“สวัสดีครับผมYstrikerแล้วตอนนี้เราก็อยู่กับเกมfrycar 6 นะครับผมเกมเอาตัวรอดสุดมันที่เพิ่งตัวมาได้ไม่นานนะฮะ”ยิ้มนั่งดูวีดิโอแคสเกมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์สีดำสามจอที่โอบล้อมตัวเขาเหมือนกับปราการเหล็กมันเงาแมคคานิคอลคีย์บอร์ดกับเมาส์เปล่งประกายสีเขียวทรงพลังในความมืดเขานั่งไล่อ่านคอมเม้นของบรรดาแฟนๆที่มากมายมหาศาลจนอ่านทั้งปีก็อ่านไหมหมดตอนนี้ยิ้มกลายเป็นักแคสเกมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกแชนแนลแคสเกมของเขานั้นมีผู้ติดตามมากกว่าสี่สิบล้านคนทั่วโลก
ติ๊ง!เสียงเตือนข้อความเข้าดังขึ้นยิ้มหันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความ‘วันนี้เวลา 17:00ทางเราจะส่งรถไปรับคุณนะครับ’ยิ้มหันไปดูนาฬิกาบอกเวลา15:55ยิ้มปิดหน้าเว็บทุกอย่างลงก่อนจะเอื้อมมือไปกดปุ่มสีเขียวที่อยู่ข้างตัวคอมพิวเตอร์ทุกอย่าดับลงพร้อมกับและส่งเสียงทุ้มยาวๆเหมือนกับอุปกรณ์ไฮเทคในหนังไซไฟปิดการทำงานก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไป
เสียงประตูห้องดังขึ้นพร้อมกับเสียงของผู้หญิงดังตามมาในไม่ช้า“ยิ้มจะไปไหนหรอลูก”เสียงหวานหยดย้อยของแม่อย่างที่ยิ้มไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต
“ออกไปงานเปิดตัวเกมครับ”ยิ้มเดินลงมาจากชั้นสองผ่านบันไดวนขนาดยังในห้องโถงขนาดยักที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนและหินแกรนิตอย่างดีบริเวณกำแพงมีรูปวาดและงานศิลปะหายากมากมายเรียงรายเลียบลึกเข้าไปในตัวคฤหาสน์
ยิ้มเดินผ่านห้องโถงไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบันไดพร้อมกับเสียงแม่ที่ไล่หลังมา“ยิ้ม วันนี้พ่อแม่ว่าจะไปทำบุญกันสักหน่อยนะลูก”เสียงยิ้มตอบหลับออกมาจากในห้อง“ครับ ทำไมหรอครับ”
“ก็พอดีว่าวันนี้มันเป็งานใหญ่และก็คนที่มีชื่อเสียงต่างก็จะพากันไปงานนี้รวมถึงนักธุรกิจที่รู้จักพ่อกับแม่ด้วยก็เลย…”ยิ้มเดินพรวดออกมาจากห้องแต่งตัวใส่เสื้อเชิ้ตกางเกงยีนสีดำมีเสื้อสูทสีขาวพาดผ่านไหล่ไปข้างหลังเข้ามาหาแม่ก่อนจะหยิบกระดาษเช็คขึ้นมาเซ็นลายเซ็น
“แม่อยากได้เท่าไหร่แม่เขียนเลยนะครับ”เขายิ้มพร้อมกับยื่นกระดาษเช็คให้แม่เธอทำหน้าปลื้มปลิ่มเว่อวังเหมือนผู้ดีมาชาติตระกูลก่อนจะรับกระดาษจากมือเขาไป
“แล้วพ่อไปไหนแล้วครับ”เขาหันมองหาพ่อ “ออพ่อเขาไปฮ่องกงน่ะลูก”แม่ตอบพลางลูบคลำกระดาษในมือ
“ฮ่องกงตอนเช้าผมยังเห็นพ่ออยู่เลยนะครับ”
“ก็พ่อเขาเบื่อข้าวที่ไทยแล้วน่ะซิลูกเขาอยากลองอย่างอื่นบ้างยิ้มไม่ต้องห่วงหรอกตอนดึกๆเดียวพ่อเขาก็กลับมาแล้ว”แม่ตอบเสียงเรียบมือลูบไล้ไปตามขอบของกระดาษเช็ค
โทรศัพท์ในมือยิ้มสั่นพร้อมกับแสดงชื่อ‘เปิดงานเกม’
“ครับว่าไงครับ” เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู“คุณยิ้มคะ ตอนนี้รถพร้อมแล้วค่ะ”เสียงของผู้หญิงดังมาจากอีกฝากหนึ่ง“ครับผมกำลังไป”ยิ้มวางหูก่อนจะหันไปมองแม่ที่กำลังกรอกตัวเลขแปดหลักลงไปในใบเช็คอย่างสบายใจเขายิ้มกว้างดีใจที่เห็นแม่มีความสุขที่สามารถทำให้พ่อกับแม่ทำตามสิ่งที่อยากได้อย่างเต็มที่โดยที่ไม่ต้องเป็กังวลเื่อะไรอีกต่อไป
ยิ้มนั่งอยู่ในรถลีมูซีนระหว่างเดินทางไปเป็แขกรับเชิญพิเศษให้กับงานเปิดตัวเกมใหม่ที่จัดขึ้นในฐานะนักแคสเกมที่ประสบความสำเร็จที่สุดก็ว่าได้เพราะจากพรข้อที่สองที่เพิ่งขอไปนั้นไม่ได้ทำให้เขาเป็แค่นักแคสเกมอย่างเดียวเขายังเป็มหาเศรษฐีที่รวยติดอันดับโลกจากธุรกิจในหลายๆด้านอีกด้วยเงินที่มีใช้กินสับชาติก็ไม่หมด
เมื่อรถจอดสนิทยิ้มก้าวลงมาบนพรมแดงท่ามกลางแสงแฟลชที่กระหน่ำยิงใส่จากทั่วทุกสารทิศยิ้มใส่แว่นดำราคาสามแสนเพื่อป้องกันแสงแยงตาก่อนจะเดินเยื้องย่างเข้าไปในงานเขายกมือขึ้นมาจับขาแว่นเป็การโพสท่าให้ช่างภาพเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากแฟนๆที่อยู่รอบๆได้อย่างถล่มทลายก่อนจะหันมองข้ามไหล่ตัวเองเพื่อเปลี่ยนท่าพลางคิดในใจว่าเขาจะเห็นรูปตัวเองแบบไหนในนิตยสารกับข่าวหน้าหนึ่ง
“ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ทุกท่านรอคอยขอเชิญทุกท่านพบกับนักแคสเกมที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลกคุณยิ้ม Ystrikerค่า!”พิธีกรสาวพูดเปิดตัวอย่างออกรสออกชาติก่อนที่เพลงเปิดตัวสุดมันจะดังขึ้นยิ้มเดินออกมาจากหลังเวทีตามจังหวะที่นัดกับทีมงานไว้ทั้งแสงแฟลชจากกล้องช่างภาพกล้องมือถือ เสียงโห่ร้องของบรรดาแฟนๆพร้อมใจกันประดังเข้ามาที่เขาราวกับกองทัพทหารนับหมื่นรุมยิงะุปืนใส่เขายิ้มโบกมือไปมาพร้อมรอยยิ้มน้อยๆตามสไตล์ของเขามีแฟนคลับหลายคนถึงขั้นเป็ลมล้มพับลงไปหลังจากที่เขาเดินออกมาได้ไม่นาน
ต้องใช้เวลาหลายนาทีกว่าแฟนคลับของยิ้มจะยอมสงบลงและเปิดโอกาสให้พิธีกรสาวได้ทำงานของเธอต่อหลังจากพิธีกรทักทายพอเป็พิธีและเย้าแหย่กันพอหอมปากหอมคอของคนในวงการแคสเตอร์แล้วก็เป็คิวของยิ้มแคสเตอร์คนดังที่ต้องเล่าประสบการณ์กว่าจะเป็Ystrikerทุกวันนี้เป็เหมือนกับ่สร้างแรงบัลดาลใจให้กับคนอื่นๆแต่จริงๆแล้วมันเหมือนกับการโฆษณาขายของโดยหวังพึ่งคนดังมากกว่าเพราะมีเอเจนซี่หลายจ้าวเข้ามาขอให้ยิ้มพูดถึงเกมอของเขาใน่เล่าประวัติเวทีอันมโหฬารตกเป็ของยิ้มเพียงคนเดียว
“เออ…ครับก็ กว่าจะเป็ Ystrikerทุกวันนี้ครับก็เริ่มจากผมชอบเล่นเกมครับหลังจากนั้นก็ได้ไปดูนักแคสเกมหลายๆคนครับ”ยิ้มพูดและกวาดมือไปทางแคสเตอร์คนอื่นๆ“แล้วเราก็คิดว่า เฮ้ย!การเล่นเกมมันก็ทำให้เราหาเงินได้เหมือนกันก็เลยลองตั้งช่องของตัวเองขึ้นมาบ้างแล้วหลังจากนั้นก็…”เขายกมืออีกข้างขึ้นมาบนอากาศเวลายิ้มพูดเขาจะชอบยกมืออีกข้างขึ้นมากวาดไปมาบ้างไม่ก็ยกไว้เฉยๆตรงหน้าเหมือนกับที่นักพูดหลายๆคนชอบทำแต่ไม่ใช่เพราะเป็เอกลักษณ์หรืออะไรหรอกเขาจะได้มองโพยที่จดอยู่ในมือได้ชัดๆ
ยิ้มจะเล่าเื่ราวการก่อร่างสร้างตัวได้แค่่แรกๆเท่านั้นที่เหลือก็ต้องพึ่งเื่แต่งที่ตัวเองคิดขึ้นมาเพื่อทำให้เื่มันดูสมจริงและยิ่งใหญ่ก็เพราะเื่ราวระหว่างทางมันไม่มีแล้วจะให้เอาอะไรไปเล่าให้คนอื่นฟังละจริงไหม
“ความยากลำบากนั้นประดั่งเข้ามาเหมือนกับห่าฝนผมล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วนวันที่คนที่เรารู้จักมองเราว่าทำในสิ่งที่ไร้สาระและไม่มีใครเชื่อว่าเราจะทำได้ที่ปล่อยคลิปออกไปแล้วไม่มีใครสนใจสักคนจนคิดอยู่ในหัวตลอดเวลาว่าสิ่งที่เราทำอยู่มันเป็ไปได้หรือแต่ก็คอยบอกตัวเองเสมอว่าฟ้าหลังฝนนั้นสนใสกว่าเสมอมีคนถามผมตลอดว่าโตขึ้นผมอยากเป็เหมือนใครรู้ไหมผมตอบเขาว่ายังไง…ผมตอบว่าผมอยากเป็ตัวเองให้คนอื่นอยากเป็เหมือนผมมากว่าแล้วผมก็ก้มหน้าก้มตาทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อต่อไปยืนหยัดจนพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นเห็นได้ว่า…”เขาเว้นจังหวะ“ต่อให้ทุกคนเชื่อว่าคุณทำไม่ได้แต่ถ้าคุณเพียงคนเดียวที่เชื่อว่าคุณทำได้…คุณทำได้แน่นอนแล้วพบกันที่ความสำเร็จขอบคุณครับ!”ยิ้มปิดฉากการพูดได้อย่างสวยงามเสียงปรบมือดั่งลั่นจากทุกคนในงานคำคมของเขานั้นทำให้หลายคนถึงกับบ่อน้ำตาแตกยิ้มโค้งให้กับผู้ชมอย่างสง่างามและรักษามาดนิ่งไว้ทำให้แฟนๆยิ่งเทใจให้เขาเพิ่มขึ้นอีกหลายคนถึงกับเป็ลมล้มพับไปกลางงาน
ยิ้มเดินพบปะกับบรรดาแฟนๆที่พยายามจะฝ่าบอดี้การ์ดเขามาหาแคสเตอร์คนดังงานเปิดตัวเกมนี้เป็งานที่ใหญ่ที่สุดที่เคยจัดมาเลยก็ว่าได้แม้งานจะจัดขึ้นในฮอลที่สามารถจุคนได้ถึงห้าหมื่นคนแต่กลับมีคนมาเข้าร่วมงานนับแสนซึ่งเกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของคนมาเข้างานนั้นเป็แฟนคลับของยิ้มทั้งหมดรวมถึงแฟนคลับที่ลงทุนบินมาจากต่างประเทศเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
