ตอนที่ 4
หนึ่งวัน~~~~
สองวัน~~~~
สามวัน~~~~
เจ็ดวัน~~~~
สิบห้าวัน~~~~
..
หนึ่งเดือน~~~~
นับั้แ่วันที่ร่างของหลิงหรงถูกดอกไม้ดอกใหญ่หุบกลืนหายไปนี่ก็ผ่านมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว ซึ่งนี่ก็นับว่าเป็การรักษาที่นานพอดูตามจริงแล้วเวลาไม่น่าจะเกิน 3-7 วันเท่านั้น แต่ครั้งนี่นับว่าเป็เหตุการณ์ที่ไป๋เซ่อเองก็ยังคาดไม่ถึงเช่นกันว่าจะใช้เวลานานขนาดนี้
จนกระทั่งตอนนี้มันก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเกิดสิ่งใดขึ้นภายในดอกไม้ใหญ่ดอกนั้นแล้ว แต่ที่พวกมันยังรอคอยอย่างนิ่งเฉยเป็เพราะมันรับรู้ได้ว่าทุกวันที่เดินผ่านไปสายสัญญาแห่งพันธะนั้นเริ่มแข็งแรงและมั่นคงขึ้นทุกขณะ นั่นจึงทำให้จิ้งจอกทั้งสองรอยค่อยอย่างมีความหวังว่าเ้านายของมันจะกลับมาแข็งแรงดังเดิม
เนื่องด้วยในการรักษาในครั้งนี้มิใช่เพียงการทำให้ร่างกายแข็งแรงแต่มันเป็การทำลายและสร้างร่างกายใหม่ให้เ้านายมันเลยทีเดียว เพราะทั้งไป่เซ่อและเฮยเซ่อนั้นได้รับคำสั่งมาอีกทีจากท่านเทพว่าเมื่อเ้านายมันกลับมาให้ทำการหลอมและสร้างร่างกายให้เ้านายมันใหม่ด้วย มิเช่นนั้นแล้วเมื่อความสามารถและพลังเก่าก่อนฟื้นคืนมาร่างกายมนุษย์ธรรมดาๆคงจะทนรับมิได้เป็แน่
แต่หากกล่าวตามตรงได้เลยว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดเื่ยุ่งยากขึ้นเลยถ้าเ้าครอง์ไม่รักธิดาพระองค์นี้มากกว่าใคร เขาจึงยอมแหกกฎ์ทุกอย่างเพื่อให้ธิดาของตนลงมาจุติเป็มนุษย์ใช่ชีวิตอย่างไม่ยากลำบากและเพื่อไม่ให้ผู้ใดรังแกธิดาของตนได้จึงยอมส่งทุกอย่างที่เป็ของนางตามมาด้วยยกเว้นเพียงความทรงจำเท่านั้นที่เขาไม่สามารถให้ได้ เพราะแค่นี้สภา์ก็วุ่นวายมากพอแล้ว
ส่วนเื่ที่หลิงหรงไปเกิดผิดภพภูมินั้นหาได้เป็ความผิดผู้ใดแต่มันเป็ความตั้งใจของเทพผู้เป็ใหญ่เท่านั้น เขา้าให้ธิดาของตนเข้าใจในความเป็มนุษย์และอยากให้นางรับรู้ว่าควรรักตนเองให้มากกว่ารักผู้อื่น เพราะหากนางรักตนเองมากกว่านี้ รักในพลังอำนาจของตนเองมากกว่านี้ทุกสิ่งอย่างที่ผ่านมาก็คงไม่ทำให้นางลำบากมากมายถึงเพียงนี้
