" แก ไอ้คนชั้นต่ำ! แกกล้าดียังไงถึงกล้ามาด่าพ่อฉันแบบนี้?" สายตาเ็าของการันต์จ้องมองมาที่วรรณชัย พร้อมกับจิตสังหารที่ประทุออกมาจากร่างของเขา
การันต์ไม่มีความนับถือหรือมีเยื้อใยต่อวรรณชัยที่เป็พี่ชายต่างแม่ของตนเองเลยแม้แต่น้อย หากทำได้เขาก็อยากกำจัดวรรณชัยทิ้งไปให้พ้นๆทาง แต่เขาก็ทำแบบนั้นไม่ได้
" อั่ก!" วรรณชัยที่มีค่าสถานะน้อยอยู่แล้ว เริ่มที่จะหายใจติดขัดและรู้สึกว่าร่างกายของเขามันหนักอึ้งขึ้นมา
" แกมันก็แค่คนชั้นต่ำที่มีแม่เป็โสเพณีคอยหลอกล่อผู้ชายให้มาหลงชั่วคราวเท่านั้น และที่แกได้เกิดมาแบบนี้เพราะแม่แกใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกพ่อของฉันก็เท่านั้น… "
การันต์มองไปยังวรรณชัยด้วยสายตาเหยียดหยามและสมเพช เขาต่อว่าผู้เป็แม่ของวรรณาชัยอย่างสนุกปาก
แม้วรรณชัยอยากจะตอบโต้กลับไปแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะตอนนี้เขายังอ่อนแอเกินไป ตอนนี้สิ่งเดียวที่เขายังขาดก็คือเวลา ! หากเขามีเวลามากพอเขาก็สามารถกลับมาบดขี้ไอ้ชาติชั่วนี่ที่มันมาว่าแม่เขาได้ !!
" หากแม่ของแกไม่ใล่อย่างที่ว่ามาแกคงไม่ได้เกิดมาหรอก ! มันดีแค่ไหนแล้วที่แกยังมีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้ ! แกน่าจะขอบคุณพวกฉันเสียด้วยซ้ำที่ไม่ฆ่าแกสองคนทิ้งั้แ่ตอนนั้น ! "
" ไม่เห็นเหรอว่าแม่แกมันหนีตามผู้ชายไป แล้วทิ้งแกเอาไว้คนเดียวอย่างไม่เหลียวแลแบบนี้ นั่นแหละที่แม่แกเป็ มันก็แค่พวกรักสบายและเห็นแก่ตัวเป็แค่ผู้หญิงชั้นต่ำเท่านั้น ! "
พูดจบการันต์ก็รู้สึกถึงแรงอาฆาตที่ส่งมาทางสายตาของวรรณชัย เมื่อเห็นดังนั้นการันต์ก็แสยะยิ้มหยามเหยียดออกมา ก่อนจะเดินเข้าไปที่เครื่องตรวจสอบ และวางฝ่ามือขวาลงไปที่เครื่อง
ติ๊ด ~
" ิญญาสถิต อสรพิษกลืนดาว ระดับ A ค่าสถานะ พละกำลัง : 24 ความทนทาน : 21 ความเร็ว : 15 ความอึด : 18 มานา : 21 "
" !!!! "
ทันทีที่การันต์แตะมือไปยังเครื่องตรวจสอบ ความโกลาหลก็เกิดขึ้นทันที
" น นี่มัน ค่าสถานะสูงสุด! "
" สุดยอด ~!"
" แล้วนั่นมัน อสรพิษกลืนดาว 1ใน10สัตว์ิญญาที่แกร่งที่สุด?"
" ใช่แล้วนั่นมันอันดับที่7 ในหมู่สัตว์ิญญา อสรพิษกลืนดาว! ว่ากันว่าเมื่อมันโตเต็มวัย มันสามารถกลืนดวงดาวได้ทั้งดวงเลย พละกำลังของมันเองก็โดดเด่นมาก!"
ทุกคนที่อยู่ลานกว้างต่างก็แตกตื่นเมื่อเห็นว่าอาชีพของการันต์และค่าสถานะของเขาที่อยู่จุดสูงสุดของระดับ A
" หึ!" การันต์มองมาทางวรรณชัยด้วยความเหนือกว่า ก่อนจะยกมุมปากขึ้นมา วรรณชัยไม่สามารถเทียบอะไรกับการันต์ได้เลย ทั้งสถานะในตระกูล ทั้งอาชีพ และระดับความแข็งแกร่ง
เรียกได้ว่าเขาแทบจะอยู่ในจุดสูงสุดของโลกเลยก็ว่าได้หากเขาเติบโตได้เต็มที่แล้ว
" มันเป็เื่จริงสินะ ที่ว่ากันว่าคนรุ่นนี้คือกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติของมนุษย์เราั้แ่เริ่มต้นยุดโกลาหลมาสู่รุ่งอรุณ.. "
" อื่มน่าจะเป็แบบนั้น เห็นมีคนบอกว่า10สุดยอดผู้เล่นที่ครองอันดับ10อันดับแรกนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็สัตว์ประหลาดไร้เทียมทานเลยทีเดียว "
" นี่ยังไม่รวมถึงเ้าพวก5ขุนพลมืดนั่นอีก ไม่รู้ว่าจะเกิดความโกลาหลอะไรขึ้นกับโลกกันแน่เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นมา.."
เหล่าคนนอกทั้งหลายที่เฝ้าดูอยู่ต่างก็พูดคุยกันไปมาอย่างสนุกปาก พลางส่ายหน้าให้กับความแข็งแกร่งของคนรุ่นนี้ มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียผสมปนเปกันไป
ข้อดีก็คือ10สุดยอดผู้เล่นเ่าั้สามารถมาเป็กำลังหลักในการนำมนุษย์ยึดคืนดินแดนที่เสียไปได้ และข้อเสียก็คือเหล่า5ขุนพลมืดพวกนั้นจะก่อความวินาฏอะไรแก่พวกเขากัน? นั่นแหละที่พวกเขาหวาดกลัว
การันต์เดินเข้ามาใกล้วรรณชัยอย่างช้าๆ จนถึงตัวของวรรณชัย จากนั้นเขาก็ก้มหน้าลงมา ก่อนจะกระซิบให้วรรณขัยได้ยินเพียงคนเดียว
" แกน่าจะรู้สถานะของตัวเองนะ แกควรจะอยู่ในที่ที่แกควรอยู่ หัดรู้จักสถานะของตัวเองบ้าง พวกชั้นต่ำอย่างแกไม่ควรเสนอหน้ามาให้ฉันเห็นอีกเป็ครั้งที่2 ไม่อย่างงั้น.. หึๆๆ .."
การันต์ไม่พูดคำสุดท้ายออกไป ทำเพียงหัวเราะและยิ้มเย็นมองมาทางวรรณชัยเท่านั้น
" หึ่ม.. แล้วเราจะได้เห็นดีกัน.. ทั้งพวกแกแล้วก็ตระกูลโสมมนี่.." วรรณชัยพูดพึมพัมกับตนเองเบาๆ
แต่ถึงกระนั้นก็มีหลายๆ คนที่ได้ยินคำพูดของวรรณชัย แต่พวกเขาก็เลือกที่จะไม่สนใจคำพูดของเขา เพราะวรรณชัยนั้นไร้ค่าเกินกว่าจะมาให้ความสนใจได้
เพียงแค่ระดับGแถมค่าสถานะยังเป็1ทั้งหมดจะไปทำอะไรได้? เขาคงจะถูกกลบฝังไปตามกาลเวลาไม่ช้าก็เร็วอย่างแน่นอน ขนาดมือโปรที่ถูกฝึกฝนมาให้เล่นได้ทุกอาชีพ พวกเขายังใช้เวลาตั้ง2ปีกว่าเลยกว่าจะสามารถไปถึงเลเวล50ได้
วรรณชัยใช้มือยันพื้นเพื่อพยุงให้ตนเองยืนขึ้น " ถุ้ย!"
