ตอนที่ 17 รักหวาน ไม่คลาย
“พี่บอกหนูยิ้มว่ายังไงเหรอถึงตามผมมาได้” ปากบางเอ่ยถามทั้งที่ยังหลับตา
“พี่แค่บอกว่าสงสัยพฤกษ์จะไม่สบาย พี่ขอตัวก่อนนะ ก็แค่นั้นแหละ น้องยิ้มเข้าใจอะไรง่ายเธอไม่เป็ไรหรอก ไม่ต้องกังวลว่าพฤกษ์จะทำให้งานกร่อยหรอกยังไงพฤกษ์ก็สำคัญที่สุดสำหรับพี่”
“แต่พี่ควรอยู่คุยกับเธอก่อนเธอเป็แขกพี่นะและผมไม่ได้เป็อะไรมาก ผมแค่ ผมแค่” พฤกษาพูดไม่ออกจะบอกได้ยังไงว่าเขาแค่น้อยใจที่ตัวเองเป็ส่วนเกินในวงสนทนา
“แค่อะไร”ณภัทรเอ่ยถามน้ำเสียงอบอุ่น
“แค่ปวดหัวเล็กน้อยเองผมทำให้บรรยากาศเสียหมด ผมขอโทษนะ”
“เด็กโง่ คิดมากอะไรพี่บอกไปแล้วว่า ไม่เกี่ยวกับพฤกษ์ เกี่ยวกับพี่ พี่เองก็กำลังคิดหาทางให้เธอกลับบ้านอยู่เพราะมันเริ่มมืดแล้วแต่จริงๆ หนูยิ้มก็ยังไม่กลับหรอก นั่งคุยกับคุณพ่อคุณแม่ เธอบอกว่าพี่ดูแลพฤกษ์เสร็จก็ให้ไปส่งเธอที่บ้าน เห็นว่าวันนี้เธอมีเื่จะบอกนะก็เลยอยู่รอ”
พฤกษาลืมตาความรู้สึกผิดเริ่มหายไป ลุกขึ้นมาพลันทั้งที่อีกฝ่ายก็ยังเช็ดตัวอยู่
“งั้นพี่ก็รีบไปส่งเธอเลย ไป๊ไปได้แล้ว วางผ้าไว้ตรงนี้แหละ ผมเก็บเอง” มือบางผลักอีกฝ่าย เขาเข้าใจว่าณภัทรรีบมาหาเขาและปล่อยให้หญิงสาวหน้าเศร้าเดินกลับบ้านคนเดียวทั้งที่มืดแล้วส่วนเื่ที่เขาทำให้บรรยากาศกร่อยเขาคงแก้ไขไม่ได้เพราะเขาทำไปแล้วแต่อย่างน้อยเขาคงรู้สึกดีขึ้นหากณภัทรยังเดินไปส่งหนูยิ้มและได้มีเวลาพูดคุยกันต่อ
“ได้ ได้คร้าบเช็ดเสร็จแล้วก็ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยนะ พี่ไปแปบเดียว เดี๋ยวพี่มา”ร่างสูงเดินออกไปจากห้องแล้วถึงในใจพฤกษาจะรู้สึกใจแกว่งบ้างเพราะเขารู้สึกว่าหนูยิ้มจะชอบแฟนเขา แต่จะทำไงได้ในเมื่อคนบ้าของเขามีคนชอบมากมาย มีอีกสักคนจะเป็อะไรไปตอนนี้ความรู้สึกผิดหายไปแล้วเพราะอย่างน้อยได้มีโอกาสแก้ตัวให้อีกฝ่ายได้พูดคุยกันต่อ
พฤกษาเองก็เริ่มแปลกใจความรู้สึกตัวเองเขาเคยคิดเสมอว่า เขาไม่ไว้ใจ ณภัทรอดีตคาสโนวาตัวร้าย คนเ้าชู้ หลายใจ เปลี่ยนหญิงไม่เลือกหน้าแต่ทำไมเขาไม่รู้สึกว่ากังวลว่าอีกฝ่ายจะไปรักคนอื่นเลย นี่เรียกว่าเขา ‘เชื่อใจ’ ได้ไหมนะ หรือเป็การมั่นใจในตัวเองผิดๆรึปล่าว ร่างบางส่ายศรีษะเพื่อสลัดความคิดที่เริ่มฟุ้งซ่านแล้วล้มตัวลงนอนแต่ก็นอนไม่หลับ มือเรียวเปิดเฟสบุ๊คดูเพื่อนๆ ของเขาอย่างเคย สายตากลมมองดูนาฬิกาณภัทร ออกจากห้องไปตั้งสองทุ่ม ตอนนี้สามทุ่มห้าสิบนาทีนี่บ้านน้องยิ้มอยู่อีกเมืองหรือไรถึงได้ไปส่งกันนานแบบนี้ หรือว่าความเป็คาสโนวาเริ่มทำงานอีกแล้วร่างบางพลิกตัวไปมาอย่างคนหวั่นวิตกและนอนไม่หลับ ในที่สุดเสียงลูกบิดประตูก็ดังขึ้นทำให้เขานอนนิ่งทันทีและทำเป็แกล้งหลับ
เสียงอีกฝ่ายหายไปในห้องน้ำและไม่นานจมูกพฤกษาก็ได้กลิ่นหอมจากร่างกายเขา ตอนนี้ร่างบางยังคงแกล้งหลับเพื่อรอดูท่าทีอีกฝ่าย เมื่อร่างแกร่งขึ้นเตียงพฤกษารับรู้ได้ด้วยเตียงอ่อนยวบลงตามน้ำหนักคนสองคน
ก่อนจะรู้สึกเย็นๆกับััที่หน้าผาก ที่แก้มและเรื่อยมาจนถึงปากบาง เขาเบิกตาโพลง มองอีกฝ่ายเมื่อเห็นอีกฝ่ายหลับตาพริ้มแต่ปากยังคงบดเบียดคลอเคลียและเริ่มแทรกลิ้นเข้าควานหาความหอมหวานจากปากบาง เร่าร้อนรุนแรงจนแขนเรียวเผลอยกแขนโอบรอบคอแกร่ง เนิ่นนานกว่าจะยอมปล่อยและไล่ลงมาหาคอเรียวจนร่างบางสะท้านแต่ก็ต้องฝืนตนเองห้ามอีกฝ่ายเมื่อรู้สึกว่าสถานที่ไม่เหมาะและเขาเกรงว่าอีกฝ่ายจะดูดดึงลำคอจนเกิดรอยทำให้ผู้ใหญ่ในบ้านเห็นณภัทรส่งเสียงไม่พอใจเมื่อถูกอีกฝ่ายเอาแต่ผลักเขาออก
“อื้อ พฤกษ์อย่าดื้อ”
“พี่ปล่อย ที่นี่ไม่ได้พี่ใจเย็น” สองแขนที่เคยโอบรอบคอตอนนี้กลับผลักอกอีกฝ่ายจนใช้แรงไปเกือบหมดและในที่สุดณภัทรก็ยอมและนอนลงไปนอนข้างๆสายตาเพ่งมองเพดานเนิ่นนานอย่างใช้ความคิด
“เกิดอะไรขึ้น พี่ดูแปลกไปนะปกติถ้าผมไม่ยอมพี่ก็จะไม่ฝืน”
“พี่ขอโทษ พี่” สายตาคมยังคงมองเพดานห้องนิ่งในสมองเขากำลังคิดว่าจะบอกอีกฝ่ายหรือไม่ หากไม่บอกและรู้ทีหลังเกรงว่าความ ‘เชื่อใจ’ ที่เขากำลังพยายามสร้างมันจะหมดไปหรือเปล่า
“ตอนพี่ไปส่งหนูยิ้ม เธอ เอ่อเธอบอกรักพี่และขอพี่เป็แฟน แล้ว เอ่อ แล้วจูบพี่ แต่เป็การจูบที่พี่ไม่รู้ตัวหากรู้ตัวพี่คงหลบ พฤกษ์เชื่อพี่ไหม” ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจบอกเพราะอยากให้อีกฝ่ายเชื่อใจจึงไม่อยากมีความลับหรือปกปิดเื่ใดกับคนรัก
“เล่าต่อสิพี่เื่สั้นเกินไปกับเวลาที่พี่ใช้ไปเกือบสองชั่วโมง”
