“ติ่ง ระบบเซียนหมื่นวิถีอยู่ระหว่างการดาวน์โหลด.......”
“ระบบเซียนหมื่นวิถีอยู่ระหว่างการแยกข้อมูล 10%......”
“30%......”
“100%ติดตั้งสำเร็จ! ยินดีต้อนรับสู่การใช้ระบบเซียนหมื่นวิถี อย่าลืมช่วยให้ห้าดาวในการประเมินด้วยนะคะ! ”
เฉินิแสดงสีหน้าโง่งมขณะฟังเสียงอันนุ่มนวลของพี่สาวแสนสวยที่ดังขึ้นในหัว
นี่มันสถานการณ์บ้าบออะไรกันนี่ผมกำลังจะข้ามภพงั้นเหรอ ?
เฉินิฉายสีหน้าจนใจเมื่อก่อนนี้เขาเป็เพียงเด็กกำพร้า ที่หลังจากเรียนจบก็เริ่มทำงานมีชีวิตที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน ชอบอ่านนิยายแนวคลายเครียด เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้เขาได้อ่านนิยายเล่มหนึ่ง ในขณะที่ดื่มน้ำอยู่ด้วยความไม่ระวังทำน้ำหกใส่ปลั๊กไฟจนถูกไฟดูด ต่อมาก็ได้ยินเสียงจากระบบของพี่สาวแสนสวย
ความทรงจำฉากหนึ่งฉายเข้ามาในหัวราวกับหนังม้วนหนึ่งเฉินิมี ขอบเขตการฝึกปรืออยู่ในสุดยอดขอบเขตลำดับที่สอง อายุยี่สิบสามปีเป็หนึ่งในสี่สุดยอดผู้าุโของสำนักหมื่นกระบี่นอกจากเ้าสำนักแห่งสำนักหมื่นกระบี่ ก็มีพวกเขาทั้งสี่ที่มีตำแหน่งสูงสุด บุพการีล้วนยังมีชีวิตอยู่ดีท่านปู่ก็เป็ถึงผู้สำเร็จราชการในยุคสมัยนั้น มีทรัพย์สมบัติใช้ได้ไม่จำกัดอีกทั้งตัวเองยังเป็ที่รักของท่านปู่เป็อย่างมาก! แม้อายุยังน้อย แต่เป็ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือเนื่องจากอายุยังไม่ถึงยี่สิบสามปีก็บำเพ็ญตบะจนถึงขอบเขตสู่วิถีขั้นที่สอง จึงได้เป็หนึ่งในสี่สุดยอดผู้าุโแห่งสำนักหมื่นกระบี่อันสูงศักดิ์อีกทั้งยังเป็ผู้ถือครองกายากระบี่โบราณ สำเร็จจิตกระบี่วิถีราชันย์เป็ผู้ใช้เพลงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ได้อย่างเลิศล้ำสุดหยั่งคาดจนได้รับการยกย่องให้เป็ตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ของแคว้นเหยียนมีพร์ลึกล้ำจนไม่อาจประเมินได้ ทั้งยังเป็ที่เลื่อมใสของผู้คน
การฝึกปรือจะมีด้วยกันทั้งหมดสี่สุดยอดขอบเขตขอบเขตกลิ่นอายวิถี ขอบเขตสู่วิถี ขอบเขตบรรลุวิถี และขอบเขตหลุดพ้น
แต่ว่าเมื่อผมข้ามภพมาก็เป็ผู้ที่อยู่ในขอบเขตสู่วิถีขั้นที่สองแล้วนี่มันเื่บ้าอะไรกัน? ให้ตายเถอะ พอข้ามภพมาปุ๊ปก็มีดัชนีทองคำ[1]ปั๊ปทั้งยังมีไอ้หน้าโง่ที่รู้อยู่แก่ใจว่าสู้คุณไม่ได้มาบอกว่าจะฆ่าคุณให้ตายงั้นเหรอ? จากนั้นก็กลายเป็ตัวละครเอกที่มีความแค้นและความเกลียดชังอยู่เต็มอก ทำการเก็บเกี่ยวสมบัติวัตถุไปตบหน้าจนเลเวลอัพเหรอไง?แล้วมันจะไปมีตัวละครเอกที่ไหนที่ข้ามภพมาก็เป็ผู้ที่อยู่ในสุดยอดขอบเขตลำดับที่สองกันล่ะ?กระทั่งด่านของขอบเขตลำดับที่หนึ่งก็ยังไม่เคยผ่านเลยด้วยซ้ำ! อีกอย่างที่เคยบอกไปตอนต้นแล้วว่าตัวละครเอกมักจะมีแนวทางการฝึกปรือที่สุดโกงอย่างเคล็ดวิชาประหลาดพิสดารด้วยไม่ใช่เหรอ?แต่ที่ตัวเองฝึกปรือมากลับเป็ สินค้าตามแผ่นดินใหญ่[2]กันนี่สิ!