ระหว่างที่ยิ้มแจกลายเซ็นให้กับแฟนๆที่ยืนเรียงคิวกันเป็แถวยาวเหยียดอยู่นั้นเขาเหลือบไปเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งยืนจ้องมาที่เขาราวกับจะกินเืกินเนื้อถึงแม้ว่าจะพยายามไม่สนใจแล้วพวกนั้นก็ยังอยู่ในหางตาของเขาเหมือนกับแมงหวี่ที่ชอบบินวนไปมาน่ารำคาญ
ยิ้มเหล่ไปมองพวกเขาหลายครั้งคิดในใจว่าเ้าพวกที่คอยดิสไลค์วีดิโอของเขาคอมเม้นเสียๆหายๆมันว่างกันขนาดนัดรวมญาติกันมายืนก่อกวนเขาในงานเลยหรอเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปทำอะไรให้คนพวกนี้ไม่พอใจตอนไหนเพราะไม่มีใครสักคนเลยที่เขาคุ้นหน้าคนพวกนี้กำลังทำให้เขาประสาทเสียเหมือนโดนยุงกัดในห้องมิดรำคาญขนาดไหนก็ตบมันไม่ได้
หลังจากกลับบ้านได้ไม่นานสิ่งแรกที่ยิ้มทำคือเปิดคอมพิวเตอร์สุดไฮเทคของเขาไล่ฟังเพลงที่ชอบในคอมเพื่อไล่ภาพคนที่น่ารังเกียจพวกนั้นออกไปจากหัวยิ้มกำหมดแน่นจนเส้นเืที่แขนปูดโปนออกมามือสั่นสะท้านและหายใจเสียงดังจนน่ากลัวตาจ้องอยู่กับหน้าจอทุกครั้งที่เขาเห็นคนที่น่ารังเกียจพวกนั้นภาพคอมเม้นขยะทุกอย่างที่พวกนั้นพิมพ์ไว้ในคลิปของเขาก็จะผุดตามขึ้นมาเป็ขบวน
ยิ้มรู้สึกตัวร้อนผ่าวไปหมดตอนนี้เขาเหมือนกับูเาไฟที่ใกล้จะปะทุเต็มทีต้องใช้เวลาพอสมควรกว่ายิ้มจะจัดการกับโทสะในใจได้ยิ้มเป็คนที่ไม่ชอบแสดงอาการออกมาให้คนอื่นเห็นเวลาที่เจอปัญหาอะไรเขามักจะเก็บเอาไว้คนเดียวเพราะคิดว่าเป็ทางออกที่ดีที่สุดแล้วเขาไม่อยากทำให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนด้วยและมันก็ใช้ได้ผลมาทุกครั้ง
ยิ้มแอนเก้าอี้นอนหงายมองเพด้านพร้อมกับหูฟังที่เสียบอยู่กับหูทั้งสองข้างมือก่ายหน้าฝากราวกับว่าพยายามกดหัวไว้ไม่ให้ะเิออกมาเหมือนลูกโป่งพองลมเพราะความคิดมากมายที่ไหลวนอยู่ข้างในเขาคิดถึงนางฟ้าประจำตัวของเขาั้แ่เขาขอพรข้อที่สองมาเขาก็ไม่ค่อยเห็นเธอเลยบางครั้งก็จะได้ยินแต่เสียงของเธอแต่ว่าไม่เห็นตัวเหมือนกับครั้งแรกๆที่เจอกันตอนนี้เขามีทุกอย่างที่้าเขาเป็แคสเตอร์ที่ดังที่สุดในโลกมีบ้านหลังใหญ่และเงินมากพอที่จะให้พ่อแม่เอาไปทำบุญลงทุนได้เป็สิบชาติแต่เขากลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ขาดหายไป…
“เธอเธออยู่ในห้องนี่หรือเปล่า”ยิ้มเรียกหานางฟ้าประจำตัวของเขาพร้อมกับกวาดตาไปรอบที่ใหญ่โตและเงียบเชียบไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
“เรียกข้าหรือ”เสียงของนางฟ้าดังขึ้นยิ้มพยายามมองถามที่มาของเสียง“เธออยู่ที่ไหน”ยิ้มเดินไปรอบห้องเพื่อหาตัวนางฟ้า
