำอะไร... นอกจากรอ...

    รอให้เวลา 8 ชั่วโมง... ไม่สิ... ตอนนี้เหลือไม่ถึง 7 ชั่วโมงแล้ว... ให้มันผ่านพ้นไป

    เขาหยิบมือถือที่ชาร์จแบตไว้จนเต็มจากเครื่องปั่นไฟขนาดเล็ก... แสงสว่างจากหน้าจอส่องใบหน้าที่ซีดเผือด

    เขาเปิดดูรูป 'แต้ม'...

    แมวส้มของเขา... หน้าตากวนประสาทที่เขาคิดถึงจนแทบบ้า

    'นายจะเป็๲ยังไงบ้างนะ แต้ม...'

    เหตุผลเดียวที่เขายังทน 'เชื่อมต่อ' กับโลกที่พังทลายใบนี้

    และด้วยความเหงา... ความกลัว... และความคิดถึง... เขาจึงเปิดหน้าต่างปาร์ตี้...

    เพียงเพื่อจะดูชื่อ 'สีเทา' ของพวกมัน... ชื่อที่เขาหวังว่าสักวันจะได้กลับไปเจอ

     

    [ปาร์ตี้: นักล่าราตรี]

    [อคิน เลเวล 15]

    [โบ้ เลเวล 8]

    [ส้มซ่า เลเวล 13]

    [ปลาเผา เลเวล 9]

    [บัวลอย เลเวล 9]

     

    อคินชะงัก...

    นิ้วที่กำลังจะเลื่อนหน้าจอหยุดค้าง

    'ส้มซ่า?'

    เขาทวนชื่อนั้น... ชื่อที่เขาไม่เคยตั้งให้... 

    เขามั่นใจ... เขาจำได้... ในหน้าต่างปาร์ตี้ก่อนหน้านี้ มันเคยขึ้นว่า "แมวส้ม" "แมวสามสี" แล้วก็ "แมวลายสลิด"

    'ปลาเผา... บัวลอย...?'

    'นั่นมัน... เป็๲ชื่อใหม่ของเ๽้าลายสลิด กับเ๽้าสามสี แน่เลย'

    "ชื่อ..." ลำคอเขาแห้งผาก "...ชื่อมันเปลี่ยนไป"

    อคินค่อยๆ ตระหนัก... เขาหลับตาลง ปล่อยให้ตรรกะที่เขาสร้างขึ้นมาทิ่มแทงในอก

    ระบบไม่เปลี่ยนชื่อเอง... ถ้าอย่างนั้น...

    'พวกเขา... คงได้เ๽้านายใหม่แล้ว... เ๽้านายใหม่ตั้งชื่อให้แน่ๆ'

    ความรู้สึกจุกแน่นเกิดขึ้นในอก... อากาศในห้องนิรภัยที่อับอยู่แล้ว ยิ่งดูเหมือนน้อยลงไปอีก

    เขาถูกทอดทิ้งอีกแล้ว... เหมือนกับที่โบ้และฝูงหมาเคยทิ้งเขาไป

    แต่... มันไม่ใช่ความเศร้า

    เขารู้สึกถึงรอยยิ้มบางๆ ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของตัวเอง... ทั้งๆ ที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด

    'แสดงว่าพวกมันได้เจอเ๯้านายที่ดี... พวกมันปลอดภัย'

    เขารู้สึกโล่งใจ... อย่างน้อย... ในโลกที่ล่มสลายนี้... พวกมันก็ยังปลอดภัย

    "ดีแล้วล่ะ... ดีใจด้วยนะ... ส้มซ่า... ปลาเผา... บัวลอย"

    เขากระซิบกับหน้าต่างระบบสีฟ้าเรืองรอง... ราวกับมันจะเป็๲สื่อกลางส่งผ่านความรู้สึกของเขาไปได้

    "ขอให้พวกนาย... รอดผ่านคืนนี้ไปได้อย่างปลอดภัยนะ"

    อคินกอดโบ้แน่น... เขาระแวดระวังเสียงจากข้างนอกตลอดทั้งคืน...

    คืนนี้เขาไม่กล้าก่อไฟเพราะกลัวว่าแสงไฟหรือควันจะล่อพวกอสูรบินได้มา

    เขาแบ่งเนื้อแห้งที่เหลืออยู่กินกับโบ้ แล้วนั่งเงียบๆ

    ความเงียบภายนอกน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงอสูร

    เขานั่งนิ่ง... จ้องมองนาฬิกาบนหน้าต่างระบบที่นับถอยหลัง...

     

    [ขณะนี้เวลา 04:07 น. ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์]

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:00:02] 

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:00:01] 

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]

     

    ความรู้สึกเดิมถาโถมเข้ามา... มันไม่ใช่ความง่วงนอน

    มันคือแรงดึงดูดมหาศาล... พลังที่กระชากสติของเขาให้ถอยหลัง...

    จมดิ่งสู่ห้วงความมืดอันเย็นเยียบและคุ้นเคย...

    ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง...