บันไดทอดยาวลงไปเรื่อย ๆ บรรยากาศรอบตัวพวกเราค่อนข้างมืด แถมดูน่าอึดอัดเป็นพิเศษ จะไม่ให้เป็นแบบนั้นได้ไงในเมื่อผู้เล่นเกมกลุ่มสุดท้ายดันเป็น เป็นครอบครัวของผม อย่างที่รู้พ่อกับแม่ของผมมีปัญหากันมาก่อนหน้านี่ ผมก็ไม่คิดว่าจะได้เขาเร็วขนาดนี้ คิดว่าเราจะออกไปพบกันอีกครั้งหลังจากจบเกม แต่กลายเป็นว่า ทุกคนกลับต้องมาทำภารกิจสุดท้ายร่วมกัน บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่ไอ้พวกวิปริตนี่จงใจเห็น ๆ แต่ที่น่าประหลาดยิ่งกว่าก็คือการที่ผมได้พบกับครอบครัวของเจ้าเอกด้วยนี่สิ มันรอดตายมาได้ก็ดีอยู่หรอกแต่... ผมสังหรณ์ใจไม่ดี กลัวว่าภารกิจในรอบสุดท้ายจะเป็นการที่ผมต้องทำอะไรกับน้าดาว แม่ของมัน ถ้าเป็นแบบนั้นเราคงมองหน้ากันไม่ติดแน่ ๆ
ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ และภาวนาอย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย
จากนั้นผมก็สลัดความคิดน่ากลัวเหล่านั้นทิ้งก่อนจะก้าวเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดบันไดก็พาพวกเราทุกคนมาถึงห้องโถงกว้าง ๆ ที่มีเวทีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ มันดูคล้ายเวทีคอนเสิร์ต หรือเวทีการแสดงอะไรสักอย่าง รอบกายที่ผมกวาดตามอง ไม่เห็นผู้คนหรือที่นั่งสำหรับดู มีเพียงแต่ความมืดอันไม่น่าไว้วางใจเท่านั้น
นี่พวกมันจะให้ทำอะไรกันแน่นะ...
ผมเริ่มคิดในใจด้วยความตื่นกลัว และในเวลานั้นเอง แสงหนึ่งในเงามืดก็พลันสว่างขึ้น ทุกคนต่างตกใจก่อนจะหันไปมอง และได้พบกับ หน้าจอมอนิเตอร์จอหนึ่ง ซึ่งมีผู้ชายอายุประมาณสามสิบกว่า สวมชุดสูทสีดำสุดหรูกำลังจ้องมองมาอยู่
“ยินดีต้อนรับผู้เล่นทั้งสามกลุ่ม ที่ฟันฝ่าภารกิจสุดเสียวของเราจนมาถึงจุดนี้ได้ พวกคุณเก่งมาก และนี่คือภารกิจสุดท้ายแล้ว ตั้งใจทำให้เต็มที่นะครับ จะได้กลับบ้านไปใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุขสักที”
คำพูด รอยยิ้มแววตาของผู้ชายคนนี้ ผมบอกได้เลยว่า มันดูเจ้าเล่ห์ชั่วร้ายสุด ๆ ความสุขที่มันหมายถึง คงจะหมายความว่าให้ผมกับแม่นุชกลับไปทำเรื่องพรรค์นั้นกันต่อสินะ อัปรีย์จัญไรจริง ๆ
“โอ้ ทำไมมองผมด้วยสายตาแบบนั้นล่ะครับผู้เล่นธีร์ ผมรู้นะว่าคุณคิดอะไรอยู่ เรื่องหลังจากนี้คุณจะทำอะไรกันต่อ ผมคงไม่อาจคาดเดาได้ เพราะมันไม่เกี่ยวกับเราอีกแล้ว แต่ตอนนี้คุณกับคนอื่นยังเป็นเป็นหนี้พวกเราอยู่เพราะงั้น ตั้งใจทำภารกิจสุดท้ายให้จบจะดีกว่า..”
