Series 1 *ไฟทวงิญญา*
EP.1 — บ้านที่ไม่มีคนตาย… แต่มีคนหาย
ฝนตกหลังฤดูฝนเป็ประเภทที่ ศศิชา ไม่เคยชอบ
มันทำให้เมืองเหมือนถูกลบรายละเอียดทั้งหมด เหลือแต่เสียงรถผ่านบนถนนเปียก ๆ กับความรู้สึกเหมือนมีเื่จะเกิดขึ้นแต่ยังไม่บอกว่าอะไร
เธอนั่งอยู่ท้ายแผนกข่าวท้องถิ่น ก้มอ่านแฟ้มที่ถูกวางบนโต๊ะของเธอแบบไม่ขออนุญาต
กระดาษบนปกเขียนด้วยลายมือว่า
“บ้านไฟ — ห้ามเข้าเดี่ยว”
ศศิชา เลิกคิ้ว
ใครเขียน? ทำไมต้องห้ามเข้าเดี่ยว?
และทำไมต้องส่งให้เธอ?
ด้านในเป็แฟ้มตำรวจเก่า กลิ่นกระดาษชื้นเหมือนเคยถูกเก็บในที่ที่ไม่ควรเก็บ
มีรูปบ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่ง—
ตัวบ้านถูกไฟไหม้ถึงชั้นบน แต่ “ห้องหนึ่ง” ไม่ถูกไฟแตะเลย
ตรงกันข้าม ผนังยังดูใหม่กว่าที่อื่นอย่างไม่น่าเชื่อ
เหมือนมีใคร “กันไฟ” ไว้เฉพาะจุดนั้น
ใต้ภาพมีบันทึกสั้นของร้อยเวรว่า
“ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีผู้สูญหาย 1 ราย
หายไปในบ้านก่อนรถดับเพลิงมาถึง
ไม่พบศพ หรือร่องรอยการหนีออกมา”
ไม่มีชื่อผู้ส่งแฟ้ม ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
มีแต่สติ๊กเกอร์ห้องแถวเขียนด้วยปากกาเมจิกว่า
“คดีนี้ไม่มีใครกล้าตามต่อ ให้คนใหม่ลองดู”
เธออ่านแล้วก็ยิ่งแปลกใจ
เพราะตัวเธอไม่ได้อยู่ในลิสต์คนที่ “ควรได้คดีใหญ่” เลย
ในกองข่าว ทุกคนรู้ว่าศศิชาเป็นักข่าวที่ไม่ยอมให้เ้าหน้าที่โกหก แต่ก็ไม่ได้ชอบวุ่นกับคดีหลอน ๆ
เธอจึงเก็บแฟ้มใส่กระเป๋า และตัดสินใจตามหาคนแรกที่ระบุในรายงาน
ชื่อ: ร้อยเวรอุดม
คนทำคดีไฟไหม้บ้านนั้นเป็รายสุดท้าย ก่อนขอ “ย้ายด่วน” ไปต่างจังหวัด
ศศิชาไปหาเขาตอนเย็นที่โรงพักอำเภอใหม่
ร้อยเวรอุดมดูเธอนานกว่าปกติ เหมือนกำลังคิดว่าเธอเป็ใคร
“เธอได้ใครสั่งให้มาขุดคดีนี้?” เขาถามแบบไม่สบตา
“ไม่มีค่ะ แฟ้มวางบนโต๊ะฉันแบบไม่มีชื่อคนส่ง”
ศศิชาเอาแฟ้มยื่นให้เขาดู “อยากรู้แค่ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
อุดมถอนหายใจลึก ราวกับเก็บไว้หลายปี
แล้วพูดอย่างคนที่ไม่อยากจำ แต่ก็รู้ว่าปิดเื่นี้ไม่ได้ตลอดไป
“คดีนี้…มันไม่ควรจะไม่มีศพหรอก”
ศศิชานิ่ง
ร้อยเวรไม่เคยพูดแบบนี้ถ้าไม่เจออะไรจริงจัง
“หมายความว่ายังไงคะ?”
เขาตอบช้า ๆ เหมือนเลือกคำทุกคำ
“ผมเข้าไปหลังไฟดับใหม่ ๆ
บนชั้นสอง…มีรอยเหมือนคน ‘พยายามหนีออกจากห้อง’
แต่พอเราเปิดประตูเข้าไป— ไม่มีคน ไม่มีศพ
แค่กลิ่นไหม้ที่แรงมาก… เหมือนคนตายอยู่ใกล้ ๆ”
ศศิชาขนลุกตามแขน
อุดมพูดต่อ โดยไม่รอให้เธอตั้งหลัก
“แล้วคืนนั้น ผมเห็นเงาผู้หญิงนั่งอยู่ในห้องที่ไม่ถูกไฟไหม้
ทั้งที่บ้านว่าง ไม่มีใครอยู่ได้”
เธอถามทันที
“คุณแน่ใจว่าเป็เงาคน?”
ร้อยเวรส่ายหัวเบา ๆ
“เงาไม่ใช่ของคน เพราะห้องนั้นตอนนั้นไม่มีใครในนั้นเลย
แต่เงากลับหันมามองผมก่อนจะหายไปทางพื้น”
เงียบสนิทไปพักหนึ่ง
อุดมยื่นแฟ้มกลับให้ศศิชา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใช่การเตือน แต่เหมือนการขอร้อง
“ถ้าจะทำข่าว…อย่าไปตอนกลางคืน
เพราะเสียงที่ออกมาจากบ้านนั้น เวลามืดสนิท…มันไม่ใช่เสียงไฟ
มันเป็เสียงเหมือนคนถูกขังอยู่ข้างในทั้งที่ไฟดับไปแล้ว”
ศศิชารับแฟ้มด้วยความรู้สึกหนักขึ้น
ตอนที่เธอเดินออกจากโรงพัก
โทรศัพท์ของเธอสั่นเบา ๆ มีข้อความไม่มีเบอร์คนส่งขึ้นมา
ข้อความเดียว
สั้นและไม่น่ามีใครรู้
“อย่าเข้าไปห้องที่ไม่ไหม้”
ข้อความถูกลบเองทันทีหลังขึ้นมาไม่ถึงหนึ่งวินาที
ศศิชายืนนิ่ง
ฝนเริ่มลงเม็ดอีกครั้ง
เธอรู้สึกว่า—
คดีนี้ไม่ได้รอให้เธอไปหา
แต่เหมือนคดี “กำลังตามหาเธออยู่แล้ว”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*