“...คุณครับ...”
แปะ...
วูบ!!
“โธ่โว้ยยยย!! นี่ใจคอจะไม่ให้พักกันเลยหรือไงว่ะ”
ฉันถึงกับสบถออกมาอย่างหัวเสียหลังจากที่ตัวเองถูกแตะโดยที่นิ้วมือจากคนที่เพิ่งมาใหม่โดยไม่ทันได้ตั้งตัวอีกแล้ว
จากนั้น...
พั่บๆๆ ปั่กๆๆ
“อ๊า...อะ...อะ ท่านี้แน่นเหลือเกินผมขอแตกท่านี้เลยนะ...ซี๊ดดดดด ~~”
“อืออออ...เร็วอีกค่ะ...ขอเร็วอีก อะ...อะ...อะ”
ทั้งภาพทั้งเสียงมาเต็มรูปแบบเช่นเคย พร้อมกับท่วงท่าของชายหนุ่มตรงหน้าที่ฉันยังไม่ทันได้เห็นหน้าคาตายามปกติว่าหน้าตาเขาเป็ยังไง อีกทั้งในนิมิตเขานั้นก็ดันใส่หน้ากากมวยปล้ำในขณะที่กำลังโยกบั้นท้ายกระแทกเข้าทางด้านหลังของหญิงสาวรูปร่างดีที่กำลังโก้งโค้งตั้งท่าเกร็งขามั่นเพื่อรองรับแรงส่งที่คนตัวโตอัดเข้ามาอย่างเต็มที่
(หืมมมม...คราวนี้ดุเด็ดจริงแฮะ...ทีนี้ก็ต้องมาลุ้นกันว่าผู้หญิงตรงหน้าจะถึงฝั่งฝันไหม)
ฉันมองภาพตรงหน้าอย่างสนอกสนใจเพราะน้อยครั้งนักที่ฉันจะเห็นผู้หญิงแสดงท่าทีเหมือนจะเข้าสู่เส้นชัยแบบนี้ อีกทั้งเมื่อลองมานึกย้อนคิดที่ผ่านมายามที่ฉันนิมิตเห็นภาพเหล่านี้ยังไม่เคยมีแม้สักครั้งเดียวที่ฉันเห็นผู้หญิงแสดงอาการสุขสมเลย
“เอ...พอมาคิดก็แปลกเหมือนกันแฮะ...นอกจากจะไม่เคยเห็นหน้าตาของผู้หญิงคู่นอนของพวกเขาแล้วก็ยังมีอาการสุขสมนี่แหละที่เราไม่เคยเห็นทางฝั่งผู้หญิงเลย”
ฉันครุ่นคิดในขณะที่คู่ตรงหน้าก็ยังคงขะมักเขม้นมุ่งหน้าเพื่อส่งให้ทั้งตัวเองและคู่นอนให้วิ่งไปถึงฝั่งฝัน
เพียงแต่...
สิ่งที่ฉันเพิ่งสงสัยไปเมื่อครู่กลับตอกย้ำให้ฉันได้รับรู้อีกครั้งว่าสิ่งที่คิดมันคือเื่จริง เพราะหลังจากที่หญิงสาวเพิ่งจะร้องขอจากคู่นอนของตัวเองให้พาไปยังจุดหมายปลายทางยังไม่ทันขาดคำ เ้าของลำเนื้อที่เสียดแทงเข้าออกร่องสยิวก็ปล่อยลาวาสีขุ่นพวยพุ่งออกมาตัดอารมณ์สวาทที่กำลังพลุ่งพล่านของหญิงสาวทันที
“อะ...อะ...อ้าาาาาส์ ~~”
“นะ...นี่คุณ...”
“ผะ...ผมขอโทษเดี๋ยวผม...”
“ไม่ต้อง…!! นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำชัด ๆ”
หญิงสาวตรงหน้าแว้ดออกมาด้วยความโมโห และทันทีที่เอ็นเนื้อหลุดออกมาจากร่องหนีบแน่นแล้ว กล่องข้อความที่บอกถึงขนาดก็โผล่ขึ้นมารายงานทันที
วาบ...
