เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน สำนักข่าวใหญ่ ๆ ที่สำคัญของโลกต่างรายงานถึงวัตถุประหลาดทรงกลมที่พุ่งตรงเข้าหาโลกอย่างรวดเร็ว ภาพของวัตถุนี้ยังคงแพร่อยู่ในรายการด่วนของโทรทัศน์ทุกช่องในประเทศไทยและในอีกหลาย ๆ ประเทศ เหตุการณ์นี้ ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต่างลงความเห็นว่าถึงคราวเกิดภัยพิบัติของโลกนี้เป็แน่แท้
“ท่านผู้ฟังค่ะ มีอุกาบาตรพุ่งชนโลกแถวเขตแดนประเทศไทยคะ” ผู้สื่อข่าวรายงาน CNN รายงานทันทีที่มาถึง
“แต่ไม่มีรายงานว่าพบก้อนอุกาบาตที่พุ่งชนค่ะ พบแต่เปลือกไข่ขนาดั์หนึ่งใบและขนาดเล็กหนึ่งใบ" นักข่าวสาวจากจีนกล่าวอย่างตื่นตระหนก
"แต่ที่น่าแปลกคือ..."ผู้สื่อข่าวชายไทยพูดใส่ไมค์อย่างไม่อยากเชื่อสายตา
"ทันทีที่เรามาถึง เราพบแต่เปลือกของสิ่งที่มีลักษณะคล้ายเปลือกไข่ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง" ผู้สื่อข่าวไทยให้ข้อมูลกับผู้รับชมเพิ่มเติม
ทันทีที่มีการรายงานภาพและวีดีโอลงสื่อโทรทัศน์ทุกช่องทาง การสื่อสารที่มีทั้งหมดในโทรศัพท์ต่างแพร่ภาพเื่ราวนี้ออกไปอย่างรวดเร็วและขยายวงกว้างออกไปอย่างมาก
ผู้ชมทั้งชาวไทยและต่างประเทศต่างอ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน เสียงวิพากย์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา
"เป็เื่จริงหรือป่าวเนี๊ยะ?" สาวไทยวัยรุ่นคนหนึ่งพูดลอย ๆขณะที่ยกมือถือขึ้นกดดูข่าวที่กำลังเป็ประเด็นร้อนในขณะนี้ ดูเหมือนเธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเห็น
"ชั้นว่าเป็ข่าวปลอม เดี๋ยวนี้ตัดต่อกันเก่งจะตาย ช่างมันเถอะ อย่าไปสนใจเลย เล่นเกมต่อดีกว่า" เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ไม่สนใจเลย มันน่าจะเป็เฟกนิวส์ชัด ๆ
ในบรรดาคนเฒ่าคนแก่ ต่างพูดกันเป็เสียงเดียว
"เร็ว ๆ ตาแก่ ไปดูขี้ไดโนเสาร์กันเร็ว เกิดมาอายุแปดสิบแล้ว ยังไม่เคยเห็นสักที ขอดูให้เป็บุญตาทีเถอะ" ยายเย้าตาเล่น
"นี่ยาย เราก็เป็ไดโนเสาร์เต่าล้านปีตามแบบที่เด็ก ๆ ชอบเรียกกันอยู่แล้วนี่ จะไปดูทำไม? มา ๆ มานวดขาให้ชั้นดีกว่า ยิ่งเมื่อย ๆ อยู่ เผื่อไดโนเสาร์มา ชั้นจะได้วิ่งทัน ฮ่า ๆ" ตานี่ก็ใช่ย่อย หยอกยายไปเหมือนกัน
แต่ที่ดูซีเรียสจริงจังมาก ๆ คือหน่วยความมั่นคงของชาติและบรรดาผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องของประเทศไทย ต่างพากันกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"นี่ นายทหาร ตรวจสอบสิ ข่าวจริงรึป่าว? รายงานมาด่วน" ผบ.ทบ. สั่งการทันทีที่ได้รับข่าวสารจากทางมือถือ
"ได้ครับท่าน รอสักครู่" นายทหารฝ่ายสื่อสารรับคำและตรวจสอบอย่างเร่นด่วนทันที
มาที่พื้นที่จริง ผู้สื่อข่าวยังไม่หยุดแพร่ภาพสุดมหัศจรรย์นี้
"นอกจากนี้ เรายังพบ....!!!!!" ผู้สื่อข่าวทำหน้าใอย่างมาก สิ่งที่พูดออกมานั้นทุกคนมองเห็นจากภาพที่อยู่ในช่องหน้าจอโทรทัศน์
"รอยเท้าขนาดใหญ่ ใหญ่มาก ๆ" ขณะที่เขารายงานนี้ เขาก็ยังคงใไม่หาย
เมื่อช่างภาพได้แพนกล้องบันทึกวีดีโอส่งมาเป็สัญญาณภาพในโทรทัศน์นั้น มันเป็สิ่งระทึกขวัญมาก ๆ มีร่องลึกลงไปในดินที่มีสภาพที่แข็งพอสมควร
รอยนั้นมันเหมือน...
รอยเท้าไดโนเสาร์ยังไงยังงั้น เป็ไปได้หรือนี่?
