“กูเตริโอ!! นี่มันเื่อะไรกันแน่” ถังชวนทั้งตะลึงและโมโหในเวลาเดียวกัน
“ต้องขอบคุณวาสนาของเ้าผู้ไม่รู้จักประมาณตนตอนนี้สตรีนางนั้นเหลืออายุขัยเพียงแค่เจ็ดวันแล้ว...” กูเตริโอยิ้มเย้ยหยัน
ถังชวนเ็ปยิ่งเขาคิดไม่ถึงว่าตัวเองยิ่งช่วยยิ่งแย่ “ทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้! ฉันเห็นเธอถูกเผาเป็เถ้าถ่านแล้วชัดๆ!”
กูเตริโอแค่นเสียงเย็น“เ้ายังมีหน้ามาพูดอีก!ถูกตัวเรือดตัวหนึ่งกลั่นแกล้งจนมีสภาพเช่นนั้นในโลกแห่งจิติญญาของตนเองเ้ายังจะมีหน้ามาพูดอีกเหรอว่าทำลายนางไปแล้ว! สิ่งที่เ้าทำลายก็เป็แค่ภาพหลอนในสมองของเ้าและในตอนที่เ้าใช้พลังิญญา พลังมรณาบนร่างก็ถูกตัวเรือดนั้นถือโอกาสดูดซับไปเยอะมากเดิมตัวเรือดตัวนี้ต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนถึงจะสามารถร่างของสตรีนางนั้น แต่ตอนนี้กลับกลายเป็แค่เจ็ดวันแล้ว! ไม่กล้าจินตนาการเลยจริงๆ ว่า คราแรกข้าแพ้ให้กับคนปัญญาอ่อนแบบเ้าได้อย่างไร! ข้ารู้สึกอับอายจริงๆ !”
ถังชวนทั้งละอายใจทั้งเสียใจขึ้นมาและรู้สึกหวาดกลัวผีสาวชุดดำเล็กน้อย เขาเอ่ยวิงวอน “กูเตริโอ ฉันผิดไปแล้วเป็ฉันที่ไม่ดีเอง!นายบอกฉันเถอะว่าต้องทำอย่างไร ฉันมอบร่างนี้ให้นายก็ได้ ขอแค่นายช่วยเธอช่วยฉันช่วยชีวิตครูโจวได้ไหม”
กูเตริโอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า“สายไปแล้ว!หากพูดตอนหลายวันก่อนหน้านี้ ข้าอาจจะหวั่นไหว แต่ตอนนี้ข้าฝังรากอยู่ในร่างเ้าแล้วเ้าพูดเื่นี้กับข้าไปก็ไม่มีประโยชน์!อีกอย่างความเป็ความตายของสตรีนางนั้นเกี่ยวข้องอันใดกับข้าด้วย”
ถังชวนอึ้งไปพร้อมกับทุบศีรษะตนเองด้วยความทุกข์ใจ “ทำอย่างไรดี! จะทำอย่างไรดี ล้วนต้องโทษฉัน หากฉันเชื่อนายก็ดี!”
กูเตริโอยิ้มเย็น“หากการเสียใจภายหลังสามารถเปลี่ยนแปลงความจริงได้เช่นนั้นจะมีเทพแห่งความตายไว้ทำไม”
ถังชวนกัดริมฝีปากตนเองอย่างแรง“ไม่มีวิธีสักนิดเลยเหรอ”
กูเตริโอเอ่ย“มี แน่นอนว่ามี!”
ถังชวนอึ้งจากนั้นก็ยินดีปรีดา “นายบอกว่าจะไม่ช่วยเธอไม่ใช่เหรอ”
กูเตริโอถามกลับ“ข้าบอกว่าไม่ยอมช่วยนาง แต่ไม่ได้บอกว่าไม่ยอมช่วยเ้านี่!”
ถังชวนตื้นตันใจและตื่นเต้น“ฉันรู้อยู่แล้วว่านายจะต้องไม่ใช่พวกเห็นคนจะตายแล้วไม่ช่วย!”
กูเตริโอหัวเราะพรืด“เห็นคนตายแล้วไม่ช่วยหรือ อย่ามาล้อเล่นไปหน่อยเลย มีคนตายบนโลกใบนี้มากขึ้นเ้าก็ควรจะยิ่งดีใจ!”
ถังชวนตะลึง“ทำไมล่ะ ฉันจะเป็คนประเภทนั้นไปได้อย่างไร!”