วรรณชัยถุยเศษเืที่ยังค้างอยู่ในปากลงพื้นอย่างไม่สนใจใครอื่น
" นี่แก.. "
มีหลายคนที่เห็นพฤติกรรมของวรรณชัยแล้วก็ทนไม่ไหวและเริ่มมีน้ำโห กำลังจะเดินออกไปสั่งสอนวรรณชัยให้รู้จักมารยาทเสียบ้าง แต่ก็ต้องถูกขัดไว้ด้วยเสียงหนึ่ง
" ปล่อยไป.." ผู้นำตระกูลยกมือขึ้นห้ามผู้คนที่คิดจะไปสั่งสอนวรรณชัย
เขามองแผ่นหลังของวรรณชัยที่เดินไปยังแถวด้านซ้ายอย่างโดดเดี่ยว และไร้เรี่ยวแรงสักพักก่อนจะเบือนหน้าหันกลับไปยังทางออกของลานกว้างนี้
การดำเนินการตรวจระดับก็ดำเนินต่อไปอีกครั้ง ทุกอย่างเป็ไปตามปกติแต่กลับไม่มีระดับAคนไหนปรากฎตัวออกมาอีกเลยั้แ่ที่การันต์ทำการตรวจสอบ
โดยสรุปก็คือ มีระดับB50คน ระดับC400คน ระดับ E1000คน ระดับ F 500คน และระดับ Gอีก10คน
เมื่อการวัดระดับและอาขีพจบลง ผู้สังเกตการณ์คนอื่นๆ ก็เริ่มที่จะทยอยกันออกจากจากลานกว้างตระกูลพิทักษ์กุล
จนสุดท้ายแล้วก็เหลือเอาไว้เพียงแค่ผู้ที่เกี่ยวข้องและคนรุ่นนี้ที่ทำการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น
" พวกแกตามฉันมา !..." เสียงทุ้มและดุดันดังขึ้นที่หน้าแถวของพวกวรรณชัย เมื่อพวกเขาเงยหน้าขึ้นก็พบกับชายร่างใหญ่หน้าตาดุดันคนหนึ่ง ฉีกยิ้มกว้างมาทางพวกเขา
รอยยิ้มนั้นมันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความสุขและดีใจเลย มันเหมือนกับรอยยิ้มของพวกโรคจิตกระหายเืเสียมากกว่า
แต่ไม่ว่ายังไง พวกเขาก็ต้องตามคนคนนี้ไป เพราะพวกเขาเป็คนของตระกูลพิทักษ์กุล แม้จะไม่ได้มีสายเืของตระกูลนี้ แต่ชีวิตของพวกเขาก็ถูกผูกเอาไว้กับตระกูลนี้
แม้จะไม่ชอบมากเพียงใดพวกเขาก็ต้องจำใจทำตามคำสั่ง ไหนจะครอบครัวของพวกเขาที่อาศัยอยู่ที่นี่อีก พวกเขาจึงไม่อาจขัดขืนอะไรได้เลย ทำได้เพียงทำตามคำสั่งของคนที่มีตำแหน่งที่สูงกว่าเท่านั้น
พวกเขาเดินตามชายร่างใหญ่ไปเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าของเครื่องมือชนิดหนึ่ง ตรงนั้นมีคนอยู่ก่อนแล้ว 5-10คน คอยตรวจเช็คการทำงานของเครื่องจักรอยู่
เครื่องจักรมีรูปร่างคล้ายวงแหวน ถูกคลอบเอาไว้ด้วยเกราะทรงสีเหลี่ยมที่ปล่ิยพลังงานบางอย่างออกมาจนทำให้เหใือนมีวงแหวนพลังงานอยู่ภายในนั้น
" เป็ยังไงบ้าง? ปกติดีรึเปล่า?" ชายร่างใหญ่เดินไปถามพนักงานผู้ตรวจเช็คเครื่องจักร
" เครื่องสามารถใช้ได้ปกติดีครับ!" พนักงานที่อยู่ใกล้ๆ รายงาน ก่อนจะกดปุ่มเปิดเครื่อง เพื่อให้เครื่องจักรทำงาน
วู้ชช ~
หลังจากที่เครื่องจักรทำงานไปสักพัก พลังงานสีฟ้าครามก็ไหลจากเครื่องสั่งการเข้าไปที่ตรงเกราะทรงสี่เหลี้ยมที่อยู่ตามจุดต่างๆของวงแหวน จากนั้นมันก็พ่นพลังสีฟ้าครามออกมา
ฟู่ ~
เกิดเป็วังวลสีฟ้าครามขึ้นมาภายในวงแหวน ชายร่างใหญ่มองไปยังวังวลนั้นก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
" เอาล่ะ ต่อไปก็ยืนยันตัวตน " ชายร่างใหญ่ใช้นิ้วชี้ไปยังหน้าจอสแกนนิ้วมือที่เชื่อมต่ออยู่กับเครื่องควบคุมวังวลสีฟ้าครามนั้น