อีกทั้งบุพการีของผมยังอยู่ดีมีสุข!ด้วยชาติกำเนิดแบบนี้ แทบจะไม่มีคำว่าอนาถเลยด้วยซ้ำ แม้เพียงครึ่งส่วนก็หาได้มีส่วนไหนที่เหมือนตัวละครเอกไม่!
นี่แทบจะไม่ใช่แบบฉบับที่ควรจะเป็เลยด้วยซ้ำ!
ขอเพียงแค่คุณปู่ตายไปหรือไม่ก็เป็เ้าสำนักคนต่อไปของสำนักหมื่นกระบี่ ไม่ก็เป็จ้าวผู้ปกครองทั่วทั้งโลกาไม่แน่ว่าอาจสังหารตาเฒ่าจักรพรรดิ แล้วตั้งตนขึ้นเป็จักรพรรดิองค์ใหม่ แน่นอนว่าขุนนางฝ่ายบุ๋นบู๊ย่อมไม่คิดคัดค้านทั้งยังอาจจะปลาบปลื้มจนหลั่งน้ำตานองหน้า
ถ้าหากผมแข็งแกร่งไม่มากพอนั่นคงถูกตัวละครเอกยัดเหยียดความแค้นบนถูกต้องจนเกิดเป็ฉากานองเืจากการต่อสู้ขึ้น!แต่หากผมแข็งแกร่งมากพอ อย่างนั้นความถูกต้องก็จะกลายเป็ว่าแม้กระทั่งในเวลาที่เหยียบกระบี่เหินบินเพียงแค่ถ่มน้ำลายออกไปคำเดียวก็ถมรดบุพการีตัวละครเอกจนตายได้จากนั้นก็จะถูกตัวละครเอกฆ่าตายเป็ฉากๆนะสิ!
แต่ถ้าฉวยโอกาสฆ่าตัวละครเอกทิ้งไปั้แ่ตอนที่ยังอ่อนแอเยาว์วัยเดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว คุณกำลังล้อเล่นอะไรกันอยู่? คุณก็รู้ว่าตัวละครเอกมักมีอะไรที่เป็ประกายอันเจิดจ้าไม่ใช่หรือ? ต่อให้ตัวผมได้เป็ผู้ถือครองกายากระบี่โบราณ จิตกระบี่วิถีราชันย์กระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ หรืออะไรก็ตามแต่ที่ฟังดูแล้วสุดยอดเสียเหลือเกินแต่ถ้าเกิดไปปะทะกับตัวเอกที่มีพลังสุดโกงเข้า ก็ไม่ต่างอะไรจากการหาที่ตายหรอกหรือ?ด้วยพลังต่อสู้ของตัวละครเอกมีหรือที่จะพูดกับคุณด้วยเหตุผล?อีกทั้งต่อให้สู้ตัวละครเอกไม่ได้ ก็ยังพอหนีได้อยู่ แต่ผีสางตนไหนกันที่จะไปรู้ได้ว่าตัวละครเอกนั้นอาจจะมีดวงตาสุนัขที่มองเห็นเส้นทางการหลบหนีของผม!
หากเป็ไปตามประสบการณ์ที่เฉินิเคยอ่านนิยายมาตลอดหลายปีถ้าหากต้องตกอยู่ในห้วงอันตรายแบบนี้แล้วยังต้องมาพะวงเป็ห่วงว่าจะมีชีวิตรอดอยู่ในโลกใบนี้ได้โดยไม่ถูกตัวละครเอกตีจนตายก็คงมีเพียงหนทางเดียวเท่านั้น นั่นก็คือเกาะแข้งเกาะขาตัวละครเอกเอาไว้ให้แน่นอย่าได้ปล่อย
แต่ว่าการจะให้ตัวละครเอกมาเป็ผู้ติดตามก็ดูจะน่าขายหน้าอยู่บ้าง อีกทั้งถ้าหากไปตามแบบฉบับที่เคยมีอยู่แล้วละก็ด้วยความหล่อเหลาของตัวผม การคอยเอาอกเอาใจตัวละครเอกกลับมิใช่กลายเป็ว่าส่งตัวเองขึ้นเตียงกันหรอกหรือไง?