กูเตริโอเอ่ย“เพราะว่าเ้าเป็เนโครแมนเซอร์ ยิ่งบนโลกใบนี้มีคนตายมากขึ้นเ้าก็จะยิ่งแข็งแกร่ง! ความแข็งแกร่งของเ้าแปรผันโดยตรงกับปริมาณพลังมรณาที่เ้า!”
ถังชวนอึ้งอย่างไรเขาก็รับเื่นี้ไม่ได้
เขาส่ายหน้าอย่างแรงราวกับ้าจะสลัดเื่ที่น่ากลัวนี้ออกไปจากสมอง “ไม่ว่าอย่างไรก็บอกวิธีช่วยชีวิตครูโจวกับฉันมาก่อนเถอะ!”
“มีอยู่สองวิธีวิธีแรก ขอแค่เป็ดวงิญญาที่มีความคิดเป็ของตนเอง เคลื่อนไหวได้เป็อิสระและมีพลังที่แข็งแกร่ง ส่วนใหญ่ล้วนมีตราประทับอยู่บนวัตถุ หากเ้าหาของสิ่งนั้นเจอและทำลายมันเ้าก็จะสามารถกำจัดดวงิญญาตนนี้ได้ อย่างเช่นตราประทับิญญาของข้าที่อยู่บนคฑาต้องสาปหากคฑาต้องสาปถูกทำลายก่อนได้พบกับเ้า ข้าก็จะตาย นี่ก็เป็หลักการเดียวกันิญญาตนนี้จะต้องมีสิ่งเกี่ยวข้องกับนางที่เหลือทิ้งเอาไว้บนโลกใบนี้แน่นอนเ้าเพียงแค่ต้องหามันให้เจอ แล้วทำลายมันลงภายในเจ็ดวันก็เป็อันเสร็จสิ้นแล้ว”
ถังชวนพยักหน้า“อืม ฉันรู้แล้ว จากนั้นล่ะ ฉันควรจะลงมือหาจากที่ไหน”
น้ำเสียงของกูเตริโอตะลึงอย่างเห็นได้ชัดและตามด้วยความโมโหทันที “สารเลว สมองของเ้ามีปัญหาเหรอนี่เป็โลกที่เ้าใช้ชีวิตอยู่ มาถามข้าทำไม”
ถังชวนถูกด่าจนอับอายขายหน้าจึงเอ่ยเสียงเบาพลางหัวเราะ “ท่านปู่กู อย่าโมโหเลย ฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้นเองนายพูดต่อเถอะ ฉันจะไม่พูดมากอีก!”
เสียงของกูเตริโอแหลมสูง“เ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ”
ถังชวนเสียงเบาลงเรื่อยๆ“ท่าน ท่านปู่กูไง ทำไมเหรอ”
กูเตริโอแหงนหน้ามองฟ้าแล้วกรีดร้องด้วยน้ำเสียงที่เศร้าเสียใจอย่างอธิบายไม่ถูก “ข้าผู้เป็ราชันแห่งาา าาแห่งดวงิญญาผู้วายชนม์ กูเตริโอถึงกับถูกเ้าเรียกด้วยนามที่โง่เง่าแบบนี้!”
ถังชวนบ่นพึมพำ“ในที่ของพวกเรา นี่เป็การแสดงออกถึงความใกล้ชิดสนิทสนม...”
กูเตริโอเอ่ยด้วยความโมโห“สารเลว!เรียกข้าว่าปรมาจารย์!”
“ปร...ปรมาจารย์...”ถังชวนเอ่ยอย่างไม่สมัครใจ เขาไม่เข้าใจว่า ทำไมตัวเองต้องก้มหัวให้ทั้งๆที่นี่เป็ชายคาบ้านเขา
กูเตริโอไม่ได้รับการเยินยอเช่นนี้มาหลายหมื่นปีจึงเบิกบานใจเล็กน้อยเขาแค่นเสียงอยู่หลายครั้ง ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “วิธีที่สองก็คือเรียนรู้วิธีการใช้คฑาต้องสาปให้เป็ภายในเจ็ดวัน แล้วใช้คฑาต้องสาปบังคับดึงิญญาในร่างสตรีนางนั้นออกมาจากนั้นก็ทำลายมัน!”
ถังชวนถาม“เจ็ดวัน? จะทันเหรอ คฑาต้องสาปใช่ท่อนไม้ที่ทั้งดำทั้งสั้นท่อนนั้นใช่ไหม”
กูเตริโอเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์“ศาสตราเวทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเนโครแมนเซอร์ถูกเ้าเรียกเสียแย่เช่นนี้เ้ายังคิดจะเรียนอยู่หรือไม่ ถึงได้ดูิ่ศาตราเวทเช่นนี้!”
