เมื่อข้ากลับมาถึงครัวหลวงก็พบว่ากงเหนียงและนางกำนัลทั้งหลายของข้าได้สรรหาวัตถุดิบ และรังสรรค์อาหารออกมานั่นคือ
‘ไข่เจียว ผัดผักบุ้ง! คุณชาคริตคร้าบบบบบบบ ’ ข้าถึงกับสตั๊นไป 5 วิ ก่อนที่จะหลับตาทำใจ และสูดลมหายใจเข้าออก
แล้วจึงสั่งให้พวกเขาตั้งโต๊ะเสวยที่นี่เลย ตอนนี้หิว และข้าจะไม่ทน เมื่อคิดว่าจะได้กินอาหารที่ภพนี้ครั้งแรก นับั้แ่ข้ามาสิงสู่ร่างนี้ พอคีบผัดผักบุ้งเข้าปากคำแรกเท่านั้น ข้าถึงกับรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่าง นั่นคือ..
‘ห่วยแตก’!!
แต่ด้วยความที่หิวจัดข้าจึงจำใจต้องกินอาหารที่พวกนางทำไว้ให้จนหมด แต่ก็นึกสงสัยว่าเหตุใดตอนแรกที่เข้ามาแล้วมองหาวัตถุดิบหรือเหล่าพ่อครัวตอนแรกถึงไม่เจอละ แล้วนี่ใครเป็คนทำอาหารเหล่านนี้???
“ใครเป็คนทำอาหารสำรับนี้”
“แม่ครัวหลวงที่ชื่อจงห่านเพคะ” กงเหนียงเอ่ยตอบกลับ สองพี่น้องตระกูลกงและนางกำนัลต่างพากันยิ้มอย่างดีใจ คิดว่าลู่ฮองเฮาโทสาลดลง
ลู่ฮองเฮาหรือก็คือสายลมพยายามนึกถึงชื่อในความทรงจำของร่างนี้ แต่ไอ้ความทรงจำในหัวนี่ก็ขาดๆเกินๆอธิบายอะไรไม่ได้ดีนัก พอเอ่ายปากถามกงฟางก็ได้คำตอบว่า
“แม่ครัวท่านนี้เป็ยอดครัวหลวงที่ทำอาหารมาั้แ่ฮ่องเต้พระองค์ก่อนจนถึงปัจจุบัน และอาหารขึ้นชื่อของแม่ครัวหลวงผู้นี้คือ ผัดผักบุ้งไฟแดงเพคะ พอมาถึงหยางหลิวฮ่องเต้ พระองค์ทรงโปรดปรานผัดผักบุ้งจึงได้รับสั่งให้ทำขึ้นสำรับเสวยทุกมื้อเพคะ”
เฮ้อ.........
ข้าได้แต่ถอนหายใจอย่างนึกเพลียจิต ไม่คิดว่าเมนูธรรมดาอย่างผัดผักบุ้งรสชาติแย่ๆแบบนี้ สามีของข้ายังชอบถึงขนาดรับสั่งให้ทำขึ้นถวายทุกวัน
กระทั่งข้านึกขึ้นมาได้ว่าลู่ฮองเฮาผู้นี้เดิมทีแล้วนางคือ 'ลู่เฟยหลิง' บุตรสาวคนเดียวของจวนแม่ทัพใหญ่ และยังพ่วงด้วยตำแหน่งหญิงงามล่มเมืองอันดับหนึ่ง ได้รับสถาปนาอวยยศขึ้นเป็ถึงฮองเฮา แต่แล้วอยู่ๆจะมาลืมกันง่ายๆเชียวเหรอ ขนาดล้มป่วยยังไม่มาดูดำดูดีกันเลย หรือมันมีอะไรเกิดขึ้นกันหว่า??
ได้แต่คิดทบทวนความทรงจำอันเลือนราง คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ ข้าหยิบแก้วน้ำมาเพื่อจะยกขึ้นดื่ม ทว่าใบหน้าที่สะท้อนลงไปในแก้วน้ำทำให้ข้าใ
ดีออกกกกกก! นี่หน้าข้าหรือไก่ต้มน้ำปลาวะ อะไรมันจะซีดเหลืองปานนั้น!!
