“แม่คะ แม่ว่าพี่ต้นจะเซอร์ไพรส์รึเปล่าที่ได้เจอหนูเร็วขึ้นกว่าเดิมตั้งเดือนนึง” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งพูดกับแม่ของเธอ
“นี่น้ำหวาน! ลูกคนนี้ล่ะก็ อย่าไปกวนพี่เค้านักเลยลูก” แม่ตอบเพื่อห้ามปรามความแก่นของลูกเธอ ขณะเดินเลี้ยวเพื่อจะลงบันไดเลื่อนไปยังชั้นใต้ดินที่จอดรถ
หญิงสาวหัวเราะคิกคักกับแม่ของเธอก่อนจะเดินลงบันไดเลื่อนไป แต่ขณะที่กำลังเลื่อนลงอยู่นั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งที่ยืนถือไอศครีมอยู่ไม่ไกล เธอจำได้ทันทีแม้จะเห็นเพียงด้านข้าง
“นั่น.. พี่ต้นนี่” เธอพูดออกมา แม่ของเธอได้ยินก็เงยหน้ามองตาม แต่ก่อนที่ผู้เป็ลูกสาวจะรีบลงบันไดแล้วกลับขึ้นมาอีกรอบเพื่อไปหาชายหนุ่มตามที่เธอคิด สองแม่ลูกก็ได้เป็พยานของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภาพของหญิงสาวผิวขาวอมชมพูคนหนึ่งกำลังลากแขนชายคนที่เธออยากพบเจอมากที่สุดหายไปต่อหน้าต่อตา สุดท้ายผู้เป็แม่ก็ได้แต่ถอนหายใจหลังจากเห็นลูกสาวงอนซะหน้าหงิกหน้างอ
…………………………
“เดี๋ยว ๆๆๆ คุณหลิน เกิดอะไรขึ้น” ผมรีบถามหลังจากเธอลากแขนผมมาซะไกล
“ไม่มีอะไรหรอก ไอขออันนี้นะ” เธอตอบพร้อมกับยิ้มแล้วก็หยิบไอศครีมอันหนึ่งไปจากมือของผม
เราสองคนเดินไปหาที่นั่งพักสำหรับทานไอศครีมกัน ในระหว่างนั้นผมก็นึกถึงเหตุการณ์ที่ได้เจอกับน้องน้ำหวานเมื่อครู่ น้องน้ำหวานเธอเป็ลูกสาวของเ้าของโรงแรมใหญ่ที่มีที่ดินติดกันกับรีสอร์ทซึ่งผมดูแล ผมกับน้องได้เจอกันมาั้แ่สมัยเด็กเมื่อตอนเราต่างไปวิ่งเล่นแถวชายหาด นั่นเป็จุดเริ่มต้นที่เราได้พบกัน จนเมื่อโตเป็วัยรุ่นก็ยังได้เจอกันอยู่บ้างใน่ปิดเทอมเวลาพ่อกับแม่พาผมมาเยี่ยมป้ามลที่รีสอร์ท แต่หลังจากผมไปเรียนต่างประเทศเราก็แทบไม่ได้เจอกันอีกเลย และเมื่อหนึ่งปีก่อนตอนที่ผมตัดสินใจมาอยู่ดูแลรีสอร์ทกับป้ามลก็ได้ยินมาว่าน้องน้ำหวานเธอไปเรียนที่ต่างประเทศแล้วเหมือนกัน หลังจากนั้นเราก็ได้เจอกันแค่เฉพาะตอนปิดเทอมของเธอเท่านั้น ความจริงแล้วนี่น่าจะยังไม่ถึง่ที่เธอกำลังจะปิดเทอม แต่คาดว่าเธอคงจะกลับมาก่อนเวลา ส่วนตัวแล้วผมรู้ตัวดีว่าน้องเค้ารู้สึกกับผมอย่างไร ดูเหมือนว่าพ่อกับแม่ของเธอก็ไม่ได้คัดค้านหรือห้ามปราม ยังคงปล่อยให้เราได้พบเจอกัน แต่ในใจของผมก็คิดกับเธอเพียงแค่น้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น...