“พี่ผลักเธอออก และบอกเธอว่า พี่มีแฟนแล้วเธอร้องไห้ฟูมฟาย เอ่อ พี่เลยต้องกอดปลอบเธอ แต่พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไงในเมื่อพี่ไม่สามารถไปส่งเธอเข้าบ้านในสภาพนั้นได้ คุณลุง คุณป้าเอาพี่ตายแน่ พี่เลยต้องนั่งเคลียกันก่อน เธอถามว่าแฟนพี่เป็ใคร สวยมากใช่ไหม เก่งมากใช่ไหมถึงพิชิตใจพี่ได้” ณภัทรเริ่มหันไปมองอีกฝ่ายเพื่อดูปฏิกิริยาแต่ก็เห็นอีกฝ่ายนอนฟังจ้องหน้าเขานิ่ง เขาจึงเล่าต่อ
“พี่ก็บอกว่าสำหรับพี่คนคนนี้คือที่สุดและมีเพียงคนเดียว”สายตาคมมองสบตา สายตาทั้งคู่มองสบกันนิ่ง นานจนพฤกษาเอ่ยทำลายความเงียบที่ทำให้เขาเขินจนทำอะไรไม่ถูก ตอนนี้ทั้งสองนอนหันหน้าเข้าหากัน
“แล้วไงต่อ”
“แล้วพี่ก็นั่งเป็เพื่อนเธอที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านเธอจนเธอหยุดร้องไห้ ก่อนลุกออกไปเธอหันมาถามพี่ว่า “เป็เขาใช่ไหม”
“แล้วพี่บอกว่าไง”พฤกษาเอ่ยถามด้วยใจที่เต้นระรัว
“พี่พยักหน้าตอบรับ แล้วถามเธอว่า รู้ได้อย่างไร” เธอจึงยิ้มให้พี่แล้วบอกว่า
“แค่อีกฝ่ายบ่นปวดหัวนิดหน่อยพี่ก็ลุกลี้ลุกลนเป็ห่วงจนเวอร์ขนาดนั้นใครจะดูไม่ออกบ้างล่ะ ตอนนั้นพี่รู้สึกใจพองโตที่ได้บอกเื่ของเรากับใครสักคนและรู้สึกได้ว่าคนคนนั้นยินดีกับเราด้วยความรู้สึกนี้มันบรรยายไม่ถูก แต่พี่ดีใจมาก” พฤกษาได้ฟังก็รู้สึกหัวใจพองโตไปด้วยหนูยิ้มช่างเป็คนดี เธอต้องเจอคนดีดีแน่นอน
“แล้วทำไมพี่ต้องมาเอ่อจูบผมและยังจะเกินเลยอีก”
“ก็พี่อยากล้างปากนี่นาพี่อยากให้ปากพี่มีแต่รอยจูบของพฤกษ์คนเดียว” คำพูดนี้ทำเอาพฤกษาหน้าแดง โน้มตัวเข้าหาปากหยักและจูบอีกฝ่ายอีกครั้งอย่างเร่าร้อนและ้าด้วยความเสน่าหาแสดงถึงความรักที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน ๆ ของทั้งสองคน
เวลาหกโมงเช้าวันนี้คุณดารัตน์ขึ้นมาปลุกลูกชายให้ลงไปทานอาหารเช้าและเตรียมตัวไปมหาวิทยาลัย เมื่อณภัทรและพฤกษาทานอาหารเช้าเสร็จคุณดารัตน์ก็ยื่นปิ่นโตบรรจุแกงฮังเลไว้เต็มทุกชั้นเพื่อให้ลูกชายและเพื่อนของลูกได้กินอย่างเอร็ดอร่อยเธอกอดลูกชายอย่างแสนรักใคร่ จนผู้เป็พ่อหมั่นไส้และบอกว่าลูกจะเข้าเรียนสายแล้วนะ เธอถึงยอมปล่อย
“ขับรถดีดีนะลูกพฤกษ์แม่ฝากภัทรด้วยนะ เตือนเขาด้วยว่าอย่าขับไว อย่าประมาท”
“ครับขอบคุณครับคุณแม่สำหรับอาหารอร่อยและการดูแลที่เหมือนครอบครัว”พฤกษายกมือไหว้ผู้าุโทั้งสองอย่างเคารพและร่ำลาก่อนขึ้นรถมอเตอร์ไซค์คันงามและรีบมุ่งหน้าไปมหาวิทยาลัย