“ข้าก็อยู่ที่นี่เ้ามีอะไรรึ เ้าอยากได้พรขอต่อไปใช่ไหม”เสียงของเธอนั้นแหบพร่าเหมือนคนเหนื่อยอ่อนไม่ดูสดใสเหมือนครั้งแรกๆยิ้มหันไปทางตู้เสื้อผ้าที่อยู่ข้างๆเหมือนว่าเสียงของเธอจะกังมาจากข้างใน“ทำไมเสียงเธอเป็แบบนั้น”เขาสืบเท้าเข้าไปหาตู้เสื้อผ้าช้าๆ“เธอเป็อะไรไหม” เขาถาม“ปะ เปล่า ข้าไม่ได้เป็อะไรหรอก”เธอพูดเสียงสั่น
ยิ้มกระชากตู้เสื้อผ้าให้เปิดออกนางฟ้าสะดุ้งด้วยความกลัวและหลบเข้าไปในส่วนมืดของตู้ที่แออัดไปด้วยเสื้อผ้าราคาแพงจำนวนมากยิ้มสะดุ้งถอยออกมาจากตู้
“เมื่อกี้เธอเป็อะไรของเธอ”
“เปล่าไม่มีอะไรหรอก เ้าพูดกับข้าข้างนอกก็ได้”ยิ้มรู้สึกไม่สบอารมกับการกระทำแปลกๆของเธอเขาสืบเท้าเข้าไปในตู้ก่อนจะดึกเสื้อที่ขว้างหน้าออกมา
“ดะเดี๋ยวอย่า!”นางฟ้าะโออกมาั์ตายิ้มเบิกกว้างหัวใจกระตุกเมื่อเขาเห็นว่านางฟ้าประจำตัวของเขานั้นไม่มีแสงระยิบระยับตามตัวเหมือนเมื่อก่อนร่างกายของเธอซูบผอมขนนกที่ปีกร่วงโรยราวกับใบไม้แห้งผมยาวกระเซฮะกระเซิงขอบตาดำคล้ำเหมือนคนอดนอน“ข้าไม่อยากให้เ้าเห็นข้าในสภาพนี้”เธอกอดขาให้ตัวขดเข้าไปกับผนังตู้
“ทำไมตัวเธอถึง”เขาถามเสียงสั่นไม่เชื่อกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
“แฮะๆอาจเพราะว่าข้ามาอยู่โลกมนุษย์นานเกินไปกระมังร่างกายข้าคงกำลังปรับตัวอยู่”เธอตอบ “อย่ามาล้อเล่นนะ!”ยิ้มตะคอกใส่เธอ“เธอมีอะไรที่ไม่ได้บอกฉันหรือเปล่า”ยิ้มถามเขามองกดลงมาที่นางฟ้าเหมือนกับเหยี่ยวมองลูกนกที่ตกจากรัง
“ไม่มีอะไรจริงๆข้าแค่อยากมาดูเ้าว่า…มีความสุขหรือยังเท่านั้น”เธอพยายามยิ้มให้เขาเหมือนกับเมื่อก่อนใบหน้าของเธอดูซีดเซียวตาตกลงมาครึ่งหนึ่งราวกับจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่
“เพราะแบบนี้หรอเธอถึงไม่ยอมมาให้ฉันเห็น”ยิ้มถอนหายใจพลางนั่งลงข้างๆนางฟ้าที่อิดโรย“ข้าคอยดูเ้าอยู่ข้างๆตลอดเวลาแต่ข้าเห็นเ้าเองก็กำลังมีความสุขข้าเลยไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะเ้าไง”เธอตอบเสียงยานเอื่อยเฉื่อยแต่ยังส่งยิ้มกลับมาให้เขาทุกครั้ง
ยิ้มรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนั้แ่ที่เขาได้เจอกับนางฟ้าประจำตัวของเขาพร้อมกับความรู้สึกผิดอยู่ในใจลึกๆที่เขาได้ดีจนลืมคนที่ให้ทุกสิ่งกับเขา“ขอบคุณเธอมากนะ” ยิ้มพูด
“เื่อะไรรึ”เธอดันหลังพิงผนังอย่างยากเย็นยิ้มเอื้อมมือไปพยุงเธอแต่มือของเขาก็ทะลุผ่านตัวเธอไป“ที่ทำให้ฉันเป็ฉันในทุกวันนี้ไง”รอยยิ้มอิ่มเอมแห่งความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางฟ้าผู้เหนื่อยล้า“นี่ ั้แ่เรารู้จักกันฉันยังไม่รู้ชื่อเธอเลยเธอมีชื่ออยู่ใช่ไหม”
