“เป็ไปได้ยังไงกัน?! ที่นี่ข้าเพิ่งจะขุดไปเมื่อคืนนี้เองนะ!” หูเสี่ยวซานเบิกตากว้างมองดูเหยียนหลางที่ยื่นมือออกไปอีกครั้งแล้วจับ ปลาไหลโคลนออกมาได้อีกหลายตัว ปลาไหลโคลนเ่าั้ตกลงบนพื้นดินที่แห้งขอด พวกมันดิ้นพล่านไปมาเหมือนกำลังตบหน้าทุกคนอย่างแรง
เหยียนซุ่ยซุ่ยนั่งอยู่บนคันนาขาสั้นป้อมแกว่งไปมาอย่างสำราญใจ “อยากกินปลา... ท่านแม่ต้องกินปลาถึงจะบำรุงร่างกายได้...”
สิ้นเสียงของนาง เหยียนหลางก็ขุดลงไปในดินที่ยังพอยังมีความชื้นอยู่บ้าง แล้วดึงปลาช่อนดำหนักราว ๆ สองสามชั่งขึ้นมาได้หนึ่งตัว!
“นั่นมันปลาช่อนดำ!”
“มีปลาจริง ๆ ด้วย!”
“ที่นี่ขุดเท่าไหร่ก็ไม่มีอะไรแล้วไม่ใช่หรือ เร็วเข้า ๆ ลงไปหาเร็ว!” เด็กกลุ่มนั้นหิวจนตาเขียวปัด เมื่อเห็นของกินอยู่ตรงหน้าก็ไม่สนใจหูเสี่ยวซานอีกต่อไป ต่างพากันถอดรองเท้าแล้วะโลงไปในบ่อโคลนทันที
เหยียนิถอดหมวกที่นำมาจากบ้าน สวมลงบนศีรษะของน้องสาว “ระวังจะถูกแดดเผาจนตัวดำนะ พี่ก็จะไปช่วยจับด้วย”
เด็กกลุ่มหนึ่งราวกับฝูงลิงคลุกโคลน พากันขุดรูหากันอย่างบ้าคลั่ง ซุ่ยซุ่ยแอบเม้มปากน้อย ๆ แอบใช้พลังส่งปลาไหลโคลนเข้าไปในตำแหน่งที่พี่ชายทั้งสองกำลังขุดอยู่เพิ่มอีก
นางเองก็ไม่ได้โง่ ปลาไหลโคลนกับปลาไหลนานั้นขุดรูอยู่ได้ พอจะอ้างได้ว่ามันหลบซ่อนตัว แต่สำหรับปลานั้น นางใส่ไปเพียงแค่ปลาช่อนดำที่พี่รองจับได้เพียงตัวเดียวเท่านั้น เพราะปลาช่อนดำมีความอดทนสูงสามารถมีชีวิตรอดในโคลนได้
เพียงไม่ถึงหนึ่งเค่อสระน้ำเล็ก ๆ ที่แห้งขอดแห่งนี้ก็ถูกขุดจนพลิกแผ่นดิน เด็กทุกคนต่างก็เปื้อนโคลนไปทั้งตัว เหยียนิและเหยียนหลางสองพี่น้องได้ของมากที่สุด มีปลาช่อนดำตัวใหญ่หนึ่งตัวและปลาไหลโคลนกับปลาไหลนาเต็มถังไม้
ของพวกนี้บำรุงร่างกายได้ดีที่สุด เด็กทั้งสองคนฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาดอย่างมีความสุข หูเสี่ยวซานและเด็กคนอื่น ๆ ใช้ชายเสื้อห่อปลาไหลที่หามาได้ ถ้าประหยัดหน่อยก็คงกินได้สักสองสามมื้อ เด็กคนที่เคยเยาะเย้ยซุ่ยซุ่ยเมื่อครู่ ตอนนี้มองตามด้วยความอิจฉาจนแทบจะร้องไห้ หูเสี่ยวซานกำชายเสื้อแน่น สะบัดหน้าไม่พูดไม่จา พาลูกสมุนปีนขึ้นมาจากบ่อโคลน
“นี่ ๆ จะไปไหนกัน? ไหนว่าเป็ลูกผู้ชายพูดคำไหนคำนั้นไง! คิดจะเปลี่ยนใจเป็เต่าหดหัวหรือยังไงกัน?” เหยียนหลางแค่นหัวเราะ ถ้าไม่ใช่เพราะน้องหญิงฝูเป่าของข้า พวกเ้าจะได้กินปลาไหลหรือ ฝันไปเถอะ! ตอนนี้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่า เดินตามน้องสาวไม่มีทางกลับมือเปล่าแน่นอน!