“ติ่ง เริ่มต้นระบบ เนื่องด้วยผู้อุปถัมภ์สามารถรับศิษย์ได้หนึ่งคนประกาศแจ้งภารกิจที่หนึ่ง รับศิษย์หนึ่งคน! รางวัล : คะแนนจริยธรรมสิบแต้ม”
เฉินิเอ่ยขึ้นในใจด้วยความสงสัย: “คะแนนจริยธรรมนี้มีประโยชน์อะไร? ”
“ติ่ง คะแนนจริยธรรมจะใช้เพื่อบรรลุเคล็ดวิชา และวิชาเวทมนตร์อภินิหารเนื่องจากผู้อุปถัมภ์ได้ผูกมัดกับระบบเซียนหมื่นวิถีสถานะของผู้อุปถัมภ์จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอัตโนมัติได้อย่างไร้ขีดจำกัดทั้งยังสามารถฝึกปรือเคล็ดวิชาทุกอย่างในโลกได้ เมื่อศิษย์ในความดูแลทะลวงเข้าสู่หนึ่งในสุดยอดขอบเขตพลังได้หนึ่งระดับจะได้รับโอกาสในการสุ่มรางวัลหนึ่งครั้ง!”
เฉินิครุ่นคิดขึ้นในใจเขาเองก็สังเกตเห็นสิ่งที่เรียกกันว่า บรรลุ นี้แล้ว นั่นหมายความว่าขอเพียงเขามีแต้มจริยธรรมที่มากพอเขาก็จะสามารถบรรลุเคล็ดวิชาหรือวิชาเวทมนตร์อภินิหารสักแขนงได้ในพริบตา !
อีกทั้งยังเป็ที่ชัดเจนเลยว่าผมยังสามารถรับตัวละครเอกสักหลายคนมาเป็ลูกศิษย์กระทั่งผมเองก็ยังรู้สึกเลื่อมใสในสติปัญญาอันเฉียบแหลมของตัวเอง!
ยังมีใครที่จะสูงส่งได้ยิ่งกว่าอาจารย์ของตัวละครเอกอีกล่ะยังมีใครกันอีก!
ณ ใจกลางหุบเขาลึกหอคอยศิลาขนาดใหญ่โต ซ่อนเร้นอยู่ภายในเมฆหมอกของใจกลางภูผาสูงใหญ่หอคอยศิลามีความสูงนับพันจั้ง[3]กว้างพันจั้ง มีลักษณะเป็สี่เหลี่ยมจัตุรัส
ที่้าหอคอยศิลามีผู้เยาว์หลายพันคนเงยหน้าขึ้นจ้องมองไปที่หอคอยสูงแห่งนี้ ที่้าหอคอยสูง ยังมีเซียนสิบกว่าท่านกำลังนั่งประจำการอยู่เซียนเหล่านี้จะมาเป็อาจารย์ของผู้ฝึกตนอย่างพวกเขาที่้าจะกราบเป็ศิษย์เพื่อร่ำเรียนวิถีอันยิ่งใหญ่ ฝึกปรือสู่การเป็เซียน
ภายในดวงตาของเหล่าผู้เยาว์เผยอารมณ์ของความตื่นเต้นออกมาถ้าหากถูกบรรดาเซียนอันสูงศักดิ์ต้องตา นับจากนี้ก็จะได้เป็บุคคลที่เป็เทพเซียน ซึ่งหลุดพ้นจากปุถุชนสามัญแล้ว!
