ศิษย์พี่ทั้ง 2 คนเปลี่ยนน้ำเสียงทันที พร้อมกับกิริยาที่สุภาพอ่อนน้อมหลังทักทายผู้มาใหม่
"ศิษย์พี่ทั้ง 2 ไม่ต้องมากพิธีตอนนี้ข้ายังเป็ศิษย์ใหม่ชั้นนอก พวกท่านเรียกข้าว่าศิษย์น้องก็พอ" เด็กหนุ่มที่เพิ่งเดินมาทางใหม่ปรากฎตัวทางด้านหลังเว่ยซินเหลียนกล่าวตอบศิษย์พี่อย่างสุภาพ
เด็กหนุ่มมองมายังเฉินิและมองมายังเว่ยซินเหลียน จากนั้นเขาก็หันกลับไปยังศิษย์พี่ทั้ง 2
"พวกท่านทั้ง 2อย่าได้ขัดขวางเฉินิเลย เขามีสิทธิ์เช่นเดียวกันกับข้าท่านแม่ข้าก็คืออาจารย์หญิงของเขา หากเขา้าเข้าร่วมสำนักอย่างเป็ทางการศิษย์พี่ทั้ง 2 ก็อย่างได้ว่ากระไรอีกเลย"
ศิษย์พี่ทั้ง 2 ต่างมองหน้ากัน พันรู้สึกเสียหน้าที่ถูกต่อว่าจากคุณชายน้อยแต่ทั้งสองคนต่างก็เก็บอาการเอาไว้เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าพวกเขารังเกผู้ที่อ่อนแอกว่าพร้อมกับออกน้ำเสียงที่ไม่พอใจไปยังเว่ยซิยเหลียนและเฉินิ
"พวกเ้าทั้ง 2 คน ไปทางนั้น"
จากนั้นก็หันไปพูดอย่างสุภาพกับอีกคนทันที
"งั้นก็เชิญศิษย์น้องเฉินทางนี้"
ตอนนี้เว่ยซินเหลียนรู้แล้วว่าเด็กหนุ่มที่ศิษย์พี่ทั้งสองให้ความเคารพยำเกรงคนนี้คือใคร เขาก็คือ เฉินเจียลี่นั้นเอง
(ตอนนี้ เขาน่าจะอายุได้เพียง 11 ขวบได้มั้งแต่ร่างกายกลับโตเกินตัวจริงๆ หน้าตาหมดจดหากโตเป็หนุ่มเขาคงหล่อเหล่าไม่เบาทีเดียว สมกับได้รับบทพระเอกซะเหลือนเกิน) เว่ยซินเหลียนเหลียวกลับไปมองคุณชายน้อยที่เป็พระเอกของเื่
เว่ยซินเหลียนหันกลับมามองรูปร่างของเด็กน้อยข้างกายเขา
(ส่วนนาย ตอนนี้ ก็น่าจะราว ๆ 13 ขวบเห็นจะได้แต่ตัวเล็กนิดเดียว เสียงก็ยังไม่แตกหนุ่มเลย เฮ้ย~ช่างแตกต่างกันจริงๆ เกิดมาก็ขาดพ่อ และครอบครัวก็ยังยากจนอีกนะเรานะ)
เว่ยซินเหลียน คิดเพียงว่าน่าจะเกิดจากความอาภัพของการเลี้ยงดูอาหารการกินมีส่วนที่จะทำให้เด็กๆ โตตามวัย เกินวัยได้ หรือต่ำกว่าวัยได้เช่นกัน
เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคือใคร งั้นก็ผูกมิตรเอาไว้ย่อมดีกว่าหากศัตรูเพิ่มเพื่อช่วยเพิ่มทางรอดให้กับตัวเขาเองด้วยคิดได้แล้วเขาก็หันกลับไปยังพระเอกของเื่
"เฮ้ ... คุณชายเฉินขอบคุณมากนะที่ช่วยพวกเรา หากแม่เ้ารู้ว่าเ้าช่วยอาิแม่เ้าต้องมีความสุขเป็แน่!" เว่ยฉินเหลียนเอ่ยปากขอบคุณเฉินเจียลี่
ฉินเจียหลี่หันไปมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังพูดกับเขาใบหน้าของเด็กหนุ่มเหมือนมีเครื่องหมายคำถามเกิดขึ้นแต่ก็กลับมาเป็ปกติได้ในเวลาอันรวดเร็วเขากล่าวเพียงสั้นๆ
"ไม่เป็ไรมิได้ ข้าแค่พูดตามความเป็จริง" จากนั้น ฉินเจียหลี่ก็เดินไปยังตำแหน่งของตัวเองที่ถูกจัดไว้ด้านหน้าสุดของแถว
เว่ยซินเหลียนทันสังเกตว่าเฉินเจียงลี่สงสัยเกี่ยวกับที่ตนพูดถึงมารดาของเขาอย่างแน่นอน
(ฉันก็ตั้งใจให้นายสงสัยนั้นละจะได้หาเื่รู้จักไง ฮิฮิฮิ)
"ท่านพี่เว่ย รู้จักคุณชายเฉินด้วยหรือขอรับ?"เฉินิถาม ในขณะที่ทั้งคู่เดินเข้าไปยังโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับเหล่าศิษย์ใหม่
"รู้จักเหรอ ... ก็ไม่ได้รู้จักเหรอ... แค่เคยได้ยินชื่อนะ" เว่ยซินเหลียนตอบตามจริง