“อร่อยจังเลย” หลินทานไอศครีมเสร็จเเล้วและกำลังใช้ทิชชู่เช็ดปากของเธอ
“ครั้งหน้ายูต้องพาไอมากินอีกนะ” หลินยิ้มแล้วบอกกับผม ผมยิ้มแล้วพยักหน้าตอบเธอ
ผมเงยหน้าขึ้นพยายามมองป้ายของร้านค้าต่าง ๆ ดูว่าร้านไหนที่ผมควรจะพาหลินไปเลือกช้อปปิ้งก่อนดี แต่ก็เหลือบไปเห็นป้ายของธนาคารอยู่ไม่ไกล ในใจก็เลยคิดว่าน่าจะพาเธอไปจัดการเปิดบัญชีธนาคารให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะการเดินถือเงินมากมายไปมาแบบนี้มันก็ไม่ค่อยดี จึงพูดชวนเธอให้ไปที่ธนาคารด้วยกัน หลินเข้าใจเหตุผลว่าผม้าทำอะไร เราจึงลุกขึ้นแล้วเดินไปธนาคารพร้อมกัน
หลังจากได้ฟังพนักงานธนาคารอธิบายเกี่ยวกับเงื่อนไขในการเปิดบัญชีธนาคารสำหรับคนต่างชาติ หลินก็ทำท่าคิ้วขมวดนิดหน่อยแล้วลากผมออกมาคุยส่วนตัว หลังจากได้ฟังสิ่งที่เธอกระซิบกับผม ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“หาาาาาาา!! แบบนั้นไม่ได้หรอกครับ คุณหลินนน” ผมรีบค้านเสียงดัง จนลูกค้าบางคนถึงกับหันมามอง
“เถอะน่า ไอไม่ค่อยอยากยุ่งยากน่ะ ยูช่วยหน่อยนะ น๊า~ นะ ๆๆ” หลินพูดแกมขอร้อง ฟังดูคล้ายเธออ้อนนิดหน่อย
สิ่งที่เธอ้าให้ผมทำก็คือ การนำเงินทั้งหมดในกระเป๋าของเธอฝากเข้าไปในบัญชีของผมแทนการเปิดบัญชีใหม่ ฟังดูแล้วมันบ้าบอเอามาก ๆ คือ... แม่คนนี้… ทำไมถึงได้อ่อนต่อโลกขนาดนี้ เธอจะมาทำแบบนี้กับคนอื่นไม่ได้ ไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าถูกโกงขึ้นมาจะทำยังไง
หลังจากทนการรบเร้าไม่ไหวจากดวงตาเป็ประกายที่กำลังมองตรงมา ในที่สุดผมก็ยอมแพ้ เลยตัดสินใจโอนเงินส่วนใหญ่ในบัญชีของธนาคารนี้ไปยังบัญชีธนาคารอื่นของผม เพื่อว่าเงินในบัญชีนี้ทั้งหมดที่ฝากจะได้เป็เงินของเธอแยกชัดเจนไปเลย แน่นอนว่าบัตรเอทีเอ็มของบัญชีนี้ผมก็ต้องมอบให้เธอยืมใช้ชั่วคราว ความจริงแล้วมันก็ไม่ค่อยถูกต้อง แต่คงจะปล่อยให้เธอหอบเงินเยอะ ๆ เทียวไปเทียวมาด้วยไม่ได้ ให้เธอเปิดบัญชีเองเธอก็ไม่ยอม มันเลยเป็เหตุจำเป็ที่ต้องใช้วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน
หลังจากแจ้งให้พนักงานทราบว่าผม้าทำอย่างไร หลินก็เอาเงินในกระเป๋าทั้งหมดออกมามอบให้แก่พนักงานหญิงของธนาคารคนนี้ ทีแรกเธอก็ทำหน้าตะลึงตาโตกับจำนวนปึกเงินบ้างนิดหน่อย แต่ด้วยต้องรักษามาดของพนักงานธนาคารที่ต้องอยู่กับเงินจำนวนมากเป็ประจำอยู่เเล้ว เธอจึงพยายามเก็บอาการอย่างรวดเร็ว แต่พอเธอคำนวณจำนวนเงินดอลล่าห์ฮ่องกงแปลงค่ามาเป็เงินไทยบวกรวมกับจำนวนเงินที่เป็ของไทยอยู่แล้ว ในที่สุดคราวนี้เธอทำตาโตใส่หน้าจอคอมพิวเตอร์ชนิดเก็บอาการกันไม่อยู่เลยทีเดียว
“คุณลูกค้า รอสักครู่นะคะ” พนักงานสาวยิ้มให้กับเราสองคน แล้วรีบเดินอย่างรวดเร็วไปยังห้องของผู้จัดการ ไม่นานผู้จัดการสาขาธนาคารก็เดินหน้าตื่นออกมาพร้อมกับพนักงานคนเดิมตรงมายังโต๊ะที่ผมกับหลินนั่งรออยู่
