“พวกเ้าทั้งหลายยังไปเกิดไม่ได้หรอก” เสียงใหญ่ทุ้มแทรกเข้ามาในระหว่างที่ชลกำลังพล่ามไม่หยุด ทีปกรและิญญาทุกตนหันไปมองร่างที่ใหญ่กว่ามนุษย์ในชุดคลุมสีดำที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น มองดูก็รู้ทันทีว่าเป็ยมทูต
“แต่กรรมชั่วของเ้าหนักหนายิ่งนัก เ้าจะต้องตกลงสู่เบื้องล่างชั้นที่ลึกที่สุด อีกนานนักกว่าเ้าจะได้กลับขึ้นมาอีกครั้ง จงไปรับกรรมของเ้าเสียเถิด” เมื่อสิ้นเสียงของยมฑูต รอยเส้นสีแดงจากพื้นค่อย ๆ แยกออกมาและขยายใหญ่ขึ้น จนมองเห็นด้านล่างที่เป็เปลวไฟ ซึ่งมีลูกไฟเล็ก ๆ พวยพุ่งขึ้นมา ิญญาที่อยู่บริเวณนั้นะโหนีกันไปคนละทิศคนละทาง แต่รอยเส้นนั้นกลับไล่ตามชลแต่เพียงผู้เดียว หนีเท่าไรก็หนีไม่พ้น ยมฑูตตวัดเชือกโปร่งแสงที่อยู่ในมือ มัดตัวของชลเอาไว้ และกระตุกให้ลงสู่รอยแยกนั้นทันที
“ม่ายยย…” เสียงร้องของชลดังก้องกังวาล เล็ดลอดออกมาจากรอยเส้นสีแดงที่ยังปิดไม่สนิท และเสียงหายไปทันทีเมื่อเส้นนั้นปิดตัวลง เหล่าิญญาตนอื่น ๆ ต่างยืนนิ่งตัวสั่นเทาได้แต่นึกถึงบาปกรรมที่ตนเคยก่อเอาไว้ ยมฑูตตวัดเชือกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มัดแค่ข้อมือของิญญาทั้งสี่ ซึ่งทั้งหมดยืนก้มหน้าเรียงกันเป็แถวแต่โดยดี ไม่ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ
“ส่วนท่านก็รอที่นี่อีกสักครู่เถิด ท่านเขมทัตกำลังมารับตัวท่าน” เมื่อยมทูตพูดจบก็โค้งให้กับทีปกรหนึ่งครั้ง เหล่าิญญาทั้งสี่เดินตามยมทูตที่นำอยู่ด้านหน้า และหยุดชะงักลงเมื่อแสงสีแดงเป็วงกลมที่อยู่ด้านหน้าค่อย ๆ เปิดขยายขึ้นเป็วงกว้าง หลังจากที่ไม่ได้เห็นประตูนี้มานานนับสิบปีก็ได้กลับมาเห็นอีกครั้ง นั่นก็คือประตูข้ามภพมีไว้เพื่อต้อนรับดวงิญญา ทีปกรได้แต่ยืนมองดวงิญญาข้ามเข้าไปในนั้นที่ละตน ๆ จนครบ และแล้ววงแสงสีแดงนั้นก็ปิดตัวลงดังเดิม
“ให้รอเขมทัต หรือว่า…” ทีปกรบ่นพึมพำกับตัวเอง ที่รู้สึกสับสนกับคำพูดเมื่อครู่ของยมฑูต
“รอข้านานจนทนไม่ไหวเลยรึ” เสียงของเขมทัตดังขึ้นก่อนที่จะปรากฏตัวออกมา ทีปกรหันซ้ายแลขวามองหาต้นเสียงนั้นทันที