(ขนาดก่อนยืด...ขนาดตอนยืด...สี...ก..ลิ่....น)
“เฮ้อ...สรุปก็คือ ‘แหนมตุ้มจิ๋ว’ ซินะ นี่ใจคอจะให้เจอแต่ไซซ์มินิใช่ไหม”
ฉันปลงตกให้กับสิ่งที่เห็นพร้อมกับทำใจให้กับอาหารอีกชนิดที่ต้องลาขาดไป ก่อนจะรอให้เ้าของแหนมตุ้มจิ๋วเอ่ยเรียกฉันเพื่อพาฉันออกจากนิมิตวิปลาสนี้สักที
“...คุณครับ...!!”
“เฮือก ~~ ค่ะ...คุณแหนม”
คำเรียกขานหลุดออกจากปากตัวเองอีกครั้งเนื่องจากในสมองยังคงมีภาพแหนมตุ้มจิ๋วลอยไปลอยมาอยู่ในสมอง
“เอ่อ...ขอโทษนะครับผมไม่ได้ชื่อแหนม”
“อะ...อ๋อ...ขอโทษทีค่ะ ดิฉันน่าจะจำคนผิด”
(หึ...แต่สภาพไอ้ตุ้มจิ๋วของคุณต้องชื่อนี้เท่านั้นแหละ)
“อ๋อ...ไม่เป็ไรครับผมยินดีถ้าคนสวย ๆ แบบคุณจะจำคนผิด”
ก่อนที่คำหยอดจะถูกส่งมาให้ฉันได้แต่ยิ้มแหย ๆ ส่งกลับไปเท่านั้น
“ว่าแต่...คุณ...มี”
“ไม่ชอบกินแหนมค่ะ...!!”
“...ห๊ะ...!!”
“...ค่ะ...??”
“มะ...เมื่อกี้คุณพูดว่ายังไงนะคะ”
“ดิฉันบอกว่าไม่ชอบกินแหนมค่ะ”
“เอ่อ...ผมไม่เข้าใจครับ...??”
“ไม่เป็ไรค่ะ คนเราไม่ต้องเข้าใจทุกเื่ก็ได้ เอาเป็ว่าดิฉันไม่ชอบกินแหนมค่ะ โดยเฉพาะแหนมตุ้มจิ๋ว”
ฉันพูดไปยิ้มไปจนคนตรงหน้าที่ยิ่งฟังก็ยิ่งมีสีหน้าไม่เข้าใจก่อนจะเดินออกไปด้วยสีหน้างุนงงพร้อมกับบ่นพึมพำเบา ๆ แต่ก็ยังดังพอที่ฉันจะได้ยิน
“สวยนะแต่เพี้ยนเกิ๊นนนน...”
(จิ๊...ไอ้แหนมตุ้มจิ๋วนี่กล้านินทาฉันระยะเผาขนเลยนะ...)
ริมฝีปากสวยจิ๊อย่างนึกหมั่นไส้ให้คนที่เพิ่งเดินจากไปก่อนจะกลับมาตั้งสติอีกครั้งและครั้งนี้ฉันคงต้องระมัดระวังตัวเองให้มากที่สุด เพื่อที่อย่างน้อยตัวฉันจะไม่ต้องมานั่งตัดอาหารออกไปทีละชนิดจนกระทั่งไม่เหลืออะไรให้กิน...!!
และหลังจากที่...พ่อหนุ่มแหนมตุ้มจิ๋วเดินจากไปแล้วฉันที่ตั้งใจและระมัดระวังการทำงานตรงนี้มากขึ้นก็ทำฉันไม่ต้องพบเจอกับภาพนิมิตวาบหวามอีก จนกระทั่งเมื่อคนทยอยเข้ามาเยอะขึ้นเพราะใกล้เวลาเริ่มงานเต็มทีก็ทำให้ฉันไม่รอดที่จะต้องพบเจอกับประสบการณ์หลากหลายที่พรั่งพรูเข้ามาอย่างกับห่าฝน...
วูบ!!
“คนนี้หน้าตาดีนะเนี่ยแต่ว่าขนาด 4 นิ้วเอง ละ...แล้วท่านี้มันเรียกว่าท่าอะไรนะ...ลิงอุ้มแตงใช่ไหมนะ...”
วูบ!!
“ส่วนคนนี้เพิ่มมาหน่อย 5 นิ้วครึ่ง แต่แหม...ชอบเล่นบทคุณครูกับนักเรียน...เป็พวกเปโดหรือเปล่านี้...ยี้...ไม่ไหว...ขนลุก”
วูบ!!