ร่องรอยนี้ ยังไม่ได้รับการยืนยันที่แน่ชัดจากผู้เชี่ยวชาญด้านบรรพชีวินวิทยาใด
"ร่องรอยนี้ยาวประมาณเกือบหนึ่งเมตรได้ครับท่านผู้ชม เราคิดว่าต้องเป็รอยเท้าไดโนเสาร์แน่นอน" นักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเพิ่มเติม
"รอยเท้านี้ มีลักษณะคล้าย ๆ เดินออกมาจากเปลือกไข่ที่แตกอยู่ตรงนี้ครับ ร่องรอยยังใหม่ ๆ อยู่เลย ผมรู้สึกเหมือน...." นักข่าวต่างชาติกล่าวต่อพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอ เขาเว้นวรรคไปนิดหนึ่ง
"เหมือนว่าพวกเขา ได้คลอดออกมาจากเปลือกไข่ที่หนาเต๊อะนี่แล้วครับ โฮ้พระเ้า หวังว่ามันคงไม่ใช่จุดเริ่มต้อนของหายนะของโลกนี้หรอกนะครับท่านผู้ชม" นักข่าว CNN แสดงความคิดเห็นอย่างหวาดกลัว
ห่างจากรอยเท้าเล็ก ๆ คู่นั้นมาสักเล็กน้อย ยังพบสิ่งผิดปกติอีก
"มาทางนี้ค่ะท่านผู้ชม" นักข่าวจีน จากสำนักข่าว Xinhuathai รายงานเพิ่มเติมมาบ้าง
เมื่อตากล้องได้บันทึกวีดีโอเพิ่มเติมจากเดิม นั่นเป็สิ่งที่ระทึกกว่าเดิมไปอีกสิบเท่า!!!!!!
มันคืออะไรกัน? พบร่องรอยใหม่ใกล้ ๆ กับจุดที่พบรอยเท้าที่เหมือนของไดโนเสาร์ที่มีขนาดความยาวไม่ถึงเมตร
แต่...รอยใหม่นี้...
ยาวสองเมตรกว่าเห็นจะได้
"ถึงกาลอวสานของโลกใบนี้แล้วค่ะ ทุก ๆ ท่าน" นักข่าวกล่าวอย่างเศร้า ๆ
ลักษณะที่พบใหม่นี้คือ ร่องรอยของเท้าสัตว์ที่เคยอาศัยอยู่บนโลกใบนี้เมื่อหลายสิบล้านปีมาแล้ว ใช่ จริง ๆ ภาพในจอโทรทัศน์มันฟ้อง ทุกคนที่เห็นก็ยอมรับว่าใช่รอยเท้าของพวกมันแน่ ๆ
"พวกเขาสูญพันธุ์ไปหมดแล้วนี่ค่ะท่านผู้ชม นักสัตววิทยา สงสัยพวกคุณต้องลื้อตำรากันใหม่แล้ว" นักข่าวชาวไทยเข้ามารายงานสมทบ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังตื่นเต้นไม่หาย
"รอยนี้...ไม่ต่างอะไรกับทีเร็กซ์เลยนะคะ วัดจากขนาดของรอยเท้าแล้ว น้ำหนักของมันน่าจะมากกว่าห้าตันได้คะ" เธอรายงานแบบตาไม่กระพริบ
แต่นั่น ยังไม่ใช่สิ่งสำคัญ
สิ่งสำคัญคือทั้งสองรอยมุ่งหน้าไปทางทักษิณของประเทศไทย
"สืบจากรอยเท้าเขาแล้ว เหมือนมุ่งตรงไปที่ใดที่หนึ่งโดยเฉพาะ สิ่งสำคัญที่เราต้องรู้ให้ได้ว่า เขาไปที่ไหน? ไปทำไมกันครับ?" นักข่าว CNN ถือไมค์เดินตามรอยเท้าไป
แต่แล้ว... เขาก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง โอ้แม่เ้า มันเป็ไปได้อย่างไร?
รอยเท้าขนาดมหึมาที่ท่านผู้ชมเห็นในจอทีวี มันเล็กลงเรื่อย ๆ จนมีขนาดประมาณ 30 ซม. บ้าไปแล้ว
ความบ้าไม่จบแค่นั้น!!!!
"ท่านผู้ชมครับ ผมเกือบจะบ้าไปแล้ว โอ้ ประเทศไทย นายช่างเจ๋งจริง ๆ มีของแปลก ๆ เก็บไว้ตั้งนานมาก เพิ่งจะนำเสนอในวันนี้เอง" ผู้สื่อข่าวนายต่างชาติคนนั้นพูดเหน็บแหนม
"พวกคุณต้องมาดูตรงนี้ครับ รอยเท้าได้ลดขนาดสั้นลงและเล็กลงจนเหลือเท่าเท่า...." ผู้สื่อข่าวทิ้งท้าย...
"รอยเท้าทนุษย์ จริง ๆ ครับ มันเกิดขึ้นแล้ว อเมซิ่งมากครับ ประเทศไทย นายดังแล้ว" ตากล้องเองได้บันทึกภาพส่งมาั้แ่ต้นจนเห็นว่ารอยเท้าได้ลดทั้งความยาวและขนาดลงอย่างเห็นได้ชัด
ข่าวนี้เป็ช่าวใหญ่ ติดเทรนทวิตเตอร์ทันที ในติ๊กต๊อกเองก็มีกางลงภาพและวีดีโอกันอย่างมากมาย คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ
รอยเท้าของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ...
พวกเขา....
เป็ใครกันแน่?
มาทำไมที่โลกมนุษย์นี่
เมื่อมาแล้ว เขากำลังไปไหนกัน?
ที่สำคัญกว่านั้น พวกเขาไปทำอะไร?