หูเสี่ยวซานหันกลับมาทันควัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “ถุย! ใครเป็เต่าหดหัวกัน!” ใบหน้าของเขาแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเพราะอากาศร้อนหรือเพราะความโมโหกันแน่
“ถ้าไม่ใช่เต่าหดหัว ก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้สิ” เหยียนิอุ้มถังไม้พลางแอบกลอกตาอยู่ข้างหลังพี่ชาย
“นาง... นางเป็แค่เด็กน้อยสามขวบ นางกล้ารับเป็บรรพบุรุษของคนอื่นจริง ๆ หรือ? นาง... นางก็แค่โชคดีเหมือนแมวตาบอดเจอหนูตายเท่านั้นแหละ!” หูเสี่ยวซานชี้ไปที่เหยียนซุ่ยซุ่ย
“จะตาบอดหรือไม่ แต่นางก็หาเจอแล้ว บรรพบุรุษน่ะเ้าเป็คนพูดเองนะ? ทำไม หรือจะเบี้ยวเล่า?” เหยียนหลางทำสีหน้าดูิ่ เด็กวัยสิบกว่าขวบนั้นทนแรงยั่วโมโหไม่ได้ หูเสี่ยวซานจึงโกรธจนหน้าแดงก่ำ
“เร็วเข้า เรียกข้าว่าท่านบรรพบุรุษน้อย...” ซุ่ยซุ่ยรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน อื้ม... ยืนแล้วดูมีสง่าราศีมากกว่าจริง ๆ
“เรียกเ้าว่าบรรพบุรุษเนี่ยนะ? ช่างหน้าไม่อายจริง ๆ ไม่ดูตัวเองเลยว่าตัวแค่นี้แต่ริอยากจะเป็บรรพบุรุษคนอื่น” หวังเทียนเป่าที่ยืนอยู่ข้างหลังหูเสี่ยวซานแค่นเสียงเย็น เขาอายุสิบเอ็ดปีและเป็ลูกชายคนเดียวของบ้าน พ่อแม่เขากำลังป่วยหนัก ปลาไหลที่เขาหาได้ในวันนี้ตั้งใจจะเอาไปบำรุงร่างกายให้พวกท่าน
“คำนี้ไม่ใช่น้องสาวข้าเป็คนพูดแต่พวกเ้าตกลงกันเองต่างหาก หรือว่าเล่นไม่เป็ยังเป็ผู้ชายอยู่หรือไม่?” เหยียนิโกรธจนหน้าแดง
“เมื่อก่อนพวกเ้าไม่เคยหาปลาไหลได้เยอะขนาดนี้เลยนะ วันนี้ถ้าไม่ใช่เพราะพึ่งพาบุญบารมีน้องสาวข้า พวกเ้าจะหาเจอได้ยังไง!” เหยียนหลางพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
หูเสี่ยวซานชะงักไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นเขาก็ฉุกคิดถึงคำเล่าลือในหมู่บ้านขึ้นมาได้
เมื่อก่อนตระกูลเหยียนยากจนที่สุดในหมู่บ้านตระกูลหวัง ยากจนจนหลังคารั่ว เหยียนเหล่าซาน เป็ปัญญาชนแต่สอบไม่ติดซิ่วไฉเสียที แต่ั้แ่รับเหยียนซุ่ยซุ่ยมาเลี้ยง ตระกูลเหยียนก็สร้างบ้านหลังใหญ่ ในวันที่นางมาถึงบ้านเหยียนเหล่าซานก็สอบติดซิ่วไฉทันที ใคร ๆ ต่างก็บอกว่านางคือคนมีวาสนา
หูเสี่ยวซานสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ที่นาผืนนี้เมื่อก่อนพวกเขาขุดหาจนทั่วก็ไม่เจออะไรเลย แต่วันนี้... “ก็ได้ ข้ายอมรับเ้าเป็ท่านบรรพบุรุษน้อย ตอนที่ไม่มีคนอื่นอยู่พวกข้าจะเรียกเ้าว่าบรรพบุรุษน้อย แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ พวกข้าจะเรียกเ้าว่าพี่ใหญ่ซุ่ย ไม่อย่างนั้นพ่อข้าได้แขวนคอข้าตีแน่ ๆ ”
หูเสี่ยวซานนึกถึงหมัดของพ่อแล้วก็ตัวสั่น ถ้าไปเรียกเด็กสามขวบว่าบรรพบุรุษให้พ่อเห็น มีหวังพ่อคงส่งเขาไปหาบรรพบุรุษจริง ๆ แน่
“ยอมรับนางเป็บรรพบุรุษน้อยจริง ๆ หรือพี่ซาน? พวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน หมู่บ้านหลินสุ่ยคงหัวเราะเยาะพวกเราตายเลย” หวังซิงเฟิงหลานชายของหัวหน้าหมู่บ้านหวัง กระทืบเท้าด้วยความขัดใจ
