กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เหล่าเทพผู้สร้างได้ดลบันดาลผืนดินและท้องนภา สิ่งมีชีวิตมากหน้าหลายตาถือกำเนิดขึ้นมาพื้นพิภพ ทั้งสัตว์ป่าธรรมดาที่สามารถพบเห็นได้ง่ายๆ ไปจนถึงสัตว์ในเทพนิยายหรือตำนานที่มิอาจจินตนาการได้ถ้าไม่เคยเจอตัวเป็ๆมาก่อน
องค์ประกอบเหล่านี้นำไปสู่ตำนานลือลั่นสะท้านโลกหรือเื่ราวราบเรียบไม่มีอะไรโดดเด่นเด่น ผู้กล้าและจอมมาร เ้าหญิงและอัศวิน จอมเวทและนักรบ าาและชาวบ้าน ทุกสรรพสิ่งช่วยแต่งเติมสีสันให้กับโลกใบนี้จนมองไม่เห็นเค้าเดิมอีกต่อไป ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ผู้คนเรียกขานโลกใบนี้ว่า’อิซซูมีล’
จวบจนเวลาล่วงเลยผ่านไป แต่ละกลุ่มอำนาจรวมตัวกันเป็กลุ่มก้อน จากหนึ่งเมืองกลายเป็หนึ่งแคว้น และหลายๆแคว้นรวมกันก่อให้เกิดดินแดนอันกว้างใหญ่ หรือก็คืออาณาจักรทั้งห้าในห้วงเวลาปัจจุบันเรียกในอีกชื่อว่าห้าทวีป ซึ่งคานอำนาจกันมาเป็เวลาหลายพันปี ไม่มีอาณาจักรไหนล่มสลายและไม่มีทวีปไหนรุ่งโรจน์ไปกว่ากัน ทุกๆฝ่ายเป็ขื่อคานซึ่งกันและกันอยู่เรื่อยมา
จนกระทั่งเก้าอี้ขาที่ห้าเริ่มใหญ่โตไปไกลเกินกว่าผู้ใด
ทริสแทนเริ่มขยายอำนาจขึ้นเรื่อยๆ กลืนกินเมืองชายแดนราวกับักลืนตะวัน ปัญหากระทบกระทั่งเช่นนี้ในกาลก่อนใช่ว่าจะไม่เคยปรากฏ แต่ความอหังการของทริสแทนพึ่งจะเผยให้เห็นเขี้ยวเล็บในวันนี้ แดนดินแห่งความมืดที่ถูกปกครองด้วยจอมมารประกาศศักดาไปทั่วทั้งแผ่นดิน กองทัพปิศาจเดินหน้าไปที่ใดล้วนถูกทำลายราบเป็หน้ากลอง ภัยาลุกลามไปทุกหย่อมหญ้า ความสงบสุขเป็เพียงฝันที่ผู้คนเฝ้าถวิลหา
อีกสี่ทวีปรู้ตัวดีว่าทริสแทนต้องถูกจัดการก่อนที่ปัญหาจะลุกลามใหญ่โตไปมากกว่านี้ อาณาจักรทั้งสี่ยามอยู่โดดเดี่ยวแม้จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของทริสแทน แต่เมื่อจับมือกันเป็พันธมิตรก็เริ่มจะสร้างความลำบากให้กับทริสแทนได้ไม่มากก็น้อย
ไอช่านำกองทัพจอมเวทอันเกรียงไกรที่สุดในอิซซูมีลเข้าประหัตปะากับพลังอำนาจของจอมมาร พวกเขาเปรียบได้กับองค์ความรู้ที่ไร้ก้นบึ้งของกองทัพพันธมิตร เวทมนตร์ของปิศาจที่สร้างปัญหาให้กับใต้หล้าเริ่มหยุดชะงักเมื่อต้องเผชิญหน้ากับดินแดนแห่งมนตรา
ซูิที่มีทรัพยากรด้านกำลังคนและสรรพวุธมากที่สุดเองก็ใช่ว่าจะด้อยไปกว่ากัน หากพูดถึงวีรชนผู้มากความสามารถดินแดนนี้เป็หนึ่งไม่มีสอง อาศัยความรู้ในการทำาแปรเปลี่ยนกระบวนทัพเข้าต่อกรกับกองทัพปิศาจอย่างพิศดาร กำชัยมาได้หลายต่อหลายครั้งจนเป็ที่ครั่นคร้ามเลื่องลือมาอีกหลายพันปีให้หลัง