“แหม่นางฟ้าก็มือชื่อเหมือนกันนะ”เธอตอบ “ข้าชื่อว่า เซเรน”เธอส่งยิ้มให้เขา
“ฉันชอบชื่อของเธอจัง”เขายิ้มตอบเซเรนหน้าแดงระเรื่อจนเห็นได้ชัดตัดกับผิวอันซีดเผือดของเธอยิ้มจ้องมองไปยังดวงตาที่ใกล้ปิดของเซเรนถึงแม้ว่าจะไม่เห็นทั้งหมดแต่เขาเห็นว่าตาของเธอนั้นสวยงามขนาดไหนดวงตาสีเขียวราวกับมรกตภายใต้เปลือกตาอันหย่อนยานทำให้ดูไม่ออกว่าเธอกำลังมองไปทางไหนแต่เขารู้สึกเหมือนกับว่าเธอกำลังมองเขาอยู่อย่างนั้นตาไม่กระพริบ
“เซเรน”ยิ้มเรียก “หืม” เธอหันหน้ามาหาเข้าช้าๆ
“ตอนนี้ฉันมีความสุขมากเลยนะ”เซเรนพยายามยิ้มให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยแรงที่น้อยนิด“ถ้าการอยู่ดูฉันที่นี่มันทำให้เธอต้องเป็แบบนี้ฉันอยากให้เธอ…” เขาหยุดไป
“ทำไมหรอ?”นางฟ้าถาม“ถ้ามันทำให้เธอต้องลำบากเธอกลับ์ก็ได้นะฉันอยู่เองได้”บังเกิดความเงียบขึ้นมากะทันหันเซเรนยังจ้องมองยิ้มไม่ขยับริมฝีปากเธอเผยอเหมือนว่าจะพูดแต่เธอกลับพยักหน้ายิ้มให้เขาเหมือนเดิมโดยไม่พูดอะไร
ยิ้มดูนาฬิกาข้อมือเป็เวลาสี่ทุ่มแล้วเขายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยั้แ่ตอนเย็น
“เซเรนเดี๋ยวฉันไปหาอะไรกินก่อนนะ”เซเรนพยักหน้าให้เข้าค่อยๆก่อนที่ยิ้มจะลุกเดินออกจากห้องไปปล่อยให้เธออยู่ในตู้เสื้อผ้าเพียงลำพัง
หลังจากวันนั้นมายิ้มก็ไม่เห็นเซเรนอีกเลยแต่ว่ายิ้มก็ยังรู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรบางอย่างเหมือนเดิมเขาเลื่อนหน้าเฟสบุ๊คคอมดูอะไรเรื่อยเปื่อยเขาเห็นรูปของนุ่นอยู่กับผู้ชายคนอีกคนทำให้เขาคิดถึงวันที่เขากับนุ่นได้เจออกันอยู่ที่ไร่องุ่นกินข้าวด้วยกัน มีความสุขกันตลอดทั้งคืนตอนนี้นุ่นมีผู้ชายคนใหม่ไปแล้วเธอไม่คิดถึงเขาบางเลยหรือทั้งที่เขาเองก็เป็คนที่มีชื่อเสียงและเงินทองมากมายยิ้มนั่งถอนหายใจพลางเลื่อนดูรูปนุ่นกับแฟนใหม่ของเธอ
หรือว่าจริงๆแล้วสิ่งที่ยิ้ม้านั้นคือความรักเขอยากมีคนคอยอยู่ข้างๆเขาคอยยินดีกับความสำเร็จอยู่ข้างๆไม่ทิ้งเขาไปไหนซึ่งเป็สิ่งทีพ่อแม่ของเขานั้นทำได้ไม่ดีนักแต่เพราะยิ้มอยากให้พวกเขาทำให้ยิ้มบ้างสักครั้งยิ้มถึงได้รักพ่อกับแม่มากแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่รู้ว่าสิ่งที่พ่อแม่ควรทำคืออะไรก็ตาม
ยิ้มได้ยินเสียงประตูบ้านเปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆเดินเข้ามาในคฤหาสน์
