ปัจเจกวิชาของวิฬาร์ขั้นสุดยอด
“ศักราชสิ้นสูญ”
จีเอ็มD029พลันรู้สึกเหมือนห้องทำงานทั้งห้องสั่นะเืคล้ายกับเกิดแผ่นดินไหวเขาถึงกับแทบมุดหลบลงไปใต้โต๊ะทำงาน แต่ยังดีที่วันนี้เขาพกสติออกจากบ้านมาไม่น้อยจึงเห็นภาพรอบด้านและเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
ทันทีที่การโจมตีของหมอนั่นะเิออกเสียงดังสนั่นราววันโลกแตกก็ดังทะลุลำโพงออกมาทั่วห้อง เขาถึงกับเห็นว่าเก้าอี้แทบทุกตัวะโขึ้นจากพื้นพร้อมกันหนึ่งนิ้วทำเอาคนที่ตั้งตัวไม่ทันบางคนล้มหงายหลังตกเก้าอี้
หลอดไฟแสดงสถานะบนแป้นควบคุมตรงหน้าเปลี่ยนจากสีเขียวเป็สีแดงดั่งโลหิตในเสี้ยววิก่อนจะค่อยๆ แผ่กระจายไปทั่วห้องราววงน้ำกระเพื่อมในเวลาหนึ่งส่วนสิบวินาที
แต่มันยังไม่จบ
เพราะเสียงต่อมาที่เขาได้ยินคือเสียงหวอระคายหูที่ดังขึ้นมาจากระบบตรวจการณ์ของเกม พร้อมกับเสียงติ๊ดๆๆๆ เร่งระรัวจากแผงควบคุมของจีเอ็มทุกคน
ทั้งห้องเปลี่ยนสภาพราวเป็ทะเลเือะไรก็ตามที่ส่องแสงได้เปลี่ยนเป็สีแดงฉานทั้งหมด ไม่เว้นแม่แต่ดวงตาของจีเอ็มทุกคนที่เส้นเืฝอยแทบจะแตกออกมาอยู่รอมร่อ
บนหน้าจอปรากฏคลื่นรังสีเวทมนตร์ห่าใหญ่ปะทะกันอย่างรุนแรงมิติจำลองปริแตกจนร้าวฉาน ผนังห้องที่เกิดการต่อสู้หลุดร่อนเป็แผ่นๆ แม้แต่อากาศก็ประหนึ่งจะฉีกขาดแต่ระบบก็ซ่อมตัวเองกลับมาแทบจะในทันที ทำให้เกิดเป็ภาพพิสดารแปลกตายังดีที่พวกเขาเตรียมระบบสำรองเอาไว้ทันการณ์ไม่อย่างนั้นป่านนี้เซิร์ฟเวอร์คงล่มไปแล้ว
พลังของวิฬาร์ที่แผ่ออกมาช่างน่าสะพรึงกลัวมันช่างวิปริตไม่ต่างจาก NPCที่ระบบเซตขึ้นมาแม้แต่น้อย ทำให้การรับมือของพวกเขาถึงกับแทบทนทานไม่ไหว
ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงต้องเจอกับนรกโอทีไปอีกนาน
………………..