วันเวลาผ่านไปความสัมพันธ์ของทั้งสองนับวันก็ยิ่งแน่นแฟ้น จนเพื่อนๆ งอนว่าพฤกษ์ไม่มีเวลาให้พวกเขาจนบางครั้งณภัทรเองก็ต้องเข้าไปอยู่ในวงเพื่อนของพฤกษาด้วยแต่ก็ไม่น่าห่วงเพราะอรอุมาก็เป็เพื่อนของเขาทำให้สนิทสนมกันได้ไม่ยากอีกทั้งเคยพบปะพูดคุยกันหลายครั้งแล้ว และตอนนี้ข้าวของทุกอย่างของพฤกษาแทบจะมาอยู่ห้องเขาร้อยเปอร์เซ็นเพราะเขาอ้อนให้อีกฝ่ายมาค้างด้วยตลอดวันเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดวันค่ายอาสาพัฒนาชุมชนก็มาถึง
“อร ยังขาดใครอีกไหม ครบรึยัง ได้เวลารถบัสต้องออกแล้ว”ณภัทรถามอรอุมาในฐานะรองประธานนักเรียน
“ขาด 1 คน ขอไปห้องน้ำ รอสักครู่นะ” อรอุมาบอกพร้อมชะเง้อมองคนขอไปเข้าห้องน้ำและในที่สุดก็มาครบ เมื่อทุกคนมากันครบแล้วอรอุมาและณภัทรก็ก้าวขึ้นรถบัสรั้งท้ายก่อนณภัทรจะเดินไปหาร่างบางที่นั่งรอเขาอยู่แถวหน้าสุด
“พี่เอาแซนวิสและน้ำมาให้ พฤกษ์กินก่อนนะนั่งรถนานเดี๋ยวจะเวียนหัวได้”
“ขอบคุณครับพี่” พฤกษาเอ่ยเสียงเบา ยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างรักใคร่ความสุขสะท้อนในดวงตาคู่กลม
“สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้พี่แจ๊สซี่และพี่ออลลี่ขอทำหน้าที่พิธีกรสาวสวยเดี๋ยวพี่จะบอกรายละเอียดกำหนดการคร่าวๆ ในการทำกิจกรรมในครั้งนี้นะคะ”เมื่อสองสาวแสนสวยบอกเล่าเื่ราวกำหนดการแล้วก็นำร้องเพลงเพื่อสร้างบรรยากาศในรถบัสทุกคนให้ความร่วมมือร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน เพลงแล้วเพลงเล่าในขณะที่พฤกษาซบหน้ากับไหล่แกร่งหลับตลอดทางเสมือนว่าบนรถเงียบจนเขาสามารถหลับได้อย่างสนิทสายตาคมมองร่างบางที่หลับใหลอย่างเอ็นดู มือแกร่งจับมือบางแล้วพิงศีรษะตัวเองกับคนรักหลับไปเช่นกัน
ซู่ซี่นั่งมองผู้ชายสองคนที่แนบชิดและซบอิงกันอยู่ถึงสองคนจะไม่ได้ประกาศถึงความสัมพันธ์ แต่ใครๆ ก็มองออก สายตาหวานวาวโรจน์ด้วยความอิจฉามือเรียวกำแน่นจิกเล็บสีแดงลงบนเนื้อจนรู้สึกเจ็บครั้งนี้เธอตั้งใจจะทำให้ทั้งสองคนเลิกกันให้ได้คนอย่างณภัทรไม่มีทางรักใครจริงหรอกเธอจะพิสูจน์ให้พฤกษาเห็นถึงความเ้าชู้และความไม่จริงใจเธอเชื่อว่าเธอทำได้แน่นอนด้วยแผนการที่เธอวางไว้อย่างดี