และที่สำคัญหากนางรักตัวเองมากอีกสักหน่อยมากกว่าครอบครัวพี่น้องที่คอยอิจฉาริษยานาง นางคงไม่ถูกกดดันให้ต้องพบจุดจบเช่นนี้ องค์เทพหาได้ไม่รักบุตรไม่เท่ากันจนทำให้เป็เช่นนี้แต่เป็เพราะการค้านอำนาจเพื่อคงความสมดุลจึงทำให้พระองค์ต้องมีมากภรรยา พระองค์ก็เป็เพียงเทพบน์หากเทียมแล้วก็เป็เหมือนกษัตริย์ที่ปกครองราษฎรหาได้เป็พระผู้สร้างโลกใบนี้ไม่ ที่ที่พระองค์อยู่ก็ไม่ต่างจากดินแดนดินแดนหนึ่งภายในโลกใบนี้เท่านั้นกล่าวให้เข้าใจคือโลกหนึ่งในแบ่งเป็ทั้งหมด 4 ดินแดนนั้นคือ ์ นรก มนุษย์และบาดาลนั่นเอง
แต่ไม่ว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้นในการก่อนก็เเล้วแต่ แต่ที่สำคัญคือหลิงหรงหรืออดีตธิดา์จะไม่กลับไปยังแดน์อีกต่อไปและนี่คือความ้าของนางก่อนจะตายจากจนลงมาจุติที่โลกมนุษย์ใหม่อีกครั้ง เพื่อที่จะตัดความยุ่งยากแกร่งแย้งอำนาจระหว่างพี่น้องร่วมบิดานั่งจึงทำให้ผู้เป็บิดาเสียใจแต่ด้วยความรักจึงให้ทุกสิ่งอย่างที่เคยเป็ของนางมาด้วยนี่จึงเป็เหตุผลที่ทำให้การสร้างร่างใหม่นี้ยุ่งยากยิ่งนัก
“ไป๋เซ่อ นางจะผ่านไปได้ใช่หรือไม่?”
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน แต่ข้ารู้ว่าบิดาของนางยังคงแอบช่วยเหลือนางอยู่แม้จะหลบๆซ่อนๆก็เถอะ เขารักนางมากแต่ไร้ซึ่งความเด็ดขาดเขาจึงเสียนางไปแค่เขายอมแหกกฎเพื่อนางครั้งนั้นก็แย่มากพอแล้วแต่นี่ก็นับว่าเป็สิ่งที่พ่อคนหนึ่งพึ่งกระทำ นางต้องไม่เป็อันใดเฮยเซ่ออย่างไรพวกเราก็จะช่วยนางอย่างสุดความสารถไหนจะเ้าขลุ่ยอีกมันคงมิยอมเป็แน่หากต้องเสียนางไปอีก เพราะแค่ครั้งนั้น์ก็เกือบล่มสลายแล้วหากนางไม่ขอมันไว้ก่อนจากไป…”
“นั่นสินะ…”เพียงจบประโยคความเงียบก็เข้าปกคลุม
เวลาเดินไปประมาณ 1 ชั่วยาม(2ชั่วโมง)กลีบดอกไม้ที่เคยนิ่งสนิทก็เริ่มค่อยบานอกที่ละกลีบๆจนกระทั้งกลีบดอกอันสุดท้ายบานออกก็ทำให้เห็นร่างสตรีนางหนึ่งที่ดวงหน้าไม่ค่อยจะดูสมกับการเป็สตรีสักเท่าใดนักแม้ดวงตายังคงปิดอยู่ก็ตาม
เพราะดวงหน้านั้นค่อนข้างดูออกไปทางหล่อเหลาเยี่ยงบุรุษไปมากพอสมควร หากดูเผินๆก็ไม่ต่างจากบุรุษที่มีร่างกายอ้อนแอ่นดุจสตรีก็เท่านั้น ทว่าแม้จะดูว่าหล่อเหลาหากพอเมื่อหลิงหรงลืมตาขึ้นมาก็พบว่าดวงตาของนางกลับสวยเป็ประกายขนตางอนยาวทำให้ดูรวมๆแล้วมันช่างทำให้ผู้พบเห็นหลงใหลได้ไม่ยากเย็นไม่ว่าจะเป็หญิงหรือชายก็ตาม….