ที่นี่ก็คือสำนักหมื่นกระบี่และเฉินิเอง ก็เป็เซียนที่อยู่บนหอคอยสูง
เมื่อตัดสินใจได้เฉินิก็เริ่มมองไปยังเหล่าผู้เยาว์ที่ดูน่าสนใจเหล่านี้ หลี่ฉางเกิงที่อยู่ด้านข้างเมื่อเห็นเฉินิที่จู่ๆก็มีความสนใจต่อผู้เยาว์เหล่านี้ก็ถามขึ้นด้วยความแปลกใจว่า : “ผู้าุโเฉิน ในครั้งนี้ท่านคิดที่จะรับศิษย์หรือไร? ”
เนื่องด้วยก่อนหน้านี้เฉินิยังไม่เคยรับศิษย์มาก่อนทั้งยังทุ่มเทจิตใจเพื่อการฝึกปรือการรับศิษย์เอาไว้มีแต่จะเป็ตัวถ่วงในการฝึกปรือของตนเองเท่านั้น ในครั้งนี้เมื่อพบว่าเฉินิบังเกิดความสนใจต่อผู้เยาว์เหล่านี้ก็อดไม่ได้ที่จะใระคนสงสัย
เฉินิจึงหัวเราะด้วยความเคอะเขินพร้อมตอบว่า
“อายุของข้าผู้ชราก็ไม่น้อยแล้วคงถึงเวลาที่จะรับศิษย์แล้ว มิเช่นนั้นวันข้างหน้าหากข้าผู้ชราตายไป แล้วไม่มีใครไปส่งดวงิญญาสู่ปรภพก็คงจะเป็ที่น่ากระอักกระอ่วนใจหากได้รับหยกชิ้นงามเปี่ยมพร์ มาอยู่ในความดูแล ก็ย่อมสร้างตำนานอีกบทสืบต่อได้อีก”
เส้นผมที่ขาวโพลนของหลี่ฉางเกิงขับให้ใบหน้าดูหล่อเหลาและเปี่ยมไปด้วยปัญญา เขาพินิจผิวพรรณที่ผุดผ่อง ร่างกำยำของเฉินิ ที่ยังอยู่ในขอบเขตสู่วิถีทำให้มีอายุขัยอยู่ได้ถึงสามร้อยปี เ้าเพิ่งจะอายุแค่ยี่สิบสามปี หากคำนวณในมุมมองของขอบเขตสู่วิถีเ้ายังคงเป็ทารกน้อยอยู่เลยนะ เ้าเรียกตัวเองว่าข้าผู้ชราจะให้ตาแก่อย่างข้าที่มีอายุมานานกว่าสองร้อยปีเรียกตัวเองว่ากระไร มิใช่ตาแก่ตายยากแง้มฝาโลงแล้วหรอกหรือ
หลี่ฉางเกิงหัวเราะด้วยความกระอักกระอ่วนแล้วกล่าว : “ก็ใช่ผู้าุโเฉินท่านที่เป็ถึงหนึ่งในสี่สุดยอดผู้าุโของสำนักหมื่นกระบี่เราแต่กลับหาได้มีศิษย์แม้สักคนเดียว จะว่าไปก็ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยยังไงก็ดูกันเถอะว่าจะมีผู้เยาว์คนใดพอจะมีวาสนาเช่นนั้นกันเล่า”
ผู้าุโผู้ซึ่งเป็ผู้ควบคุมที่มองไปยังหอคอยเมื่อได้ยินว่าเฉินิคิดจะรับศิษย์ ก็ทอสีหน้าแตกตื่นถึงกับโคจรวิถีพลังเพื่อเปล่งเสียงะโกล่าวออกมาว่า : “ผู้เยาว์ทั้งหลายในครั้งนี้พวกเ้าช่างโชคดีเหลือเกินสุดยอดผู้าุโที่เยาว์วัยที่สุดของสำนักหมื่นกระบี่เราทั้งยังเป็หลานชายแห่งผู้สำเร็จราชการของแคว้นเหยียน ผู้าุโเฉินมีความคิดที่จะรับศิษย์แล้ว! ”
เมื่อทราบข่าวว่าเฉินิจะรับลูกศิษย์บนสีหน้าของเหล่าผู้เยาว์ต่างก็เผยความยินดีออกมา พวกเขาล้วนเคยได้ยินตำนานอันยาวไกลของเฉินิกันมาก่อนถ้าหากได้ฝากตัวเป็ศิษย์ในความดูแลของเฉินิ เช่นนั้นก็แทบจะไม่ต่างอะไรไปจากได้ติดปีกโบยบิน!