บาเยนไฮด์ไม่มีจอมเวทที่มากความสามารถเหมือนไอช่า หรือยอดนักรบเทพยดาเช่นเดียวกับซูิ แต่สิ่งที่พวกเขาถือครองคือเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าทวีปไหนๆ คอยคิดค้นวิทยาการใหม่ๆนำมาใช้รับมือพลพรรคปิศาจได้อย่างเรื่อยๆชนิดที่ไม่รู้จักหยุดพัก สร้างความได้เปรียบให้กับกองทัพพันธมิตรได้อย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายเป็เรียกได้ว่าเป็ผู้นำของกองทัพพันธมิตร หากทริสแทนเปรียบได้กับความมืดมิด ทวีปแห่งนี้ก็คือแสงสว่างที่แห่งสุดท้ายของทุกสิ่งมีชีวิตบนอิซซูมีล
อีเดนดินแดนที่ว่ากันว่าเหล่าเทพผู้สร้างได้รังสรรค์ขึ้นเป็ที่แรก พื้นที่กว่าครึ่งถูกปกคลุมไปด้วยป่าไม้ยากที่หาจะตึกรามบ้านช่องเหมือนสี่ทวีปที่เหลือ แต่ทดแทนกันด้วยความบริสุทธ์ของมานาซึ่งมีมากกว่า ประชากรทั้งหมดล้วนเป็อมมนุษย์ไม่ก็สัตว์ในเทพนิยาย พลังอำนาจในการสู้รบโดดเด่นที่สุดในบรรดากองทัพพันธมิตร คำว่าแสงสว่างของโลกไม่ใช่ได้มาเพราะจับฉลาก กองทัพแห่งแสงไล่กดดันจนกองทัพปิศาจเริ่มถอยร่นไปเรื่อยๆ
จนในที่สุดศึกสุดท้ายก็มาถึง
จอมมารนำสี่เทวาซาตานลงสู่สนามรบด้วยตัวเอง พลังทำลายล้างสูงส่งยากจะประมาณ จอมมารสะบัดมือไปคราใดกองทัพพันธมิตรตรงนั้นล้วนตรงแตกกระเซ็นซ่าน แต่ใช่ว่าจะมีแค่ทริสแทนที่ถือครองพลังอำนาจระดับะเืฟ้าพินาศดินไว้เพียงผู้เดียว
เวทมนตร์ศาสตร์มืดของขุนพลปิศาจยามเผชิญหน้ากับเจ็ดจ้าวมนตราของไอช่าหาปรากฏความได้เปรียบแม้เพียงนิด อานุภาพของกำลังที่เคยข่มขวัญทุกสรรพสิ่งไร้ซึ่งหนทางเมื่อต่อกรกับหกเทพาของซูิ ขุมปัญญาล้ำลึกของปิศาจสูสีคู่คี่กับพลังความคิดของแปดนักปราชญ์จากบาเยนไฮด์ และความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดของมวลปิศาจเริ่มจะไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้าหกเทพพิทักษ์ของอีเดน
สมรภูมิรบครั้งนั้นกินเวลาไปกว่าเจ็ดวันเจ็ดคืน เสียงปะทะจากทั้งเวทมนตร์และอาวุธวิเศษดังะเืเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งสามโลก ไม่มีคนรุ่นหลังคนไหนรู้ถึงบทสรุปของา บ้างก็ว่ากองทัพพันธมิตรเป็ฝ่ายเอาชัยได้ในท้ายที่สุด บ้างก็ว่าจอมมารแค่ถอยทัพไปฟื้นตัวรอวันผยองใหม่ แต่ถึงอย่างไรล้วนหลีกหนีความจริงไม่ได้ว่าในเช้าวันที่แปด กองทัพจากทริสแทนถอยร่นลึกเข้าไปในดินแดนปล่อยให้พื้นที่ซึ่งชิงมาได้ถูกปลดยึดคืนโดนกองทัพพันธมิตร
หลังจากาสิ้นสุดลงอย่างแท้จริง กองทัพพันธมิตรได้สร้าง’มหากำแพง’ล้อมกรอบทริสแทนเอาไว้ข้างใน ชายแดนของแต่ละทวีปมีกำแพงสูงใหญ่ขวางกั้นเป็ดั่งตัวป้องกันภัยไม่ให้กองทัพปิศาจมาเหิมเกริมอีกในวันหน้า และให้ระลึกถึงว่าความสัมพันธ์ของสี่ทวีปในตอนนี้ดีต่อกันมากแค่ไหน
น่าเสียดายที่กาลเวลาเปลี่ยนแปลงผู้คนก็แปรเปลี่ยนไปตาม