ด้วยองค์ประกอบของเครื่องหน้าที่จะว่าหล่อก็หล่อจะว่างดงามก็งดงาม ใบหน้านี้มันมีเพียงเส้นบางๆเท่านั้นที่กั่นเอาไว้หากไม่ได้พิสูจน์ให้ดีคงยากนักจะแยกออกว่าหลิงหรงนั้นเป็หญิงหรือชายกันแน่ ไม่นานเมื่อหลิงหรงลืมตาขึ้นมารอบๆกายของนางที่เป็ทุ่งดอกไม้์ก็แปลเปลี่ยนกลับไปเป็ทุ่งกว้างเช่นเดิม ส่วนดอกไม้ใหญ่เ่าั้ก็แตกสลายหายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อนเมื่อมันทำหน้าที่ของมันเรียบร้อยแล้ว
“นี่ข้าหลับไปนานอีกแล้วหรือ ไป๋เซ่อ เฮยเซ่อ ข้ากลับมาแล้ว…”หลิงหรงเมื่อลืมตาตื่นอีกครั้งก็กล่าวกับตันเองเบาๆ ก่อนจะหันไปกล่าวกับจิ้งจอกทั้งสองที่จ้องมองนางอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว
“ยินดีต้อนรับนายหญิงที่ท่านกลับมาแข็งแรงแล้ว”ไป๋เซ่อกล่าว
“ใช่แล้ว และข้าก็ขอยินดีกับท่านด้วยกับพลังที่ถูกปลุกขึ้นมาแล้วแม้มันจะไม่ได้มากมายอันใดแต่ก็เป็การดีที่ท่านไม่ต้องเสียเวลากับมันในขั้นตอนการปลุกพลังอีก”แม้เฮยเซ่อจะกล่าวเช่นนั้นแต่ความจริงแล้วมันเองก็อดที่จะใไม่ได้ที่ยามนี้หลิงหรงนั้นได้ทะลวงพลังมาจนถึงระดับ 5 ขั้นต้นแล้ว
การเลื่อนระดับข้ามมาถึงห้าขั้นใหญ่อย่างรวดเร็วนั้นไม่ใช่ผลดีเลยสำหรับคนอื่น เพราะทุกการเลื่อนระดับนั้นล้วนต้องใช้เวลาในการปรับสมดุลแม้จะเลื่อนระดับเพียงหนึ่งขั้นย่อยเองก็ตามยังต้องใช้เวลาปรับสมดุลนานหลายวัน และในชีวิตจริงไม่เคยมีใครเลยที่สามารถเลื่อนระดับได้หลายขึ้นภายในเพียงเวลาเเค่เดือนเดียวเช่นหลิงหรงแน่นอน
ทว่าเหตุผลประการใดก็ตามที่กล่าวมานั้นมันใช้กับหลิงหรงไม่ได้เลย เพราะการเลื่อนระดับอย่างรวดเร็วของนางนั้นไม่มีผลเสียอันใดกับนางเลย อีกทั้งพลังปราณหรือแม้แต่พลังธาตุในกายนางนั้นมันสมดุลและเสถียรที่สุดแล้วหากเทียบกับทุกคนบนโลกใบนี้
“เช่นนั้นรึ นั่นก็แปลว่าข้าไม่ต้องทนฝึกฝนนานนับหลายปีแล้วค่อยสามารถออกไปท่องโลกกว้างได้สินะ ดีจริงๆ”หลิงหรงกล่าวออกมาอย่างดีใจ แต่ความดีใจของนางก็ถูกทำลายลงในทันทีด้วยคำพูดของไป๋เซ่อ
“ไม่ได้ขอรับ พวกข้าจะไม่ปล่อยให้ท่านออกไปไหนทั้งนั้นจนกว่าท่านจะแข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินนี้ และไม่ใช่ว่าพวกข้าไม่สามารถดูแลท่านได้แต่เป็เพราะว่าไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะทำให้ท่านสามารถอยู่รอดได้ ท่านจะต้องเรียนรู้ทุกเื่กับพวกข้าเสียก่อนหลังจากนั้นพวกข้าก็จะไม่ห้ามสิ่งใดกับท่านอีกเลย…”