“กงเหนียงไปเอากระจก เห้ย! ไปเอาคันฉ่องมาให้ข้าเร็ว”
“เพคะฮองเฮา” กงเหนียงที่ยินรับสั่งก็ตอบรับแล้วรีบวิ่งไปหาคันฉ่องที่ตำหนัก
“เกิดอะไรขึ้นหรือเพคะฮองเฮา” กงฟางเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ข้าได้แต่นิ่งเงียบไม่ตอบอะไรกงฟาง ได้แต่ยกแก้วขึ้นดื่มน้ำให้ใจข้าเย็นลง จนกระทั่งกงเหนียงวิ่งเข้ามาพร้อมกับคันฉ่องอันใหญ่
“นี่เพคะฮองเฮา” กงเหนียงยื่นคันฉ่องให้พระนาง
หลังจากได้คันฉ่องจากกงเหนียงแล้ว ข้ารีบส่องดูใบหน้าตัวเอง ตัวข้าในคันฉ่องนั้นยังมีเค้าโครงความสวยอยู่ ตอนที่ฟื้นขึ้นมาได้ดูนั้น ข้ายอมรับว่าข้าดีใจที่และเคลิ้บเคลิ้มในความสวยของร่างนี้ แต่ไม่ได้เอะใจหรือเฉลียวใจอะไรเลย
ข้าว่าข้ารู้แล้วละว่าทำไมสามีอันเป็ที่รัก ทำไมไม่ยอมแวะเวียนมาหาข้าเลย ทำให้ฮองเฮาอย่างข้าต้องแห้งเหี่ยว
'หึ...ช่างมัน! ขุ่น-แม่-ด๊อน-แคร์ ค่ะ!!'
ข้า้าปฎิวัติร่างกายนี้ให้กลับมาเป็สาวงาม ตำแหน่งหญิงงามล่มเมืองอันดับหนึ่ง ข้าลุกขึ้นสะบัดชายผ้าที่แขนทั้งสองข้างก่อนจะท้าวสะเอว พร้อมเผยอหน้านิด เผยอปากหน่อย บิดเอวไปซ้ายนิดนึง ถ่างขาออกนิดๆ เสมือนว่าตัวข้าอยู่บนเวทีมิสแกรนด์!!!
‘มิสแกรนด์ต้าฮว๊างงงงง....’
เหล่าข้าหลวงบริวารของข้าต่างหันหน้ามามองพฤติกรรมที่ข้าแสดงออก ด้วยความใ ว่าเหตุไฉนลู่ฮองเฮาของพวกเขาถึงได้ทำท่าประหลาดเยี่ยงนี้ ไม่ใช่ว่าจมอยู่ใต้น้ำนานเกินไปรึ ทำให้พระนางสติขาด สติเลยเตลิดออกไปยังมิกลับเข้ามาร่าง
ข้าหาสนใจสายตาของเหล่าบรรดาบริวารที่มองข้าไม่
ก่อนอื่นเลยข้าต้องหาชุดใหม่เอาไว้สำหรับออกกำลังกาย ไหนจะชุดออกงาน จำได้ว่าชุดของฮองเฮานั้นมีไม่เยอะนี่หว่า แต่ก็เพียงพอสำรับออกงานละ
เอาว่ะเพื่อความสวยของข้า ข้าต้องเริ่มมันจากการแต่งกายก่อนเป็อันดับแรก
ต้องหาผ้ามาทำชุดออกกำลังกาย แต่คนสมัยนี้คงมิชอบให้ข้าใส่ชุดรัดโชว์เป็แน่แท้ ยิ่งข้ามีตำแหน่งเป็ถึงแม่ของแผ่นดิน
ลู่ฮองเฮาเข้าสู่โหมดรื้อความทรงจำอันขาดๆที่พอจะจำได้อยู่สักพัก
โอ๊ะ! ใช่แล้ว.....
“กงเหนียง กงฟาง พาข้าไปท้องพระคลัง”
-----------------------------------
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