ไอช่ากับอีเดนยังพอมีผู้คนในยุคนั้นหลงเหลืออยู่เพราะเป็ดินแดนที่มีความลี้ลับอยู่มาก ไม่อายุยืนยาวด้วยเวทมนตร์ก็มีอายุเยอะอยู่แล้วเป็พื้นฐาน ต่างไปจากซูิที่ตอนนี้แตกออกเป็เสี่ยงๆไม่เป็หนึ่งเดียวเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป บาเยนไฮด์เองก็เริ่มกระหายในทรัพยากรมากขึ้นเรื่อยๆจนเริ่มมีข้อพิพาทกับทวีปอื่นๆ
ทุกคนต่างรู้ดีว่านี่เป็เพียงลมสงบก่อนพายุใหญ่ แต่ไม่มีใครนึกถึงว่าเื่ราวหลังจากนั้นจะเป็หนึ่งในตำนานที่ถูกหยิบยกมาเล่าขานอยู่หลายครั้ง เื่ราวที่ถูกจารึกไว้ถึงอนุชนคนรุ่นหลัง นิทานยอดนิยมของเหล่ากวีในอนาคตข้างหน้าอันไกลแสนไกล
มหากาพย์ที่พิสดารพันลึกและตระการตายิ่งกว่าตำนานบทไหน
นั่นเป็เพราะตัวละครเอกของเื่ราวนี้หาใช่บุคคลธรรมดา เช่นเดียวกับบุคคลอื่นๆที่โลดแล่นในเวลาเดียวกันล้วนแยกไปเป็ตัวเอกในตำนานของตัวเองได้เลยด้วยซ้ำ
ทั้งหมดมันเริ่มขึ้นจากคืนวันหนึ่งในไอช่า บริเวณชายป่าใกล้ๆกับกับเมืองอัลเทร่าซึ่งเป็เมืองหลวงของทวีป จากป่าเขาลำเนาไพรที่ควรจะสงบสุขเหมือนดั่งเช่นทุกครั้ง หรือมากหน่อยก็มีหมาป่าออกมาเดินเพ่นพ่าน แต่วันนี้กลับมีบางสิ่งบางอย่างที่พิเศษกว่าหมาป่าหนึ่งฝูงออกล่าเหยื่อมากนัก
การพบเจอกันของคนสองคนที่ไม่มีทางเป็ไปได้ รวมทั้งไม่มีผู้ใดคิดไปถึงว่าการพบเจอกันเพียงครั้งนี้จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของคนทั้สองไปตลอดกาล ทั้งยังทำให้อนาคตของอิซซูมีลต้องเปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“เ้าเป็ใครกัน...” ชายหนุ่มผมสีดำยาวมัดเอาไว้ลวกๆ ดวงตาสีดำสนิทไม่แพ้ท้องฟ้าเบื้องบน รูปร่างสูงสันทัด แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ไม่น่าจะมีอยู่ในไอช่า ออกจะคล้ายชาวซูิมากกว่าด้วยซ้ำ แต่ดูไปดูมากลับมีอะไรๆหลายอย่างที่ไม่เหมือนชาวซูิซะทีเดียว ตอนนี้เขากำลังยืนนิ่งชี้ไม้ชี้มือมายังชายอีกคนที่นั่งอ้าปากค้างอยู่ตรงหน้า มือถือไม้เสียบเนื้อหมูป่ากำลังจ่อเข้าปากชะงักกึกไปทั้งอย่างนั้น
“นายนั่นแหละเป็ใครกัน...” ชายที่นั่งอยู่มีลักษณะแต่งต่างไปจากชายหนุ่มคนแรกโดยสิ้นเชิง ผมสีเขียวยาวประบ่า ดวงตาสีฟ้าราวกับผืนนภายามกลางวันจับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ รูปร่างผอมบาง เสื้อผ้ามองเผินๆเหมือนธรรมดาแต่ถ้าดูๆดีๆแล้วจะพบว่าเนื้อผ้าเรียบเนียนเกินกว่าชาวบ้านธรรมดาจะสวมใส่กัน
ทั้งสองฝ่ายนิ่งเงียบงันไปซักพักใหญ่ๆ ก่อนจะเปล่งเสียงะโพร้อมกันเหมือนอ่านใจอีกฝ่ายได้ เสียงประสานที่ว่าดังมากพอจะทำให้นกกาที่หลับนอนอยู่แถวบั้นแตกฮือราวกับฝูงนกแตกรัง สัตว์เล็กๆอย่างกระต่ายวิ่งจ้ำอ้าวเพราะใ
“นี่มันเื่บ้าอะไรกันเนี้ย!!!”
เื่ราวบ้าๆที่จะผันเปลี่ยนเป็มหากาพย์ในอีกหลายร้อยปีให้หลังได้เริ่มต้นขึ้นหลังจากนั้น....