“แล้วคนนี้...อื้อฮือ...ถึงกับคลานสี่ขาเห่าเป็น้องหมาไปทั่วห้องเลยหรอเนี่ย...แต่เอ๊ะ!...ละ...เลีย...เลียไปทั่วเลย เฮือก ~~ ตะ...ตรงนั้นกะ...ก็เลียงั้นหรอ!!”
(อุแหวะ...จะไม่ไหวแล้วววว...)
จากนั้นทั้งเสียงทั้งภาพจากผู้คนอีกมากมายก็ต่างหลั่งไหลเข้ามาผสมผสานเข้ากับคำสบถก่นด่าของฉันที่ตีกันอีนุงตุงนังอยู่ในหัว และด้วยความวุ่นวายที่เ้าของร่างไม่อาจหลีกหนีไปไหนได้ก็ได้แต่ยอมจำนนจมอยู่กับนิมิตนั้นในเวลานี้ช่างแตกต่างกับภาพลักษณ์ภายนอกที่เผยให้คนด้านนอกนิมิตได้เห็น นั่นก็เพราะว่าภาพที่ทุกคนเห็นในตอนนี้ภายใต้ใบหน้าแข็งค้างปั้นปึ่งที่นั่งอึ้งเป็บ้าใบ้นั้น...ตัวฉันกำลังกรีดร้องแทบเสียสติ...
“อ๊ากกกก...ทำไมโลกนี้ถึงมีแต่ผู้ชายที่ชอบ ‘ท่ายาก’ กันจังนะ!! โอ้ยยยย...แต่ละคนจะพิสดารไปไหน”
ความรู้สึกที่ตัวเองเริ่มเหมือนเครื่องสแกนกรรมเคลื่อนที่เข้าไปทุกทีทำให้ตอนนี้บริเวณลำคอของฉันเริ่มจะมีรสเปรี้ยวตีตื้นขึ้นมา...
กระทั่ง...
“เฮือกกกก...แฮ่กๆๆ”
ลมหายใจหอบถูกพ่นออกมาหลังจากที่ฉันได้รับการช่วยเหลือจากน้องนิสิตที่มาช่วยงานในบูธวันนี้
“พี่หนอนเป็อะไรหรือเปล่าคะหนูเห็นพี่นั่งตัวแข็งทื่อเชียว”
น้องวุ้นนักศึกษาที่คุ้นหน้ากันดีด้วยเพราะเวลามีงานสัมมนาแบบนี้เธอจะเป็กลุ่มนักศึกษาที่คอยมาช่วยจัดงานเป็ประจำ และด้วยสภาพของคนที่เหมือนกับเพิ่งไปเจอเื่เคาน์เตอร์ช็อกมาหมาด ๆ ทำให้อาการที่ตอบสนองออกไปยิ่งส่งให้น้องวุ้นแสดงสีหน้าเป็กังวล
“มะ...เมากล้วยนิดหน่อยค่ะ”
“หะ...ห๊ะ...ค่ะ...ยังไงนะคะพี่หนอน??”
“แหะๆ เปล่าค่ะ” ฉันยิ้มแหย
“หนูว่าพี่หนอนไปพักก่อนดีกว่าไหมคะ เดี๋ยวตรงนี้หนูช่วยดูแลเอง อีกอย่างคนก็น่าจะซาแล้วเพราะใกล้จะเริ่มงานเต็มทีแล้วค่ะ”
น้องวุ้นระบายยิ้มจริงใจให้กับฉันพร้อมกับแสดงความมีน้ำใจที่หาได้ยากยิ่งนักในสมัยนี้ และด้วยน้ำใจที่น้องเขามีให้อีกทั้งภาพนิมิตมากมายที่ฉันได้เจอทำให้ฉันเลือกที่จะไม่ปฏิเสธน้ำใจครั้งนี้ของน้องเขา
“ถ้างั้นพี่ขอตัวไปพักสักครู่นะคะ พี่ฝากด้วยนะคะ ขอบคุณนะคะน้องวุ้น”
ฉันส่งยิ้มละไมเต็มไปด้วยไมตรีตอบกลับไป ก่อนจะหอบร่างที่แทบจะยืนไม่ไหวหลังจากฝ่าดงกล้วยมากมายมาเดินโซซัดโซเซไปหามุมสูดอากาศบริสุทธิ์เสียหน่อย...