“เรียน! เรียน!!”ถังชวนรีบเอ่ย “แต่จะเรียนอย่างไร”
“ก่อนอื่น เ้าต้องหาคฑาต้องสาปของเ้าให้เจอเสียก่อน!”
“คฑาต้องสาปเหรอนั่นมันเหมือนท่อนไม้ที่ถูกเผาจนเกรียมท่อนหนึ่งชัดๆ แถมยังตั้งชื่อขู่คนแบบนี้อีก…”ถังชวนเอ่ยงึมงำ แล้วค้นไปบนร่าง
จิติญญาและความคิดของเขาเชื่อมโยงกับกูเตริโออย่างแน่นแฟ้นมองเห็นอะไร ได้ยินอะไร และกำลังคิดอะไร กูเตริโอล้วนรู้เช่นกันปรมาจารย์เนโครแมนเซอร์ท่านนี้จึงะโออกมาทันที “เ้าพูดว่าอะไรนะ”
ถังชวนใสะดุ้งรีบวิ่งกลับบ้านอย่างรวดเร็ว “ไม่มีอะไร ฉันพูดว่า หาคฑาต้องสาปไม่เจอ ฉันต้องลืมเอาไว้ที่บ้านไม่ได้พกมาด้วยแน่นอน”
พวกเขาสองคนสนทนากันในห้วงความคิดดูเหมือนนานมาก แต่ความจริงก็เป็แค่ชั่วเวลาประเดี๋ยวเดียว ดูจากภายนอกหลังจากเด็กหนุ่มคนนี้ส่งโจวฉวินกลับไปแล้ว ความรู้สึกบนใบหน้าก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดะเืใจ ประหวั่นพรั่นพรึง โมโห เสียใจภายหลัง โศกเศร้า และปีติยินดี เขาแสดงการเปลี่ยนแปลงทางความรู้สึกแต่ละอย่างของมนุษย์ออกมาอย่างรวดเร็วจากนั้นจู่ๆ เขาก็ะโตัวลอย วิ่งกลับไปที่ชุมชนถงโจวทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว
ณ ภัตตาคารชวนฝู ถนนเต๋อหยางหนานเมืองตงไห่
“เฮ้ๆอย่ามัวแต่กินสิ นายให้คำตอบเื่ที่ฉันเล่าให้นายฟังหน่อย หากไม่ได้ฉันจะไปหาคนอื่น หากได้ก็รีบพูดซะ! เฮ้ นายยังจะกินอีก! ให้ตายเถอะนายเป็ผีอดอยากมาเกิดเหรอ”
โจวฉวินไม่สนใจสายตาประหลาดใจรอบด้านเธอตบโต๊ะอย่างแรง แล้วตวาดเสียงดังใส่ชายหนุ่มตรงหน้า
ชายคนนี้ชื่อหลี่ตงหยางเป็หัวหน้าหน่วยสืบสวนคดีอาชญากรรมแห่งเมืองตงไห่ สูงหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดเิเรูปร่างสูงใหญ่ โครงหน้าเหลี่ยม หน้าตาถือว่าหล่อเหลา เทียบกับหนุ่มหน้ามนผิวพรรณขาวเนียน กิริยาท่าทางคล้ายผู้หญิงแล้ว บนร่างเขามีมาดของความเป็ชายชาตรีที่บุรุษมีโดยเฉพาะเพิ่มขึ้นมาด้วยดวงหน้าหล่อเหลาของเขาเมื่อเดินอยู่บนถนนก็ไม่รู้ว่าดึงดูดเด็กสาววัยรุ่นให้หันกลับมามองได้เท่าไรภายในกองบัญชาการตำรวจ หลี่ตงหยางก็นับได้ว่าเป็บุคคลหมายเลขหนึ่งเหมือนกันฝีมือโดดเด่น ความสามารถในการไขคดียอดเยี่ยม แม้ว่าอายุยังน้อยแต่กลับมีนิสัยสุขุมความคิดละเอียดรอบคอบ เรียกได้ว่าเป็ผู้ประสบความสำเร็จั้แ่อายุยังน้อยผู้หญิงที่ตามจีบเขามีเยอะแยะมากมาย