ชายที่อยู่คนแรกของหัวแถวเดินออกไปตามคำสั่งของชายร่างใหญ่ จากนั้นก็ใช้มือทาบลงไปที่หน้าจอสแกนนั้น
ติ๊ด ~
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นทันทีที่ชายคนนั้นวางฝ่ามือลงไปยังหน้าจอ จากนั้นรายชื่อของเขาก็โผล่ขึ้นมาที่หน้าจอ มันบอกวันที่เริ่มเล่นเกม รหัสเครื่อง เลเวล ระดับ และผลงานที่ทำไว้ตอนที่ยังเล่นเกมอยู่
ไม่ว่าจะเป็ความสำเร็จต่างๆ นาๆ หรือแม้กระทั่งผลงานในาครั้งสุดท้ายกับเทพปีศาจเพเรี่ยนก็ด้วย แต่ข้อมูลมันไหลเร็วมาก คนธรรมดาจึงมองไม่ทัน แต่สำหรับคนที่มีระดับและเลเวลมากอย่างชายร่างใหญ่แล้ว เื่แค่นี้ไม่ใช่อะไรเลย เขาสามารถมองตามการไหลของข้อมูลนี้ได้อย่างง่ายดาย
หลังจากที่การสแกนเสร็จสิ้นแล้ว ก็มีตัวหนังสือที่บอกว่า 'กำลังประมวลผล' ค้างอยู่ที่หน้าจอ หลังจากนั้นไม่นาน วังวลที่อยู่ข้างๆ ก็สว่างวาบขึ้นมาครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะมีกล่องสีขาวลอยออกมาจากวังวลนั้น
" ไปรับมา นั่นคือรางวัลที่พวกแกได้จากระบบหลังจากเคลียร์เกมเสร็จ มันจะได้มากได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับที่พวกแกทำตอนอยู่ในเกม ! "
ชายร่างใหญ่อธิบายเสียงแข็งและดูดัน ได้ยินดังนั้นชายคนแรกที่ออกไปสแกนฝ่ามือก็รีบเดินไปยังวังวลนก่อนจะรับเอากล่องมา จากนั้นกล่องก็หายไปทันทีที่นิ้วของชายคนนั้นแตะเข้ากับมัน
" ช่องว่างมิติ?" ดวงตาของชายร่างใหญ่เบิกกว้างขึ้นมาทันที เมื่อเขาเห็นว่าผู้เล่นที่มีระดับแค่Fกลับสามารถมีช่องว่างมิติเป็ของตัวเองได้
จากนั้นเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหัวของชายคนนั้น ว่าเขาได้รับอะไรบ้างจากกล่องรางวัล เมื่อตรวจสอบทุกอย่างแล้วชายคนนั้นก็พยักหน้าก่อนจะกลับไปยังแถวที่ตนเองจากมา
จากนั้นคนที่สองก็ไปยังจุดสแกนฝ่ามือ และก็เป็อย่างคนแรก ทันทีที่ประมวลข้อมูลเสร็จกล่องใบหนึ่งก็ลอยออกมาจากวังวลสีฟ้าครามนั้น และก็เป็อีกครั้งที่กล่องใบนั้นหายไปทันทีที่มันแตะเข้ากับตัวของชายคนนั้น และสิ่งนี้ก็เกิดขึ้นกับทุกคนที่ได้รับกล่องรางวัล
" นี่พวกผู้เล่นรุ่นนี้มันเป็ที่รักของเทพธิดาจริงๆงั้นเหรอ? ท่านถึงกับให้ช่องว่างมิติแก่คนเหล่านี้ ไม่เว้นแม้แต่คนที่มีระดับที่ต่ำที่สุดก็ตาม "
แม้ว่าชายร่างใหญ่เขาจะรู้สึกอิจฉาผู้เล่นรุ่นนี้ แต่มันก็เท่านั้นเพราะเขาไม่อาจแย่งชิงช่องว่างมิติมาจากตัวคนเหล่านี้ได้ แม้ว่าเขาจะลองแตะกล่องดู ก่อนที่ผู้เล่นที่ทำการสแกนแล้วจะทันได้ัั เขาก็ไม่ได้ช่องว่างมิติมาอยู่ดี
ระหว่างที่ชายร่างใหญ่กำลังคิดกับตัวเองอยู่ วรรณชัยก็ทำการสแกนเสร็จเรียบร้อย และอยู่ระหว่างกำลังประมวลผล
เมื่อชายร่างใหญ่เงยหน้าขึ้นมาดูข้อมูลของวรรณชัยมันก็ได้หายไปแล้ว เขาทันเห็นแค่ที่อยู่สุดท้ายของวรรณชัยเท่านั้น นั่นคือหมู่บ้านสายหมอก