ในที่สุดรถบัสก็ถึงที่พัก โรงแรมระดับสองดาวในจังหวัดลำพูนที่ ณภัทรและทีมงานติดต่อไว้เรียบร้อยแล้ว เขาแบ่งห้องนอนให้ทุกคนในทีมและแต่งตั้งหัวหน้าทีมทีมละ 10 คน หัวหน้าทีมต้องดูแลคนในทีมห้ามหายห้ามเกิดอันตราย ทุกคนต้องช่วยกันสอดส่องดูแลและนัดเวลาลงมาทานอาหารเย็นร่วมกันในโรงแรม ก่อนจะสั่งให้ทุกคนแยกย้าย
“พฤกษ์ ไปไหน มากับพี่” ณภัทรหันไปมองคนรักเมื่อเห็นร่างบางกำลังเดินไปหาเพื่อนๆ
“ผมไม่ได้พักกับเพื่อนๆ หรือครับ” ปากบางถามอย่างแปลกใจเขานึกว่าทีมงานจะจัดเขาให้พักกับเพื่อนๆ ซะอีก เขาเห็นการจัดห้องนอนแยกเป็สาขาเพื่อนใครก็พักกับคนนั้น
“เรามันพิเศษ ไม่รู้ตัวหรือ มานี่”มือหนากวักมือเรียกเขาก่อนจะยกสัมภาระตนเองและคนรักเพื่อพาไปห้องนอน
“แบบนี้จะดีหรือครับ มันชัดเจนไปไหม คนอื่น เอ่อ จะว่าพี่เอาได้นะเราอยู่กันคนละสาขา แบบนี้คนอื่นเขาไม่สงสัยเหรอ” พฤกษาไม่ยอมด้วยกลัวว่าคนอื่นๆจะรู้ความสัมพันธ์ที่ตัวเองยังไม่อยากบอกใครนอกจากเพื่อนๆ
“ก็พี่ไม่อยากแยกจากเรา ใครจะว่ายังไงก็ช่าง”ณภัทรพูดอย่างไม่แยแสคนหน้าบึ้งข้างๆจนในที่สุดพฤกษาก็เดินตามไปเมื่ออีกฝ่ายไม่ฟังเขาพูดสักนิด
พฤกษายืนมองห้องที่มีเตียงนอนเพียงเตียงเดียวถึงเขาจะนอนกับณภัทรทุกคืน แต่ทั้งสองก็ไม่เคยมีอะไรมากไปกว่ากอด จูบ เพราะเขายังไม่พร้อมและณภัทรก็ไม่คิดฝืนใจอีกฝ่ายบอกว่าจะรอจนกว่าเขาพร้อมซึ่งนั่นก็ทำให้เขารู้สึกดีที่อีกฝ่ายให้ความสำคัญและอดทนรอ
“เข้ามาสิ ยืนทำไรอยู่ หรือยังไม่สบายใจอยู่อีก ไม่ต้องคิดมากหรอกน่าถ้าใครถามพี่ก็จะบอกว่า ที่นอนมันไม่ลงตัว เข้ามาเถอะ” ร่างสูงเดินเข้ามาจูงเขาเข้าไปในห้องแล้วเดินไปหยิบน้ำอัดลมเย็นๆ มาส่งให้ แล้วนั่งลงข้างๆ ถามเสียงแ่
“ชอบห้องนี้ไหม”
“ครับ ก็ดี เอ่อ ผมว่าพี่อาบน้ำก่อนเถอะเดี๋ยวจะได้เวลาลงไปทานอาหารพร้อมกัน
“ไม่เอา อยากกอดพฤกษ์ก่อน” ปากหยักพูดเสร็จก็เอื้อมแขนแกร่งมามาดึงตัวพฤกษาให้ล้มลงบนเตียงนอนนุ่มก่อนจะกอด จูบพรมไปทั่วใบหน้าอย่างหลงใหล ครั้งแล้วครั้งเล่าและเลื่อนลงมาจูบปากบางอย่างดดูดดื่ม โหยหาและรุนแรงรุกเร้าจนพฤกษาอ่อนระทวยกับรสจูบที่ตรึงใจ ร่างบางจูบตอบและส่งลิ้นร้อนเข้าชอนไชหาความหวานจากปากอีกฝ่ายเช่นกันบางครั้งรุกเร้ารุนแรง บางครั้งก็อ่อนหวานจนอ่อนระทวย ทั้งสองพัวพันจนลืมเวลาก่อนที่ณภัทรจะต้องหัวเสียเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู
“ใครว่ะ” เขาสบถอย่างหยาบคายเมื่อมีคนมาขัดจังหวะเสน่หาแล้วลุกไปเปิดประตู
“นี่มันกี่โมงแล้วคุณประธาน หัวยุ่งเชียวนะ ทำอะไรกันอยู่โทรมาก็ไม่รับ ทุกคนรออยู่ที่ห้องอาหาร มากันครบแล้ว”อรอุมามาตามเพื่อนและเอยแซวเมื่อเห็นสภาพอีกฝ่าย ณภัทรยกมือขึ้นดูนาฬิกา นี่เลยเวลานัดที่เขานัดทุกคนมาสิบห้านาทีแล้วนี่เขาจูบพฤกษ์ไปนานขนาดนี้เลยเหรอ ไม่รู้ตัวเลย สายตาคมหันไปมองร่างบางที่ตอนนี้หน้าแดงด้วยความอายก่อนจะรีบลุกไปหวีผมและเตรียมตัวออกจากห้องเพราะให้อาบน้ำตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว ณภัทรเอ่ยขอตัวหนึ่งนาทีแล้วจะตามลงไปให้อรอุมาไปก่อนซึ่งเธอก็รับคำแต่โดยดี
“เป็ไงละพี่ผมบอกแล้วว่าให้รีบอาบน้ำ คนบ้า”พฤกษาบ่นพึมพำแต่มือบางก็หวีผมแต่งเสื้อผ้าให้ณภัทรอย่างเรียบร้อยและพากันออกไปพบทุกคนที่รออยู่ก่อนจะไปณภัทรไม่ลืมที่จะจูบพฤกษาอีกครั้ง ทำให้โดนทุบเข้าให้หนึ่งที
เมื่อทุกคนรับประทานอาหารเสร็จ ณภัทรก็ประกาศว่าให้ทุกคนเที่ยวตามอัธยาศรัยแต่ต้องดูแลตัวเองและมอบหมายให้หัวหน้าทีมติดตามคนในทีมให้กลับมาพักตรงเวลา หลังจากนั้นไม่นานเสียงข้อความเข้าก็ดังขึ้นในโทรศัพท์มือถือของณภัทรมือแกร่งยกขึ้นมาอ่าน คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน สีหน้าเครียดจนอีกคนสังเกตเห็น
“พี่เป็อะไร มีอะไรเหรอ มีเื่รึปล่าวเห็นพี่อ่านข้อความแล้วเครียด มีเื่หรือครับ” พฤกษาสอบถามอย่างเป็ห่วงคนรัก
“ไม่มีอะไรหรอก พฤกษ์ไปหาเพื่อนเถอะ พี่ขอตัวออกไปสั่งงานสักครู่แล้วจะตามไปนะ” พฤกษาพยักหน้ารับแต่ก็ไม่คลายสงสัยรอให้อีกฝ่ายเดินไปเขาจึงตัดสินใจสะกดรอยตาม
ใต้ต้นไม้ข้างโรงแรม ซึ่งเป็ที่เงียบสงบค่อนข้างมืดและไม่มีใครเดินผ่านไปผ่านมาปรากฏสองร่างกำลังคุยกันอยู่ ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง หญิงสาวที่เดี๋ยวจับมือ เดี๋ยวกอดเดี๋ยวร้องไห้ทำให้สายตากลมที่กำลังมองภาพดังกล่าวบอกความรู้สึกของเขาตอนนี้ไม่ถูกข้อความเมื่อครู่คงมาจากหญิงสาวเขาเข้าใจว่าทั้งสองเคยคบกันอาจมีเื่ต้องคุยแต่การที่ณภัทรไม่ยอมบอกความจริงกับเขาไม่ยอมเล่าให้เขาฟัง