“สวัสดีคร้าบบบ คุณลูกค้า้าฝากเงินเข้าบัญชีใช่มั้ยครับ” ผู้จัดการถาม พร้อมกับเปลี่ยนสีหน้ายิ้มแย้มอย่างไว ผมนี่ทึ่งกับความสามารถนี้ของพี่แกจริง ๆ ตะกี้ยังหน้าตาตื่นอยู่เลย
“ใช่ครับ ทั้งหมดนี้เลยครับ แต่ว่ารบกวนช่วยโอนเงินในบัญชีไปที่อีกบัญชีก่อนนะครับ” ผมตอบพร้อมแจ้งความประสงค์
ผู้จัดการธนาคารพยักหน้าตอบรับ พร้อมบอกให้พนักงานหญิงอีกคนไปยกกาแฟมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะผม ดูเหมือนการบริการจะพลิกจากหน้ามือเป็หลังมือ จากปกติธรรมดากลายเป็พิเศษซะงั้น
“เอ่อ.. ธนบัตรดอลล่าห์ฮ่องกง 13 ปึก ธนบัตรแบงค์ไทยอีก 9 ปึก รวมทั้งเงินจากเช็คสั่งจ่ายด้วยเงินตราต่างประเทศฮ่องกงอีก 3 ใบ แปลงเป็ค่าเงินไทยและหักค่าธรรมเนียมทุกอย่างแล้ว จะมีเงินโอนเข้าบัญชีคุณลูกค้า 297 ล้าน 1 แสน 2 หมื่น 9 พัน 5 ร้อย 79 บาท 23 สตางค์นะคะ” พนักงานธนาคารสาวพูดขึ้นหลังจากง่วนอยู่หน้าจอได้ครู่หนึ่ง ตอนนี้ถึงคราวผมที่ต้องหน้าตาตื่นบ้างแล้ว ผมรีบหันมองไปทางหลิน แต่เธอยังคงใช้สูตรเดิม คือไม่ตอบอะไรเลยแค่ยิ้มสวย ๆ สวนมาอย่างเดียว ให้ตายสิ ผมอยากจะเป็ลม นี่มันเริ่มเกินกว่าที่ผมคาดคิดไปแล้ว
หลังจากจัดการธุระในธนาคารจนเสร็จ ผมพาหลินเดินมาที่ตู้กดเงินด้านหน้าธนาคารเพื่อสอนวิธีใช้บัตรเอทีเอ็มให้กับเธอด้วยการให้ทดลองกดเงินออกมาจำนวนหนึ่ง จากนั้นก็พากันเดินออกไปจากธนาคารโดยที่ยังมีผู้จัดการธนาคารกับพนักงานอีกสองคนที่กำลังโบกมือให้กับเราทั้งสองคน แหม~ สีหน้านี่ระรื่นเชียวนะหมอนี่ น่าหมั่นไส้ชะมัด ก็เล่นทำยอดเงินฝากเข้าสาขาได้ขนาดนั้นนี่ แต่ก็เอาเถอะ เสร็จธุระสำคัญ ๆ ไปอีกเื่หนึ่ง
หลินเดินอยู่ข้างหน้าผมอย่างอารมณ์ดีที่กระเป๋าเป้ของเธอเบาลงมากจากการไม่ต้องแบกน้ำหนักเพราะเงินเป็ปึก ๆ อีกต่อไป ผมจ้องมองเธอซึ่งเดินอยู่ด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก หลิน… เธอเป็ใครกันแน่ เธอมาที่นี่ทำไม อะไรคือเป้าหมายของเธอ ผู้หญิงธรรมดา ๆ คงไม่สามารถมีเงินมากมายขนาดนี้แน่ ผมเผลอคิดไปในทางที่ว่าเงินของเธอซึ่งได้รับมาคือเงินที่ไม่สุจริต แต่สุดท้ายก็ต้องดึงสติกลับมา เพราะว่าคิดแบบนั้นมันก็คงเป็การเสียมารยาทเกินไป จะว่าไปมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผมเลย ไม่ว่าเธอจะเป็ใคร มาจากไหน เธอเป็เพียงแค่แขกที่มาพักกับรีสอร์ทของผมเท่านั้น ก่อนที่ผมกำลังจะคิดเพ้อเจ้อไปไกล เสียงหลินก็เรียกสติผมให้กลับมา เธอบอกว่าเธอเจอร้านเสื้อผ้าที่เธอสนใจแล้ว
นั่นสินะ.. จะไปคิดอะไรให้เยอะแยะ หน้าที่ของผมตอนนี้คืออำนวยความสะดวกให้เธอที่เป็ลูกค้าได้ซื้อเสื้อผ้าจนเสร็จเท่านั้นเอง เอาล่ะ คิดได้แบบนั้นผมก็ยิ้มให้แล้วรีบเดินตามเธอไป