เสียงของไอ้ผู้ชายในจอเอ่ยขึ้นอีกครั้ง และเหมือนมันมองเข้ามาในหัวจนทะลุปรุโปร่ง จนอ่านความคิดของผมได้ทุกอย่างเลยทีเดียว
“เอ่อ ๆ ทำก็ทำ ว่ามาจะให้พวกเราทำอะไร”
ผมเอ่ยเสียงดังขึ้นใส่หน้ามัน
“จุ๊ ๆ ไม่ต้องรีบร้อนครับผู้เล่นธีร์ก่อนจะทำภารกิจ ผมมีบางอย่างต้องทำก่อน”
“อะไรของแกอีกวะ เรื่องมากจริง ๆ” ผมบ่นพึมพำอย่างหัวเสีย จากนั้นเจ้าชายลึกลับในชุดดำก็เริ่มพูดต่อ
“อันดับแรกผมคงต้องขอให้พนักงานของเราซึ่งปะปนกับพวกคุณแยกตัวออกมาก่อน เพราะพวกเขาไม่จำเป็นในภารกิจนี้อีกต่อไปแล้ว เอาล่ะก้าวออกมาได้”
“พนักงานของพวกมันงั้นเหรอ...! อย่าบอกนะว่า...” ตอนนั้นสองตาของผมเบิกกว้างด้วยตื่นตะลึง ก่อนที่หูจะได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาจากทางด้านหลังอย่างช้า ๆ หญิงสาวสามคนในชุดนักเรียน เดินผ่านผมไปด้านหน้าประมาณสี่ห้าก้าว ก่อนหันกลับมามองหน้าผมด้วยแววตาเย็นชา และมีหนึ่งในนั้นจะพูดกับผม
“นี่เธอ...”
“ขอโทษด้วย สำหรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นนะธีร์ ใช่แล้วฉันคือคนของทางบริษัทที่ถูกส่งลงไปปะปนกับผู้เล่นเกม”
มีนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นหุ่นยนต์ ผมในตอนนั้นก็แทบไม่อยากจะชื่อว่าตนเองจะถูกหลอกมาตั้งแต่แรก แถมยังแอบหวังว่า หากออกไปจากเกาะได้ก็จะสานสัมพันธ์กับเธอต่อ แต่ทุกอย่างมันจบแล้วสินะ
“พวกเธอทั้งสามคนทำหน้าที่ได้ดีมาก เอาล่ะตอนนี้ทุกคนถือว่าหมดหนี้สินกับทางบริษัท และสิ้นสุดการเป็นพนักงานแล้ว เชิญออกไปทางประตูด้านนั้นเพื่อขึ้นเครื่องบินเตรียมออกจากเกาะได้”
เจ้าชายลึกลับในสูทดำเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเด็กสาวสองในสามคนพยักหน้ารับก่อนจะหมุนกายเดินจากไป เห็นจะมีก็แต่ เด็กสาวที่ชื่อนาเดียซึ่งมองมาที่เจ้าเอก คล้ายกับอยากจะพูดอะไรต่อ แต่ก็ถูกมีนาร้องเรียกซะก่อน
“นาเดีย ไปกันเถอะอย่าไปสนใจคนพวกนั้นเลย อย่าลืมนะว่าเธอยังมีแม่กับน้องที่รออยู่ หนี้สินเธอหมดแล้วกลับไปหาพวกเขาเถอะ”
เมื่อนั้น นาเดียจึงหันไปหาเด็กสาวคนนั้นก่อนจะก้มหน้ากำหมัด และตัดสินใจเดินตามไปติด ๆ
“ดะ เดี๋ยวก่อน นะ นาเดีย อย่าพึ่งไปฉันยัง....”