แต่คนผู้นี้กลับรังเกลียดเสียนี่แต่ก็อย่างที่สุภาษิตว่าไว้ เกลียดอะไรมักได้สิ่งนั้น
ครึ่งปีก่อนหน้านี้หลี่ตงหยางไม่ทันระวังขับรถชนโจวฉวินเขาลงรถมาแล้วกำลังจะเอ่ยขอโทษ กลับเห็นหญิงสาวอายุ 23-24 ปีอุ้มเด็ก 15-16ปีเอาไว้ บนขามีแผลเป็รอยยาว เืรินไหลออกมาไม่หยุด แต่เธอเหมือนไม่รู้สึกตัวมัวแต่ตรวจดูว่าเด็กในอ้อมแขนมีาแอะไรหรือไม่ รอจนตรวจดูาแเรียบร้อยแล้วผู้หญิงคนนี้ก็ยังคงไม่สนใจอาการาเ็ของตนเอง เมื่อเห็นหลี่ตงหยาง ก็โมโหคิ้วตั้งะโด่าเสียงดัง โดยไม่สนใจชุดตำรวจสืบสวนอาชญากรรมที่หลี่ตงหยางสวมเลยสักนิด
หลี่ตงหยางไม่รู้ว่าเด็กในอ้อมแขนคนนั้นคือถังชวนและไม่รู้ว่าเขาเป็แค่นักเรียนของโจวฉวิน เขาลูบจมูกตนเองอย่างกระอักกระอ่วนฟังเสียงที่ติดสำเนียงเสฉวนเล็กน้อยภายใต้การจ้องมองของเธอ เขารู้สึกว่าตนเองลืมผู้หญิงคนนี้ไม่ได้
สองคนคนหนึ่งด่าฉอดๆ ไม่มีท่าทีประนีประนอมคนหนึ่งขอโทษด้วยท่าทางหมดสภาพกลัวจนปัสสาวะเล็ด แต่ไปๆ มาๆ ก็รู้จักกันแล้ว แม้ปกติจะไม่ติดต่อกันแต่หลี่ตงหยางก็นัดสาวสวยสุดฮอตจากเสฉวนให้ออกมาบ่อยๆ โจวฉวินคิดว่าเขาเป็ตำรวจแย่ๆจึงไม่ไว้หน้าและไม่ให้โอกาสเขา
วันนี้โจวฉวินเป็ฝ่ายโทรศัพท์มาหาเขาจึงรีบร้อนมาทันทีอย่างว่าง่าย ปกติหลี่ตงหยางเป็คนหยิ่งยโสมากคนหนึ่งแต่เมื่อเจอกับโจวฉวินคนนี้กลับมักถูกจัดการเสียอยู่หมัด ไม่มีอารมณ์โมโหเลยสักนิดตอนที่เขามาก็กำลังทำคดีอยู่ คนที่หิวมาทั้งวันคนหนึ่ง แม้จะมีสาวงามอยู่ตรงหน้าแต่ท้องยังคงมาเป็อันดับหนึ่งอยู่ดี
เธอเห็นเขาใช้มือคว้าซี่โครงแกะลวกจิ้มขึ้นมาชิ้นหนึ่งโดยไม่สวมถุงมือพร้อมกับถอดเครื่องแบบตำรวจสืบสวนออก ม้วนแขนเสื้อขึ้นเท้าข้างหนึ่งเหยียบบนขอบเก้าอี้ ก้มหน้าก้มตากัดคำโต ทำท่าทางเหมือนโจร ไม่ทันกระทั่งตอบกลับคำพูดของโจวฉวิน
เมื่อเห็นโจวฉวินถลึงตาใส่ด้วยความโมโหแล้วลุกขึ้นเตรียมจากไปจริงๆ เขาถึงได้กัดกระดูกซี่โครงในมือชิ้นนี้อย่างรีบร้อนแล้วใช้กระดูกรั้งเอาไว้ พร้อมกับฉีกยิ้มด้วยปากที่มันเยิ้มไปด้วยน้ำมันเอ่ยเลียนแบบสำเนียงเสฉวนของโจวฉวิน “ช้าก่อนสิ จะรีบร้อนไปไหนกัน! ผมเพิ่งจะกลับมาจากการทำคดีที่ซีเหลียน ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องั้แ่เช้าดีร้ายอย่างไร คุณก็ให้ผมกินอะไรสักหน่อย จะให้คนช่วยทำอะไรก็ต้องทำให้ฝ่ายตรงข้ามพอใจเสียก่อนสิ!”