ผู้พิทักษ์โดนการโจมตีสุดกำลังของวิฬาร์เข้าไปเต็มรักมันปลิวราวว่าวสายป่านขาด กระเด็นไปกระแทกกำแพงห้องที่ไกลลับตาออกไปอย่างรุนแรง
ผนังห้องเดิมที่ไร้รอยขีดข่วนพลันแตกสลายเป็ฝุ่นธุลีเผยให้เห็นเหล็กเส้นขนาดเท่าข้อมือผู้ใหญ่ที่สานกันอยู่ด้านหลังฉีกขาดเป็ริ้ว
ร่างกายของมันตอนนี้แทบไม่มีส่วนไหนสมประกอบ
กระดูกทุกชิ้นที่มีหักสะบั้นจนหมดเืเปรอะไปทั่วกาย ใบหน้าเสียรูปโดยสิ้นเชิง ไม่อาจนับว่าเป็สิ่งชีวิตได้อีก
ทว่าวิฬาร์กลับได้ยินประโยคหนึ่งดังมาจากเ้าของร่างอันไม่สมประกอบนั้น
“หากได้ตายด้วยฝีมือเ้าเช่นนี้ก็นับว่าสมควรแล้ว”
เขาตกตะลึงจนเบิกตากว้างการโจมตีเมื่อคู่นั้น เขาใช้พลังความรู้และทุกอย่างที่มีไปจนหมดสิ้น จึงมั่นใจว่ามันต้องตายในทันทีแต่ที่ไหนได้ ผู้พิทักษ์ฯ นั่นกลับยังมีลมหายใจต่อได้อีกหน่อยหนึ่งทำเอาเขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาไม่น้อยว่ามันจะฟื้นกลับขึ้นมาอีก
เขายืนงงอยู่ครู่ใหญ่ถึงกับจะเดินเข้าไปดูที่ซากร่างนั้นเพื่อเช็กดูให้ละเอียด แต่ไม่นานนักระบบก็แจ้งเตือนการปิดผนึกทักษะขึ้นมาเป็พรวน
ความรู้สึกอ่อนแอถาโถมกลับเข้ามาใหม่อีกครั้งความรู้สึกไร้เทียมทานเมื่อครู่หดหายไปราวลูกโป่งถูกปล่อยลมออกร่างกายกลับมาหนักอึ้งเช่นเดิม แม้แต่เลเวล พลังเวทมนตร์ เืทุกสิ่งกลับเป็เหมือนก่อนหน้านี้ทั้งหมด ไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่น้อยทำให้เขาเผยสีหน้าบึ้งตึงออกมาอย่างเศร้าสลด
“เห้อ”
ไม่นานประตูสีดำสนิทบานหนึ่งก็เปิดขึ้นกลางอากาศ เผยให้เห็นทางเข้าถัดไปขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
เขาจึงเดินเข้าไปอย่างไม่มีทางเลือกนี่คงนับว่าเขาผ่านการทดสอบนี้แล้วละมั้ง
ทางเดินในอุโมงค์กว้างขวางพอให้เขาเดินได้อย่างสบายสองด้านซ้ายขวาปรากฏร่องไฟยาวไปตลอดทาง ในนั้นมีเปลวไฟสีแดงจุดติดเอาไว้ช่วยให้วิฬาร์มองเห็นทางได้อย่างชัดเจน
………………..
พื้นที่ถัดเข้ามาขยายตัวเป็ทางเรียบกว้างขนาดใหญ่และหลังจากเดินตามทางไปไม่กี่อึดใจ เพดานก็ยกตัวสูงขึ้นจนไม่อาจกะระยะได้ ตัวทางเดินที่เขาเข้ามาก็เปลี่ยนเป็แยกออกสองข้างทางวิ่งยาวไปตลอดความยาวนับสิบๆ เมตรส่วนพื้นก็ยุบเป็บันไดลึกลงสู่เบื้องล่างนำทางเขาไปสู่ความวิลิศมาหราที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนในชีวิต
พื้นที่เบื้องหน้าเขาใหญ่โตราวกับเป็ท้องพระคลังของาาที่ไหนสักแห่ง เสาค้ำเพดานแต่ละต้นใหญ่เท่าสองคนโอบตั้งขึ้นไปจรดเพดานสูงลิบทั้งหมดแกะสลักลวดลายหนักแน่นที่เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมแสนประณีตไว้อย่างงดงาม ส่วนเนื้อหาบนนั้นก็ประกอบไปด้วยบรรดาสิงสาราสัตว์น้อยใหญ่ที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่าเขาอย่างอุดมสมบูรณ์
กว้างขวางดุจดั่งท้องพระโรง
โอ่โถงสูงเทียมห้วงเวหา
เสาใหญ่คล้ายจะค้ำพระโลกา
ปาน์เทวาสุราลัย
ล้วนสลักรัดเกี่ยวด้วยกระหนก
ลายวิหคผกผินบินเฉิดฉาย
อีกไกรสรราชสีห์เยื้องย่างกราย
อร่ามพรายด้วยพญากุญชร
แลมัจฉาพันธุ์ปลามาเป็กลุ่ม
แลตะคุ่มเงาดำนางกาสร
เหล่าพฤษภมยุรินอีกวานร
ทั้งอัสดรอาชามโนมัย
ประกบก่อหล่อรูปด้วยหิรัณย์
แต่งแต้มพันด้วยมุกแก้วเป็เงาใส
เพชรเรืองวับพลอยประดับผ่องอำไพ
ดั่งแขไขล้อมรายด้วยดารา
โกเมนแดงแข่งประชันกับทับทิม
แต้มขอบริมมรกตราวบุปผา
เพทายติดชิดด้วยดวงมุกดา
ทั้งบุษราคัมเหลืองสดแลวิไล
[เวหา=ท้องฟ้า, วิหค=นก, ไกรสร=สัตว์วิเศษชนิดหนึ่ง,กุญชร=ช้าง, มัจฉา=ปลา, กาสร=ควาย, พฤษภ=วัว, มยุริน=นกยูง, วานร=ลิง, อัสดร/อาชา/มโนมัย=ม้า, หิรัณย์=ทอง, แขไข=ดวงจันทร์]
เสาทุกต้นล้วนประดับด้วยอัญมณีเลอค่าที่ส่องแสงวิบวับล้อกับแสงจากรางนำไฟด้านข้างที่บัดนี้วิ่งให้ความสว่างจนทั่วทั้งห้องแต่สิ่งที่ชวนตกตะลึงยิ่งกว่าก็คือส่วนใจกลางของห้องนี้
วิฬาร์ยืนอ้าปากค้างมองดูภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
แค่เสาค้ำห้องสักต้นถอนออกไปเร่ขายในตลาดมืด ก็คงได้เงินเป็พันเหรียญทองแล้ว
แต่ตรงหน้านี่ยังมีอัญมณีเครื่องประดับ อาวุธ เครื่องป้องกัน ที่แต่ละชิ้น คะเนจากสายตาหยาบๆก็ไม่ต่ำกว่าระดับ Cกองอยู่เป็ูเา!
ลูกแล้วลูกเล่า
ประกายโลหะสะท้อนแสงแวววาวเสียจนตาแทบบอดไม่ว่าจะกวาดสายตาไปทางไหนก็เจอแต่ไอเทมชั้นเลิศกองท่วมสูงราวกับมันเป็ของไร้ราคาค่างวด
“ผู้เล่นวิฬาร์ผ่านการทดสอบจากดันเจี้ยนลับของระบบจึงได้รับรางวัลพิเศษ ขอให้ผู้เล่นโชคดี” เสียงของระบบดังขึ้นเหมือนจะบอกกลายๆว่านี่คือรางวัลจากความเหนื่อยยากลำบากตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมาของเขา
ตัววิฬาร์เองเมื่อได้ยินดังนั้นก็พลันห่อเหี่ยวใจขึ้นมาร่างกายทรุดลงที่พื้นอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
อะไรกัน?เขานึกว่านี่จะเป็ภารกิจพิชิตร่างอวตารซะอีก? ทำไมถึงกลายเป็แค่ดันเจี้ยนลับไปได้?