"แล้วท่านพี่รู้จักท่านอาจารย์หญิงได้อย่างไรหรือขอรับ"เฉินิถามด้วยความสงสัย
"เอ่อ ..อาจารย์หญิงเคยไปที่จวนของพี่ชายมาก่อนนะน่ะไม่งั้นพี่ชายจะมาที่สำนักนี้ได้ยังไงกันละว่ามะ"เว่ยซินเหลียนตอบคำถามเด็กน้อย
"อ่อ .. เป็อย่างนี่นี้เอง" ตอบรับ
"อาิเ้าจงจำไว้ตั้งใจร่ำเรียนให้ดี ท่านอาจารย์หญิงให้โอกาสนี้แก่เ้าและข้า จงตั้งใจรู้ไหม" เว่ยซินเหลียนเริ่มสอนน้อย
"ขอรับท่านพี่ ข้าจักตั้งใจไม่ทำให้อาจารย์หญิง และท่านผิดหวังอย่างแน่นอน" เฉินิรับคำอย่างว่าง่าย
บริเวณปะรำพิธี
เ้าสำนักพร้อมเหล่าผู้าุโของสำนักต่างก็มาพร้อมแล้ว ศิษย์สายในที่เป็ศิษย์เอกของสำนักหลงซีห่าว ที่กำลังทำหน้าที่เชิญเหล่าผู้าุโ และเ้าสำนักเข้ามายังปะรำพิธีพร้อมเสียงระฆังดังขึ้นเพื่อบอกว่าพิธีคารวะอาจารย์ของสำนักฟ้าดินกำลังจะเริ่มขึ้น
ศิษย์ใหม่ทุกคนต่างก็รู้ได้ในทันทีนั่งตัวตรง ตรงโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดี และหยุดพูดคุยกัน
หลงซีห่าว ทำหน้าที่กล่าว "ณ เวลานี้เหล่าศิษย์ใหม่ที่เข้ามาร่ำเรียนยังสำนักฟ้าดิน เตรียมตัวคารวะอาจารย์"
ศิษย์ใหม่ทุกคนท่านได้ยินคำกล่าวต่างทำการคารวะอาจารย์อย่างพร้อมเพรียงกัน
จากนั้นศิษย์พี่คนเดิมก็กล่าวต่อ"เป็อาจารย์เพียงหนึ่งวัน ดังบิดาตลอดชีวิตของพวกเ้า จงจำไว้"
"ขอรับ พวกข้าจักจำไว้"ศิษย์ใหม่ทุกคนตอบอย่างพร้อมเพรียงกันอักครั้ง
"พิธีการในวันมีเพียงเท่านี้ขอศิษย์ใหม่ทุกคนจงตั้งใจร่ำเรียน ฝึกตนให้เป็ผู้ที่มีความสามารถกฎของสำนักสำหรับศิษย์ อยู่ในคู่มือที่ให้ไว้สำหรับพวกเ้าทุกคน ส่วนข้อกำหนดในการฝึกยุทธ์ขอให้พวกเ้าตั้งใจ ตอนนี้พวกเ้าอยู่ส่วนของศิษย์นอกต่อไปพวกเ้าจะเข้าเป็ศิษย์สายกลาง หรือศิษย์ลานชั้นได้ต้องผ่านระดับผู้ฝึกยุทธขั้นแรกถึงจะเข้าสู่ด้านนี้ได้ข้าหวังว่าจะได้พบพวกเ้าทุกคนใน ฐานะศิษย์เอก หรือศิษย์สายตรงของสำนัก ข้าผู้แซ่ หลงชื่อซีห่าว เป็ศิษย์เอกของสำนักฟ้าดิน แล้วพบกัน" หลงซีห่าวศิษย์เอกของสำนักกล่าว
จากนั้นเ้าสำนักฟ้าดินก็กล่าวปิดท้ายพิธีในวันนี้
"ข้าเฉินผิง เ้าสำนักฟ้าดินข้าขอให้พวกเ้าทุกคนจงตั้งใจฝึกฝน ร่ำเรียนให้จงดีดูตัวอย่างจากศิษย์พี่ของพวกเ้า กฎของสำรักเรามีไม่มาก แต่จักต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัวจงจำไว้ สำนักเรามีผู้าุโ 6 ท่าน พวกเ้าจะได้รู้จักและร่ำเรียนกับเหล่าบรรพชนก็ต่อเมื่อพวกเ้าผ่านระดับขั้นปราณราชันย์แล้วเท่านั้น นับจากวันนี้เป็ต้นไป พวกเ้าทุกคนคือ ศิษย์ของสำนักฟ้าดินไม่ว่าจะเป็ศิษย์สายนอก ศิษย์สายใน หรือศิษย์สายตรง ล้วนคือศิษย์ของสำนักฟ้าดินด้วยกันทั้งสิ้นต่อไปผู้ที่จะดูแลพวกเ้าจะเป็อาจารย์เฉพาะสาย และรุ่นพี่ ข้าขอให้พวกเ้าตั้งใจ"พูดเสร็จ เฉินผิง ก็กลับไปนั่งยังจุดเดิม และเตรียมออกจากประรำพิธี
จากนั้นปะรำพิธีก็เงียบลง ผู้าุโทั้ง 6ที่ไม่ได้กล่าวอะไร แค่มาแสดงตัวตนว่ามีอยู่จริง ก็ลุกขึ้น ตามด้วยเ้านักก็เดินจากไป ศิษย์พี่สายตรงของสำนักก็เดินตามไป และคนอื่น ๆที่ไม่เกี่ยวข้องในการดูแลศิษย์สายนอกก็ตามกันออกไป