โจวฉวินเห็นเม็ดพริกที่มุมปากเขาทั้งยังเลียนแบบภาษาถิ่นเสฉวนได้เหมือนบ้างไม่เหมือนบ้างก็หัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่ แต่ก็ทำหน้าตึงแล้วคว้าน้ำพริกเนื้อหยองที่ห่อเรียบร้อยแล้วกดลงบนชามเขาอย่างแรง พลางกัดฟันเอ่ยว่า“กิน กินกินให้ท้องแตกตายไปเลย! ฉันจะดูสิว่าคุณจะกินได้แค่ไหน!!”
แรกเริ่มหลี่ตงหยางหิวจนตาลายจริงๆตอนนี้กินซี่โครงแกะเข้าไปหนึ่งชิ้นแล้วจึงรู้สึกดีขึ้น เขายิ้มเล็กน้อยแล้วเช็ดมือกับปากให้สะอาด พลางเอ่ยว่า “โอเคๆ ยากที่คุณจะยอมเรียกหาให้ผมช่วย เป็เกียรติอย่างมาก!พวกเรามาคุยเื่จริงจังกันเถอะ เื่ที่คุณพูด ผมเข้าใจแล้ว แต่ผมอยากรู้ว่าคุณอยากให้ผมทำอย่างไร”
โจวฉวินเบิกตากว้างมองหลี่ตงหยางราวกับมองคนปัญญาอ่อน “ทำอย่างไร ยังจะมาถามว่าทำอย่างไรอีก!กลุ่มอิทธิพลมืดที่ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยสูง ข่มขู่ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนแบบนี้ไม่ควรจะเตรียมโจมตีและทำลายล้างอย่างเด็ดขาดที่สุดทันทีเหรอ ยังจะต้องถามฉันอีกแต่ก่อนยังโม้กับฉันว่าตนเองเก่งมากฉันว่าคุณน่ะคงจะไม่ใช่พวกที่ภายนอกดูหน่วยก้านไม่เลวแต่ความจริงแล้วใช้ไม่ได้หรอกใช่ไหม”
หลี่ตงหยางยิ้มเจื่อน“ไอ้หยา คุณผู้หญิงของผม!ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณจะพูดแบบนี้! คุณคิดว่าผมไม่อยากทำเหรอหากผมเป็นายกเทศมนตรีของเมืองตงไห่นี่ล่ะก็คงพาลูกน้องกลุ่มหนึ่งไปกวาดล้างแก๊งชิงเสอหน้าเงินพวกนี้ไปนานแล้ว!ผมก็ขัดหูขัดตาพวกเขาเหมือนกัน! แต่ผมไม่ใช่นายกเทศมนตรี ผมดูแลการสืบสวนอาชญากรรมคุณรู้จักการสืบสวนอาชญากรรมใช่ไหม นั่นก็คือทำคดีอาชญากรรม อะไรที่ไม่ใช่คดีอาชญากรรมก็ไม่ได้อยู่ในความดูแลของผม!”
โจวฉวินได้ยินแล้วก็ไม่บ่นเขาอีกเธอหันหน้าไปะโ “พี่คะ คิดเงินค่ะ!!”จากนั้นก็หันกลับมา แล้วหยิบกระเป๋าเตรียมจากไป “เสียเวลาฉันจริงๆ !”
หลี่ตงหยางกินเผ็ดไม่ได้และอาหารส่วนใหญ่ในภัตตาคารฝูชวนก็เป็อาหารเสฉวนที่มีรสเผ็ด เขาเพิ่งกินซี่โครงแกะลวกจิ้มเสร็จกำลังจะดื่มชาล้างปากแต่กลับได้ยินเสียงะโของโจวฉวินจึงเกือบจะพ่นชาออกมา
เขารีบลุกขึ้นรั้งเธอเอาไว้“เฮ้ๆ จะรีบร้อนไปไหนกัน!”เขายิ้มบางๆ กล่อมให้บริกรสาวกลับไป แล้วกดโจวฉวินให้นั่งลงพลางยิ้มเจื่อนขณะเอ่ย “เฮ้อ คุณนี่มันเ้าอารมณ์จริงๆผมบอกว่ายุ่งไม่ได้ แต่ไม่พูดว่าช่วยไม่ได้สักหน่อย! มาๆๆ นั่งลงๆมานั่งคุยกันก่อน!”
โจวฉวินขมวดคิ้วมองมือมันแผล็บที่กดลงบนไหล่เธอรู้สึกไม่สบอารมณ์ แต่พอได้ยินประโยคนี้ของหลี่ตงหยางจึงยินดีขึ้นมาทันที “คุณมีวิธีเหรอ”