“ใช่แล้วขอรับนายหญิง เมื่อถึงยามนั้นพวกข้าจะไม่ห้ามปรามสิ่งใดแก่ท่านอีก กลับกันนั้นพวกข้าจะคอยสนับสนุนการใช้ชีวิตอย่างเช่นที่ท่าน้าทุกอย่าง พวกข้าหวังเพียงให้ท่านดูแลตนเองได้อย่างปลอดภัยเท่านั้นแม้จะไม่จำเป็ก็ตามเพราะตราบใดที่พวกข้าทั้งสองยังอยู่จะไม่มีผู้ใดทำอันตรายแก่ท่านได้แน่นอน แต่ที่สุดแล้วทุกอย่างก็เพื่อท่านทั้งนั้น”เฮยเซ่อเอ่ยเสริม
“เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว ไม่เห็นต้องกล่าววาจายืดยาวเช่นนี้ก็ได้อย่างไรแล้วข้าก็ต้องเชื่อพวกเ้าอยู่แล้ว แม้จะผิดหวังเล็กน้อยแต่ทุกอย่างก็เพื่อตัวข้าทั้งนั้นข้าย่อมไม่ปฏิเสธแน่นอน ข้ารู้ว่าพวกเ้าหวังดีเพราะอย่างไรสำหรับที่นี่ข้าก็ยังคงเป็เด็ก เอาละเราจะเริ่มจากตรงไหนกันก่อนดีล่ะ อือ…เช่นนั้นเริ่มจาก…”
โครก ครากกกก
“แหะๆ น่าอายนัก เช่นนั้นเริ่มจากหาอะไรกินก่อนแล้วกัน เพราะยามนี้ท้องข้ามันไม่ไหวแล้วสงสัยเป็เพราะไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องมานาน ฮ่าๆๆ….”ข้าได้แต่เอ่ยออกไปอย่างเขินอาย ส่วนไอ้ท้องไม่รักดีก็ดันมาดังได้จังหวะดีเสียเหลือเกินจริงๆ หลิงหรงได้แต่กล่าวโทษท้องน้อยๆของนางในใจ
.
.
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยามหรือประมาณหนึ่งชั่วโมงหลิงหรงก็จัดการกับตนเองทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วนางจึงเดินไปหาจิ้งจอกทั้งสองตัวที่นั่งรอนางอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ได้สักพักแล้ว
“มาเลยข้าพร้อมแล้ว ยิ่งฝึกฝนทุกอย่างสำเร็จได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี มาพวกเ้าจะให้ข้าทำสิ่งใดก็ว่ามาเลย...”เมื่อหลิงหรงเดินมาหยุดตรงหน้าของจิ้งจอกทั้งสองนางก็เอ่ยขึ้นทันที
“ถ้าท่านพร้อมแล้วก็มาฟังตารางการฝึกฝนของท่านกัน นับั้แ่วันพรุ่งนี้เป็ต้นไป่เช้าให้ท่านฝึกวิชาต่อสู้ทุกประเภทและฝึกพลังกายกับข้า ่บ่ายจรดเย็นให้ท่านเรียนตำราต่างๆเช่น สมุนไพร การรักษา การหลอมโอสถ การใช้พลังธาตุกับไป๋เซ่อ จากนั้น่ค่ำประมาณเข้ายามซวี(19.00-20.59น.)จนถึงยามจื่อ(23.00-24.59น.)ให้ท่านทำการบ่มเพาะพลังปราณเพื่อเพิ่มระดับ เมื่อท่านทำทุกยามตามตารางเรียบร้อยแล้วส่วนที่เหลือคือเวลาพักผ่อนของท่าน”เฮยเซ่อกล่าวอธิบาย
“ได้ แต่ว่าข้าจะต้องทำเช่นนี้ไปนานเท่าไหร่ถึงจะหยุด?”