“กลับมาแล้วหรอครับพ่อ”ยิ้มทักทาย “อืม แกยังไม่นอนอีกรึ”พ่อของยิ้มในชุดสูทราคาเหยียบล้านที่เพิ่งได้มาจากฮ่องกงเขาสวมแหวนทองเกือบครบทุกนิ้วข้อมือข้างซ้ายมีนาฬิกาทองคำแท้ส่วนข้างขวามือสร้างขอมือเส้นยัก
“ฮ่องกงเป็ยังไงบ้างครับพ่อไปไม่เห็นบอกผมเลย”ยิ้มเก็บจานข้าวแล้วเดินออกมาจากห้องครัว“ไม่ต้องเป็ห่วงหรอกน่าก็ไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง”เขาเดินไปนั่งบนโซฟาก่อนจะถอดรองเท้าหนังสีดำมันออก
“เหนื่อยไหมครับเดี๋ยวผมนวดให้”ยิ้มเดินมาข้างหลังพ่อก่อนเอื้อมมือโอบไปบีบไหล่ให้พ่อเบาๆ“อืม ก็ดีเหมือนกันนะ”พ่อเอนหลังพิงโซฟาเอาหัวพาดขอบหลับตาลงตัวเบาหวิวเหมือนปุยเมฆ
“พรุ่งนี้พ่อจะไปไหนไหมครับ”ยิ้มถาม “ก็ไปทำบุญกับแม่แกนั่นแหละ”พ่อพูดทั้งยังหลับตาสนิท“พ่อครับ หลังจากพ่อแม่เสร็จงานแล้วเราไปเที่ยวยุโรปด้วยกันไหมครับ”ยิ้พูดพร้อมกับแฝงความหวังเอาไว้เต็มเสียงั้แ่ที่เขาขอพรข้อที่สองมาเขายังไม่มีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวเลยเงินทุกบาทของเขานั้นไม่พ่อก็แม่ได้ใช้ในใจของยิ้มขอเพียงแค่ได้ใช้เวลากับพวกเขา ได้ยินคำชมสวมกอดมอบความรักให้แก่กันเหมือนกับครอบครัวทั่วไป
“คงไม่หรอกยิ้มพ่อกับแม่ก็ไปกันตั้งหลายรอบแล้ว”
“แต่พ่อกับแม่ยังไม่เคยไปเที่ยวที่สกอตแลนด์นี่ครับและยังมีโรมอีก”ยิ้มพยายามโน้มน้าว “อืมแต่ว่าพ่อกับแม่ยังต้องไปเปิดบริษัทใหม่ของเราที่เชียงใหม่อีกนะและก็..”
“เอาไว้หลังจากนั้นก็ได้ครับแล้วผมจะพาพ่อกับแม่ไปเที่ยวกันหนึ่งเดือนเต็มๆเลยดีไหมครับอาจเป็ทริปล่องเรือสำราญรอบยุโรป”
“อืมก็น่าสนใจดีนะแล้วเดี๋ยวพ่อจะบอกแม่เขาให้แล้วกัน”ร้อยยิ้มอันเปี่ยมสุขวาดอยู่บนใบหน้าของเด็กหนุ่ม“ครับพ่อ ผมรักพ่อนะครับ”เขาโน้มตัวลงไปมอบอ้อมกอดอันอบอุ่นให้กับผู้เป็พ่อก่อนจะใช้ดั้งโด่งๆััเขากับแก้มที่เหี่ยวย่นเล็กน้อยของผู้เป็พ่อความรักที่ยิ้มให้กับพ่อแม่นั้นเป็ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขแม้ว่าพ่อแม่ของเขาจะทำตัวไม่เหมือนกับพ่อแม่เท่าไหร่นักแต่ความหวังในใจของยิ้มนั้นก็ยังเติบโตขึ้นเพื่อรอวันที่ความหวังนั้นจะเป็จริง
ยิ้มนั่งเล่นคอมพิวเตอร์อย่างสบายใจพร้อมกับจิตนาการภาพถึงตอนที่เขาอยู่บนเรือสำราญกับพ่อแม่เขายืนค้ำแนวกันบนด่านฟ้าเรือพ่อกับแม่กำลังนอนอาบแดดคุยกันอยู่ข้างๆลมทะเลพัดปะทะหน้าเบาๆพร้อมกับทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปทุกๆยี่สิบนาทีแฟนๆต่างชาติเข้ามาขอถ่ายรูปไปพลาง