เจ้าเอกยกมือพยายามร้องเรียกเธอ แต่มันก็สายไปแล้ว และในตอนนั้นเองที่ผมยื่นมือมาจับไหล่มันแล้วพูดว่า
“ปล่อยเธอไปเถอะเพื่อน ดูเหมือนเธอจะมีอิสระ และปลอดภัยแล้วไม่ใช่เหรอ บางทีนายอาจจะได้เจอเธออีกครั้งตอนกลับยังโลกภายนอกก็ได้”
“มันก็จริงของมึง แต่กูไม่ได้อยากเจอเธอหรอกนะ ก็แค่มีบางอย่างที่จะพูดด้วยเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น”
“เอาน่ากูเข้าใจ แต่มึงอย่าพึ่งคิดถึงเรื่องนั้นดีกว่า ตอนนี้มาคิดถึงเรื่องของไอ้เวรนี้ก่อนดีไหม”
ผมกอดคอปลอบใจเจ้าเอก พร้อมกับชี้นิ้วไปยังชายสวมชุดสูทสีดำในจอมอนิเตอร์ ซึ่งมันก็พูดขึ้นพอดี
“เอาล่ะครับ ที่นี่คนไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจสุดท้ายก็ไปหมดแล้ว คราวนี้เราจะ...”
มันเอ่ยขึ้นก่อนที่มันจะเงียบเสียงไป จนพวกเราเกิดความงุนงงกันถ้วนหน้า
“ครอบครัว ครอบครัว นั้นก็ครอบครัว โอ้ ยกเว้น...คุณสินะ ที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่นนั้นก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไปที่จะอยู่บนเวทีอันทรงเกียรติแห่งนี้ ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับผู้เล่น....แทนไท คุณไม่ได้ไปต่อ”
พอสิ้นสุดคำพูดของมัน ก็พลันเกิดเสียงดังปัง...! พร้อมกับร่างของผู้ชายในชุดนักศึกษาที่ชื่อแทนไทที่ล้มลงเพราะถูกโดรนติดอาวุธตัวหนึ่งยิงใส่ที่กลางหน้าอก นั้นทำให้พวกเราทุกคนตกใจกันสุดขีด ก่อนที่น้าดาวจะกรีดร้องสุดเสียง และวิ่งตรงไปหาเขา เลือดสีแดงไหลออกมาจากบาดแผลอย่างน่ากลัว จากนั้นเขาก็ไม่ขยับอีกเลย น้าดาวร้องไห้โฮพร้อมตะโกนชื่อของเขาเสียงดังจนแทบจะขาดใจ มันช่างเป็นภาพที่น่าหดหู่ยิ่งนัก ก่อนที่แม่นุชจะเดินเข้าไปกอด และปลอบเธอ ส่วนผมก็กำหมัดแน่นด้วยความแค้น เพราะไม่คิดว่ามันจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้
“เอาล่ะครับ ทีนี้ก็หมดตัวเกะกะจริง ๆ แล้วพวกคุณจะได้เริ่มการแสดงสุดเสียวครั้งสุดท้ายให้พวกเราทุกคนได่ดูสักที...”
“ทุกคนงั้นเหรอ? หมายความว่าไง”
ผมขมวดคิ้วด้วยความประหลาดกับพูดของมัน ทว่า...ในเวลานั้นเอง แสงมากมายรอบเวทีก็ค่อย ๆ สว่างขึ้น สว่างขึ้นทีล่ะจอ ซึ่งมันคือแสงจากจอมอนิเตอร์จำนวนมหาศาล ที่ดับสนิทอยู่ในความมืดรอบตัวพวกเราก่อนหน้านี้ และในแต่ล่ะจอก็จะมีคนอยู่หนึ่งถึงสองคน พวกมันแต่งกายด้วยเสื้อผ้า และเครื่องประดับหรูหราราคาแพง ซึ่งถ้าจะเดาไอ้พวกนี้น่าจะเป็นแขกวีไอพีเงินหนา ที่สนับสนุนเกมอุบาทว์วิปริตเกมนี้มาตลอดแน่ ๆ
“และจากการโหวตของแขกวีไอพีส่วนมาก ภารกิจสุดท้ายครั้งนี้ก็คือ ลูกบอลเสี่ยงเสียว”
“ลูกบอลอะไรนะ...!?”