“คุณอยู่ที่ไหน” เมื่อหันมาอีกครั้งแก้มของทีปกรก็กระทบกับริมฝีปากที่อ่อนนุ่มของเขมทัตทันที เ้าตัวใจนผละตัวเองออกมา และใช้มือทุบไปที่อกของชายร่างใหญ่
“นี่ผมตายแล้วจริง ๆ ใช่ไหม ไหนคุณบอกว่าถ้าผมมีอันตรายจะเข้ามาช่วยไง” ทีปกรเงยหน้าสบตากับเขมทัต แต่มือก็ยังทุบรัว ๆ ไม่ยั้ง จนเ้าของร่างใหญ่ใช้มือข้างหนึ่งของตนรวบมือของทีปกรเอามาแนบอกตัวเอง
“เ้ายังไม่ตาย แล้วเ้าก็กล้าหาญมากที่เอาตัวเองไปบังะุให้คนอื่น” เขมทัตพูดพลางใช้มืออีกข้างลูบหัวทีปกรด้วยความเอ็นดู
“ก็เพราะคุณนั่นแหละ ทำให้ผมเชื่อว่าคุณจะช่วยผม แต่คุณกลับไม่ออกมา ปล่อยให้ผมเผชิญหน้าอยู่คนเดียว” ทีปกรพูดตัดพ้อหน้าเบ้ไปทางอื่น
“ใครว่าเ้าอยู่คนเดียว เ้ายังมีสหายอยู่ข้างกาย” เขมทัตเชยคางทีปกรให้หันกลับมามองหน้าตนอีกครั้ง
“ไอกายคงช่วยได้มากเลยมั้ง ยืนตัวหดยิ่งกว่าผมซะอีก” คราวนี้ชายหนุ่มร่างบางสะบัดมือของตนออกมาจากเขมทัต
“ครั้งนี้ข้าจะให้รางวัลเ้ายังไงดี ไหนว่ามาสิเด็กน้อยของข้า” เขมทัตกระซิบเบา ๆ ข้างหูของทีปกร ทำเอาเ้าตัวเก็บอาการไว้ไม่อยู่ จนหน้าแดงเป็ลูกตำลึงสุก
“เื่รางวัลเอาไว้ก่อนเถอะ ผมอยากรู้ว่าทำไมพวกเขาถึงไม่รู้ว่าใครเป็คนฆ่า”
“เพราะพวกเขาตายก่อนที่จะเห็นว่าใครเป็คนยิงน่ะสิ เ้าไม่ได้ช่วยิญญาแค่สามตนเท่านั้นนะ แต่เ้าช่วยได้ถึงสี่ ส่วนอีกหนึ่งตนเ้าสามารถส่งไปสู่นรกชั้นที่ลึกที่สุดได้”
“ผมไม่ได้พาลงไปซะหน่อย ยมทูตต่างหากที่เป็คนทำ”
“ถ้าเ้าไม่พามา พวกนั้นก็พาลงไปไม่ได้หรอก เ้าเก่งมากเด็กน้อยของข้า เื่รางวัลล่ะเ้าอยากได้อะไรตอบแทน” เขมทัตพูดพลางเดินไปข้างหน้าเพื่อให้แนบชิดกับทีปกร
“เอ่อ…” ทีปกรได้แต่อ้ำอึ้งคิดว่าตน้าสิ่งใด ส่วนเท้านั้นก็เดินถอยหลังเรื่อย ๆ เช่นกัน เมื่อจังหวะในการเดินเร็วขึ้นจึงทำให้ทีปกรสะดุดเท้าตัวเอง แต่มือของชายร่างใหญ่คว้าตัวได้ทัน
หมอกสีแดงจาง ๆ ที่อยู่รอบบริเวณ เคลื่อนตัวจับกลุ่มกันเป็ก้อนจนมีรูปทรงคล้ายเตียงที่หนานุ่ม เขมทัตปล่อยตัวทีปกรให้ล้มลงบนกลุ่มหมอกนั้น และค่อย ๆ เคลื่อนตัวทับบนร่างของทีปกร
“ข้าอยากให้รางวัลเ้าเหลือเกิน เด็กน้อยของข้า…”