วิฬาร์ขบคิดอย่างไม่เข้าใจสายตาเหม่อมองเข้าในไปในกองไอเทมที่มีทั้งอาวุธ แก้วแหวนเงินทอง จนกระทั่งม้วนคัมภีร์ทักษะและแผนที่ขุมสมบัติความผิดหวังประดังประเดเข้ามาอย่างถึงที่สุด
“เป็ไปไม่ได้…”เขาอุทานอย่างฉงนงงงวย ไฟในหัวใจถูกจุดขึ้นมาด้วยไฟแห่งความขุ่นแค้นผสมกับความรู้สึกผิดหวังในหัววิ่งพล่านไปด้วยความสับสนหันมองซ้ายมองขวาอย่างไม่เข้าใจว่าการทดสอบที่ยากระดับนี้จึงจบลงแบบสั่วๆ ซะงั้น
เขานั่งแช่อยู่อย่างนั้นหลายนาทีก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินลงบันไดไปด้วยท่าทีอ่อนล้า เมื่อเดินจนถึงขั้นสุดท้าย ก็ก้มมองดูไอเทมสร้อยคอที่อยู่ห่างปลายเท้าเขาไม่ถึงสองนิ้วอย่างอ่อนเพลียหัวสมองว่างโล่ง ไร้ความคิดอ่านอะไรอยู่หลายอึดใจ
‘เอาเถอะ ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไร’ เขาปลอบใจตัวเอง
สร้อยเส้นนี้น่าจะทำจากแร่ทองแดงลายสมุทรประดับด้วยโกเมนสีแดงสดน้ำงามที่ข้างในใสสะอาดไม่มีสิ่งเจอปนเม็ดเท่านิ้วโป้งพอเดาได้ว่าน่าจะมีเอฟเฟคช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเวทมนตร์สายเพลิงได้ไม่น้อยกว่า 25% แถมดีไม่ดีอาจมีส่วนช่วยลดเวลาการร่ายเวทเพลิงได้อีกนิดหน่อยด้วยซ้ำ
และเพียงแค่นี้ก็พอให้จัดระดับไอเทมนี้ให้อยู่ในระดับCได้สบายๆ
แม้ภาพตรงหน้าจะน่าตื่นตะลึงแต่วิฬาร์ไม่ใช่ชนชั้นกระจอก ไอเทมระดับ C ไม่อยู่ในสายตาเขา
วิฬาร์กวาดสายตาไปทางด้านอื่นเสาะหาไอเทมที่ระดับสูงกว่า ไม่นาน ก็เห็นไอเทมที่ดูจะมีระดับไม่ต่ำกว่า A นอนรออยู่ไม่ไกล
นั่นน่าจะเป็ไม้เท้าเวทมนตร์ที่มีอานุภาพร้ายกาจถ้าเกิดเขาได้มันมา เื่ที่เขามีเลเวลแค่สิบจะกลายเป็เื่จิ๊บจ๊อยขึ้นมาทันที
แต่แล้วเสี้ยววินาทีที่เขาจะย่ำเท้าเข้าไปท่ามกลางกลองสมบัติเ่าั้
ส่วนลึกในจิตใจของเขาก็คำรามขึ้นกระตุ้นเตือนเสี้ยวความคิดของเขาราวถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
ประสบการณ์ของเทสเตอร์ย้ำเตือนว่าเื่ราวของดิ เอจ ออฟ อโพคาลิปส์ ไม่เคยจบลงง่ายอย่างนี้
แม้ั้แ่เริ่มพวกเขาจะเดากันว่านี่คือภารกิจร่างอวตาร แต่ระบบก็ไม่เคยยืนยันเื่นี้ พวกเขาจึงคิดเองเออเองมาตลอดทางแต่หลังจากผ่านบททดสอบทั้งสองอันมาเขากลับได้รับการแจ้งเตือนจากระบบว่านี่คือดันเจี้ยนพิเศษที่ผู้เล่นทั่วไปเจอกันได้บ่อยๆตอนไปผจญภัยตามสถานที่ใหม่ๆ ซะงั้น
วิฬาร์ชะงักเท้ากึกก่อนจะถอยกลับมาอย่างช้าๆ
นี่อาจจะเป็หนึ่งในลูกเล่นใหม่ของระบบก็ได้