“กติกาง่ายแสนง่ายครับ ทางเราจะมีกล่องใส่ลูกบอลให้ทุกคนจับขึ้นมาคนหนึ่งลูก จับแล้วเปิดดู ได้ชื่อใครคุณก็ต้องเย็ดกับคนคนนั้นจนแตกใน เมื่อทำเสร็จจะถือว่าสิ้นสุดภารกิจ ท่านกับคู่สามารถเดินออกไปทางประตูนั้น เพื่อรอขึ้นเครื่องบินกลับบ้าน ได้อย่างไร้ข้อผูกมัด ไร้หนี้สินกับทางบริษัทเราอย่างถาวร และกฎเดิมครับ หากท่านขัดขืน และไม่ยอมเล่นเกม ผมคงไม่ต้องบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น...”
“คงให้โดรนติดอาวุธจัดการพวกเราเหมือนที่จัดการผู้ชายคนเมื่อกี้สินะ ว่าแต่จับคู่เย็ดกันงั้นเหรอ? ก็แปลว่าเราอาจจะต้อง...”
ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะมองไปที่ น้าดาวคนสวยแม่ของเพื่อนรัก พร้อมกับพี่สาว น้องสาวแสนสวยของตัวเอง แล้วในเวลานั้นสมองก็เกิดคำถามบางอย่างขึ้น จึงออกปากถามเจ้าผู้ชายในจอมอนิเตอร์
“นี่แกนะ ฉันมีคำถาม”
“เชิญถามมาได้เลยครับผู้เล่นธีร์”
“แกบอกว่าจับคู่ใช่ไหม แต่เหมือนจำนวนคนในตอนนี้จะมีแค่เจ็ดคนนะ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันจับได้ชื่อตัวเอง ชื่อเจ้าเอก หรือชื่อของพ่อ”
“เป็นคำถามที่ดีมากครับ งั้นผมจะตอบข้อแรกก่อน สำหรับชื่อสุดท้ายที่ไม่ถูกจับขึ้นมา ชื่อนั้นจะถือเป็นผู้โชคดีที่ไม่ต้องทำภารกิจในรอบนี้ และสามารถเดินออกประตูไปได้เลย ส่วนคำถามข้อที่สองผมจะขอตอบแบบนี้ ในกรณีที่จับได้ชื่อตัวเองให้จับใหม่ครับ ส่วนถ้าจับมาเป็นชื่อของเพศเดียวกัน ทั้งคู่ก็จะต้องเย็ดกันโดยไม่มีข้อยกเว้นครับ ไม่ว่าคุณจะเป็นหญิงกับหญิง หรือชายกับชายก็ตาม...”
ตอนที่ผมได้ยินคำตอบจากมันก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะคิดในใจว่า
“มะ หมายความว่าถ้ากูจับได้ชื่อไอ้เอก หรือ ชื่อพ่อ กูจะต้องเล่นหนังเกย์ ระเบิดทวาร ประสานช้างชนช้างกับพวกเขาเหรอวะ...!!”
“โอ้ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ ผู้เล่นธีร์ ถึงผมกับแขกส่วนใหญ่จะชอบดูโชว์ปรกติประเภทชายกับหญิง แต่แขกอีกหลายท่านก็มีรสนิยมแบบอื่นนะครับ ดังนั้นถ้าคุณไม่อยากเจอแบบนั้น ก็คงต้องพึ่งดวงแล้วล่ะ มีคำถามอีกไหมครับ ถ้าไม่มีผมจะนำกล่องใส่ลูกบอลออกมาเพื่อเลือกคู่แล้ว”
มันเอ่ยถามผมอีกครั้งซึ่งผมหมดคำถามแล้ว คนอื่น ๆ ก็ไม่มีเหมือนกัน คงจะตกใจเหมือนผมอยู่ล่ะมั้ง ดังนั้น เจ้าผู้ชายในจอมอนิเตอร์จึงออกคำสั่งให้โดรน นำกล่องพลาสติกทรงเหลี่ยมสีใสขนาดกลางซึ่งมีลูกบอลสีแดงเจ็ดลูกอยู่ภายใน ออกมาวางตรงหน้าพวกเรา ทว่า...ปัญหาต่อไปก็คือใครจะเป็นคนจับคนแรก
จบตอน