เฉินิมองไปยังผู้เยาว์ที่อยู่ข้างล่างของหอคอยอย่างลวกๆเวลาผ่านเลยไปถึงหนึ่งวัน ในที่สุดพร์ ความสามารถและชาติกำเนิดของเหล่าผู้เยาว์ก็ถูกบันทึกเป็สถิติเอาไว้จนเสร็จสิ้น
หลี่ฉางเกิงยื่นรายชื่อที่เป็บันทึกสถิติมาไว้ในมือของเฉินิแล้วกล่าว : “รายชื่อผู้เยาว์ที่มีคุณสมบัติเข้ามาฝึกปรือในสำนักหมื่นกระบี่เราถูกบันทึกเป็สถิติไว้อยู่ในนี้แล้วผู้าุโเฉิน เ้ายังไม่เคยรับศิษย์มาก่อน ก็ให้เ้าเลือกก่อนก็แล้วกัน”
เฉินิรับรายชื่อสถิติมาสิบอันดับแรกกลับไม่ใช่พวกที่มีชาติตระกูลอันยอดเยี่ยมอะไรแต่กลับเป็ผู้เยาว์ที่มีพร์สุดล้ำ อีกทั้งที่จัดอยู่ในอันดับหนึ่งยังเป็ผู้ที่มีกายากระบี่อาญาสิทธิ์อีกด้วย
เดิมทีหลี่ฉางเกิงยังคิดว่าเฉินิจะเลือกศิษย์ที่อยู่ในรายชื่อสิบอันดับแรกผู้ใดจะไปทราบว่าเฉินิจะเริ่มไล่รายชื่อจากหน้าสุดท้าย
เพื่อดูศิษย์ที่เหยียบธรณีประตูสู่สำนักว่ามีจำพวกใดกันบ้างตามความเข้าใจของเขา ตัวละครเอกมีหรือที่จะจัดอยู่อันดับแรกกับเด็กน้อยเ่าั้กันได้อันดับที่หนึ่ง เป็ไปไม่ได้ ถ้าหากอยู่อันดับหนึ่งแล้วละก็ในเวลาที่ตัวละครเอกอยู่ในสำนักจะไปสู้กับปีศาจเล่า? ผู้มีกายากระบี่อาญาสิทธิ์คนนี้ไม่ว่าจะดูยังไงก็เหมือนกับเป็บอสตัวที่หนึ่งที่รอให้ตัวละครเอกมาตบเท่านั้นช่างเถอะช่างเถอะ สิบอันดับแรกยังไงก็ขอผ่านก่อน ยังไงก็ดูจากอันดับรั้งท้ายที่มีสถานภาพของการเป็ตัวละครเอกกันก่อนก็แล้วกัน!
เฉินิพลิกไปดูหน้าสุดท้ายทันทีจ้าวชิงเหยา อายุสิบสามปี ขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่หนึ่ง พร์สุดย่ำแย่สถานะทางครอบครัวเองก็ตกต่ำข้นแค้น บุพการีล้มหายตายจาก เดินทางข้ามผ่านขุนเขานับสิบหมื่นมาเพื่อฝากตัวเป็ศิษย์มีจิตใจที่มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากจนพอที่จะฝืนถูกบันทึกไว้ในรายชื่อได้
เฉินิสาดแววตาเป็ประกายขึ้นวูบเด็กคนนี้ แทบจะเรียกได้ว่าเป็สัตว์ประหลาดก็ว่าได้!
ใจกลางขุนเขานับสิบหมื่นเป็สถานที่ซึ่งมีเผ่าปีศาจอสูรร้ายอยู่นับไม่ถ้วนทว่าเด็กน้อยคนหนึ่งที่อยู่ในขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่หนึ่ง กลับมีชีวิตรอดออกมาได้แน่นอนว่าต้องมีความสามารถที่สุดโกงอยู่อย่างแน่นอน !
อะไรนะคุณจะบอกว่านางก็แค่โชคดี ความจริงแล้วกลับไม่ได้มีอะไรโกงเลยอย่างงั้นเหรอ? ถ้าหากนางไม่ได้โกง ขุนเขาใหญ่นับสิบหมื่น ที่มีมารปีศาจอยู่หลายสิบหมื่นกลับทำให้นางตายไม่ได้ ด้วยวาสนาที่พลิกฟ้าขนาดนี้ คุณยังจะบอกว่านางไม่ใช่ตัวละครเอกอีกนี่คุณกำลังล้อเล่นอะไรกันอยู่ !