ไม่แน่ว่านี่ก็อาจจะเป็หนึ่งในบททดสอบอีกอันที่เขาต้องฝ่าออกไป
ความโลภ
บางอย่างบอกเขาว่าเควสลับที่เดาๆกันว่ากำลังทดสอบอะไรบางอย่างยังไม่จบ และตรงนี้ ไม่ควรเป็ของรางวัลที่ระบบจะมอบให้
กองไอเทมตรงหน้ามีความดึงดูดอย่างน่าประหลาดอย่างรุนแรงจนวิฬาร์ที่เพิ่งจะตั้งสติได้เกือบสติหลุดไปอีกรอบ
เขาใช้เล็บจิกที่ต้นแขนอย่างแรงเพื่อกระตุ้นเตือนตัวเองจนเืออกโดยไม่รู้ตัวแล้วเดินถอยขึ้นบันไดไปพร้อมกับข่มใจไม่ให้มองกลับไป เพราะกลัวว่าอาจจะถูกรังสีหรือพลังงานบางอย่างดึงจิตใจเขากลับพยายามเว้นระยะห่างจากสิ่งยั่วยวนใจตรงหน้าเพราะกลัวว่าตัวเองจะยั้งใจไม่อยู่เป็ครั้งที่สอง
‘ง่ายเกินไป’
ดิ เอจออฟ อโพคาลิปส์เป็เกมที่ผู้เล่นต้องใช้ความมุมานะในการเล่นไม่น้อยั้แ่เริ่มสร้างตัวละคร ก็จะต้องทำภารกิจ หาเงิน หาไอเทม เพิ่มความสามารถเพื่อที่จะเข้าถึงทรัพยากรที่ดีกว่า พื้นที่ที่ดีกว่าสัตว์อสูรที่ให้ค่าประสบการณ์สูงกว่า ภารกิจที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าเดิม
โดยเฉพาะภารกิจลับที่ไม่ใช่เพียงแค่ใช้โชคในการเปิด แต่ต้องใช้ความสามารถไม่น้อยในการทำให้สำเร็จด้วย
แม้ครั้งนี้บททดสอบที่ผ่านมาจะไม่ใช่เื่ง่าย แต่เขามั่นใจว่าเื่นี้น่าจะต้องมีเบื้องลึกเื้ัที่ซับซ้อนมากกว่าที่เห็นทำให้วิฬาร์ต้องหยุดคิด และเดินดูรอบๆ เพื่อหาเบาะแสให้มากกว่านี้เพื่อจะได้ผ่านภารกิจที่แท้จริง
วิฬาร์เดินวนรอบห้องสมบัติโดยพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สนใจกองไอเทมตรงกลางเดินเลียบขอบกำแพงไปพร้อมกับสังเกตทุกซอกทุกมุมราวกับแปลงร่างเป็ยอดนักสืบเพื่อพยายามหาเบาะแสอะไรก็ตามที่จะนำไปสู่จุดสุดท้ายของเื่ที่กำลังเกิดขึ้น แม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ก็ตามว่าเื่ทั้งหมดนี้คือเื่อะไร
และยิ่งเวลาทอดยาวนานไปเท่าไหร่ความรู้สึกแปลกๆ ในหัวใจวิฬาร์ก็ก่อตัวหนาหนักมากขึ้นเรื่อยๆ
เขาไม่ได้แตะต้องไอเทมชิ้นไหนแม้แต่ชิ้นเดียวเพราะความรู้สึกแปลกประหลาดที่รั้งสติเขาเอาไว้ ตอนนี้จึงหาทางเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองไปที่การสำรวจพื้นที่แทนเพราะต่อให้เป็ตัวเขาเองก็ไม่กล้ารับประกันว่าถ้าเดินเข้าใกล้กองสมบัตินั่นอีกสักครั้ง จะอดใจไว้ได้อีกสักกี่น้ำ
เดินเรื่อยเปื่อยมาจนถึงอีกฝั่งหนึ่งของห้องก็เจอประตูใหญ่สีดำเย็นยะเยียบบานหนึ่งที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดตั้งตระหง่านอยู่อย่างโดดเดี่ยว
และเมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆก็เห็นว่าบนบานประตูแกะสลักไว้ด้วยลวดลายวิจิตรตระการตาคล้ายกับว่าเล่าเื่บางอย่างที่น่าจะสำคัญมากเอาไว้และยิ่งมองดูก็ยิ่งรู้สึกครั่นคร้ามต่อภาพเนื้อหาบนบานประตูนั้นมากขึ้นจนหัวใจเขาเต้นรัวขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
พระมหาฤทธิรงค์ราชรถ
เทียมลากคชสารสูงใหญ่
ประดับด้วยเศวตฉัตรผ่องอำไพ
ธวัชชัยปลิวไสวละลานตา
ทหารกล้านำหน้าองอาจหาญ
เข้ารอนราญปราบศัตรูทุกทิศา
ขุนพลศึกขับขี่สิงห์ทะยานมา
ควงศาสตราเข้าทะลวงบุกฟาดฟัน
พวกพานระโโลดเข้าต่อตี
กลุ่มกระบี่รุมต่อกรกลุ่มยักษา
กองกุมภัณฑ์แผลงศรฤทธิ์หมายเข่นฆ่า
หวังนำพาชัยชนะเหนือไพรี
[ราชรถ=ยานพาหนะชนิดล้อเลื่อน, คชสาร=ช้าง, เศวตฉัตร=เครื่องสูงประดับเพื่อเป็เกียรติยศ, ธวัชชัย=ธง,รอนราญ=ต่อสู้, พานร/กระบี่=ลิง, กุมภัณฑ์=ั์, ไพรี=ศัตรู]
ภาพแกะสลักนูนสูงเบื้องหน้าวิฬาร์บันทึกเื่ราวการทำาระหว่างทัพั์และทัพมนุษย์เอาไว้และยิ่งดูจากขนาดของภาพสลักที่กินพื้นที่ไปทั้งบานประตูมีกองทัพและพลทหารมากมายราวกับเม็ดทรายในทะเล ยิ่งเห็นก็ยิ่งทำให้วิฬาร์อดตื่นเต้นไม่ได้
“บันทึกการทำาครั้งใหญ่ขนาดนี้หรือว่าข้างในจะเป็ที่เก็บภารกิจพิชิตร่างอวตารจริงๆ!?” ปกติแล้วการสลักภาพเอาไว้ มักจะมีจุดมุ่งหมายในการเล่าเื่ราวของเ้าของภาพบอกเกียรติประวัติและความยิ่งใหญ่ที่ได้ทำเอาไว้ให้คนอื่นรับรู้และแน่นอนว่าคนที่ภาพสลักจะสื่อถึง ย่อมไม่ใช่พลทหาร หรือแค่นายกองอยู่แล้ว
มันย่อมจะเป็จอมทัพในภาพแน่นอน!
กองทัพอันเกรียงไกรย่อมสะท้อนภาพความยิ่งใหญ่ของแม่ทัพและด้วยจำนวนทหารเรือนแสนในภาพ อย่างน้อยถ้าหลังประตูบานนั้นเป็เควสร่างอวตารจริงก็ต้องมีศักดิ์ไม่น้อยกว่าระดับเ้าเมือง
กุมภกรรณ?
อินทรชิต?
ลักษมณ์?
หรือว่าทศกัณฐ์!!!
เนื้อหาที่สลักบนบานประตูไม่ได้เน้นไปที่ภาพของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคล้ายว่าจะเล่าเื่อย่างเป็กลาง ทำให้วิฬาร์เดาไม่ออกว่าผู้ที่อยู่เื้ัประตูบานนั้นเป็ฝ่ายั์หรือฝ่ายมนุษย์
"ถ้าไม่มีคนได้ร่างของรามไปแล้วคงน่าลุ้นมากกว่านี้” เขาถอนหายใจพลางบ่นงึมงำก่อนจะสลัดความคิดนั้นออกจากหัว ดูท่าสิ่งที่เขาหวาดระแวงเกี่ยวกับเควสนี้คงไม่ใช่เื่สูญเปล่าแล้ว
ด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องวิฬาร์ไม่สนเนื้อหาภาพสลักอีกต่อไปเขาเดินอย่างลำพองใจเข้าหาประตูแล้วออกแรงผลักสุดกำลัง
!!!