มันทำให้เขารู้สึกอ้างว้างอย่างประหลาดอีกฝ่ายไม่ไว้ใจเขาหรือ แล้วเดี๋ยวกอด เดี๋ยวจับมือนี่มันอะไรกันหรือจริงๆแล้วทั้งสองยังคงคบกันอยู่รึปล่าว คำถามมากมายฝุดขึ้นมาในหัวมือบางกำแน่นอย่างไม่รู้ตัว ตอนนี้พฤกษาแอบดูอยู่หลังพุ่มไม้เขาไม่ได้ยินเสียงว่าทั้งสองคุยกันอะไรกันและก่อนที่ณภัทรจะแยกออกมาทั้งสองก็กอดกันอีกครั้ง ที่สำคัญคือณภัทรก็กอดตอบร่างบางที่แอบดูอยู่ถึงกับเข่าอ่อน นั่งลงเหมือนคนไม่มีเรี่ยวแรงจะเดินต่อหัวใจไหวสะท้านตามความรู้สึกที่ถาโถมขึ้นมา ตอนนี้ทั้งสองไปจากที่แห่งนั้นแล้วแต่พฤกษายังคงนั่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าซุกกับเข่าอย่างเก็บกดความเ็ป เหตุการณ์เก่าๆที่เขาเคยโดนหลอกย้อนกลับมาในหัวใจความทรงจำที่กำลังเลือนหายปรากฏชัดขึ้นมาอีกครั้ง หัวใจเขาไม่อาจทนรับความเ็ปได้มากกว่านี้อีกแล้วเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขาสั้นสีน้ำตาลก็ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แต่มือบางก็ไม่คิดจะหยิบมาดูเขารู้ว่าใครโทรมาเพียงแต่ยังไม่อยากคุยเลยไม่คิดจะรับ คาสโนวาก็คือคาสโนวาไม่มีใครทำให้เขาหยุดได้ ใบหน้าหวานเงยขึ้นฟ้า้าให้น้ำตาที่กำลังไหลรินไหลกลับเข้าไปในดวงตาอีกครั้ง ก่อนจะหลับตาลงสะกดความเ็ป แล้วมือบางจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูมีสายเรียกเข้าของณภัทรห้าสายและมีสายรียกเข้าของพี่ราเมศวร์ พฤกษาจึงรีบโทรกลับ
“ครับพี่”
“พฤกษ์อยู่ไหน พี่ขับรถมาหา”
“พี่อยู่ไหนครับ เดี่ยวผมไปหา”
“พี่อยู่หน้าโรงแรม ออกมาสิ”พฤกษารับคำและรีบเดินไปหน้าโรงแรม ตอนนี้ให้เขาไปไหนก็ได้เพียงแต่อย่าให้เจอคนคนนั้นก็พอ เพราะเขายังไม่พร้อมเผชิญหน้า
“พี่มาได้ยังไงครับเนี่ย”พฤกษาถามราเมศวร์เมื่อเห็นอีกฝ่ายพิงรถรอเขาอยู่
“พี่พอมีเวลาว่างเลยว่าจะมาร่วมกิจกรรมด้วยแต่ขึ้นรถบัสไม่ทันเพราะติดเรียน เลยตัดสินใจขับรถมาแทน ขึ้นรถสิ พี่พาไปเที่ยวดูวิวที่นี่กลางคืนกัน” พฤกษาพยักหน้ารับ รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนใบหน้าอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องทุกข์ใจกับความไม่จริงใจของใครบางคนอยู่คนเดียวในเมื่อเขามีเื่น่าสนุกให้ทำแล้ว จะได้ไม่นั่งคิดมากอยู่คนเดียว