“จนกว่าท่านจะมีระดับลมปราณที่ระดับ 10 ขั้นสูงและฝึกฝนทุกอย่างแตกฉานดีแล้วขอรับ เช่นนั้นวันนี้ข้าว่าอย่าพึงฝึกแล้วให้ท่านออกไปสำรวจพื้นที่ภายในมิติที่เพิ่มขึ้นมาดีกว่าขอรับ”เฮยเซ่อกล่าวออกมานิ่งๆแล้วเดินจากไป โดยไม่ดูเลยว่าคนที่ได้ยินคำพูดของตนนั้นตอนนี้นิ่งค้างไปแล้วอีกทั้งหน้าของหลิงหรงนั้นแสดงออกมาเสมือนว่านางมาถึงจุดจบของชีวิตอีกครั้งแล้วก็ไม่ปาน
หลังจากยืนหยุดนิ่งอยู่เป็เวลานานหลิงหรงก็เรียกสติของตัวเองกลับมาได้อีกครั้ง แม้ในใจของนางจะไม่ยินยอมหรือยอมรับในคำตอบที่ได้กลับมาแต่นางก็ได้แต่ถอนหายใจแรงๆเพื่อเป็การระบายความไม่สบอารมณ์นี้ ก่อนที่หลิงหรงจะนั่งลงพิงกับโคนต้นไม้พักใหญ่เพื่อขบคิดไตร่ตรองเื่ราวต่างๆ
เฮ้อ~~~~~~~
แม้จะมีเสียงถอนหายใจหนักๆออกมาเป็ระยะ แต่ไม่นานหลิงหรงก็ได้ไตร่ตรองและขบคิดทุกอย่างให้ถี่ถ้วนดีๆแล้วนางก็ยอมรับได้ทุกอย่างที่จะต้องลงมือทำต่อไปนับจากนี้ หลิงหรงที่นางไม่ค่อยจะยอมรับเื่ฝึกฝนไม่ใช่เพราะเกียจคร้านแต่แค่เพราะนางอยากออกไปดูความเป็ไปของโลกใบใหม่นี้ให้เร็วๆเท่านั้น แต่ทว่าก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่จิ้งจอกทั้งสอง้าให้ตนทำนั้นล้วนแต่เป็ผลดีกับตัวนางทั้งนั้น
ประกอบกับได้ขบคิดถึงชีวิตก่อนที่ตนเองประสบพบเจอมาก็ทำให้หลิงหรงมีแรงฮึดสู้และกระตือรือร้นขึ้นมาในทันที เพราะหลิงหรงคิดได้ว่าโลกใบนี้ช่างโหดร้ายกว่าโลกที่นางจากมามากนัก ขนาดโลกก่อนไม่ได้มีพลังวิเศษอันใดยังกดขี่ผู้คนด้วยอำนาจของเงินตราได้ขนาดนั้นแล้วในโลกที่เหนือสามัญนี้เล่าจะไม่เลวร้ายกว่าหรือ? และด้วยเหตุนี้หลิงหรงได้แต่ตอบตัวเองในใจว่า
“ข้าจะไม่ยอมอยู่ภายใต้อำนาจของใครอีก ข้าจะแข็งแกร่งเหนือผู้ใด ข้าจะมีเงินมากกว่าผู้คนในใต้หล้าและข้าจะมีอำนาจที่ไม่ว่าผู้ใดได้ยินจะต้องหวั่นกลัว…”
เพียงหลิงหรงกล่าวกับตนเองจบลงบรรยากาศภายในมิติก็เกิดการสั่นไหวราวกับตอบรับคำกล่าวของนาง อีกทั้งจู่ๆพลังธรรมชาติภายในมิติก็หนาแน่นขึ้นอย่างไร้สาเหตุทว่าอย่างไรแล้วนี่ก็นับว่าเป็ผลดีกับหลิงหรงมากเช่นกัน
“ยินดีด้วยเ้าค่ะ มิติของนายหญิงได้รับการเลื่อนระดับเป็ขั้นสูงสุดแล้ว นับจากนี้ไปมิติแห่งนี้จะเป็มิติเหนือกฎ์ไร้พรมแดนทุกสิ่งในมิติจะเป็ไปตามความนึกคิดของผู้เป็นายที่จะกำหนด ด้วยเหตุนี้ภูติมิติอย่างข้าจึงไม่มีความจำเป็จึงขอกลับเข้าร่างต้นนับแต่นี้….”จู่ๆร่างภูติน้อยก็โปรงแสงแล้วสลายหายไปทันที