และเมื่อชายร่างใหญ่หันไปมองพนักงานคนอื่นๆ เพื่อถามว่าข้อมูลของวรรณขัยเป็ยังไง พวกเขาก็ทำแค่ส่ายหน้ากลับมาเท่านั้น พวกเขาเองก็ไม่ทันได้เห็นเช่นกัน ชายร่างใหญ่ที่ได้รับการตอบรับแบบนั้นกลับมา คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน ก่อนจะมองไปยังคนต่อไปที่เข้ามาสแกนฝ่ามือ
แต่คนเ่าั้ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ เป็เพียงแค่คนธรรมดา ที่ต่อสู้กับมอนสเตอร์ธรรมดา และทุกอย่างก็ดูธรรมดาเป็อย่างมาก ไม่มีเื่หวือหวา หรืออะไรเกิดขึ้นกับพวกเขาเลย
" หืม? " ตอนนั้นเองที่ชายร่างใหญ่เหลือบไปเห็นข้อมูลของชายคนหนึ่งที่กำลังสแกนข้อมูลอยู่ เขาก็พบว่าข้อมูลของชายคนนี้แปลกๆ
เขาระดับลดลง จากที่อยู่ในเกมเคยเป็ถึงระดับD และขึ้นๆ ลงๆ เรื่อยมาจากที่เคยเป็ระดับDก็ลงมาที่F จากFก็ขึ้นไปE และจากนั้นก็ลงมาอีกครั้ง เป็แบบนี้อยู่กว่าหลายร้อยครั้ง
และเมื่อได้อ่านข้อมูลของชายคนนั้น ปรากฎว่าเขาถูกคนดักฆ่าหน้าจุดเกิด ตายแล้วตายซ้ำ จนทำให้ระดับของเขาลดลง และเมื่อเขาเก็บเลเวลขึ้นมาได้แล้วเขาก็ถูกฆ่า และดักหน้าจุดเกิดอีกครั้ง การเล่นเกมของเขาวนเวียนอยู่แบบนี้จน10ปีเต็มในเกม !
ไม่คิดว่าเขาจะยังสามารถควบคุมสติของตนเองไม่ให้เป็บ้าได้ หรือเลิกเล่นไปเสียก่อนได้แม้จะโดนกระทำถึงขนาดนี้ และเหล่าคนที่โจมตีชายคนนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนของตระกูลพิทักษ์กุลเอง
" เฮ้อ ~ น่าเสียดาย.. คงจะไปขัดหูขัดตาพวกระดับสูงเข้าสินะ ชื่ออะไรนะอินทร์ทนง? " ชายร่างใหญ่ทำได้แค่ส่งความรู้สึกสงสารออกไป แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้
และเขาก็ได้ติดตาายคนนี้ไว้แล้วว่าเป็บุคคลที่ไม่ควรมีปฏิสัมพันธ์ด้วยเด็ดขาด ! ไม่เช่นนั้นจะเป็เขาเองที่ต้องลำบาก
หลังจากนั้นไม่นานนัก ทุกคนที่อยู่ในกลุ่มนี้ก็เสร็จสิ้นการรับรางวัลจากระบบเป็ที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นชายร่างใหญ่ก็เดินนำคนกลุ่มนี้ไปยังอีกสถานที่หนึ่ง
คราวนี้มีอีกเครื่องหนึ่งไม่ค่อยจะต่างจากเครื่องก่อนหน้านี้มากนัก แต่ที่ต่างกันก็คือสีของวังวลเท่านั้น วังวลคราวนี้มันเป็สีเขียว
เมื่อมาถึงเครื่องนี้แล้วขายร่างใหญ่ก็พูดขึ้นมาทันที " เข้าไปข้างใน!"
ชายร่างใหญ่ชี้ไปที่วังวลนั้นก่อนที่้ขาจะเข้าไปก่อนเป็คนแรก เขาไม่คิดจะบอกกับคนเหล่านี้เลยว่าตนเองกำลังจะพาพวกเขาไปไหน เมื่อเห็นว่าชายร่างใหญ่เข้าไปแล้วคนที่อยู่หน้าสุดก็เดินตามเข้าไปอย่างไม่ลังเลอะไร เพราะมีคนที่เข้าไปก่อนเขาแล้ว ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัย
ฟุ่บ ~
ร่างของชายคนแรกหายเข้าไปในวังวลก่อนที่คนอื่นๆ จะตามเข้าไปติดๆ และวรรณชัยก็เดินตามเข้าไปอย่างไม่ลังเลเช่นกัน
แกร่ก ~ เปรี้ยะ ~ ครึ่น ~ !!
ทันทีที่วรรณชัยเดินเข้าไปในวังวล อยู่ๆวังวลนั้นก็เหมือนกับเกิดคลื่นกระเพื่อม มีเสียงดังเหมือนบางอย่างแตกหัก จากนั้นก็กลับมาเป็เหมือนเดิมในเสี้ยววินาที ก่อนที่คนอื่นๆจะเดินตามเข้าไปติดๆโดยไม่รับรู้เลยว่าประตูมิติเหิดขัดข้องเมื่อครู่นี้...