“พอแล้ว ข้าตัดสินใจแล้ว! ใครไม่ฟังก็อย่าหาว่าข้าใช้กำลัง ต่อไปเหยียนซุ่ยซุ่ยคือบรรพบุรุษน้อยของข้า และเป็บรรพบุรุษน้อยของหมู่บ้านตระกูลหวังด้วย! เจอที่ไหนต้องนอบน้อม และต้องฟังคำสั่งนาง!” หูเสี่ยวซานตบหน้าอกตัวเองแล้วเดินเข้าไปกุมมือน้อย ๆ ที่อวบอัดของเด็กน้อย
ว้าว มือของท่านบรรพบุรุษน้อยนุ่มจังเลย หูเสี่ยวซานไม่กล้าบีบแรง มือสีดำกร้านของเขาพอยืนคู่กับผิวกายขาวนวลของอีกฝ่ายแล้ว ดูเป็การเสียมารยาทไปเลย
หูเสี่ยวซานมีอิทธิพลในกลุ่มเด็กชายมาก เมื่อเขาสั่งมาเช่นนี้ เด็กที่อยู่ข้างหลังทั้งหมดจึงมองไปที่ซุ่ยซุ่ยและร้องเรียกขึ้นมาพร้อมกัน
“ท่านบรรพบุรุษน้อย”
“ท่านบรรพบุรุษน้อย คราวหน้าพาพวกเรามาจับปลาไหลอีกนะ?” หูเสี่ยวซานย่อตัวลงมองนางด้วยดวงตาเป็ประกาย นี่มันตัวนำโชคชัด ๆ เป็สมบัติล้ำค่าเลยล่ะ
เหยียนซุ่ยซุ่ยย่นจมูกเล็ก ๆ ที่เชิดรั้นขึ้นอย่างน่ารัก “ปลาไหลกินเบื่อแล้ว อยากกินอย่างอื่นบ้าง” นางเงยหน้ามองฟ้า ดวงอาทิตย์ยังไม่ตกดินเลย
“ท่านบอกมาเลยว่าอยากเปลี่ยนเป็อะไร อยากกินอะไร?” พอได้ยินว่ามีโอกาสอีกหูเสี่ยวซานก็กระตือรือร้นทันที
หวังเทียนเป่ากลอกตา “เ้าเชื่อคำลือในหมู่บ้านจริง ๆ หรือ?” เื่ที่ซุ่ยซุ่ยเป็ตัวนำโชคนั้นลือกันมาสามปีแล้ว แต่มันก็ส่งเสริมแต่บ้านตระกูลเหยียนเท่านั้นแหละ อีกอย่างตอนนี้นางก็ถูกขับออกจากบ้านเก่าแล้วด้วย
“อยากกินเนื้อ...” ไก่รมควันที่มีอยู่ในบ้านนั้นท่านแม่หวงยิ่งกว่าอะไรดี
หูเสี่ยวซานซาบซึ้งจนแทบน้ำตาไหล บ้านเขาเป็บ้านพรานและคนฆ่าสัตว์ไม่เคยขาดเนื้อ แต่ั้แ่เกิดภัยแล้งสามปีเขาก็ผอมโซลงไปเยอะ อยากกินเนื้อจนน้ำลายสอแทบทุกคืน
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเข้าป่าแล้วล่ะ ไปเถอะรีบกลับไปเอาปลาไหลไปใส่ถังเลี้ยงไว้ก่อน แล้วค่อยมาเจอกันที่ตีนเขา” หูเสี่ยวซานสะบัดมือสั่งการ เด็กทุกคนก็วิ่งกรูกลับบ้านทันที
“เอ๊ะ ถ้าเหยียนหม่านชางกลับมาเขาจะโกรธหรือไม่? เขาเกลียดเด็กบ้านใหญ่นี่นา”
“ช่างเขาสิ! ถ้าท่านบรรพบุรุษน้อยหาเนื้อให้กินได้ เ้าจะเลือกบรรพบุรุษน้อยหรือจะเลือกเหยียนหม่านชางล่ะ?” เด็กคนนั้นเงียบไปทันที เหยียนหม่านชางน่ะหรือจะไปสู้ท่านบรรพบุรุษน้อยได้ยังไงกัน!!!
เหยียนิและเหยียนหลางยืนงง หลายปีมานี้พวกเขาไม่เคยได้เข้ากลุ่มกับเด็กในหมู่บ้านเลย มักจะถูกรังแกและกีดกันมาตลอด แต่ตอนนี้... แค่นี้เองหรือ แค่นี้ก็สำเร็จแล้ว แถมก่อนไปพวกนั้นยังเรียกพวกเขาว่าิเกอ และหลางเกออย่างสนิทสนมอีกด้วย???
“ไปเถอะ พวกเรารีบเอาปลาไหลไปใส่ถังเหมือนกัน เดี๋ยวปลาช่อนจะตายเสียก่อน” เหยียนหลางจูงมือน้อง ๆ รีบกลับบ้าน ตอนนี้หลินซื่อคงไปที่นาแล้วในถังน้ำไม่รู้ว่าเต็มั้แ่เมื่อไหร่ อาจจะเป็ท่านพ่อหรือพี่ใหญ่ที่หาบมาไว้ให้
เมื่อเทปลาไหลและปลาช่อนลงไป ซุ่ยซุ่ยก็อาศัยจังหวะที่พี่ชายกำลังง่วนอยู่ แอบหยิบปลาไหลจากในมิติวาจาสิทธิ์ออกมาเพิ่มอีกสองชั่งแล้วใส่รวมลงไปในถังด้วยกัน