“ดะ เดี๋ยวหลิงน้อย! อ๊ะ หายไปซะแล้ว แล้วทีนี้ข้าจะทำอย่างไรต่อไปล่ะไหนท่านตาบอกจะให้ตัวช่วยนี่ข้าได้เจอหรือพูดคุยกับนางได้ไม่กี่ครั้งเอง อะไรวะคะ?…”ข้าได้แต่บ่นอยู่คนเดียว
“นางหญิงเกิดสิ่งใดขึ้น?”จิ้งจอกทั้งสองที่หายไปก่อนหน้านี้วิ่งกลับมาหน้าตั้งเมื่อมันรับรู้ถึงบรรยากาศที่ผิดแปลกไป
“ก็หลิงน้อยนะสิจู่ๆก็มากล่าวว่ามิตินี้ได้เลื่อนระดับอะไรสักอย่างแล้วก็บอกว่าตนเองไม่มีความจำเป็แล้วจากนั้นก็หายไปเลย ทว่าก่อนหายไปเห็นนางเอ่ยว่าจะกลับไปร่างต้นนะแต่ไม่รู้ว่าคือที่ไหน?”หลิงหรงกล่าวตอบพร้อมทั้งยังทำหน้าสับสนอยู่
“อ้อ... เเสดงว่าท่านคงได้กล่าวแสดงความจำนงของตนเองกับมิติแห่งนี้แล้วสินะขอรับ มันไม่มีสิ่งใดหรอกขอรับเพราะหลิงน้อยนั้นถือกำเนิดมากับมิติของท่านเมื่อท่านได้แสดงเจตจำนงแล้วนางก็จะกลับไปร่างต้นของนางตามข้อกำหนดการกำเนิดของนาง แต่ท่านไม่ต้องกังวลเมื่อท่านฝึกฝนทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเราจะไปรับนางกัน…ส่วนท่านก็หมั่นฝึกฝนก็พอขอรับ”ไป๋เซ่อกล่าว
“แล้วเราจะไปรับนางที่ใด แล้วเหตุใดเราต้องไปรับนางด้วยในเมื่อนางกล่าวว่านางหมดหน้าที่แล้ว มิสู้ปล่อยนางไปตามวิถีชีวิตของนางไม่ดีกว่ารึ เพราะข้าเองก็ไม่้าบังคับใครให้มาอยู่ด้วยหรอกนะ”
“พวกเรามิได้ไปบังคับนางหรอกขอรับ และก็ไม่ได้ไปรับนางที่อื่นใดแต่มันอยู่ภายในมิตินี้แหละขอรับ เมื่อถึงเวลาท่านจะได้รู้เองอย่างไรตอนนี้ท่านตามพวกข้าไปดูพื้นที่ในป่าของมิตินี้ก่อนเถอะข้าว่าท่านต้องชอบแน่นอน”เฮยเซ่อกล่าว
“อือ ไปกัน…”จากนั้นทั้งสามก็ตรงไปยังเขตป่าที่พึ่งเพิ่มเข้ามาทันที
เมื่อทั้งสามเข้าไปในป่าและตรงไปยังจุดที่้าทั้งสามก็ใช้เวลาอยู่ในป่าตลอดทั้งวัน เพราะจุดตรงที่จิ้งจอกทั้งสองพาหลิงหรงไปนั้นมีทั้งสมุนไพร ผลไม้ป่าและสิ่งที่จิ้งจอกทั้งสองตัว้าให้หลิงหรงไปดูก็คือทุ่งดอกไม้ธาตุกลางป่านั่นเอง ด้วยเหตุนี้หลิงหรงจึงใช้โอกาสนี้ดูดซับพลังปราณกลางทุ่งดอกไม้ธาตุที่งดงามนั่นเสียเลยและการทำเช่นนี้ย่อมเป็ผลดีต่อตัวหลิงหรงมากทีเดียวเพราะมันจะทำให้พลังธาตุต่างๆในร่างกายของนางเข้มข้นมากขึ้นไปอีกนั่นเอง….
เช้าวันต่อมา~~~~~~~