จ้าวชิงเหยายืนอยู่ทางด้านหลังสุดของบรรดาศิษย์ที่มีกันอยู่มากมายกำลังมองขึ้นไปยังเฉิน ิที่อยู่บนแท่นสูงพลิกดูรายชื่อผู้สมัครอยู่บรรดาผู้เยาว์ในสิบอันดับแรกถึงกับก้าวไปด้านหน้าอยู่หลายก้าวโดยไม่รู้ตัวเพื่อ้าให้เฉินิเห็นตนได้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม บ้างก็กระตุ้นพลังความสามารถของตัวเองออกมาหวังจะได้รับการคัดเลือกจากเฉินิ
จ้าวชิงเหยาไม่เคยคิดว่าตนเองจะได้ถูกรับเลือกมาก่อนพร์ในการบำเพ็ญตบะของตนเองก็ย่ำแย่เกินไปนัก ถึงแม้ว่าในยามที่ตนเองดูดซับปราณเข้าสู่ร่างจะเหนือกว่าคนปกติแต่การกักเก็บพลังไว้ในเส้นโลหิตภายในร่างกลับน้อยเป็อย่างยิ่ง แถมตนเองยังมีน้องชายอีกคนที่ถูกเ้าเมืองจับตัวไปเป็ทาส ตนเองจึงต้องฝึกปรือเพื่อเป็เซียนให้จงได้ จากนั้นก็จะกลับไปช่วยน้องชายของตน
นางเองก็รู้ว่าคงจะไม่มีเซียนคนใดมาถูกตาต้องใจตัวเองแน่แต่ว่าขอเพียงตนเองได้ฝึกปรือเคล็ดวิชา ก็ยังพอมีความหวังอยู่
เมื่อมองขึ้นไป้าหอคอยเฉินิที่มีบุคลิกสูงสง่าดั่งเซียนได้หันไปมองบรรดาผู้เยาว์ที่อยู่ด้านล่างของหอคอยกวาดประกายแววตาอันเย็นเยียบไปจนทั่ว แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เฉยชา :“จ้าวชิงเหยาอยู่หรือไม่?”
บรรดาผู้เยาว์ล้วนมองไปทุกสารทิศไม่ทราบว่าจ้าวชิงเหยาผู้โชคดีนั้นเป็ใคร จ้าวชิงเหยาหันไปมองยังเฉินิผู้ซึ่งมีใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่อยู่บนหอคอยท่านผู้นี้เป็ตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ กำลังเรียกตนอยู่งั้นเหรอ?
เฉินิหัวเราะขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่นมีใบหน้าสุภาพเรียบร้อย พร้อมกับพูดขึ้นอีกครั้ง : “จ้าวชิงเหยาอยู่หรือไม่? ”
จ้าวชิงเหยาที่กอดความหวังไว้เต็มอกก้าวขึ้นไปด้านหน้าอย่างช้าๆหันไปยกมือคารวะต่อเฉินิอย่างแช่มช้า แล้วกล่าว : “ผู้น้อยคือจ้าวชิงเหยา”
เฉินิก้าวลงมาจากหอคอยสูงอย่างช้าๆเดินมาถึงเบื้องหน้าของจ้าวชิงเหยา หันไปยิ้มน้อยๆ ให้กับจ้าวชิงเหยาพร้อมกับกล่าววาจาที่ยากจะเชื่อได้ออกมาว่า : “นับั้แ่วันนี้เป็ต้น เ้าจะเป็ศิษย์คนโตในความดูแลของข้า”
.
.
.
.
[1] ดัชนีทองคำ อุปมาว่า มีสิ่งของที่สุดโกง ทำได้ทุกอย่าง
[2] สินค้าตามแผ่นดินใหญ่อุปมาว่า เป็สิ่งที่มีอยู่กันไปทั่วมากมายในแผ่นดินใหญ่ (จีน)
[3] 1 ฉื่อ = 10 นิ้ว (ราวๆ 1 ฟุต)จั้ง 1 จั้ง = 10 ฉื่อ(พันจั้งจะเท่ากับหมื่นฟุต)