แต่แล้ว…สิ่งที่เขาไม่อยากเห็นที่สุดก็กลับมาอีกครั้งคอมเม้นตรรกะกลับของพวกที่แอนตี้เขายิ้มกำหมดแน่นหน้าอกเหมือนถูกบีบด้วยคีมระหว่างอ่านผ่านแต่ละข้อความ
“เอาแต่คุยโวโอ้อวดคนอื่นเขาไปทั่วกลัวคนอื่นไม่รู้รึไงว่าตัวเองรวย”
“ในความคิดของเรานะถ้าเรารวยแบบเขาเราจะไม่มาอวดตัวเองแบบนี้หรอก”
“เอาเงินเยอะๆไปช่วยคนยากจนดีกว่าไหม”
“พวกคนรวยก็แบบนี้แหละคิดว่ามีเงินแล้วทำอะไรก็ได้”
“ขอแค่รวยทำอะไรก็ถูกหมดครับผมเห็นมาเยอะแล้ว”
“นี่ผมถึงขั้นต้องยืมไอดีพี่เข้ามาด่ามันเลยนะครับ”
ความคิดที่จะโต้ตอบกลับไปวนอยู่ในหัวของยิ้มอย่างรุ่นแรงคุยโวหรอ ก็สร้างแรงบัลดาลใจให้คนอื่นไม่ใช่หรือไงวะพวกมึงไม่ชอบก็ไม่ต้องมาฟังซิแล้วจะมายืนกวนกูทำไมวันๆพวกมึงว่างกันขนาดนี้เลยหรอรวมตัวกันมายืนมองชาวบ้านเขาทำมาหากินเอาเวลาไปทำเื่ที่มีประโยชน์กว่านี้ดีกว่าไหมไอ้พวกสวะ วันๆไม่เห็นมึงทำมาหากินอะไรเอาแต่เวลามานั่งจับผิดคนอื่นอยู่ได้แล้วก็ยังไอ้พวกที่ชอบถึงขั้นยืมไอดีคนอื่นมาด่ากูเลยหรอมึงกลัวละซิไม่ว่าถึงออกตัวก่อนไอ้พวกนักเลงคีย์บอร์ดอยู่หน้าคอมนี่เก่งทุกอย่างอยู่ต่อหน้าทำห่าอะไรไม่เป็น่าสมเพชชะมัด
ยิ้มเดินกระทืบเท้าออกจากห้องลงไปยังลาดจอดรถก่อนเหยียบคันเร่งส่งตัวรถแลมโบกินี่สีดำออกนอกคฤหาสน์ไปทุกครั้งที่ยิ้มไม่สบายใจหรืออารมเสียเกินควบคุมเขาจะออกไปขับรถข้างนอกเพื่อใช้เวลาขับเื่พวกนั้นออกไปจากหัวเพราะการได้อยู่คนเดียวและขี่รถไปเรื่อยๆทำให้จิตใจสงบมากกว่านั่งฟังเพลงในห้อง
รถแลมโบกินี่จอดอยู่กลางสวนสาธารณกลางเมืองมาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้วยิ้มยังคงนั่งอยู่ในรถไม่ขยับไปไหนเขาอึดอัดเหมือนกับลูกโป่งที่ถูกสูบลมเข้ามาเรื่อยๆเขาอยากให้มีใครสักคนอยู่ข้างๆขอแค่ใครสักคน
“ยิ้ม…”เสียงของเซเรนดังขึ้น “เซเรน?”ยิ้มหันมองรอบๆ“เซเรนนั่นเธอหรอ”
“อืม”ร่างของเซเรนค่อยๆชัดขึ้นบนที่นั่งข้างๆคนขับพร้อมกับร่างกายที่อิดโรยมากกว่าเก่าของเธอ
“เซเรน…เธอ”ยิ้มตกตะลึงกับภาพที่ได้เห็นเซเรนไม่มีเคล้าของความเป็นางฟ้าแสนสวยอีกแล้วขนนกที่ปีกเหลือน้อยจนนับได้ร่างกายผอมแห้ง ใต้ตาคล้ำเหมือนคนอดนอน
“เซเรนเธอมาทำอะไรที่นี่ฉันบอกเธอแล้วไงว่าให้กลับ์ไป”ยิ้มพูด
“เ้าคงไม่คิดว่า…ขะข้าจะปล่อยให้เ้าต้องเจอปัญหาคนเดียวหรอกนะ”เธอเค้นเสียงทั้งหมดในการตอบ
“ปัญหาของฉันฉันจัดการเองได้ เธอกลับไปได้แล้วเดี๋ยวก็ยิ่งแย่กว่านี้หรอก”ยิ้มรู้สึกไม่ดีทุกครั้งที่เห็นเซเรนมีอาการแย่ลงถึงแม้ว่าในใจของเขานั้นอยากให้เธออยู่ข้างๆเขาแต่เขาก็ไม่อยากให้เธอต้องมาทรมานตัวเองเพื่อเขาแบบนี้